ร่มโพธิ์ร่มไทร

ร่มโพธิ์ร่มไทร ตอนที่ 2

ร่มโพธิ์ร่มไทร ตอนที่ 2

สนามบินดอนเมืองแออัดด้วยผู้คนจำนวนหนึ่ง ในจำนวนนั้นมีครอบครัวเลิศทรัพย์อยู่ด้วย เอกราชขับรถมาส่งลูกสาวด้วยตนเอง มีมาลีตามมาส่งด้วยอีกคน

“ไปอยู่อเมริกาก็ดูแลตัวเองด้วยนะรุ้ง ส่งข่าวกันมาบ้างอย่าเงียบหายไป” เอกราชบอกลูกสาวอย่างห่วงใย รุ้งแก้วซาบซึ้งตรงเข้าไปกอด มาลีหันมาเอ่ยกับจอมขวัญบ้าง

“ขวัญก็ด้วยนะ ไปอยู่ที่นั่นก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี ด้วยเราไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นเขาจะเล่นตุกติกอะไรหรือเปล่า”

จอมขวัญรู้ว่ามารดาเป็นห่วง เธอเข้ามากอดออกปากว่าจะดูแลตัวเองไม่ยอมให้เสียเปรียบใครง่ายๆ รุ้งขวัญเลยยอน้องสาวว่าเป็นคนเก่ง มีไหวพริบแม้บางครั้งจะซุกซนแต่ก็เป็นเรื่องดี

“ก็ขวัญเป็นน้องพี่รุ้งไงคะ ขวัญต้องเก่งอยู่แล้ว”

จบคำพูดจอมขวัญ เสียงแอร์โฮสเตสเรียกขึ้นเครื่อง รุ้งขวัญโบกมือลาทุกคนแล้วเดินจากไป เอกราชมองจนลับหันมาเตือนจอมขวัญอีกคนว่าอยู่ที่นั่นต้องระวังตัวให้ดี คนเหมพาณิชย์ไม่น่าไว้ใจ มาลีติงสามีว่าไม่ควรพูดแบบนั้นเพราะถึงอย่างไรก็ยังมีคุณยายทองม้วนที่เป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือ

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ผมก็ยังห่วงอยู่ดี ลูกสาวของเราไปอยู่ในที่ของเหมพาณิชย์ คนที่นั่นคิดจะกลั่นแกล้งยัยขวัญยังไงก็ไม่รู้ นี่ถ้าผมกับคุณไม่ติดว่าอีกวันมีเดินทางไปสัมมนาที่ภูเก็ตผมคงไปอยู่กับลูกสักวันสองวัน” เอกราชบอกเสียดายที่เลี่ยงงานราชการไม่ได้ ถึงอย่างไรก็เป็นข้าราชการยังต้องทำงานชดใช้แผ่นดิน

“คุณพ่ออย่าเป็นห่วงขวัญเลยค่ะ ขวัญไม่ใช่คนที่จะยอมเสียเปรียบใครง่ายๆ คุณพ่อก็รู้ เอาเป็นว่าคุณพ่อกับคุณแม่สัมมนากันให้สบายใจเลยนะคะ แล้วก็หาเวลาไปเที่ยวกันด้วย อย่าเป็นห่วงทางนี้เพราะขวัญสบายมากค่ะ” จอมขวัญทำเสียงสดใส สีหน้ายิ้มแย้ม เอกราชอ่อนใจกับลูกสาวคนเล็กโอบไหล่มาลีแล้วโบกมือลา จอมขวัญโบกมือตอบแล้วเดินจากไป

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ที่บ้านสวน ยายทองท้วนสั่งให้คนงานเก็บมะม่วงน้ำดอกไม้เตรียมทำข้าวเหนียวมะม่วง ปานเทพเดินผ่านได้กลิ่นหอมจึงถามขึ้น ได้ความว่ายายทองม้วนจะทำข้าวเหนียมมะม่วงต้อนรับคนของเลิศทรัพย์ เขาติงว่าเดือดร้อนกันตั้งแต่ยังไม่ทันมาถึง

“เราเป็นเจ้าบ้านก็ต้องต้อนรับแขกให้ดี ไม่ให้ถูกทางโน่นตำหนิได้ว่าดูแลลูกสาวเขาไม่ดี”

“คุณยายก็อย่าเอาใจให้มากสิครับ ทีผม มาจะเกือบอาทิตย์แล้ว ยังไม่ได้กินข้าวเหนียวมะม่วงเลย” ปานเทพทำหน้าน้อยใจ ยายทองม้วนอมยิ้มบอกจะทำมะม่วงน้ำปลาหวานเป็นเมนูพิเศษโดยเฉพาะให้หลานรัก ปานเทพยิ้มหน้าบานพยักหน้าให้อภัยแล้วเดินมาหอมแก้มท่านฟอดหนึ่ง

“ผมขอตัวไปทำงานก่อน แล้วตอนเที่ยงจะแวะมาทานมะม่วงน้ำปลาหวานสูตรคุณยายนะครับ คิดแล้วก็น้ำลายไหล” ปานเทพว่าแล้วหัวเราะ พลอยทำให้ยายทองม้วนกับคนอื่นๆ หัวเราะตามกัน

มาถึงรถเจอแก้วยืนลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงพุ่มไม้ พอเดินไปสะกิดไหล่เกือบโดนต่อยหน้าถ้าหลบไม่ทันคงมีมึน แก้วเห็นเป็นเจ้านายรีบขอโทษขอโพยบอกไม่ได้ตั้งใจ ปานเทพไม่ถือสาถามเรื่องที่แก้วทำตัวลับๆ ล่อๆ

“แล้วมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ ทำไมไม่ไปทำงานในไร่ อู้ใหญ่แล้วนะแก” ปานเทพดุ แก้วหน้าจ่อยบอกมาดูต้นทาง

“ต้นทาง ดูให้ใคร”

“ก็ดูให้นายเทพไงครับ”

ปานเทพฟังแล้วงง ถามกลับว่าดูให้ทำไม แก้วถอนหายใจแล้วชี้ไปทางปากคลอง ปานเทพมองตามแล้วสะดุ้งตาโต เพราะเห็นสองพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียงกำลังจะเดินตรงมาทางนี้แต่ถูกคนงานสองสามคนที่แก้วใช้ให้ไปดักไว้ขวางทางอยู่

“ทีนี้เข้าใจแก้วหรือยังครับ นี่ทำเพื่อนายเลยนะ”

ปานเทพตบบ่าขอบใจลูกน้องบอกถ้าขวางสองพี่น้องนั่นไม่ให้มาวุ่นวายกับตนได้ทั้งวันจะมีรางวัลให้ แก้วรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้ววิ่งออกไปสมทบกับคนงาน

“ไอ้แก้ว นายแกอยู่ไหน” ลำไยแฝดพี่ถาม แก้วตอบว่าอยู่ไร่

“ไม่จริง ฉันกับลำยองเราเพิ่งไปที่ไร่มา นายแกไม่ได้อยู่ที่ไร่” ลำไยตะคอกใส่ ลำยองพยักหน้าหงิกๆ

“งั้นก็คงเป็นที่สำนักงาน” แก้วตอบมั่ว ลำยองยกมือชี้ห้ามบอกตนไปดูที่สำนักงานมาแล้ว รำพันว่าปานเทพกลับมาบ้านสวนจะเกือบอาทิตย์แต่ไม่ยอมไปหาตนกับพี่สาวปล่อยให้รู้ข่าวเอง

“ถ้างั้น...ผมก็ไม่รู้ว่านายเทพไปไหน ผมไม่ใช่เมีย ผมเลยไม่รู้ว่านายไปไหน”

“ไอ้แก้ว” ลำไยตะโกนเรียกแต่พอเห็นแก้วจะเดินผ่านก็รีบช่วยกันกับลำยองผลักคนงานที่รุมล้อมเธอสองคนจนตกน้ำตกท่า แก้วตกใจจะวิ่งหนีแต่ถูกลำยองรวบเอว แก้วจักกะจี้เผลอถีบลำยองตกน้ำไป ลำไยกรี๊ดตรงเข้ามาจะทำร้ายแก้ว แต่ถูกผลักตกน้ำไปอีกคน

“ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมบ้าจี้” แก้วยกมือขอโทษสองพี่สองแล้ววิ่งหนีไปไม่ยอมช่วยเหลือ

“ไอ้แก้วบ้า คอยดูนะ ฉันจะฟ้องพี่เทพ ให้ไล่แกออก พวกแกด้วย” ลำไยโวยวายใส่คนงานสองสามคนที่ต่างวิ่งหนีตามแก้วไป ทั้งสองพยายามตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งแต่ไม่รอดเพราะลื่นโคลน สองคนร้องกรี๊ดอยู่ในน้ำคลองด้วยความไม่พอใจ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ปานเทพไม่ได้เข้าไร่กับสำนักงานแต่ขับรถเข้าเมืองเพื่อมาหานายอำเภอก้องเกียรติ สอบถามเรื่องที่ขอให้ช่วยจัดการแต่พอเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายแล้วทำให้เดาว่าเรื่องที่ขอให้ช่วยอาจไม่สำเร็จ

“ก็ไม่เชิงหรอก เจ้าของไร่บางคนก็ยอมรับที่จะปรับค่าแรงให้คนงานของตัวเอง ยกเว้นอยู่คนเดียว” ก้องเกียรติว่าลองให้ปานเทพทายว่าเป็นใคร

“พ่อเลี้ยงบุญสิง”

“เป็นอย่างนั้น” ก้องเกียรติว่าไม่ผิดอย่างที่คิด บอกทางพ่อเลี้ยงบุญสิงเหตุที่ไม่ยอมเพราะตนได้หักลบกับสวัสดิ์การที่ให้ไว้กับคนงานนั่นคือการให้ข้าวกินทุกมื้อ มีห้องพักติดแอร์ มีห้องบริการนวดฟรี ปานเทพแย้งว่านั่นคือสิ่งที่ทุกไร่ควรมีอยู่แล้ว

“ผมเองก็จนปัญญา ด้วยพ่อเลี้ยงบุญสิงเป็นคนที่ยึดมั่นในความคิดตัวเองสูงมากอีกทั้งคนงานที่ไร่ของเขาทำสัญญาว่าจ้างกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีลายเซ็นยืนยันว่าคนงานเต็มใจรับเงินค่าจ้างจำนวนนั้น”

“แต่มันกดขี่เกินไป สมัยนี้ข้าวของเครื่องใช้ก็แพงขึ้น อย่างน้อยก็ให้พวกเขาได้มีเงินเก็บบ้าง” ปานเทพว่าน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ก้องเกียรติบอกให้ทำใจเพราะป่วยการจะพูดกับคนแบบนั้น ถึงอย่างไรพ่อเลี้ยงบุญสิงก็ไม่มีทางเปลี่ยนยิ่งรู้ว่าความคิดนี้มาจากปานเทพ

“ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไม พ่อเลี้ยงบุญสิงถึงไม่ชอบหน้าผม ถึงเราจะทำไร่ส้มเหมือนกันแต่ก็ควรปรองดองกัน”

“สมัยนี้การแข่งขันมีสูง คุณเองก็ควรระวังตัวไว้ อย่าเผลอไปเหยียบรังแตนเชียวเดี๋ยวจะจบไม่สวย เพราะผมรู้มาว่าเบื้องลึกเบื้องหลังของพ่อเลี้ยงบุญสิงไม่ได้ขาวสะอาด” ก้องเกียรติเตือนด้วยความหวังดี ปานเทพพยักหน้ารับทราบแล้วบอกขอตัวกลับไร่ก่อน ก้องเกียรติเดินไปส่งที่รถ

“ไว้ว่างๆ ผมจะไปหาคุณที่ไร่ อยากไปกินข้าวเหนียมมะม่วงฝีมือคุณยายคุณด้วย วันนั้นยังติดใจไม่หาย”

“ได้ครับ ยังไงก็แจ้งผมก่อนล่วงหน้า นายอำเภอจะได้มาไม่เสียเที่ยว” ปานเทพยิ้มลาเข้ามานั่งในรถ แล้วนึกถึงคำพูดของคุณยายที่บอกว่าทำข้าวเหนียมมะม่วงต้อนรับแขกคนสำคัญ เขายิ้มนัยน์ตาดูเจ้าเล่ห์

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

จอมขวัญเหมารถสองแถวให้ไปส่งที่ไร่ส้มปานเทพแต่พอถึงปากทางเข้าไร่คนขับบอกให้ลง เธอโวยวายหาว่ารับเงินค่าโดยสารมาแล้วเหตุใดถึงไม่ไปส่งให้ถึงที่

“หนูไม่เห็นป้ายหรอ” คนขับสองแถวชี้ไปที่ป้าย จอมขวัญหันไปมอง

“ไร่ส้มปานเทพไม่อนุญาตให้รถคันอื่นเข้าไร่นอกจากรถที่มีตราของไร่ส้มปานเทพเท่านั้น โฮ มีแบบนี้ด้วยแหะ” จอมขวัญเซ็งลงจากรถหน้าหงิก บ่นใส่คนขับว่าตอนแรกทำไมไม่บอกว่ามาส่งได้แค่นี้จะได้ไม่เหมาจ่ายให้เสียเงิน คนขับยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วขับรถจากไป

จอมขวัญมองไปรอบๆ เจอแต่ต้นไม้ใบหญ้ากับท้องฟ้าสดใส ไม่มีรถของไร่สักคันขับผ่าน เผลอถอนหายใจแล้วกำมือสองข้างขึ้นทาบอกตะโกนสุดเสียงว่า

“สู้เว้ย”

สาวเมืองกรุงเดินลากกระเป๋าเดินทางไปตามทางเข้าไร่ ระหว่างทางก็เจอต้นส้มขึ้นเต็มไปหมด คนงานต่างพากันมอง บางคนซุบซิบแต่ไม่มีสักคนจะเดินเข้ามาถามไถ่ จอมขวัญไม่สนใจหยิบมือถือกดถ่ายรูปวิว อเนกขับรถผ่านมาพอดีเห็นคนถ่ายรูปรีบร้องห้ามทันที

“น้องๆ ที่นี่เขาห้ามถ่ายรูปนะครับ”

จอมขวัญหันมามองหน้าคนในรถกำลังชะเง้อหน้ามองเธอเช่นกัน ก็ไม่ได้ตอบโต้นอกจากเก็บมือถือเข้ากระเป๋าตามเดิม จะเดินต่อก็ถูกถามว่าเป็นใคร มาจากไหนแล้วจะไปไหน

“เอาสักคำถามไหมคะ” จอมขวัญหันมาเหน็บแต่ก็ตอบ

“ฉันชื่อจอมขวัญ มาจากกรุงเทพกำลังจะไปพบคุณยายทองม้วน ชัดนะคะ” จอมขวัญตอบ อเนกเพียงพยักหน้าคิดว่าเป็นแขกของคุณท่านจึงอาสาจะไปส่งถึงบ้านสวน จอมขวัญยิ้มตอบดีใจที่ไม่ต้องเดินขาลาก ระหว่างทางเห็นแต่ไร่ส้ม พอพ้นเขตไร่ก็เจอเป็นลำคลองทอดยาว อเนกดับเครื่องเมื่อพาจอมขวัญมาถึงปากทางเข้าสวน

จอมขวัญยกมือไหว้ขอบคุณที่มาส่ง ถามไถ่ชื่อกันก่อนจะลงจากรถ อเนกช่วยแบกกระเป๋าบอกอาสาจะไปส่ง จอมขวัญไม่คิดมากเดินตามหลังขึ้นสะพานพอข้ามพ้นก็ต้องตกใจกับเสียงวีดว้ายของคนจำนวนหนึ่ง ไล่สายตาดูไปข้างหน้าจึงเห็นเป็นผู้หญิงสองคนกำลังกรี๊ดกราด เนื้อตัวเต็มไปด้วยโคลน จอมขวัญมองแล้วขำแต่อเนกไม่ขำหันมาเอ่ยลากับเธอ

“อ้าว” จอมขวัญงงที่อเนกเปลี่ยนใจไม่ไปส่งถึงบ้านสวน ไม่ทันถามเหตุผลเพราะอเนกไม่รอให้ถามพอหันกลับมามองทางสองสาวก็หลุดขำอย่างง่ายดาย เป็นจังหวะเดียวที่ฝ่ายนั้นมองมาเห็นพอดี

“ขำอะไรยะ” ลำไยตะโกนถามสายตาปะทะกับเด็กสาวตรงหน้า

จอมขวัญไม่ได้ตอบแต่อมยิ้มสีหน้าเฉยชา ลำไยหาว่ายิ้มเยาะแล้วตรงจะเข้ามาจับตัว จอมขวัญชี้บอกห้ามเข้ามาไม่งั้นเจอดี ลำไยเชิดหน้าบอกไม่กลัวแล้วตรงเข้ามา ไม่นานก็ร้องโอ๊ยหลังโดนถีบไปนั่งกับพื้น

“บอกแล้วไงว่าอย่าเข้ามา แล้วที่ขำไม่ได้จะเยาะเย้ยก็แค่เห็นแล้วขำ” จอมขวัญตอบหน้าตาย ลำไยเจ็บใจไม่ยอมจบสั่งให้ลำยองไปตบหน้า จอมขวัญท้าให้เข้ามาแล้วทำท่าเตรียมถีบ ลำยองไม่กล้าตรงเข้าไปพยุงพี่สาวแทน

“ยัยเด็กบ้า คอยดูนะฉันจะฟ้อง...”

“ป้าจะฟ้องใครคะ”

“กรี๊ด ใครป้ายะ” ลำไยโวยที่ถูกเรียกป้าบอกตนอายุเพิ่งจะสามสิบ จอมขวัญหัวเราะไม่ใส่ใจเดินลากกระเป๋าผ่านหน้า ลำไยตะโกนให้หยุดลุกขึ้นยืนทันเบรกจอมขวัญ

“แล้วนั่นแกจะไปไหน”

จอมขวัญถอนหายใจอย่างเซ็งๆ เอียงหน้ามาตอบ

“ไปบ้านสวน แล้วไม่ต้องถามนะว่าไปหาใครเพราะว่ามันไม่เกี่ยวกับป้า” จอมขวัญย้ำคำสุดท้ายหนักแน่น ลำไยโมโหจะเข้าไปตบดีอีกแต่เบรกเท้าไว้เมื่อเห็นจอมขวัญกำมือขึ้น

“เข้ามาสิ แล้วจะได้รู้ว่าโดนชกหน้ามันเจ็บแค่ไหน” จอมขวัญท้า สองพี่น้องนึกภาพตามแล้วเอามือขึ้นปิดหน้าอย่างละข้างพร้อมกัน

“นังเด็กบ้า แกเป็นใคร กล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับพวกฉัน รู้ไหมว่าพวกฉันเป็นใคร” ลำไยเชิดหน้าพูด ภูมิใจในชื่อเสียงของครอบครัวเธอมาก

“มามุกนี้อีกแหละ สมองเสื่อมหรือคะถึงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร” จอมขวัญสวนคำพูดทันที เห็นสองพี่น้องยืนดิ้นเหมือนถูกไฟเผา เธอไม่ใส่ใจนอกจากโบกมือลาแล้วรีบเดินจากไปขี้เกียจต่อกลอน ลำไยจะตามไปแต่ลำยองห้ามไว้บอกให้รีบไปเปลี่ยนชุดก่อน

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

B
E
R
L
I
N

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว