บัญชารักเทพบุตรเถื่อน [e-book]-ตอนที่ 1 พรหมลิขิตบันดาลชักพาให้วุ่น [2]

โดย  วรัมพร-หงสรถ-มนสิวรรณ-ธิชาร์

บัญชารักเทพบุตรเถื่อน [e-book]

ตอนที่ 1 พรหมลิขิตบันดาลชักพาให้วุ่น [2]

“ว้าย! อุ๊บ..” แพรนภัสอุทานได้เพียงเท่านั้นเมื่อร่างของเธอถูกฉุดให้เข้ามายังห้องห้องหนึ่งที่มืดมิด แถมยังมีมือใหญ่ของใครบางคนมาปิดปากเธอไว้ ร่างเล็กตกใจไม่น้อยพลางกอดกระเป๋าของพี่คนสวยไว้แน่น ใจแอบเต้นรัวแรงเมื่อได้กลิ่นหอมบ้างอย่างปะทะเข้าจมูกจนเผลอสูดดม เพียงครู่เดียวก็แอบเบาใจได้บ้างว่าเจ้าของฝ่ามือร้อนผ่าวทำให้ใจสั่นนั่นไม่ใช่ไอ้โจรอ้วน

ร่างกำยำพาคนในอ้อมแขนเดินลัดเลาะสิ่งกีดขวางไปเรื่อยๆ ตามผนังกำแพง เขาเห็นแสงไฟสลัวๆ ผ่านเข้ามาได้เพียงน้อยนิดจึงพาหญิงสาวเดินไปยังจุดนั้นแล้วก็พบกับหน้าต่างบานเล็ก แล้วค่อยๆ เปิดออกอย่างเบามือ เมื่อมีแสงไฟผ่านเข้ามาได้ ตาคมกริบก็ก้มมองหญิงสาวทันที หัวใจหนุ่มกระตุกวูบแบบไม่รู้สาเหตุอีกครั้ง ด้านแพรนภัสก็กำลังเงยหน้ามองเขาอยู่เช่นกัน ดวงตาหวานใสเผลอมองอย่างสำรวจทั่วโครงหน้าที่ถูกสรรสร้างมาราวกับเทพบุตร แถมกลิ่นกายของเขาก็ชวนให้หลงใหล แพขนตาก็หนางามงอนยิ่งกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก หรือหนึ่งในนั้นก็คือเธอ แพรนภัสห่อปากผ่อนลมหายใจแผ่วเบาเมื่อได้ยลโฉมคนที่ฉุดเธอเข้ามา

‘หล่อ’ คือคำเดียวที่สาวร่างบางคิดได้ เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าคำภาวนาของเธอจะได้ผลเกินคาด มีหนุ่มหล่อมาช่วยเธอแล้ว

‘ ขอบคุณนะคะพ่อเทพบุตรสุดหล่อ’ ร่างบางรำพันอยู่ในใจพลางกลั้นยิ้มอย่างปลาบปลื้ม

ส่วนหนุ่มหล่อก็มองสำรวจหญิงสาวด้วยเช่นกัน ตัวเธอเล็ก เสื้อผ้าที่ใส่ก็บ่งบอกได้ดีว่าราคาถูกแน่ๆ โครงหน้ารูปไข่ ปากนิดจมูกหน่อย ท่าทางคงดื้อรั้นน่าดู แต่โดยรวมเข้าขั้นน่ารักมากกว่าสวย แตกต่างจากคู่ควงของเขาจนเทียบไม่ติด แต่ทว่าผิวที่แขนเรียวเล็กนั่นเรียบเนียนและนุ่มมือ หนุ่มลูกครึ่งจึงเผลอลากปลายนิ้ววนเล่นเบาๆ ทำเอาขนกายสาวเกือบทุกเส้นลุกฮือชวนให้สติสตังของแพรนภัสเริ่มกลับมา หลังจากที่เพ้อฝันไปกับความหล่อเหลาของพ่อเทพบุตรสุดหล่อ แม้ใบหน้าคมคายจะดูเฉยเมยไปบ้าง แต่ในเวลานี้เขาก็หล่อบาดใจทำให้หัวใจเธอสั่นสะท้านจนแทบคิดสิ่งอื่นใดไม่ออก

ทว่าเสียงกระแอมกลับดังขึ้น แพรนภัสจึงเงยหน้ามองเจ้าของเสียงแล้วออกแรงผลักร่างสูงใหญ่ออกห่าง แต่ชายหนุ่มกลับฉวยโอกาสกระชากกระเป๋าไปจากมือเธอ แพรนภัสอึ้ง มองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจเหมือนตัวเองกำลังตกสวรรค์อย่างไรไม่รู้

“เอามานี่” คนหล่อออกคำสั่งด้วยภาษาไทยแปร่งๆ กับหัวขโมยสาวที่กำลังมองเขาตาปริบๆ

‘อ๋อ...พูดไทยได้นะอีตาบ้า ก็ดีจะได้ด่าให้เข้าหูเสียหน่อย’

“นี่คุณ! เอามานะ นั่นมันกระเป๋าของฉันนะ ทำไมทำแบบนี้ล่ะ” แพรนภัสร้องสั่งแล้วยื้อฉุดกระชากกระเป๋าของพี่คนสวยเอาไว้ ต่างคนต่างก็แย่งกันไปมา

“เธอนั่นแหละที่ควรเอากระเป๋านั่นมา” หนุ่มหล่อโต้กลับเสียงห้วน ออกแรงกระชากกระเป๋ามาจนได้ ส่วนคนฟังก็อารมณ์พุ่งปรี๊ดหลังได้ยินเสียงห้าวห้วนนั้น ลมแทบจับให้ได้เพราะเสียดายความหล่อเหลาของเขา

“คุณนี่ทุเรศที่สุดเลย แต่งตัวก็ดี แต่ไม่น่าเป็นโจร” แพรนภัสพูดขึ้นลอยๆ เมื่อเห็นชายหนุ่มเปิดกระเป๋าถือของพี่คนสวยราวกับเป็นเจ้าของก็ขนาดเธอยังไม่กล้าละลาบละล้างเปิดดูเลย ผู้ชายคนนี้เป็นโจรชัดๆ

“แน่ใจนะว่านี่มันเป็นกระเป๋าของเธอ ดูนี่ซะก่อน สาวน้อย” เจ้าของเสียงทุ้ม ยื่นกระเป๋าสตางค์แล้วเปิดออกให้คนที่ถูกเรียกว่าสาวน้อยได้ดู เพราะหน้าตาคนที่บอกว่าเป็นเจ้าของกระเป๋ากับรูปถ่ายในบัตรประจำตัวต่างกันราวกับฟ้าดิน

“ไม่รู้ล่ะ ฉันเป็นคนได้มันมาก่อนคุณ ฉะนั้นคุณต้องเอามาให้ฉัน” แพรนภัสยังเถียงเสียงขุ่น สองมือน้อยเท้าเอวอย่างเอาเรื่อง เธอรึอุตส่าห์เสี่ยงตายวิ่งไปแย่งมาจากไอ้โจรอ้วนแต่กลับมาถูกผู้ชายหน้าตาดีแต่งดีมาแย่งแบบหน้าด้านๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียดายความหล่อเหลา เธอขอถอนความคิดเมื่อครู่ออกให้หมด ไม่ชงไม่ชมมันแล้วคนหล่อนิสัยไม่ดี

“เธอนี่ เป็นขโมยปากแข็งสุดๆ เลยนะสาวน้อย” สิ้นคำกล่าวหาจากเสียงห้วนกระด้าง แพรนภัสอ้าปากค้าง อารมณ์เดือดปุดขึ้นเป็นไอร้อนๆ พร้อมจะระเบิดใส่คนตรงหน้า ผู้ชายคนนี้นอกจากหน้าจะนิ่งเหมือนถูกปูนฉาบไว้แล้วยังปากร้ายชอบปรักปรำคนอื่นอีกต่างหาก หนำซ้ำปากได้รูปของเขาก็บิดเบ้อย่างดูถูกเธอ แพรนภัสอยากบ้าตายเพราะคนหล่อแต่นิสัยเลว สองมือของหญิงสาวกำแน่น ดวงตาหวานจับจ้องชายหนุ่มตาโตจนแทบถลน ‘ฮึ่ม ว่าเธอเป็นโจรได้ไง ทั้งที่เธอเป็นพลเมืองดีต่างหาก อีตาบ้า

“คุณน่ะสิเป็นโจร แถมยังเป็นพวกโจรหน้าด้าน ไร้ยางอายอีกด้วย มาแย่งกระเป๋าของฉัน เอาคืนมานะ ฉันต้องรีบกลับบ้าน” แพรนภัสข่มอารมณ์ที่อยากตะบันหน้าหล่อๆ เอาไว้ เพราะในตอนนี้เธอเริ่มหวาดกลัวผู้ชายคนนี้ขึ้นมา เขาตัวใหญ่กว่าเธอหลายเท่านัก แถมยังหมดแรงจะสู้แล้วด้วย ก็วิ่งหนีโจรอ้วนมาจนเหนื่อย โธ่เอ๊ย นึกว่าจะมีคนมาช่วยที่ไหนได้กลับมาเจอโจรอีกคน

“ผมเนี่ยนะเป็นโจร” ชายหนุ่มครางถามแทบไม่เชื่อหู เอานิ้วมาชี้กลางอกตัวเอง

‘แม่โจรหน้าหวานคนนี้ไม่รู้จริงหรือ ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน ให้ตายเถอะ ไม่รู้จักมหาเศรษฐีแห่งเกาะโบราโบร่าหรือไง’ วิลเลียมส่ายหัวไปมากับความนึกคิดของตน แล้วแต่งตัวดูดีแบบเขานี่น่ะหรือเป็นจอมโจร ต่อให้คิดอีกกี่พันครั้งก็อยากจะหัวเราะให้โลกแตก แล้วนี่มันวันซวยอะไร อุตส่าห์กลับมาเมืองไทยเพื่อเยี่ยมเยือนครอบครัวของมารดาแต่กลับต้องมาถูกกล่าวหาด้วยถ้อยคำที่ดูหมิ่นศักดิ์ศรีทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลกัลลาส ก่อนหันมายิ้มเยาะให้กับตัวเองอีกครั้ง

“ใช่! แล้วก็เอากระเป๋าคืนมาเพราะฉันเป็นคนไปแย่งมันมาและฉันก็รีบด้วย” แพรนภัสบอกเสียงดัง แล้วกระโจนเข้าไปแย่งกระเป๋าจากมือใหญ่ แต่เขากลับยกมันขึ้นสูง ทำให้แพรนภัสไม่สามารถเอื้อมถึง นึกโกรธตัวเองที่เกิดมาเตี้ยก็คราวนี่

“ไอ้โจรบ้า! ฉันบอกให้เอามาไง” แพรนภัสตะโกนบอกเสียงห้วนด้วยความโมโห หญิงสาวสูงไม่ถึงไหล่ของเขาเลยด้วยซ้ำจึงได้แต่กระโดดเหยงๆ ไปมา

“ขอโทษผมเดี๋ยวนี้!” ชายหนุ่มสั่งเสียงเข้ม ผู้หญิงคนนี้บังอาจนักที่มาต่อว่ามหาเศรษฐีอย่างเขาเป็นโจร ส่วนแพนภัสพอได้ฟังคำสั่งก็หยุดกระโดดแล้วทำตาโต ชี้นิ้วมาที่อกตนเองด้วยความไม่เข้าใจ

“เร็ว! ไม่งั้นเธอโดนดีแน่” วิลเลียมย้ำเสียงเกือบจะห้วน

“ไม่! ฉันไม่ผิด คุณนั่นแหละเอากระเป๋าคืนมา อยากได้นักก็ไปหาเอาเอง” ร่างบางสวนกลับเสียงแข็ง ขยับถอยห่างอย่างระแวดระวัง

“ขอโทษผม” ชายหนุ่มเน้นย้ำทีละคำอย่างช้าๆ และชัดๆ ด้วยใบหน้าเอาเรื่องแต่คนฟังอย่างแพรนภัสก็ส่ายหน้าดิก เธอผิดอะไร ทำไมต้องขอโทษไอ้โจรแต่งตัวดูดีนี่ด้วยล่ะ อย่าฝันไปหน่อยเลย

“นี่เธอ!” เขาจ้องเธอเขม็ง ความอดทนชักเริ่มหมด

“ฉันทำอะไรผิดไม่ทราบถึงต้องขอโทษโจร อย่างคุณ!” แพรนภัสถอยห่างอีกพอสมควร แล้วลอยหน้าลอยตาถาม ริมฝีปากบางจิ้มลิ้มเม้มแน่น แล้วตั้งหน้าตั้งตาจ้องอีกฝ่ายแบบไม่ให้คลาดสายตา หากผู้ชายคนนี้จะทำอะไร เธอต้องวิ่งให้เร็วที่สุดนั่นคือสิ่งที่มีอยู่หัวสมองของแพรนภัสหลังจากได้เห็นหน้าโกรธขึงของคนหล่อนิสัยเลว

“ก็ที่เธอ บังอาจมาว่าคนอย่างฉันเป็นโจรไงล่ะ สาวน้อย” เจ้าของร่างสูงใหญ่บอกเสียงเข้มขึ้นมากกว่าเดิม ตาคมหรี่มองจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดและคิดหาวิธีลงโทษสาวน้อยปากดีคนนี้เสียบ้าง หล่อ รวย ล้นฟ้าอย่างเขานี่น่ะหรือเป็นโจร

“ก็แล้วคุณไม่ใช่โจรตรงไหน ในเมื่อคุณมาแย่งกระเป๋าไปจากฉัน” แพรนภัสโต้กลับเสียงห้วนไม่แพ้กัน และยังยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวอย่างแน่วแน่ อย่ามาคิดฝันว่าคนอย่างแพรนภัสจะยอมรับผิด

“งั้นเหรอ” ชายหนุ่มลากเสียงตอบ พร้อมทั้งขยับร่างเข้าใกล้ นำกระเป๋าที่แย่งมาวางไว้กรอบหน้าต่าง ริมฝีปากได้รูปกระตุกยิ้มเยือกเย็น ตาคมกริบจับจ้องไปยังดอกไม้คู่งามที่สะท้านขึ้นลงอย่างน่ามองและน่าลิ้มลอง เขาคาดว่ามันคงให้ความรู้สึกดีเหมือนได้ดื่มนมสดเลยเชียวแหละ แพรนภัสมองตามสายตาคู่คมแล้วรีบยกมือปิดอกอวบเกินตัวของตน ถลึงตาใส่จนได้รับรอยยิ้มบาดใจจากเขาจนตาหวานใสชักจะพร่ามัว พลางสาวเท้าถอยหลังพรืดอย่างระวัง แต่ช้ากว่ามือใหญ่ซึ่งคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธอ

“คุณ...คุณจะทำอะไร” หญิงสาวละล่ำละลักถามตาโต มองอย่างระแวดระวัง สะบัดแขนออกจากมือใหญ่แต่ไม่หลุด แถมผู้ชายบ้าแต่ดูดียังใช้ความสงบนิ่งและยิ้มเย็นทำให้เธอชักหวาดกลัว

“นี่! ปล่อยฉันนะ” เสียงแหลมเล็กสั่งเพราะอดทนกับท่าทีคุกคามด้วยความนิ่งเฉยของเขาไม่ไหวอีกต่อไป เธอใช้มืออีกข้างข่วน หยิกไปตามท่อนแขนกำยำ พร้อมเสียงสบถของเขา

“หยุดนะ! แล้วอย่าหาว่าไม่เตือน” เขาขู่เสียงห้วนและเจ็บไม่น้อยตรงรอยโดนข่วนก่อนรวบมือเล็กของหญิงสาวเอาไว้

“จะ...จะทำอะไรฉัน” แพรนภัสเอ่ยถามปากคอเริ่มสั่น เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองจะหนีรอดได้ไหม แข้งขาทำไมมันพานอ่อนเปลี้ยแบบนี้ล่ะ ใจก็ไม่กล้าคิดภาวนาขอให้เทพบุตรมาช่วยอีกเพราะกลัวเจอแบบผู้ชายบ้าๆ คนนี้

“แล้วคิดว่าผมจะทำอะไรล่ะ” เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ แพรนภัสหลับตาปี๋แล้วเอียงหน้าหลบลมหายใจอุ่นที่แนบชิดลงมา ริมฝีปากบางเม้มแน่น เธอไม่มีวันเสียจูบแรกให้ไอ้โจรบ้าแน่ๆ แต่ไม่ทันได้ปกป้องริมฝีปากตัวเอง เขาก็กดเรียวปากเข้ามาครอบครองริมฝีปากหวานของเธอทันที เพียงเสี้ยวนาทีต่อมาบวกกับประสบการณ์ที่มากกว่าทำให้หนุ่มหล่อตักตวงหาน้ำหวานจากเรียวปากจิ้มลิ้มได้สมใจ จวบจนร่างสาวเริ่มจะระทวยเพราะไม่เคยถูกจู่โจมแบบถึงเนื้อถึงตัวเช่นนี้มาก่อน

“อื้อ...” เสียงหวานครางประท้วงอยู่ในลำคอ เมื่อจู่โจมแบบไม่ยอมปล่อยง่ายๆ อีกทั้งมือใหญ่ยังกดรั้งท้ายทอยของหญิงสาวไว้มั่น บดเคล้ารสจูบจนกลีบปากหวานเริ่มแดงช้ำ

“ถึงกับระทวยเลยหรือไงสาวน้อย” ชายหนุ่มกระซิบเสียงเย็นหลังละริมฝีปากห่าง เผยยิ้มพอใจกับปฏิกิริยาโต้ตอบของหญิงสาวไม่น้อย ก่อนประทับจุมพิตดุดันลงโทษหญิงสาวให้สาสมอีกครั้งที่เธอมีตาหามีแววไม่ คิดมาปรักปรำว่าทายาทของตระกูลกัลลาสเป็นจอมโจรได้ยังไงกัน ยายหัวขโมยตัวแสบ

แพรนภัสยกกำปั้นกระหน่ำรัวไม่ยั้งบนแผงอกกว้าง แล้วต้องสะดุ้งเมื่อริมฝีปากจอมฉกฉวยเลื่อนไปแตะซอกคอขาวเนียน ปากร้อนรุ่มดูดเม้มจนเกิดเป็นร่องรอยฝากรัก หญิงสาวยืนนิ่งเป็นหุ่นชั่วครู่กับการถูกจู่โจมถึงเนื้อถึงตัว เธอไม่ได้แค่เสียจูบแรกเท่านั้น ผู้ชายคนนี้ยังหน้าด้าน สำรวจร่างกายเธออย่างจวบจ้วง

“ชอบจูบผมหรือไง ถึงกับอึ้งไปเลย” กล่าวจบชายหนุ่มก็กดปากร้อนๆ เม้มฝากรอยแดงทั่วซอกคอหอมกรุ่นของหญิงสาว ปากลิ้นก็พลิกพลิ้วจนกายสาวที่ไม่เคยต้องมือชายสั่นสะท้านด้วยความวาบหวิว

“ยะ...อย่า พอแล้ว อย่าทำฉัน” หญิงสาวร้องห้ามปากคอสั่นๆ ตาหวานใสเบิกกว้างเมื่อเขาใช้ฟันขาวขบเม้มใบหูนุ่มของเธอ พร้อมด้วยเสียงหวีดร้องของแพรนภัส เธอไม่ชอบเลยหากใครจะมาสัมผัสในส่วนนี้ มือไม้ของหญิงสาวทั้งผลักทั้งทุบและอีกสารพัดที่มือพอทำได้ ขอเพียงให้เขาหยุด แต่ทว่ายิ่งรู้จุดอ่อน วิลเลียมก็ยิ่งรุกเร้าให้มากขึ้น คนสาแก่ใจที่ได้กลั่นแกล้งแม่หัวขโมยหน้าหวานก็ละใบหน้าหล่อมาสบตาแล้วเผยรอยยิ้มอย่างสุขใจ

“ไอ้บ้า! ปละ... ” พูดได้เท่านั้นริมฝีปากร้อนรุ่มก็ประกบบดเบียดปิดกั้นเสียงห้ามปรามลงสู่ลำคอหนาจนหมดสิ้น จนเมื่ออิ่มเอมกับรสหวานจากริมฝีปากเล็กน่ารักชายหนุ่มจึงยอมละห่างอย่างเสียดาย แพรนภัสได้แต่ยืนหอบ พยายามสูดเอาอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด รวบรวมพละกำลังเพื่อให้ตัวเองยืนหยัดและหาทางเอาคืนผู้ชายฉวยโอกาสคนนี้ เขากล้าดียังไงมาแตะเนื้อต้องตัวเธอ แต่ทำไมใจมันเต้นตึกตักรุนแรงแบบนี้นะ ยกมือถูไถร่องรอยประทับจูบอย่างขัดเคือง

“จูบไม่เป็นสับปะรดเอาซะเลยนะ สาวน้อย” เสียงทุ้มกล่าวเยาะเย้ยแต่ความไม่เป็นสับปะรดของเธอกลับทำให้เขาชักอย่างรุกเร้าและอยากเอาตัวเธอมาเป็นของเขาเสียจริง ดูท่าคงยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่อีกด้วย

เผียะ!

ฝ่ามือของแพรนภัสสะบัดลงบนใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มเต็มแรง ก่อนที่เขาจะหันกลับมาอย่างช้าๆ วิลเลียมตกใจไม่น้อยที่แค่จูบผู้หญิงถึงกับโดนตบและไม่เคยมีใครกล้าทำกับเขาเช่นนี้เลย

‘ให้ตายเถอะ เธอบังอาจเกินไปแล้ว สาวน้อย’ วิลเลียมคิดคาดโทษหญิงสาว ด้วยใบหน้าเครียดขึง ทว่ายังไม่ทันลงมือทำอะไรใบหน้าของเขาก็ต้องหันไปมาตามแรงตบที่สะบัดใส่ไม่ยั้ง คนถูกตบถึงกับมึนและอึ้งไปชั่วขณะ

“ไอ้โจรบ้า ลามก ไปตายซะ ไป๊!” แพรนภัสตะโกนด่าลั่นออกแรงผลักผู้ชายร่างใหญ่ที่บังอาจมาเอาจูบแรกของเธอไปแล้วรีบวิ่งตรงไปยังประตูแบบไม่เหลียวหลัง ทั้งโกรธทั้งอายทั้งอยากแก้แค้น แต่ต้องพาตนเองออกไปจากที่นี่เสียก่อน เธอขอสาบานหากเจอผู้ชายบ้ากามคนนี้อีกจะต้องเอาจูบแรกของเธอคืนให้ได้ ตบแค่ไม่กี่ครั้งยังไม่สาแก่ใจเธอหรอก

ส่วนคนที่ยังมึนเพราะโดนตบจนหน้าสะบัด รีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งตามไปหวังจับแม่หัวขโมยมาลงโทษให้หลาบจำ ‘มันน่าจับไปขังลืมที่เกาะเสียจริง เธอกล้าดียังไงมาตบหน้าเขาแล้วชิ่งหนีไปแบบนี้’ แต่ร่างของแพรนภัสก็หายไปกับความมืดมิด ตาคมกริบกวาดมองรอบๆ แต่ไม่พบวิลเลียมจึงได้แต่ยืนสบถอย่างหัวเสีย แต่อย่าให้เจออีกก็แล้วกันเธอไม่ได้แค่จูบแน่ แม่หัวขโมย!

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Nuch1417
ตอนแรกก็ชอบแล้วค่ะ
เมื่อ 9 เดือน 5 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย Anupa
Ohhhhhhhhhh
เมื่อ 9 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว