น้องคนนี้เป็นแฟนพี่หมอ นิยายชุดแฟนหมอ

นมเย็นว่าหวานแล้วแต่รอยยิ้มน้องนี่หวานกว่า 1/2

“โอ๊ะ!ขอโทษครับผมไม่ได้ตั้งใจ” สีหน้าที่ตื่นตระหนกของเด็กหนุ่มที่ถึงจะดูตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็ยังคงฝืนยิ้มออกมาอย่างน่ารักน่าเอ็นดูแถมมือขาวๆ ที่พยายามจะช่วยเช็ดคราบของนมเย็นสีชมพูสดใสซึ่งเคลื่อนย้ายมวลสารจากแก้วพลาสติกมาอยู่บนเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของธีธัชทำมันทำให้คนที่เป็นผู้ประสบเหตุที่ทั้งเหนียวทั้งหวานอยู่ในตอนนี้ถึงกับตำหนิไม่ลงแม้จะหงุดหงิดที่ต้องมาเสียเวลาในตอนที่เจ้าตัวกำลังเร่งรีบ

“พี่ไม่เป็นไรครับว่าแต่เราเถอะมือไม้เลอะเทอะไปหมดแล้วเดินไปทางซ้ายมือนะเดินไปเรื่อยๆ จนสุดทางตรงนั้นจะมีห้องน้ำไปล้างมือล้างเสื้อก่อนเดี๋ยวคราบมันจะฝังแล้วซักไม่ออก” ธีธัชบอกกับคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เพราะถึงตัวเองจะหงุดหงิดแต่การโวยวายมันก็ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ดีในเมื่อเหตุการณ์นี้มันก็เป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครตั้งใจจะให้เกิด

“แต่ผม... ผมทำเสื้อพี่เลอะพี่อยากให้ผมเอาไปซักให้หรือคิดค่าซักมาก็ได้นะครับคือผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” ญาณาธิปพูดออกมาเสียงอ่อยเพราะรู้สึกแย่ที่ตัวเองไม่ระมัดระวังจนทำคนอื่นเลอะเทอะไปทั้งตัว

“พี่ไม่เป็นไรจริงๆ ครับไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น คือตอนนี้พี่ต้องไปทำงานแล้วเลอะแค่นี้พี่จัดการได้เรานั่นแหละที่ต้องรีบไปเข้าห้องน้ำล้างไม่ล้างมือก่อนที่จะทำฟิล์มเอกซเรย์ในซองเปียก พี่ไปก่อนนะเราก็เดินระวังด้วยล่ะ” ธีธัชยังคงพูดด้วยน้ำเสียงใจดีก่อนที่จะตบบ่าของเด็กหนุ่มเบาๆ เป็นการยืนยันว่าเขาไม่เป็นไรแล้วรีบวิ่งกลับเข้าไปในโรงพยาบาลเพราะตอนนี้เขาจวนจะเข้างานสายแล้ว

“ดีแค่ไหนแล้วที่เอกสารไม่เลอะนมเย็นไปด้วย เซ่อจังเลยนะไอ้ธูป” ญาณาธิปบ่นให้ตัวเองหลังจากที่เดินไปล้างไม้ล้างมือและเสื้อที่โดนนมเย็นกระเด็นใส่จากนั้นจึงกลับมาตรวจสอบความเสียหายของเอกสารที่ตัวเองลงทุนหอบหิ้วมาจากบ้านและโชคก็ยังคงเป็นของเขาที่เอกสารมันไม่ได้เสียหายไปเพราะที่คลินิกเดิมไม่ได้มีฟิล์มเอกซเรย์สำรองเอาไว้แล้ว

ว่าแต่ผู้ชายคนที่เขาเดินชนนี่คงซวยกว่าไม่รู้ว่าวันนี้พี่คนนั้นเขาต้องไปทำงานสำคัญที่ไหนหรือเปล่าก็สภาพที่นมเย็นสีสวยแต่เหนียวอาบไปครึ่งตัวต่อให้ซักออกเสื้อก็ต้องเปียกไปทั้งตัวคงเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตน่าดู

“คุณญาณาธิป ธรรมสถิตเชิญที่เคาน์เตอร์พยาบาลค่ะ” เสียงหวานๆ ของคุณพยาบาลทำให้เด็กหนุ่มที่นั่งทำหน้ามุ่ยใส่หน้าจอมือถือรวบซองที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาถือก่อนจะก้าวขายาวๆ ของตัวเองไปยังหน้าเคาน์เตอร์พยาบาล

“สวัสดีครับ” เป็นชายหนุ่มที่เอ่ยทักพยาบาลสาวด้วยรอยยิ้มที่ดูสดใสทำเอาใจของคนแถวๆ นี้กระตุกไปหลายคนไม่เว้นแม้กระทั่งคุณหมอที่เดินผ่านมาชงกาแฟและถือโอกาสออกมาดูคิวคนไข้ที่ตัวเองต้องทำการรักษาในเช้าวันนี้ด้วย และพอเห็นว่าคนที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์คือเด็กผู้ชายที่เดินชนตัวเองจนทั้งตัวนั้นแฉะไปด้วยนมเย็นทันตแพทย์หนุ่มก็ยกยิ้มให้กับความบังเอิญของโชคชะตา

“สวัสดีค่ะ คุณญาณาธิป นามสกุลอะไรคะ?”

“ญาณาธิป ธรรมสถิตครับ” เด็กหนุ่มเจ้าของเจ้าของรอยยิ้มที่เจิดจ้าไม่แตกต่างจากแสงอาทิตย์ยังคงโปรยยิ้มไม่มีหยุดจนพยาบาลแถวๆ นั้นแทบจะหลอมละลายไปกับพื้น นี่ขนาดยังมีเหล็กดัดคาปากอยู่สาวๆ ยังแทบคลั่งแล้วถ้าจัดฟันครบตามโปรแกรมแล้วรอยยิ้มที่ไม่มีเครื่องมือทางการแพทย์มากั้นขวางไม่รู้จะน่ารักกว่านี้สักกี่ร้อยเท่าก็ไม่รู้

“น้องแจ้งไว้ว่าจะมาปรึกษาคุณหมอเรื่องย้ายเคสจัดฟัน ไม่ทราบว่าที่เดิมที่จัดอยู่มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ?” คุณพยาบาลยังคงซักถามตามหน้าที่เพราะก่อนที่จะส่งคนไข้ไปถึงมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพวกเธอต้องทำการคัดกรองและสอบถามข้อมูลเบื้องต้นของคนไข้ก่อนเสมอ

“ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับแต่ผมต้องย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ เลยคิดว่าคงไม่สะดวกที่จะต้องกลับบ้านทุกเดือนเพื่อไปหาหมอเลยอยากย้ายมารักษาที่มันใกล้ๆ มหาวิทยาลัย คือถ้าหมอไม่รับเคสต่อจะถอดเครื่องมือแล้วเริ่มต้นใหม่ให้ผมก็ได้ครับ พอดีผมมีฟิล์มเอกซเรย์กับประวัติการรักษาจากที่คลินิกเก่ามาด้วยเผื่อจะมีข้อมูลอะไรที่หมอพอจะใช้ได้” คนเตรียมตัวมาอย่างดีส่งซองเอกสารให้พยาบาลก่อนที่จะกลับไปนั่งตัวตรงตามเดิม

ที่เตรียมการมาพร้อมเพราะญาณาธิปเองก็ปรึกษากับคุณหมอที่คลินิกเดิมเอาไว้แล้วว่าต้องย้ายมาเรียนต่อทางนั้นเลยจัดการเตรียมประวัติการรักษาตั้งแต่ต้นของเขาเอาไว้ให้เผื่อที่ใหม่จะต้องใช้จะได้ไม่ต้องวุ่นวายกลับบ้านไปเอาเอกสารที่บ้านสู้หิ้วมาให้พร้อมเลยจะดีกว่า

“ทำการบ้านมาดีนะคะแต่ยังไงแล้วพี่ต้องขอปรึกษาคุณหมอก่อนนะว่าสามารถรับเคสต่อได้ไหมหรือว่าต้องเริ่มต้นใหม่เดี๋ยวเราไปนั่งรอก่อนนะถ้าถามคุณหมอเรียบร้อยแล้วพี่จะเรียกค่ะ” พยาบาลสาวเหลือน้อยรับเอกสารไปวางในตะกร้ารอส่งห้องตรวจแล้วหันมาบอกกล่าวคนไข้ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูใจดีเพราะนานๆ ครั้งเธอถึงจะได้เจอคนไข้ที่มีการเตรียมความพร้อมมาค่อนข้างดีแบบนี้

“ขอบคุณครับ” ญาณาธิปเดินกลับไปนั่งนิ่งๆ ท่ามกลางคนไข้ที่เริ่มกันตบเท้าเข้ามายังแผนกทันตกรรมของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแบบไม่ขาดสาย

ที่เขาเลือกมาจัดฟันต่อที่นี่ก็เพราะโรงพยาบาลนี้อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยมากคือแค่เดินข้ามถนนมาก็ถึงแล้วและจากที่หาข้อมูลทางโรงพยาบาลก็มีชื่อเสียงด้านการจัดฟันแม้ราคาจะสูงกว่าที่อื่นๆ อยู่นิดหน่อยแต่ถ้าเทียบกับบริการที่ได้รับตั้งแต่เดินเข้ามาเหยียบในโรงพยาบาลที่เขาชนกับใครไม่รู้จนทำนมเย็นที่ซื้อมาหกเลอะเทอะแต่คนที่เขาชนกลับไม่มีท่าทีโกรธเคืองซึ่งมันก็อาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายกำลังรีบมากอยู่ก็ได้

นอกจากคุณคนนั้นที่ใจดีไม่เอาเรื่องเขาแล้วคุณป้าแม่บ้านใจดีไม่แพ้กันทั้งก็ช่วยเขาล้างมือและซักคราบเหนียวของนมเย็นที่กระเด็นเลอะชายเสื้อออกจนหมดแถมยังเดินมาเป็นเพื่อนกระทั่งมาถึงแผนกทันตกรรม เด็กหนุ่มคิดว่ามันเป็นการจ่ายที่ค่อนข้างคุ้มค่ากับบริการและแน่นอนว่ามันคุ้มกว่าการนั่งรถกลับไปทำฟันที่บ้านอย่างแน่นอน

“อ้าวหมอธัช... มาพอดีเลยค่ะเช้านี้มีเคสจะย้ายโรงพยาบาลจัดฟันคุณหมอรับไปก็แล้วกันนะคะพี่จะเตรียมประวัติคนไข้ไว้ให้” พอพี่บุญญาพยาบาลที่นั่งสอบถามประวัติคนไข้หันมาเห็นหน้าคุณหมอที่มาแอบยืนหลบมุมดื่มกาแฟอยู่ก็ชงเคสการรักษาใหม่ให้คุณหมอจัดฟันที่มีฝีมือดีที่สุดในแผนกทันตกรรมทันที

“ได้เลยครับพี่บุญคนสวยเดี๋ยวผมขอประวัติคนไข้เลยก็ได้ขอเอาไปดูหน่อยว่าเราจะทำอะไรได้บ้างจะทำต่อหรือต้องรื้อใหม่เดี๋ยวอีกสักสิบนาทีพี่ก็เรียกคนไข้เข้ามาหาผมได้เลยนะครับ” เมื่อได้ยินคุณหมอพูดแบบนั้นบุญญาก็ลุกขึ้นเอาประวัติคนไข้ป้ายแดงไปส่งให้คุณหมอก่อนที่เธอจะกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

“คุณญาณาธิป ธรรมสถิตเชิญพบคุณหมอที่ห้องตรวจหมายเลขเจ็ดค่ะ” พอได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองอีกครั้งญาณาธิปก็เดินตรงเข้าไปยังห้องตรวจที่เรียงรายกันอยู่เป็นแถว เมื่อเดินมาถึงห้องเบอร์เจ็ดก็มีพยาบาลยืนรออยู่แล้ว

“เดี๋ยววันนี้น้องเข้าไปปรึกษาคุณหมอก่อนนะคะ ข้างในห้องมีผู้ช่วยอยู่เป็นเพื่อนค่ะถ้าต้องการความช่วยเหลือแจ้งได้เลยนะ” คุณพยาบาลพูดก่อนจะหันไปจัดการกับคนไข้ห้องข้างๆ ต่อส่วนเด็กหนุ่มก็เดินเข้าไปในห้องที่เปิดประตูรอท่าไว้แล้วโดยที่ไม่ลืมเลื่อนประตูปิดให้เรียบร้อย

“สะ สวัสดีครับคุณหมอ”

“สวัสดีครับอ้าว!น้องนมเย็นนี่เอง... นั่งตรงนี้ก่อนมาคุยกันหน่อยเดี๋ยวค่อยคิดว่าเราจะทำอะไรต่อได้บ้าง” คุณหมอตรงหน้าคือผู้ชายที่เขาเดินชนเมื่อเช้า เด็กหนุ่มเพิ่งจะได้มองคู่กรณีแบบเต็มๆ ตานี่ถ้าคนตรงหน้าไม่ใส่เสื้อกาวน์และสวมแว่นสายตาญาณาธิปคงคิดว่าเขาเป็นนายแบบเพราะตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้านั้นเรียกได้ว่าเนี้ยบเรียบกริบไม่มีอะไรกระดิกออกนอกลู่นอกทางแม้แต่ปอยเส้นเล็กเส้นน้อยก็ถูกจัดจนเข้าทรงเป็นอย่างดี

“สวัสดีครับ น้อง...”

“ญาณาธิปครับ ผมชื่อญาณาธิป ธรรมสถิตคือเรื่องเมื่อเช้าผมขอโทษจริงๆ นะครับคุณหมอคือผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” เด็กหนุ่มแนะนำตัวอีกครั้งก่อนที่จะยิ้มให้คุณหมอตามความเคยชินของตัวเองที่เอะอะก็ฉีกยิ้มเข้าสู้เอาไว้ก่อน

“เรื่องเมื่อเช้าไม่เป็นไรแล้วครับพี่รู้ว่าเราไม่ได้ตั้งใจ... ว่าแต่มีชื่ออื่นไหมครับ? แบบชื่อเล่นที่เรียกง่ายๆ หน่อยชื่อญาณาธิป ธรรมสถิตหมอว่ามันออกจะยาวไปหน่อย เอ่อ เรียกหมอว่าพี่หมอหรือพี่ธัชก็ได้นะครับฟังดูเป็นกันเองดี” คุณหมอปะเหลาะถามเนียนๆ และบอกชื่อตัวเองเพื่อหวังจะทำความคุ้นเคยกับเด็กหนุ่มที่ตัวเองคิดว่า... น่าสนใจ

“จะเรียกผมว่าธูปก็ได้ครับคุณหมอ”

“โอเคครับน้องธูปเดี๋ยวพี่หมอจะคุยเรื่องการรับเคสต่อให้ฟังก่อนว่าโดยปกติเราไม่ค่อยจะรับเคสต่อเนื่องมาจากที่อื่นเหตุผลหลักๆ เลยก็คือวัสดุและอุปกรณ์ของแต่ละที่นั้นอาจจะใช้แตกต่างกันเพื่อประสิทธิภาพของเครื่องมือแต่ละคลินิกและแต่ละโรงพยาบาลจึงมีวิธีการที่เหมาะกับเครื่องมือของตนเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าพี่หมอจะไม่ทำให้น้องธูปนะครับเพราะเรายังมีขึ้นตอนอื่นที่ต้องทำอีกอย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้นสิครับ”

ที่ญาณาธิปทำหน้าแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออกก็เพราะตะขิดตะขวงใจเล็กน้อยกับสรรพนามที่คุณหมอใช้เรียกเขา คำก็น้องธูปสองคำก็น้องธูปคำพูดที่เหมือนสนิทสนมกันมานานแบบนั้นมันทำให้เด็กหนุ่มยอมรับว่าตัวเองทำหน้าไม่ค่อยจะถูกเท่าไหร่เพราะนอกจากคนในครอบครัวแล้วก็ไม่เคยมีใครเรียกเขาด้วยชื่อและน้ำเสียงเอ็นดูแบบนี้มาก่อน

“เดี๋ยวพี่หมอจะให้ผู้ช่วยพาน้องธูปไปเอกซเรย์ก่อนเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของฟันเราเพราะจากประวัติการรักษาที่ผ่านมาน้องธูปไม่เคยเบี้ยวนัดหมอเลยสักครั้งมีวินัยแบบนี้น่ารักมากๆ เลยรู้ไหมครับ... หืม” เสียงหืมที่ขึ้นจมูกตอนท้ายประโยคเล่นเอาหนุ่มน้อยที่ไม่ค่อยรู้เดียงสาถึงกับอุ่นที่ใบหน้าขึ้นมาเสียอย่างนั้น นี่เขาคิดถูกแล้วใช่ไหมที่เลือกมาจัดฟันที่นี่เนี่ย?

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว