พ่ายสวาท (โรมานซ์ 20+)

บทนำ...(100%)

หลังเสร็จสิ้นงานศพของดาริน การจากลาครั้งนี้มาพร้อมกับความเสียใจ นั่นเพราะมันกะทันหันไม่มีใครตั้งรับได้ทัน แต่ถึงอย่างนั้นโฮมก็ยังคงต้องดำเนินชีวิตต่อไป

รวมถึงดารันเองก็ด้วย เธอบินกลับมาเมืองไทยทันทีที่รู้ว่าพี่สาวล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะที่สี่ ซึ่งมันไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ เธอกลับมาทันได้ฟังพี่สาวเอ่ยสั่งเสียและขอโทษ รวมทั้งถูกมัดมืดชกให้เธอทำอะไรหลายๆ อย่างด้วยเช่นกัน

“เอาว่ะ เป็นไงเป็นกัน” ดารันปลุกใจตัวเอง นั่นเพราะเวลานี้เธอตัดสินใจว่าจะไม่กลับไปอังกฤษอีก แม้ที่นั่นจะมีงานดีๆ รออยู่ก็ตาม ขอกลับมาอยู่เมืองไทยได้ดูแลพ่อกับแม่ที่แก่ลงไปทุกวันดีกว่า นี่ก็ชวนให้ท่านย้ายมาอยู่ด้วยกันสองตายายก็ไม่ยอมท่าเดียว บอกชอบบ้านสวนไม่ชอบอยู่บนในกรุง เธอจะทำอะไรได้นอกจากยอม

และอีกหนึ่งเหตุผลคือกลับมาอยู่ใกล้หัวใจอีกครึ่งดวงที่เธอฝากไว้ที่นี่ ดารันย้ายกลับมาอยู่บ้านหลังที่เคยอยู่ ที่บอกว่าเคยอยู่นั่นเพราะตั้งแต่รู้ความจริงว่าพี่สาวเธอมีใจให้หนุ่มข้างบ้านชื่อว่าโฮม ซึ่งย้ายเข้ามาอยู่ทีหลังเธอประมาณสองเดือน ดารันก็เกิดอาการอกหักดังเปาะ

จะว่าไปนั่นคือเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้เธอตัดสินใจเรื่องไปเรียนต่อระดับปริญญาโทที่ต่างประเทศได้ง่ายขึ้นเช่นกัน เพราะจากที่ลังลังจะไปหรือไม่ไปก็ตัดสินใจฉับยื่นเรื่องยื่นเอกสารและขอบินด่วนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปากบอกใครต่อใครว่าเธอจะไปเรียนต่อ ส่งยิ้มให้คนถามแต่ในใจนั้นกลับทุกข์ระทมเพราะรู้ว่าตัวเองจะหนีไปเลียแผลใจ แต่ยกเรื่องเรียนต่อมาเป็นข้ออ้างให้มันดูสวยหรูเท่านั้น

เพราะจริงๆ แล้วเธอนั้นไม่ได้เข้มแข็งพอที่จะอยู่มองเห็นภาพที่มันบาดตาบาดใจจนทำให้เธอน้ำตาเอ่อบ่อยๆ ได้ ที่เป็นแบบนั้นเนื่องจากเธอเองก็ชอบโฮมอยู่ไม่น้อย แต่จะให้ตบตีแย่งชิงผู้ชายกับพี่สาวในสายเลือดเธอก็ทำไม่ลงเช่นกัน จึงขอเป็นฝ่ายไป

“เฮ้อ!” เสียงถอนหายใจดังมาจากดารัน นั่นเพราะความรักของเธอมันช่างน่าหดหู่เสียจริงๆ ทนเห็นพี่สาวกับคนที่แอบชอบรักกันก็เจ็บแล้ว ยิ่งได้รู้ข่าวดีว่าพวกเขากำลังจะแต่งงานกันก็จริงเจ็บปวดขึ้นไปอีก อุตส่าห์ตั้งใจจะหนีแต่สุดท้ายกลับต้องอยู่เป็นหนึ่งในสักขีพยานรักของพวกเขาในวันวิวาห์ ทั้งๆ ที่พรุ่งนี้เธอจะบินอยู่แล้วแท้ๆ

แม้จะสงสัยว่าทำไมดารินกับโฮมถึงได้แต่งงานกันรวดเร็วเช่นนี้ ทั้งๆ ที่เพิ่งจะคบหากันได้แค่เดือนเศษๆ เท่านั้นเอง แต่ดารันก็ไม่อาจเอ่ยถามออกไปได้แต่ยินดีกับทั้งคู่แม้จะยินดีด้วยน้ำตาที่ตกในอยู่ก็ตาม

ขณะที่นั่งคิดเรื่องนี้ ดารันก็ทอดสายตามองไปยังบ้านหลังข้างๆ ซึ่งเวลานี้กำแพงบ้านที่เคยกั้นถูกทุบออกเพื่อให้บ้านทั้งสองหลังเชื่อมกัน เห็นแล้วก็นึกใจหาย

เวลาปีเศษๆ ที่เธอไปเรียนต่อมันเท่ากับเวลาที่ดารินกับโฮมนั้นแต่งงานกัน แม้จะอยู่ห่างกันครึ่งค่อนโลกแต่พี่สาวก็หมั่นส่งข่าวสารให้เธอได้รู้เสมอๆ ดีหน่อยที่เธอไม่มีแอคเคาท์อินสตราแกรม ทวิตเตอร์หรือเฟสบุ๊ค เหตุที่ไม่มีเพราะจงใจไม่งั้นพี่สาวคงได้แท็กหาทุกชั่วโมง

แม้กำแพงจะถูกทุบทิ้ง แต่ทว่าทุกอย่างในนั้นบ้านเธอยังคงเหมือนเดิม เพราะเท่าที่รู้ดารินมักจะไปอยู่บ้านของโฮมเสียเป็นส่วนใหญ่ ก็เพราะเขาเป็นสามีภรรยากันนี่นา จริงไหม…

“หลงรักพี่เขยตัวเอง น่าสมเพชจริงๆ” ดารันส่ายหน้าให้ตัวเอง นั่นเพราะต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนหรือตัวจะอยู่ห่างไกลกันสักเท่าไหร่ เธอก็ไม่อาจตัดใจจากโฮมได้สักครั้ง

ครั้งแรกที่ได้พบกันคือวันแรกที่ชายหนุ่มย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังข้างๆ ส่วนเธอนั้นคือเพื่อนบ้านที่ย้ายเข้ามาอาศัยก่อนเพียงสองเดือน ในขณะที่ตอนนั้นดารินยังทำงานอยู่ต่างประเทศแต่ก็มีกำหนดกลับในอีกไม่ช้า

เพราะเป็นเพื่อนบ้านกันทำให้เธอกับโฮมค่อนข้างที่จะสนิทกันตามไปด้วย ทั้งๆ ที่บ้านหลังข้างๆ ซึ่งก็เป็นหนุ่มโสดเธอกลับไม่รู้สึกอยากสนิทสนมด้วยสักนิด ที่เป็นแบบนั้นเพราะเธอชอบเขาโฮมอยู่นั่นเอง

ชอบตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าเวลาอยู่ใกล้เขาทำให้เธออบอุ่นและปลอดภัย แม้เขาจะอายุมากกว่าเธอถึงสิบสามปีก็ตาม ซึ่งดารันใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการขอความช่วยเหลือต่างๆ เพื่อหาโอกาสได้ใกล้ชิด ทั้งขอให้เขาสอนขับรถให้บ้างหรือแม้กระทั่งเปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมท่อน้ำ ตัดหญ้าต้นไม้ ไม้บ่อปลาเธอก็ไหว้วานเขาหมดทุกอย่าง นี่ถ้ายังเรียนอยู่คงให้โฮมมาช่วยติวหนังสือให้แน่ๆ แต่ติดที่ว่าเธอเพิ่งสอบวิชาสุดท้ายสำหรับการเป็นนิสิตปริญญาตรีไปหมาดๆ

เธอกับเขาเข้านอกออกในบ้านของอีกฝ่ายได้ทุกเวลา ประหนึ่งนั่นคือบ้านอีกหลังของกันและกัน บางครั้งเราก็ทำอาหารมานั่งกินด้วยกันหรือแบ่งอาหารที่ต่างฝ่ายต่างทำให้กัน โดยส่งผ่านมาทางกำแพงข้างบ้าน จนมารู้ตัวอีกทีคือวันที่เธอขาดเขาไม่ได้เสียแล้ว กระทั่งวันหนึ่งเธอเปรยๆ ขึ้นว่าอยากทุบกำแพงทิ้งแต่สุดท้ายคนที่ทุบมันคือดารินพี่สาว

“เฮ้อ!” เสียงถอนหายใจดังมาจากดารัน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พร้อมกับทิ้งอารมณ์ให้จมอยู่กับเรื่องราวในอดีตเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหนความทรงจำเหล่านั้นกลับไม่ลบเลือน

ความทรงจำดีๆ ระหว่างเธอกับโฮมผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ มันคือช่วงเวลาที่เธอมีความสุขมาก การได้ตกหลุมรักใครสักคนแม้เขาคนนั้นจะไม่รู้แต่มันกลับทำให้โลกทั้งโลกของเธอกลายเป็นสีชมพูได้

จนกระทั่งวันที่พี่สาวเธอย้ายเข้ามาอยู่ด้วย ดารันแนะนำดารินพี่สาวให้รู้จักกับโฮม ชายหนุ่มยังคงสุภาพและเทคแคร์พี่สาวของเธอเช่นกัน แต่แล้ววันหนึ่งก็มีเรื่องให้เธอต้องเซอร์ไพรส์แล้วเซอร์ไพรส์อีก เรียกได้ว่าความพีคของความพีคอีกที

ครั้งแรกว่าเซอร์ไพรส์และพีคมากทำเอานอนไม่หลับ แต่เซอร์ไพรส์ครั้งที่สองนี่พีคชนิดที่ว่าอาการน้ำตาตกในของคนเรามันเป็นยังไงเธอก็เพิ่งประจักษ์เวลานั้น คิดแล้วเหตุการณ์เซอร์ไพรส์ครั้งแรกก็ฉายกลับมาซ้ำอีก

“พี่โฮม…ดึกป่านนี้แล้วมีอะไรจะพูดกับหนูหรือคะ ถึงบอกให้ออกมาหา” ดารันเอ่ยถามเพื่อนบ้านขึ้น นั่นเพราะเวลานี้เกือบจะเที่ยงคืนแล้วแต่โฮมกลับขอให้เธอออกมาพบ

“คือ…พี่มีเรื่องสำคัญอยากคุยแล้วก็อยากถามหนูเอย” ท่าทางของชายหนุ่มเวลานี้ดูจะประหม่าอย่างเห็นได้ชัด

“เรื่องสำคัญอะไรคะ”

“คือ…พี่กับหนูเอยก็รู้จักกันมาพอสมควร แล้วเราก็มีไลฟ์สไตล์บางอย่างที่คล้ายๆ กัน มันถึงทำให้เราสองคนเข้ากันได้ดี อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข” เขาเว้นช่วงเพื่อสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ ราวกับกำลังรวบรวมความกล้าเพื่อลดอาการประหม่าที่กำลังเป็นอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องพูดให้ได้ ก่อนจะสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ แล้วตัดสินใจเอ่ยต่อเพราะหลังจากนี้มันคือประโยคสำคัญ

“หนูเอยจะรังเกียจผู้ชายที่อายุมากกว่าเป็นสิบกว่าปีอย่างพี่ไหม ถ้าเราจะลองคบหากันในฐานะคนรัก”

“อะ…เอ่อ หนู”

“พี่ชอบหนูเอย” ประโยคบอกรักดังกึกก้องขึ้น สีหน้าของดารันนั้นแสดงออกว่ากำลังตกใจไม่น้อย

“คือพูดตามตรงว่าพี่เองก็อายุมากแล้ว ธุรกิจที่ทำก็พอมั่นคง มีบ้านหลังเล็กๆ มีรถคันเก่าๆ มีเงินในบัญชีบ้าง พอเจอผู้หญิงที่ใช่พี่ก็ไม่อยากรออะไรอีก” ชายหนุ่มออกตัว ทั้งๆ ที่ธุรกิจที่เอ่ยมานั้น ปีๆ หนึ่งทำกำไรให้เขาอย่างมหาศาล เรียกได้ว่าเป็นคนรวยแต่ชอบถ่อมตัวน่าจะถูก

“อะ…เอ่อคือ”

“หนูเอยยังไม่ต้องตอบคำถามพี่ตอนนี้ก็ได้ครับ พี่รู้ว่าอาจเร็วไปจนตั้งรับไม่ทันเสียหน่อย” เพราะเห็นเธออึกๆ อักๆ โฮมจึงไม่อยากรีบร้อนฟังคำตอบ แม้อยากจะฟังเสียตอนนี้ก็ตามที

“ขอบคุณนะคะ”

“พี่ต่างหากที่ต้องขอบคุณ ขอบคุณที่หนูเอยเก็บเรื่องนี้ไปคิด ไม่ปฏิเสธพี่ทันทีที่ได้ยิน”

“ค่ะ” ดารันยิ้มรับ แม้จะมีใจให้โฮมไม่น้อยแต่ก็เขินอายเกินจะตอบรับว่าเธอเองก็ชอบเขาเช่นกัน ขอเวลาไปตั้งหลักสักหน่อย แล้วโฮมจะได้ยินประโยคที่เขาอยากฟัง

ดารันจำความรู้สึกหลังจากที่โฮมมาสารภาพรักได้ดี เพราะคืนนั้นเธอตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ใจดวงน้อยเต้นโครมครามเพราะไม่คิดว่าเขาเองก็จะชอบเธอเหมือนที่เธอนั้นก็ชอบเขามาก

ความตื่นเต้นนั้นมันยังคงเกาะกุมความรู้สึกกระทั่งถึงเช้าอีกวัน แต่ถึงจะไม่ได้นอนเธอกลับรู้สึกกระปี้กระเปล่าประหนึ่งโดฟเครื่องดื่มชูกำลังมาทั้งโรงงาน

แต่พอเช้ามาเธอกลับถูกเซอร์ไพรส์ครั้งที่สองจากดารินพี่สาว ซึ่งทำเอาเธอโหวงในอกเหมือนถูกกระชากหัวใจไปเหมือนกัน

“พี่โฮมเขามีแฟนหรือยังนะหนูเอย”

“อันนี้หนูเอยก็ไม่รู้เหมือนกัน” ดารันที่กำลังหั่นผักเตรียมทำข้าวต้มเป็นมื้อเช้าเอ่ยตอบพี่สาว แต่ก็ไม่อาจซ่อนความเขินอายเขาไว้ได้เลย ใบหน้าสวยแดงก่ำเมื่อหวนคิดถึงเรื่องเมื่อคืนและก็อายเกินจะบอกดารินว่าโฮมนั้นขอเธอเป็นแฟน

เธอรู้ว่าดารินนั้นสนิทกับโฮมด้วยเช่นกัน บางครั้งยังแอบหึงพี่สาวอีกต่างหากคิดแล้วก็นึกให้รู้สึกผิด สงสัยวันนี้ต้องไถ่โทษดารินด้วยข้าวต้มกุ้งของโปรดและแถมกุ้งตัวโตๆ ให้เต็มถ้วย

“แต่พี่ว่าไม่น่าจะมีนะ เพราะถ้ามีเราก็ต้องเห็นแฟนพี่โฮมมาหาบ้างสิ จริงไหม”

“อื้อ” คนถูกถามตอบอ้อมๆ แอ้มๆ ไม่กล้าเอ่ยอะไรมาก

“พี่ชอบพี่โฮม” ประโยคที่ได้ยินทำเอาดารันหยุดกึกทันที มือที่ถือมีดหั่นผักชีถึงกับสั่นและมีดก็หลุดจากมือตกลงพื้นเสียงดัง แต่มันคงไม่ดังเท่าเสียหัวใจที่เต้นในจังหวะของคนที่กำลังตกใจอย่างขีดสุด จนเธอนั้นคล้ายว่าจะเป็นลม

“พี่หนูเอิงพูดว่าอะไรนะคะ” เพราะกลัวว่าหูจะแว่วได้ยินไปเอง ดารันจึงถามย้ำอีกครั้ง

“พี่บอกว่าพี่ชอบพี่โฮม ได้ยินชัดไหมทีนี้” สีหน้าของดารินนั้นบ่งบอกว่าเธอมีความสุขที่ได้เอ่ยประโยคนี้ออกมา ผิดกับคนฟังที่อึ้งจนพูดอะไรไม่ออก และยิ่งอึ้งเหมือนทุกอย่างรอบตัวหยุดหมุนเมื่อได้ยินอีกประโยคถัดมา

“ไม่ใช่แค่ชอบนะแต่รักเลยล่ะแล้วพี่ก็อยากแต่งงานกับเขาด้วย อยากเป็นเมียผู้ชายที่อบอุ่นแบบพี่โฮม เขาต้องเป็นสามีและพ่อที่ดีของลูกได้แน่นอน”

“ตะ…แต่พี่หนูเอิงเพิ่งรู้จักกับพี่โฮมแค่สองสามอาทิตย์เองนะคะ นี่คิดไปถึงขั้นแต่งงานมีลูกแล้วเหรอ” ดารันหันมองหน้าพี่สาว

“เรื่องความรักบางทีถ้าเราเจอคนที่ใช่มันไม่เร็วไปหรอก”

“ก็จริงค่ะ”

“ผู้ชายคนนี้พี่ขอได้ไหมหนูเอย ยกเขาให้พี่ได้ไหม” ประโยคที่ได้ยินทำให้ดารันตัวชา ไม่เข้าใจว่าทำไมดารินถึงพูดแบบนี้กับเธอ

“พี่หนูเอิง! ทำไมถึงพูดแบบนี้ละคะ พี่โฮมไม่ใช่ของหนูเอยจะมาขอได้ยังไง”

“เพราะพี่รู้ว่าหนูเอยเองก็ชอบพี่โฮมมาก ใช่ไหม” คำถามของดารินทำเอาคนเป็นน้องอึกๆ อักๆ เข้าไปอีก นั่นเพราะเธอชอบโฮมมากจริงๆ และเขาก็เพิ่งจะสารภาพรักกับเธอเมื่อคืน แต่เวลานี้เธอควรพูดไปอย่างนั้นเหรอ

“หนะ…หนูเอย”

“ตั้งแต่เราเป็นพี่น้องกันมา พี่ไม่เคยขออะไรหนูเอยเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้ถือว่าพี่ขอได้ไหม ให้พี่กับพี่โฮมได้รักกัน” ดารินกุมมือดารันน้องสาวไว้แล้ววิงวอนขอความเห็นใจ

“ได้ไหมหนูเอย”

“ทำไมจะไม่ได้ละคะ เพราะหนูเอยไม่เคยคิดอะไรกับพี่โฮมเกินกว่าพี่ชายนี่นา” ดารันเอ่ยแต่ละคำอย่างยากลำบาก เกิดมาเธอก็เพิ่งโกหกครั้งใหญ่ก็วันนี้เองแถมยังเป็นการโกหกตัวเองที่ทำให้เจ็บปวดจนอยากร้องไห้แต่กลับทำไม่ได้

“จริงๆ นะ” ดารินถามย้ำอีกครั้ง ซึ่งดารันก็พยักหน้ารับแล้วเอ่ยตอบ

“จริงค่ะ”

“หนูเอยไม่เคยคิดอะไรกับพี่โฮมเกินกว่าพี่ชาย จริงๆ นะ”

“ค่ะ”

“ขอบใจมากนะหนูเอย ขอบใจมาก” ดารินสวมกอดน้องสาวไว้แนบอก แน่นเสียจนเธอแทบหายใจหายคอแทบไม่ออก

พอคลายอ้อมกอดออก ดารันก็ช่วยน้องสาวเตรียมมื้อเช้ากระทั่งเสร็จ ก่อนที่เธอจะอาสาเอาข้าวต้มกุ้งถ้วยใหญ่ไปให้บ้านหลังติดกัน ซึ่งมันคือบ้านที่มีเจ้าของชื่อว่าโฮม!

นั่งคิดเรื่องนี้แล้วดารันก็แอบปาดน้ำตาปอยๆ ใครจะไปคิดว่าการเสียสละมันจะสร้างความเจ็บปวดให้เธอได้อย่างมากมาย แต่ดารันก็ตัดสินใจที่จะจบทุกอย่างให้เร็วเพื่อจะได้ไปจากจุดนี้

คืนก่อนโฮมนัดเธอออกไปหาแล้วเขาก็สารภาพรัก เช้าวันต่อมาดารินพี่สาวก็บอกว่าหลงรักโฮม เที่ยงคืนวันเดียวกันดารันจึงให้คำตอบในคำถามที่โฮมทิ้งไว้

“หนูมีคำตอบสำหรับคำถามที่พี่โฮมถามเมื่อคืนแล้วค่ะ”

“ครับ”

“ที่ผ่านมาหนูรู้สึกดีมากที่มีพี่โฮมคอยช่วยเหลือในทุกๆ อย่าง อาจเพราะหนูมีแต่พี่สาวพอมีพี่โฮมเข้ามาสนิทด้วยก็เลยรักแต่มันเป็นความรักแบบพี่น้อง ไม่ได้รักแบบหนุ่มสาว ขอโทษนะคะที่หนูทำให้พี่โฮมเข้าใจผิดไป หนูอาจทำตัวไม่ถูกก็เลยแสดงท่าทีไปเชิงชู้สาว…แบบนั้น” ดารินเอ่ยแต่ละคำชัดๆ เพื่อให้โฮมเข้าใจว่าเธอนั้นคิดยังไงกับเขา แต่มันเป็นคำพูดที่กรีดลึกลงไปในหัวใจของเธอเช่นเดียวกัน

“ไม่เป็นไรครับ พี่เข้าใจ”

“ขอบคุณที่เข้าใจหนูนะคะพี่ชาย”

ดารันยังคงจำน้ำเสียงของสีหน้าของโฮมได้เป็นอย่างดี เขาเอ่ยรับคำเพียงสั้นๆ แค่ว่า ‘ครับ’ และไม่ได้พูดอะไรอีก และหลังจากคืนนั้นสถานะของเธอกับโฮมก็เปลี่ยนไป!

-----------------------------------------------------

คนหนึ่งก็พี่สาว

อีกคนก็ชายที่ตัวเองรัก

ในเมื่อเลือกไม่ได้ ก็...... อ่อยยยยยย

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Nion
ขอบคุณค่ะมาก
เมื่อ 1 ปี 5 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย vrnk
ขอบคุณ รออ่านตอนต่อไป
เมื่อ 1 ปี 6 เดือนที่แล้ว

รีวิว