แดนรักมาเฟียเถื่อน [e-book]-ตอนที่ 4 คนบ้าอำนาจ เอาแต่ใจ [1]

โดย  วรัมพร-หงสรถ-มนสิวรรณ-ธิชาร์

แดนรักมาเฟียเถื่อน [e-book]

ตอนที่ 4 คนบ้าอำนาจ เอาแต่ใจ [1]

ตอนที่ 4 คนบ้าอำนาจ เอาแต่ใจ

“คุณยังตอบคำถามผมไม่หมด แล้วก็จำเอาไว้ด้วยว่าผมไม่ชอบคนขัดคำสั่ง ช่วยตอบมาให้หมด แล้วมีชื่อที่เรียกง่ายกว่านี้ไหม แล้วปัญญาวีร์แปลว่าอะไร” หลังจากระงับอารมณ์กรุ่นๆ ในใจได้บ้างแล้วเอเรสก็เริ่มตั้งคำถามใหม่

“พ่อแม่ของฉันเสียไปนานแล้ว ฉันมีน้องชายอีกคน เราอยู่ด้วยกันที่คอนโดฯ ของเพื่อน ส่วนเรื่องมาทำงานที่นี่ ก็เพราะฉันไปสมัครงานตามบริษัทก็ไม่มีใครรับ ฉันต้องการหาเงินส่งน้องเรียน และฉันก็ไม่มีเสี่ยที่ไหนเลี้ยงอย่างที่คุณกล่าวหา ส่วนปัญญาวีร์ แปลว่าผู้มีปัญญาค่ะ” ก้มหน้าตอบด้วยเสียงสั่นเครือ ภาพบิดามารดาถูกปืนจ่อศีรษะตามหลอกหลอนให้เธอแค้นใจ แต่เธอรู้ดีว่าเธอคนเดียวไม่มีวันไปต่อกรกับนายพอลได้ และเพราะนายพอลคนนี้ ที่ทำให้เธอต้องดิ้นรนหางานทำตัวเกลียว นั่นก็เพราะเงินที่เธอควรได้รับจากการทำงานลับๆ ภายใต้ชื่อ เอสเอสเค นายพอลก็ยึดไปหมด

ดวงตาคู่สวยแดงก่ำเพราะความเจ็บปวดที่สุมอยู่ในอก เธอทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากภาวนาให้นายพอลถูกเอาผิดตามกฎหมาย แต่คงเป็นไปได้ยาก ในเมื่อหน่วยงานลับได้แทรกซึมเข้าไปอยู่ในกรมตำรวจเกือบทั้งหมดของในอเมริกา แม้กระทั่งในเอเชีย ซึ่งมันจะทำให้การจับกุมนายพอลเป็นเรื่องยากที่สุด แต่หากนายพอลถูกจับจริง เธอก็ต้องมีจุดจบไม่ต่างจากนายพอล เพราะเธอเธอคือหนึ่งในคนของหน่วย เอสเอสเค ที่ได้เดินออกจากขุมนรกแห่งนั้นพร้อมน้องชายหลายปีแล้ว

เอสเอสเค เป็นหน่วยงานลับของนายพอล การ์ดเนอร์ เจ้าพ่อแห่งลาสเวกัส ที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อให้ชายหญิงที่ผ่านการฝึกฝนเข้ามาเป็นนักฆ่าและสายลับคอยแอบแฝงเข้าไปยังสถานที่ต่างๆ ตามคำบัญชาของนายพอล ส่วนเธอ ถูกฝึกให้มาเป็นนักฆ่า แต่เธอรู้ดีว่าจิตใจของเธอไม่ได้อยากเป็น แต่ภาพที่บิดามารดาถูกจ่อยิงต่อหน้าต่อตาจากการทำงานที่ผิดพลาด ทำให้เธออดทนฝึกฝนจนได้เข้ามาอยู่ใน เอสเอสเค เพื่อหวังจะได้ล้างแค้นให้บิดามารดา แต่โอกาสกลับไม่มีให้เธอ เพราะการจะเข้าถึงตัวนายพอลนั่นยากเกินไป อีกทั้งการทำงานของเธอแต่ละครั้งจะได้รับคำสั่งจากคนสนิทของนายพอล

“ผมเสียใจเรื่องพ่อแม่ของคุณ” เอเรสพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด ส่งผลให้หญิงสาวรีบดึงตัวเองออกมาจากสิ่งที่เธอกำลังครุ่นคิด

“ขอบคุณค่ะ” ปัญญาวีร์กล่าวด้วยเสียงอ้อมแอ้ม อดแปลกใจไม่ได้ที่คนอย่างเขาจะพูดราวกับเห็นอกเห็นใจคนอื่น ทั้งที่ไม่น่าจะมีความรู้สึกแบบนั้นหลงเหลือ

“ไม่เป็นไรที่รัก ว่าแต่ที่รักยังตอบคำถามผมไม่หมด” พูดจบก็ลอบมองหญิงสาว แล้วหยิบเครื่องดื่มจรดปากดื่มอย่างใจเย็น

“ป่านค่ะ” หญิงสาวเอ่ยตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้

เอเรสกระตุกยิ้มนิดๆ แล้วพูดขึ้น “ป่าน ไปร้องเพลงให้ผมฟังหน่อย” พูดจบเขาก็ยิ้มอีกครั้ง แต่ในใจกำลังคิดอยากรู้ประวัติความเป็นมาของเธอมากๆ ว่าเธอเป็นใครกันแน่ เขาสังเกตในแววตาของเธอมีร่องรอยความเจ็บปวดแฝงอยู่ และเขาต้องรู้ให้ได้

ปัญญาวีร์ก็เงยหน้ามองคนพูดเพียงแวบเดียว เพราะเธอเองก็ลืมไปเสียสนิทว่านักร้องคั่นเวลาอย่างเธอจะต้องขึ้นไปร้องเพลงตามคำสั่งของเจ๊ ที่ถูกผู้ชายคนนี้สั่งมาอีกที ก่อนที่เจ้าตัวจะพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืนเตรียมไปเปลี่ยนชุดขึ้นร้องเพลงตามความต้องการของลูกค้าหนุ่ม ทว่าต้นแขนของเธอกลับถูกรั้งไว้และด้วยสัญชาตญาณระวังตัว ปัญญาวีร์จึงหมุนตัวกลับแล้วบิดมือที่ฉุดตนไว้ ตั้งท่าเตรียมตวัดปลายเท้าเข้าใส่ปลายคางฝ่ายตรงข้าม

“เฮ้! นี่คุณจะฆ่าผมหรือไง” เอเรสส่งเสียงห้ามเสียงหลง ดีที่เขาก็ระวังตัวอยู่เช่นกันไม่งั้นเท้าเล็กๆ นั้นคงซัดเข้าปลายคางเขาจนเห็นเดือนเห็นดาวเป็นแน่

“ฉันขอโทษค่ะ” หลังรู้ตัวเผลอเธอจึงรีบเอ่ยขอโทษ

“คุณนี่ ร้ายกาจใช่เล่นนะที่รัก” เอเรสหันมากุมมือแล้วบีบเบาๆ

“ฉันขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบเธอก็เดินไปเปิดประตูและตรงดิ่งไปยังห้องแต่งตัว ทิ้งความสงสัยมากมายเอาไว้ให้มาเฟียหนุ่มครุ่นคิดด้วยหน้านิ่วคิ้วขมวด

******

ปัญญาวีร์เข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็ยืนคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องวีไอพี ที่เธอเองก็ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะปล่อยให้ผู้ชายบ้าๆ เข้าถึงเนื้อถึงตัว

‘คนเฮงซวย จบคืนนี้ไปแล้ว อย่าได้มาเจอกันอีกเลย’ พึมพำจบแล้วก็ตามมาด้วยเสียงถอนหายใจ ก่อนที่เธอจะนึกขึ้นได้ว่าคนเฮงซวยได้สั่งให้ลูกน้องไปจัดการเจ๊

‘แล้วเขาสั่งให้ลูกน้องทำไปอะไรเจ๊’ ปัญญาวีร์ครุ่นคิดเป็นห่วงความปลอดภัยเจ้าของผับ เธอจึงไปยังห้องทำงานเจ้าของผับ แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ตกใจเมื่อเจ๊ไม่ได้อยู่คนเดียว แต่มีหนุ่มหน้าละอ่อนคอยปรนนิบัติอยู่

“ป่าน! พรวดพราดเข้ามาทำไม” เอ่ยถามพร้อมตวัดสายตาเขียวปัดเข้าใส่คนเข้ามาขัดจังหวะ

“ขอโทษค่ะเจ๊” ปัญญาวีร์ยิ้มเจื่อนๆ พร้อมกล่าวขอโทษ แล้วรีบพาตัวเองออกไปจากห้องทำงานของเจ๊ ออกมาได้แล้วก็ยืนพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ อยู่หน้าห้อง สักพักจึงเดินไปทางด้านหลังเวทีเพื่อเตรียมตัวขึ้นร้องเพลง

ไม่ถึงสิบนาทีเสียงดนตรีเพลงสุดฮอตของนักร้องสาวสัญชาติอเมริกันก็ดังขึ้น หลังจากแสงไฟบนเวทีดับพึ่บ ก่อนจะปล่อยแสงเลเซอร์หลากสีออกมาให้เข้ากับจังหวะเสียงเพลง เหล่าแดนเซอร์เกือบสิบเคลื่อนตัวออกมาวาดลีลาเข้ากับจังหวะเสียงเพลง ถัดมาเป็นเอฟเฟคไฟจะพุ่งขึ้นจากด้านหน้าเวทีเรียกเสียงโห่ร้องดังระงม จากนั้นปัญญาวีร์ก้าวออกมาในชุดกางเกงขาสั้นโชว์เรียวขาขาวผ่องพร้อมเสื้อเอวลอยอวดช่วงเอวคอดสีดำเข้าชุด เรียกเสียงจากเหล่านักท่องราตรีได้ดังกระหึ่ม

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว