แดนรักมาเฟียเถื่อน [e-book]-ตอนที่ 4 คนบ้าอำนาจ เอาแต่ใจ [2]

โดย  วรัมพร-หงสรถ-มนสิวรรณ-ธิชาร์

แดนรักมาเฟียเถื่อน [e-book]

ตอนที่ 4 คนบ้าอำนาจ เอาแต่ใจ [2]

นักร้องสุดเซ็กซี่ในชุดหนังสีดำรัดรูปให้เห็นทุกสัดส่วนโปรยยิ้มแสนเย้ายวน ยักย้ายส่ายสะบัดสะโพกตามจังหวะเสียงเพลงพร้อมขับขานเนื้อเพลง ทำเอามาเฟียหนุ่มถึงกับผุดลุกจากที่นั่งไปยืนจ้องกลางเวที หัวใจเต้นรัวแรง กระตุกยิ้มมีเสน่ห์และเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ความต้องการในร่างกายฉีดพล่าน เมื่อหญิงสาวสลัดคราบได้ยั่วยวนถูกใจเขาเหลือเกิน

เอวเป็นเอว สะโพกเป็นสะโพก หน้าอกก็ใหญ่ได้ใจ คิดและวาดภาพตามยามที่เขาจับแม่นักร้องสาวเปลื้องผ้าจนตัวล่อนจ้อน ยิ่งคิดกายยิ่งร้อนรุ่ม เอเรสจึงหันไปสั่งให้ลูกน้องไปเชิญแม่นักร้องสาวสุดเซ็กซี่มาพบที่ห้องอีกครั้ง หลังจากเธอร้องเพลงจบและงานนี้เขาต้องจัดการเผด็จศึกแม่นักร้องสาวให้ได้!

ทางด้านปัญญาวีร์ หลังจากเพลงจบลงพร้อมกับเสียงปรบมือดังกึกก้องจากบรรดานักท่องราตรี เธอก็รีบลงจากเวทีไปยังห้องแต่งตัว แต่มีชายหนุ่มรูปร่างบึกบึนมาขวางทางเอาไว้ ปัญญาวีร์เงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย

“เจ้านายผมต้องการพบคุณ” หนุ่มร่างบึกบึนพูดขึ้น

“ใครล่ะ เจ้านายของคุณ” ปัญญาวีร์แสร้งถามสีหน้าเรียบเฉย คิดว่าเธอจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไรและไม่รู้ว่าคนปากว่ามือถึงคนนั้นจะสั่งให้ลูกน้องเฝ้าหน้าผับไว้ด้วยหรือไม่

“ก็คนที่คุณเพิ่งจะขึ้นไปบริการก่อนหน้าไงครับ ผมขอเตือนให้คุณไปกับผมดีๆ ดีกว่านะครับถ้าไม่อยากให้เร่งทำมาหากินของคุณพังไปต่อหน้าต่อตา” คนขู่ยิ้มเย็น

ปัญญาวีร์เบ้ปาก ถอนใจอย่างเบื่อหน่าย เกลียดนักพวกชอบข่มขู่ คิดว่าตัวเองใหญ่คับฟ้ามาจากไหนกัน แต่อย่าหวังว่าคนอย่างเธอจะกลัวคำขู่ แม้จะนึกห่วงพนักงานในผับก็ตามที หากว่าเขาสั่งให้ลูกน้องถล่มที่นี่จนย่อยยับจริง แต่เธอก็ไม่อยากเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้ ที่เจอหน้ากันไม่กี่นาทีผู้ชายบ้าๆ นั้นก็บุกถึงเนื้อถึงตัว แล้วเธอก็ถึงกับระทวยหมดเรี่ยวหมดแรงจะต่อสู้อีกด้วย คิดแล้วก็ทั้งเจ็บใจทั้งแค้น

“ว่าไงครับ เจ้านายผม กำลังรอคุณอยู่”

“ตอนนี้ได้เวลาเลิกงานของฉันแล้ว ฉันขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วฉันจะไปพบเจ้านายของคุณ ส่วนคุณก็กลับไปหาเจ้านายของคุณเถอะ” ปัญญาวีร์บอกเสียงแข็งแล้วเบี่ยงตัวเดินหนีไป

“ได้ครับ แต่ผมหวังว่าคุณคงไม่ตุกติกนะครับ และคงรู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร หากคุณไม่ไป” ชายหนุ่มร่างบึกบึนขู่อีกครั้งด้วยแววตาเอาจริง เพราะรู้ใจนายดีว่าหากต้องการแล้วไม่ได้ ต้องพังกันไปข้างหนึ่ง

******

“ไอ้คนบ้าอำนาจ! อยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ” ปัญญาวีร์เอ่ยถึงคนที่ส่งลูกน้องมาบอกให้ขึ้นไปพบด้วยความโมโห ก่อนคว้ากระเป๋าและถุงเสื้อผ้ามาถือไว้ จากนั้นก็ค่อยๆ แง้มประตูออกไปมองหาคนที่อาจมาดักรอ เมื่อไม่มีใครจึงเดินหลบเลี่ยงไปทางห้องครัวตรงไปยังประตูหลังร้าน งานนี้เธอคงต้องโดดกำแพงกลับคอนโด แต่นั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอสักนิด แต่ใจก็นึกห่วงเพื่อนร่วมงานมากเช่นกันที่เธอไม่ทำตามคำสั่งของผู้ชายบ้าๆ คนนั้น

ปัญญาวีร์เดินย้อนกลับมาแล้วเรียกพนักงานหนุ่ม เมื่ออีกฝ่ายมาถึงเธอก็ฝากข้อความให้ไปบอกคนในห้องวีไอพีและยัดเงินใส่มือพนักงานหนุ่มเป็นค่าจ้าง จากนั้นเธอออกมายืนอยู่หลังร้านที่มีกำแพงสูงตระหง่านอยู่ตรงหน้า

ปัญญาวีร์จัดการโยนถุงเสื้อผ้าลงไป แล้วปีนขึ้นไปบนกำแพงทิ้งตัวลงอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนวิ่งไปเรียกแท็กซี่กลับที่พัก ใจก็ภาวนาขออย่าให้ต้องเจอะเจอผู้ชายบ้าๆ นั่นอีก โดยไม่รู้เลยว่าพ่อหนุ่มน้อยคนส่งข่าวนั้น ตอนนี้หน้าซีดปากสั่นไปหมดเมื่อเข้ามาเจอเสียงตวาด

“พูดมา!” เอเรสตวาดถามเสียงกร้าว หลังจากนั่งรออยู่นานแม่นักร้องก็ยังไม่มาสักที แล้วจู่ๆ ก็มีไอ้หน้าอ่อนโผล่มา

“ไอ้หน้าอ่อน แกจะพูดไหม หรือต้องให้ฉันเลาะฟันแกออกมาก่อน ถึงจะขยับปากพูดได้” มาเฟียหนุ่มเอ่ยถาม พลางตบโต๊ะดังปังเป็นการเตือนให้หนุ่มน้อยพูดก่อนที่ฟันจะร่วงหมดปาก

“พะ...พี่ป่าน ฝากผมมาเรียนท่านว่าพี่ป่านปวดท้องกะทันหัน เลยขอตัวกลับไปก่อนครับ” พ่อหนุ่มน้อยบอกด้วยเสียงตะกุกตะกักเสียจนน่ารำคาญ

ทางด้านมาเฟียหนุ่ม พอได้ฟังสิ่งที่หนุ่มน้อยบอก สันกรามก็ขึ้นเป็นเส้นป่วยกะทันหัน ทั้งที่เพิ่งจะเต้นสะบัดอยู่บนเวที คิดว่าคำโหกตื้นๆ แบบนี้เขาจะเชื่องั้นเหรอ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน ปัญญาวีร์!’

“นายรู้ไหมว่าที่พักของปัญญาวีร์อยู่ที่ไหน” มาเฟียหนุ่มยังคงใช้น้ำเสียงเหี้ยมถามคนตรงหน้าที่มีอาการหวาดกลัว

“ไม่ทราบครับท่าน คือผมเพิ่งเข้ามาทำงานได้สามวันครับ เลยไม่ทราบที่อยู่ของพี่ป่าน” หนุ่มน้อยบอกเสียงสั่นๆ

“ออกไป!” ไม่ได้คำตอบเอเรสจึงไล่อีกฝ่ายออกไป ก่อนจะสั่งให้ลูกน้องไปเอาตัวเจ้าของผับมาสอบถาม พร้อมกับคาดโทษแม่นักร้องสาวที่กล้าขัดคำสั่งของเขา

ทางด้านคนถูกคาดโทษก็สั่งให้แท็กซี่จอดหน้าร้านมินิมาร์ทชื่อดังเพื่อเข้าไปหาซื้อพวกขนมนมเนย รวมถึงของใช้ส่วนตัว จากนั้นก็เดินทอดน่องกลับคอนโดฯ ที่อยู่ห่างจากร้านมินิมาร์ทไม่มากนัก แต่เดินมาได้สักระยะ เสียงรถจักรยานยนตร์ก็ดั่งกระหึ่ม เธอเลยต้องรีบกระโดดหาที่หลบแล้วเพ็งมองกลุ่มพวกเด็กแว้น

“ป้อง!” ปัญญาวีร์ร้องเรียกเสียงดัง เมื่อน้องชายบุญธรรมขับรถผ่านหน้าเธอไป ตามด้วยกลุ่มเพื่อนนักซิ่ง

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว