เรียกข้าว่าคุณหนูอันดับหนึ่ง 嫡嫁千金-บทที่ 2 เป็นคนใจอ่อน

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

เรียกข้าว่าคุณหนูอันดับหนึ่ง 嫡嫁千金

บทที่ 2 เป็นคนใจอ่อน

เซวียฟังเฟยเป็นฝ่ายเอ่ยทัก “องค์หญิงหย่งหนิง”

องค์หญิงหย่งหนิงเหยียดริมฝีปากยิ้ม ไข่มุกทะเลใต้เม็ดโตเท่าหัวแม่มือบนปิ่นปักผมสะท้อนแสงเป็นประกายเจิดจ้าจนผู้มองตาลาย

ไข่มุกทะเลใต้หนึ่งเม็ดมีค่าเทียบเท่ากับที่นาชั้นดีเป็นหมื่นหมู่ บรรดาเชื้อพระวงศ์มักเลือกใช้แต่ของที่ดีที่สุด ล้ำค่าที่สุดอยู่เสมอ

คนเหล่านั้นกินดีอยู่ดี ไม่เคยรับรู้วิถีชีวิตอันทุกข์ยากของชาวบ้าน มีทุกสิ่งที่ผู้อื่นไม่กล้าแม้แต่จะอาจเอื้อม แต่กลับยังต้องการครอบครองของของคนอื่น ถึงขั้นต้องขโมยหรือแก่งแย่งก็ไม่สนใจ

“เจ้าดูไม่ตกใจเลยนี่” องค์หญิงหย่งหนิงถามกลับไป “หรือว่าพี่เสิ่นบอกกับเจ้าแล้ว”

พี่เสิ่น... องค์หญิงเรียกชื่อสามีของนางใกล้ชิดถึงเพียงนี้ เซวียฟังเฟยรู้สึกขมฝาดในลำคอ พักหนึ่งนางจึงกล่าวออกมาว่า “ข้ากำลังรอ รอให้ท่านเสิ่นบอกข้าจากปากของเขาเอง”

เซวียฟังเฟยไม่ได้โง่เลยสักนิด เซวียฮว๋ายหย่วนพร่ำสอน อบรมบ่มเพาะบุตรสาวคนโตจนเฉลียวฉลาดทันคน หลังจากที่นางล้มป่วย หลังจากที่นางพบว่าตนถูกกักขัง หลังจากที่สังเกตว่าทุกอิริยาบถของตนล้วนแล้วแต่มีคนเฝ้ามอง นางจึงปะติดปะต่อเรื่องราวรวมถึงสาเหตุการตายของเซวียเจากระทั่งพบข้อพิรุธบางประการ

นางลวงถามเอาความจากปากบ่าวรับใช้ เพียงเท่านี้ก็รู้จนหมดเปลือกแล้ว

หลังจากเสิ่นอวี้หยงสอบได้จอหงวน ก็นับว่าเป็นบุรุษที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งฐานะและบรรดาศักดิ์ของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ต่อให้เซวียฟังเฟยมีใบหน้างดงามและสติปัญญาเฉลียวฉลาด แต่ก็เป็นเพียงบุตรสาวของนายอำเภอเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น

ครั้นเสิ่นอวี้หยงได้รับความชื่นชมจากองค์หญิงหย่งหนิง เซวียฟังเฟยจึงกลายเป็นตอไม้อันใหญ่ เป็นอุปสรรคที่ขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของสามีทันที หรือสวรรค์จะลิขิตให้นางต้องหลีกทางแก่องค์หญิงหย่งหนิง ราชนิกุลที่มีความเพียบพร้อมไปเสียทุกด้าน

เซวียฟังเฟยหวนคิดถึงวันที่เกิดเหตุ วันนั้นเสิ่นฮูหยินจัดงานฉลองเชื้อเชิญแขกเหรื่อมากมาย องค์หญิงหย่งหนิงเองก็แฝงตัวอยู่ในกลุ่มคนเหล่านั้นด้วย เมื่อหวนคิดย้อนกลับไป นางยังจำได้ถึงรอยยิ้มสาแก่ใจจากมุมปากขององค์หญิงผู้นี้ และแล้วความจริงทั้งหมดพลันกระจ่าง

“พี่เสิ่นเป็นคนใจอ่อน” องค์หญิงหย่งหนิงค่อยๆ หย่อนร่างนั่งลงบนเก้าอี้ มองไปยังเซวียฟังเฟย “ข้าเองก็ใช่ว่าจะเป็นคนใจดำ เดิมทีก็อยากให้เจ้าไปอย่างสบายๆ แต่ใครเลยจะรู้ว่าเจ้าไม่ยอมดื่ม” องค์หญิงมองไปยังถ้วยยาที่วางอยู่บนโต๊ะ พลางถอนหายใจ “เจ้าจะดื้อด้านอย่างนี้ต่อไปทำไม”

เซวียฟังเฟยอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงเย็น ยาวันละถ้วยที่ถูกส่งเข้ามาในห้องนั้นมีพิษ นางรับรู้ถึงความผิดปกติมาตั้งแต่แรกจึงนำยาเททิ้งลงในกระถางต้นไม้ พวกเขาอยากจะให้นาง ‘ป่วยตาย’ เพื่อให้องค์หญิงหย่งหนิงมีข้ออ้างที่จะแต่งเข้ามาในบ้านนี้อย่างสง่าผ่าเผย...แต่ภรรยาเก่าอย่างนางมีหรือจะยอม

เซวียฮว๋ายหย่วนสอนสั่งนางมาตั้งแต่เล็กว่า ถ้ายังไม่สู้จนหลังชนฝาห้ามหาทางออกโดยการคิดสั้น

นางจะตายไปเพื่ออะไร เพื่อให้หญิงร้ายชายเลวคู่นี้ได้สุขสมหวังอย่างนั้นหรือ

ให้นางยอมเปิดทาง ฝันไปเถอะ คนอย่างนางไม่ทำเด็ดขาด

เซวียฟังเฟยกล่าวตอบ “ทำลายครอบครัวผู้อื่น ให้ร้ายอดีตภรรยา เข่นฆ่าลูกเมียเขา ‘ความปรารถนาดี’ ขององค์หญิง ฟังเฟยรับไว้หมดแล้ว”

องค์หญิงหย่งหนิงบันดาลโทสะขึ้นมาทันที แต่เพียงชั่วอึดใจนางก็สงบลง นางลุกยืนแล้วเดินเข้ามายกกระถางดอกไห่ถังที่เหี่ยวเฉาขึ้นเพ่งพินิจ ไห่ถังต้นน้อยโตเพียงฝ่ามือ กิ่งก้านเล็กๆ ดูน่ารัก องค์หญิงหย่งหนิงลูบคลำกระถางพลางแสยะยิ้ม “เจ้าอาจจะพอเดาได้ว่าน้องชายตัวเองตายเพราะเหตุใด”

แผ่นหลังของเซวียฟังเฟยแข็งเกร็งขึ้นในฉับพลัน

“น้องชายของเจ้าคนนี้ถือว่าเก่งทีเดียว เพียงแต่อายุยังน้อย จึงมุทะลุไปสักหน่อย” องค์หญิงหย่งหนิงเผยสีหน้าชื่นชมออกมา “สามารถสืบรู้ได้ว่าเรื่องนี้ผิดปกติ ทั้งยังหาพยานหลักฐานบางส่วนจนพบ ถึงขั้นขู่ว่าจะฟ้องร้องไปยังราชสำนัก ตัวข้าเองก็เกือบจะเดือดร้อนไปด้วยแล้ว”

องค์หญิงหย่งหนิงลูบอกตัวเองราวกับหวาดกลัวเสียเหลือเกิน “น้องชายเจ้านับว่าฉลาด ซุ่มออกเดินทางทั้งคืนเพื่อไปขอพบจิงจ้าวอิ่น แต่หารู้ไม่ว่าจิงจ้าวอิ่นกับข้านั้นสนิทกันเพียงใด เป็นไปไม่ได้ที่ฝ่ายนั้นจะไม่บอกให้ข้ารู้” องค์หญิงหย่งหนิงวางมือลง กล่าวต่อว่า “น่าเสียดายนักอายุยังน้อย ทั้งยังมีความสามารถด้านบุ๋นและบู๊ หากไม่รนหาที่ตายเสียก่อน ไม่แน่ว่าอาจได้เป็นขุนนางใหญ่ในภายภาคหน้า น่าเสียดายจริงๆ”

เซวียฟังเฟยขบฟันแน่น

เซวียเจา... เซวียเจา นางสงสัยมาตั้งนานแล้วว่าการตายของน้องชายมีพิรุธ

เมื่อครั้งที่ยังอาศัยอยู่ในอำเภอถงเซียง เซวียเจาเคยร่ำเรียนวรยุทธจากอาจารย์เลื่องชื่อท่านหนึ่ง น้องชายของนางคนนี้ส่อแววเฉลียวฉลาดมาตั้งแต่ยังเล็ก จะสิ้นชื่อเพราะโจรป่าธรรมดาๆ ได้อย่างไร

นางไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเบื้องลึกเบื้องหลังจะเป็นเช่นนี้ น้องชายทำเพื่อนาง สอบสวนจนพบความจริงว่าเป็นแผนการขององค์หญิงหย่งหนิงกับพี่เขยของตน ไม่ทันใคร่ครวญให้ละเอียดรอบคอบ คิดเพียงว่าต้องไปหาคนของทางการเพื่อแจ้งความเอาเรื่องขุนนางที่ประพฤติชั่ว ใครเล่าจะรู้ว่าข้าราชการพวกนี้ล้วนช่วยกันปิดบังความผิด ศัตรูที่แท้จริงของราษฎรก็คือพวกที่ถือกฎหมายอยู่ในมือนั่นเอง

เซวียฟังเฟยเปล่งเสียงออกมาอย่างอาฆาตแค้น “ชั่วช้าสามานย์”

องค์หญิงหย่งหนิงโมโหยิ่งนัก กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแดกดัน “เป็นคนดีแล้วอย่างไร วันๆ ได้อยู่แต่ในห้อง ไม่เคยได้ออกไปเห็นแสงเดือนแสงตะวัน เกรงว่าเจ้าคงไม่รู้ข่าวคราวเกี่ยวกับบิดาของตนกระมัง วันนี้ข้าตั้งใจมาเพื่อแจ้งให้ทราบเชียวนะ รู้หรือไม่ว่าบิดาของเจ้าเสียสติทันทีหลังจากที่รู้เรื่องงามหน้าของบุตรสาวและการตายของบุตรชาย เขารับไม่ได้ถึงขั้นอาละวาดและฆ่าตัวตายเลยทีเดียว”

เซวียฟังเฟยชะงักงัน “เป็นไปไม่ได้”

“เป็นไปไม่ได้อย่างนั้นหรือ” องค์หญิงหย่งหนิงหัวเราะและเอ่ยหยัน “ออกไปถามบ่าวรับใช้ดูสิ ดูซิว่าเป็นไปได้หรือไม่”

จิตใจของเซวียฟังเฟยพะว้าพะวังไม่เป็นสุข เซวียฮว๋ายหย่วนเองก็อายุมากแล้ว เขาเป็นนายอำเภอถงเซียงที่ใจซื่อมือสะอาดมาตลอดชีวิต เป็นคนดีอย่างที่ขุนนางน้อยคนจะเป็นได้ เขาจะตกอยู่ในสภาพเช่นนั้นจริงหรือ ผมหงอกต้องมาเผาผมดำ เสียสติจนตัวตาย เซวียฟังเฟยแทบไม่กล้าคิดว่าเซวียฮว๋ายหย่วนจะเป็นอย่างไรเมื่อรับทราบเรื่องราวทั้งหมด

องค์หญิงหย่งหนิงพูดเองเออเองอยู่นานสองนาน สุดท้ายก็หมดความอดทน วางกระถางดอกไห่ถังลงบนโต๊ะและส่งสัญญาณให้บ่าวรับใช้ทั้งสองเดินหน้าขึ้นมา

เซวียฟังเฟยรับรู้ว่ามีความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน นางร้องเสียงดังทักท้วง “คิดจะทำอะไร”

รอยยิ้มขององค์หญิงหย่งหนิงเต็มไปด้วยความสะใจ

“เซวียฟังเฟย เจ้าเป็นสตรีที่เย่อหยิ่ง รูปงามทั้งยังเฉลียวฉลาด แน่นอนว่าไม่สามารถยอมรับข้อกล่าวหาคบชู้สู่ชาย ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเจ้ากระวนกระวายใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ถึงแม้ว่าพี่เสิ่นจะยังคงดีกับเจ้า แต่เป็นเจ้าเองที่ไม่อาจยกโทษให้การกระทำของตัวเอง จึงถือโอกาสตอนที่พี่เสิ่นไม่อยู่บ้าน จบชีวิตด้วยการผูกคอตาย” ก็เท่านี้... องค์หญิงยิ้มออกมา “เป็นอย่างไร คำอธิบายแบบนี้ไม่ทำให้เจ้าต้องเสียหน้าใช่หรือเปล่า” กล่าวจบ ใบหน้าขององค์หญิงพลันแปรเปลี่ยน น้ำเสียงก็เกรี้ยวกราดขึ้นกว่าเดิม “ถ้าไม่ใช่เพราะชื่อเสียงของพี่เสิ่น ข้าจะไม่ให้เจ้าไปสบายเช่นนี้หรอก”

“กล้าดีอย่างไร เจ้ากล้าดีอย่างไร” ในใจของเซวียฟังเฟยเดือดดาลขึ้นมา แต่ยังไม่ทันอาละวาด บ่าวรับใช้ร่างใหญ่ทั้งสองก็จับตัวนางเอาไว้แน่น

“ข้าและพี่เสิ่นมีรักแท้ต่อกัน น่าเสียดายที่มีเจ้ายืนขวางทางรัก พวกเราไม่สามารถเก็บเจ้าเอาไว้ได้ หากเจ้าเป็นบุตรสาวตระกูลใหญ่เราอาจต้องพิจารณาใหม่ให้รอบคอบ แต่โชคดีที่บิดาของเจ้าเป็นเพียงนายอำเภอตัวเล็กๆ เมืองเซียงหยางมีนายอำเภออยู่มากมาย ตระกูลเซวียเปรียบเหมือนหญ้าต้นหนึ่งในป่าเท่านั้น ชาติหน้าก่อนที่จะเลือกเกิดใหม่จงจำไว้และคิดให้ละเอียดรอบคอบกว่านี้ เลือกเกิดมาในบ้านที่มีชาติตระกูลสักหน่อย”

เซวียฟังเฟยรู้ว่าหมดหวังที่จะมีชีวิตรอดแต่นางไม่ยอมแพ้ พยายามดิ้นรนขัดขืนจนเฮือกสุดท้าย หวังเพียงจะหาโอกาสรอด ทว่ากลับสู้แรงบรรดาบ่าวที่ทั้งดึงทั้งลากไม่ไหว นางลืมตาโพลง หางตาเหลือบไปนอกหน้าต่าง ดูเหมือนจะเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย นางจำได้ทันทีว่าเป็นบุรุษที่ร่วมเรียงเคียงหมอน

เซวียฟังเฟยมองเห็นความหวังอันเลือนรางจึงกัดฟันร้อง “เสิ่นอวี้หยง เสิ่นอวี้หยง หากเจ้าทำกับข้าเช่นนี้ ฟ้าดินต้องไม่ให้อภัยแน่... เสิ่นอวี้หยง!”

เงาคนนอกหน้าต่างเดินวนเวียนไปมาอยู่พักใหญ่ ราวกับต้องการจะหลบไปให้พ้นๆ

องค์หญิงหย่งหนิงตวาดลั่น “ยังจะรอช้าอะไรอีก ลงมือเดี๋ยวนี้!”

บ่าวรับใช้รีบคล้องผ้าไหมสีขาวราวหิมะรัดแน่นอยู่รอบลำคอระหง ผ้าไหมผืนนี้เนื้อละเอียดราวกับผิวที่เรียบลื่นของหญิงงาม มันเป็นของบรรณาการที่ตระกูลจ้าวแห่งเมืองซงเจียงส่งมอบเข้ามาในวังหลวงเป็นประจำทุกปี ผ้าหนึ่งพับมีค่านับพันตำลึง

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Jsl
น่าติดตามมมมมมมม
เมื่อ 4 สัปดาห์ 1 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย champacat
เนื่อเรื่องน่าติดตาม
เมื่อ 1 เดือน 17 ชั่วโมงที่แล้ว

รีวิว