เรียกข้าว่าคุณหนูอันดับหนึ่ง 嫡嫁千金-บทที่ 6 กินหมดแน่นอน

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

เรียกข้าว่าคุณหนูอันดับหนึ่ง 嫡嫁千金

บทที่ 6 กินหมดแน่นอน

พ่อค้าจางรู้จักสาวน้อยทั้งสองดี ได้ยินว่าคนเป็นนายคือคุณหนูจากตระกูลใหญ่ที่ทำความผิดแล้วถูกส่งให้มาสำนึกตนอยู่ที่นี่ ส่วนอีกคนที่ดูยิ้มแย้มแจ่มใสกว่าเป็นเพียงสาวใช้ที่ติดร่างแหมาด้วย ได้ข่าวว่าคนเป็นนายอารมณ์ร้ายนี่นา ทว่า...วันนี้พ่อค้าจางกลับเห็นเจียงหลียิ้มแย้มและพูดคุยกับเขาอย่างเป็นมิตร

“ท่านกว้านซื้อของกินไปเยอะขนาดนี้ ถ้ากินไม่หมดของจะเสียเอาได้” พ่อค้าจางอดทักท้วงไม่ได้

“ไม่เป็นไร” เจียงหลีกล่าว “กินหมดแน่นอน”

พ่อค้าจางได้ยินก็ไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้ เงินก็เป็นเงินของคนอื่นนี่นา

เจียงหลีซื้อขนมจากพ่อค้าจางไปกว่าครึ่งหาบ เมื่อขายของหมดก็สามารถลงจากเขากลับบ้านได้เร็วขึ้น แบบนี้ไม่ดีหรอกหรือ ยังจะมีอะไรให้ต้องกังวลอีกเล่า

คนที่กังวลก็คือถงเอ๋อ แม้ว่านางจะไม่เข้าใจเจียงหลีนัก แต่ก็ไม่เคยขัดคำสั่งของคุณหนูเลยสักครั้ง ได้แต่เก็บความกังวลของตนไว้ในใจ หอบเอาขนมถาดใหญ่กลับเข้าไปในสำนักนางชี

เมื่อกลับมาถึงห้อง ถงเอ๋อก็เอาถาดขนมวางลงบนโต๊ะแล้วปิดประตู อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม “คุณหนู ทำไมหนนี้ถึงได้ซื้อมากมายขนาดนี้เล่าเจ้าคะ”

เจียงหลีไม่ได้ใส่ใจถงเอ๋อ นางเพียงเดินไปเปิดหน้าต่าง นอกหน้าต่างห้องของนางเป็นแนวเขาชิงเฉิงซาน ยอดเขาที่เรียงรายกันเป็นทางยาวดูงดงามยิ่งนัก หิมะที่ปกคลุมมาตลอดฤดูหนาวละลายไปนานแล้ว ดอกท้อเริ่มแทงหน่อแตกยอด แข่งกันออกดอกเสียจนยอดเขากลายเป็นสีชมพู

“ดูนี่สิ” นางชี้ให้ถงเอ๋อมองระยะที่ไกลออกไป

ถงเอ๋อขยับเข้ามาตามเสียงเรียก บนต้นท้อกิ่งหนึ่ง มีลิงหางงอขนาดประมาณฝ่ามือนั่งอยู่ตัวหนึ่ง มันกำลังกินลูกท้ออย่างสบายอกสบายใจ

“เอ๋... ลิงนี่เจ้าคะ” ถงเอ๋อยิ่งมองยิ่งไม่เข้าใจ “ลิงมีอะไรน่าดูกัน”

ลิงบนเขาชิงเฉิงซานนั้นมีมาก พวกมันเป็นมิตรและสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลิงในวัดเฮ่อหลินซื่อ ปกติผู้คนมักจะมากราบพระขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย บางครั้งคนที่มาวัดพบเห็นลิงเหล่านี้เข้าก็จะโยนผลไม้บ้างถั่วลิสงบ้าง ให้พวกมันกินเล่น

ทว่าที่สำนักนางชีแห่งนี้ ไม่ค่อยมีลิงสักเท่าไร อาจเป็นเพราะที่นี่ไม่ค่อยมีอะไรให้พวกมันกิน ไม่มีอะไรน่าสนใจ ไร้สิ่งดึงดูด

“ไปเอาขนมหวานออกมา” เจียงหลีสั่ง

ถงเอ๋อไปหยิบขนมหวานรสเหอเถาออกมาตามคำสั่ง

เจียงหลีนำเอามาปั้นเป็นก้อนๆ ยกขึ้นโบกสะบัดเรียกความสนใจจากลิงบนต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลนัก ความหอมของกลิ่นเหอเถาดึงดูดเจ้าลิงหางงอตัวนั้นอย่างรวดเร็ว ครู่เดียวมันก็กระโจนมาหยุดตรงหน้าต่างด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ

เจียงหลียื่นมือออกไปอีกเล็กน้อย ในที่สุดเจ้าลิงก็อดทนกับความยั่วยวนไม่ไหว ยื่นมือออกมารับแล้วรีบวิ่งไปหลบอยู่หลังก้อนหิน มันหันหลังให้เจียงหลีแล้วกินขนมจนหมด จากนั้นค่อยหันกลับมามองนาง พอเห็นเจียงหลียืนอยู่ที่เดิม ทั้งยังโบกขนมพร้อมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เจ้าลิงก็เริ่มใจกล้ามากขึ้น มันวิ่งกลับไปหาเจียงหลีอีกครั้งเพื่อเอาขนมมากิน

เป็นเช่นนี้อยู่สองสามหน ในที่สุดเจ้าลิงก็กินขนมที่อยู่ในมือของเจียงหลีจนหมด นางโบกมือให้กับมันเพื่อส่งสัญญาณว่าตนเองก็ไม่มีแล้วเช่นกัน เจ้าลิงมองมือที่ว่างเปล่าของเจียงหลีอย่างอาวรณ์สักพักหนึ่งก็สะบัดหางแล้วจากไป

ถงเอ๋อที่สังเกตการณ์อยู่ไม่ห่างพลันเอ่ยถาม “หากคุณหนูอยากให้อาหารลิง ทำไมจะต้องเอาขนมราคาแพงให้มันกินด้วยล่ะเจ้าคะ เอาผลไม้ป่าที่เก็บได้จากบนเขาให้มันไม่ดีกว่าหรือ บ่าวคิดว่าไม่คุ้มค่าเสียเลย”

เจียงหลีลูบหัวถงเอ๋ออย่างอ่อนโยน “ดูสิ เมื่อเทียบกับผลไม้ป่า ลิงชอบรสของขนมหวานมากกว่านะ”

ถงเอ๋อยังอยากจะกล่าวค้าน แต่ก็ได้ยินเจียงหลีตัดบท “ถงเอ๋อ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เจ้ามีหน้าที่เอาขนมหวานเหล่านั้นไปให้ลิงกินนะ”

ถงเอ๋อได้ฟังก็ตาโต “คุณหนู ทำไมล่ะเจ้าคะ... บ่าวไม่เข้าใจ”

“ข้าต้องการให้พวกมันช่วยข้าทำงานสักเรื่อง” เจียงหลียิ้ม “ขนมหวานเหล่านั้น ถือเสียว่าเป็นค่าจ้าง”

“แต่ว่า...”

“แค่ขนมหวานไม่กี่ชิ้นเท่านั้น” เจียงหลีเอ่ยขัดคำโต้แย้งของถงเอ๋อ “ให้เจ้าเอาขนมหวานเหล่านี้แบ่งเป็นสิบห้าส่วน แจกลิงวันละส่วนทุกๆ วันจนถึงวันที่สิบแปด”

ถงเอ๋อรับคำเสียงแผ่ว “เจ้าค่ะ”

“สำนักนางชีอยู่ห่างจากวัดเฮ่อหลินซื่อไม่มากนัก” เจียงหลีกล่าว “ตัวข้าเองถูกสั่งห้ามไม่ให้ก้าวออกจากประตูสำนักนางชี แต่เจ้าอิสระกว่า... ในช่วงยามสองของทุกวัน ข้าจะมอบหมายให้เจ้าเอาขนมหวานเหล่านี้ไปแจกจ่ายให้ฝูงลิงในป่าด้านหลังวัดเฮ่อหลินซื่อ ให้ทำเช่นนี้ทุกวันจนถึงวันที่สิบแปด พอถึงคืนวันที่สิบเก้าเจ้าก็ไม่ต้องไปอีก”

ที่เขาชิงเฉิงซานมักจะมีบรรดาฮูหยินตระกูลใหญ่มากราบพระเพื่อขอพรกันอยู่เนืองๆ บนเขาแห่งนี้ไร้โจรผู้ร้าย ปลอดภัยยิ่ง ไม่อย่างนั้นนางคงไม่ใช้งานถงเอ๋อกลางดึกแบบนี้แน่

ถงเอ๋อเชื่อฟังคำสั่งของเจียงหลีดี เพียงแต่ยังสงสัยเล็กน้อย “ที่คุณหนูทำทั้งหมดนี่ ก็เพื่อจะหาทางกลับเมืองหลวงใช่หรือไม่เจ้าคะ”

เจียงหลีมองถงเอ๋อและส่งยิ้มให้ “เจ้ากลัวรึ”

ครั้นถงเอ๋อได้ยินคำตอบของเจ้านาย ไม่เพียงแต่ไม่นึกกลัว นางยังกล่าวอย่างมั่นใจว่า “ไม่กลัวเจ้าค่ะ บ่าวรอวันนี้มานานแล้ว”

“ดี” เจียงหลีพยักหน้า “แผนของเราจะเริ่มตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป”

หลังจากวันนั้น ถงเอ๋อก็ขึ้นเขาทุกคืน

พวกนางชีในวัดแค่รู้สึกว่าถงเอ๋อขึ้นเขาบ่อยครั้งกว่าที่เคย ครั้นสะกดรอยตามถงเอ๋อไป ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ เห็นเพียงว่าถงเอ๋อตัดฟืนอย่างตั้งอกตั้งใจ

ถงเอ๋อออกจากห้องพักราวยามหนึ่ง พอถึงยามสามก็กลับ ทำเช่นนี้จนถึงวันที่สิบเก้าเดือนห้าถาดขนมก็ว่างเปล่า ถงเอ๋อใช้ช้อนไม้ค่อยๆ แคะเอาเศษขนมหวานที่ติดอยู่ตามขอบมาไว้ในถ้วย แล้วเอ่ยเรียกเจียงหลี “คุณหนูเจ้าคะ กินขนมพวกนี้รองท้องก่อนเถิด”

พวกนางไม่ได้กินข้าวกันมาหนึ่งวันหนึ่งคืน เนื่องจากเมื่อวานนางชีในวัดจงใจทำถ้วยข้าวต้มที่ส่งมาตกแตก ในครัวก็ไม่เหลือกับข้าว จะมีก็แต่ขนมหวาน ซึ่งเอาไปเลี้ยงลิงป่าหลังวัดเฮ่อหลินซื่อจนเกลี้ยง เวลานี้ทั้งสองจึงหิวจนท้องร้อง

เจียงหลีมองออกไปนอกหน้าต่าง พระอาทิตย์กำลังตกดิน ผ่านไปอีกไม่นานกลางคืนก็จะคืบคลานมาถึง นางจึงกล่าวว่า “ข้าไม่กิน เจ้ากินเถอะ”

ถงเอ๋อกลืนน้ำลายแล้วส่ายหัว “ถ้าคุณหนูไม่กิน ถงเอ๋อก็ไม่กิน”

“ไม่เป็นไร ประเดี๋ยวพวกเราจะได้ไปกินของดีๆ กันแล้ว” เจียงหลียิ้มให้

ถงเอ๋อยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่

เจียงหลีลุกขึ้นเดินไปยังมุมห้อง ตรงนั้นมีกล่องไม้ใบหนึ่งตั้งอยู่ นางเปิดกล่องไม้ควานหาเสื้อนางชีสีเทา

ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่คนในสำนักนางชีก็ไม่ยอมตัดเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เจียงหลี ทุกวันนางต้องทนสวมแต่เสื้อผ้าที่ไม่เข้ากับรูปร่างของตน ชุดเก่าที่มีก็สั้นเป็นคืบ มีแค่เสื้อนางชีสีเทาตัวนี้เพียงตัวเดียวที่พอจะสวมได้ เพราะเป็นเสื้อที่นางชีน้อยคนหนึ่งที่เพิ่งสึกออกไปเมื่อตอนปีใหม่ทิ้งเอาไว้

ถงเอ๋อเอ่ยปากถาม “คุณหนูจะใส่ตัวนี้หรือเจ้าคะ”

เจียงหลีพยักหน้า “ตัวนี้แหละ”

นางสวมอาภรณ์นางชีสีเทาเรียบร้อยพอดีกับที่ดวงตะวันลับขอบฟ้า ถงเอ๋อและเจียงหลีเฝ้ามองเปลวไฟในตะเกียง รอจนเลยยามหนึ่งเจียงหลีก็ลุกขึ้นยืน แล้วกล่าวว่า “ไปกันเถอะ”

“ไปที่ไหนหรือเจ้าคะ” ถงเอ๋อถาม

“ไปหาอะไรกินกันน่ะสิ”

ถงเอ๋อมีข้อสงสัยมากมายอยู่ในใจ กระทั่งเจียงหลีพานางไปยังอุโบสถด้านหน้า ภายในอุโบสถมีรูปปั้นพระโพธิสัตว์ตั้งอยู่ กระถางธูปเบื้องหน้ามีผลไม้ไหว้เจ้าวางเรียงราย เจียงหลีเลือกเอาผลไม้ถาดหนึ่งมาถือแล้วส่งให้ถงเอ๋อ “กินเสีย”

ถงเอ๋อตะลึงงัน “คุณหนู ผลไม้เหล่านี้เป็นของที่ใช้ไหว้พระโพธิสัตว์นะเจ้าคะ”

“อืม”

“หากพรุ่งนี้เช้าพวกนางชีเหล่านั้นมาพบเข้า เราจะทำอย่างไร” ถงเอ๋อปัดมือออก “วางไว้ที่เดิมดีกว่า”

“ไม่เป็นไรหรอก” เจียงหลีปลอบใจถงเอ๋อ “เห็นก็เห็นไป”

“แต่ว่าพระโพธิสัตว์” ถงเอ๋อไม่กล้ารับ “พวกเรากินผลไม้บูชาพระ แบบนี้จะเป็นการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์นะเจ้าคะ”

ได้ฟังดังนี้ เจียงหลีพลันหัวเราะ “รูปปั้นพระโพธิสัตว์ยังเอาตัวเองไม่รอด เจ้าจะหวังให้รูปปั้นมาคุ้มครองเจ้าอีกรึ ชีวิตคนต้องแผ้วทางด้วยสองมือ มัวอาศัยพระโพธิสัตว์ไม่ได้หรอก”

ถงเอ๋อมองเจียงหลีด้วยความประหลาดใจ แต่ก่อนคุณหนูรองไม่เคยพูดอะไรที่ทำให้คนต้องตกตะลึงเช่นนี้ ขณะที่กำลังนิ่งงันอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาดังแว่วมา เสียงหัวเราะนั้นเบามาก ยิ่งดังขึ้นในคืนที่เงียบสงัดไร้ผู้คนยิ่งชัดเจนชวนขนหัวลุก

ถงเอ๋อเงยหน้าขึ้นมองอย่างหวาดกลัว พลันชี้มือขึ้นไป แล้วพูดติดอ่างว่า “ผี... ผีหลอก”

บนหลังคาวัด

ไม่รู้ว่ามีคนขึ้นไปนั่งอยู่ตั้งแต่เมื่อไร คนผู้นี้ใส่เสื้อผ้าสีดำปลอด คลุมทับด้วยเสื้อคลุมสีแดงปักลายดอกโบตั๋นดำ ยิ่งทำให้มองแล้วดูเหมือนภูตผี

แสงจันทร์กระจ่าง หมอกลงบางๆ ส่องให้เห็นใบหน้าชายหนุ่มที่อยู่บนหลังคาได้ชัดเจน เขามีคิ้วและดวงตาเรียวยาวพราวเสน่ห์ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากกำลังเผยอเล็กน้อยราวกับมีรอยยิ้ม แต่หากมองให้ดีรอยยิ้มนี้กลับให้ความรู้สึกประชดประชันแฝงอยู่กลายๆ หางตาของเขาที่กระดกขึ้นเล็กน้อยมีไฝสีชาดขนาดประมาณเม็ดข้าวแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าที่ดูหล่อเหลาภายใต้แสงจันทร์ สง่างามโดดเด่นราวกับไม่ใช่มนุษย์ แม้แต่สีสันตระการตาของดอกท้อยังไม่สามารถชิงความโดดเด่นจากบุรุษผู้นี้ได้

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Boomfaliona
พระเอก???????????
เมื่อ 6 วัน 1 ชั่วโมงที่แล้ว

ความเห็นโดย champacat
ติดตามต่อไปเรื่อยๆ
เมื่อ 4 สัปดาห์ 16 ชั่วโมงที่แล้ว

รีวิว