หยางเสวี่ยหนี่ เเม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน

เเคว้นสุ่ย--30%--

ไกลออกมาจากแคว้นหงหลายร้อยลี้ ดินแดนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของแคว้นสุ่ย นับตั้งแต่ปฐมกษัตริย์ไล่มาจนถึงปัจจุบันร่วมสิบพระองค์ต่างปกครองแคว้นอย่างสันติ ไม่รุกรานแคว้นรอบข้างมานานหลายร้อยปี หากวันนี้สงครามระหว่างแคว้นเกิดปะทุขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายแพ้หรือชนะศึกในครั้งนี้

ร่างระหงเอนหลังอยู่ในตำหนัก เสื้อผ้าอาภรณ์สีสันสดใสมิได้ทำให้สตรีวัยกลางคนผู้นี้มีจิตใจเบิกบานตามไปด้วย หลังจากเยี่ยนจงฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ทั้งแคว้นต่างโศกเศร้าไปทั่วทุกหย่อมหญ้า หากยังมีหน่อเนื้อของพระองค์สืบทอดบัลลังก์ แต่ยังไม่ทันเข้าพิธีอภิเษกองค์รัชทายาทกลับถูกองค์ชายเยี่ยนจวินลี่ลอบปลงพระชนม์ หัวอกของคนเป็นแม่อย่างนางเห็นโอรสสิ้นพระชนม์ไปอย่างไม่อาจทวงความยุติธรรมได้ นางแทบจะปักมีดละเลงหัวใจของตนให้สิ้น

‘อย่าเพคะฮองเฮา! ได้โปรด! วางมีดเถิดเพคะ!’ นางกำนัลคนสนิทของนางเข้ามายื้อแย่งมีดออกจากมือได้สำเร็จ ก่อนจะก้มกอดขานางร้องไห้ไปด้วยกัน

‘ข้าจะตายตามลูกของข้าไป! ข้าไม่อาจอยู่บนโลกนี้โดยไม่มีรัชทายาท...ฮือ...ข้าไม่อยากอยู่ข้าอยากตาย!’

‘ฮองเฮาเพคะ ความฝันของพระองค์คือการขึ้นเป็นไทเฮา เหตุใดถึงทรงละทิ้งความฝัน แม้จะสิ้นองค์รัชทายาทแต่องค์ชายจวินลี่ยังต้องพึ่งพาบารมีของฮองเฮาอยู่นะเพคะ’

‘เจ้ากล่าววาจาเหลวไหลอะไรกัน! เจ้าคิดว่าข้ายังปรารถนาตำแหน่งไทเฮา ทั้งๆ ที่คนผู้นั้นสังหารลูกชายข้าอย่างนั้นหรือ!’

‘หม่อมฉันรู้ว่ามันเจ็บปวดเพคะ และคิดว่าฮองเฮาคงอยากจะแก้แค้นองค์ชายจวินลี่อยู่เต็มพระอุระ บัญชีแค้นสิบปีแก้แค้นก็ยังไม่สายนะเพคะ’ ร่างสูงศักดิ์หยุดการเคลื่อนไหว เมื่อลองตรองดูดั่งที่มู่อิงกล่าว สติที่เลอะเลือนคิดฆ่าตัวตายก็กลับมา สู้นางอยู่อย่างเจ็บปวดทรมาน แล้วได้เห็นความพินาศของผู้ที่สังหารโอรสของนางคงจะมีความสุขยิ่งกว่า

‘เช่นนั้นเจ้าจงเรียกองครักษ์เข้ามา ในวังนี้เหล่าองค์ชายต่างไม่อาจต่อต้านจวินลี่ได้ เก็บข้าวของหนีออกจากวังไปตั้งแต่รุ่งสาง แต่ข้ารู้จักผู้ที่จะมาต่อกลอนกับจวินลี่ได้ ทั้งยังสูงศักดิ์พอที่จะนั่งบัลลังก์ฮ่องเต้!’ มู่อิงตกตะลึงเมื่อนึกถึงไพ่ใบสุดท้ายของพระนาง หรือแคว้นสุ่ยต้องการเรียกพยัคฆ์ที่ถูกปล่อยเข้าป่ากลับคืน?

‘ตามหาสองสามีภรรยาตระกูลหลี่ ข้าต้องการส่งสาส์นถึงองค์ชายเยี่ยนเฉินชุน...’

ร่างระหงลุกขึ้นนั่งตัวตรงเมื่อองครักษ์คนสนิทกลับจากการออกสืบราชการลับ ร่างสูงสง่าเข้ามาคำนับไทเฮาของแคว้นด้วยความนอบน้อม

“ทูลไทเฮา กระหม่อมพบเป้าหมายแล้วพะย่ะค่ะ” ดวงตาหม่นแสงเจิดจ้าเป็นประกายราวกับพระอาทิตย์ยามเช้า ถึงกับลืมตัวเขย่าแขนองครักษ์คนสนิทด้วยความปลื้มปิติ

“ว่าอย่างไร พบเฉินชุนหรือไม่” บุรุษตรงหน้าส่ายศีรษะไปมา มือบางของนางตกลงข้างตัวเหมือนกับความฝันที่สลายไปในอากาศ

“กระหม่อมพบสองสามีภรรยาตระกูลหลี่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่กลางป่าเขตแดนระหว่างแคว้นหงและแคว้นหวง ส่วนองค์ชายเป็นพ่อค้าเดินทางไปมาระหว่างสองแคว้นมิได้หยุดพัก” ไทเฮาเอนร่างพิงหมอน ความหวังของนางดูรางเลือนราวกับหมอกยามเช้า บางเบาและหายไปอย่างง่ายดาย หรือนางต้องวางแผนปลิดชีพตนเองอีกครั้ง

“กระหม่อมกำชับให้ผู้เฒ่าทั้งสองส่งพระราชสาส์นแด่องค์ชาย ก่อนที่กระหม่อมจะลอบออกมาจากหมู่บ้านเพราะเห็นคนของฝ่าบาทลาดตระเวนอยู่ไม่ไกลนักพะย่ะค่ะ”

“เจ้าคิดว่าข่าวรั่วไหลหรือ?” ทั้งองครักษ์และนางกำนัลมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ในที่แห่งนี้ฝ่าบาทเยี่ยนจวินลี่สามารถส่งคนมาสอดแนมได้ตลอดเวลา ไม่แน่ความหวังสุดท้ายของไทเฮาอาจจะถูกลอบสังหารในไม่ช้า

“เฉินชุนเป็นผู้สืบทอดเคล็ดวิชาแห่งตระกูลจาง พลังลมปราณพยัคฆ์ของเขาเท่านั้นที่จะหยุดยั้งจวินลี่ได้” นางเริ่มกระซิบเสียงแผ่วเบาลงหลายส่วน

“ต่อไปนี้พวกเจ้าระวังตัวให้ดี ห้ามติดต่อสื่อสารกับใครหากไม่จำเป็น เราจะนอนรออยู่เฉยๆ ที่นี่ หน้าที่เกลี้ยกล่อมองค์ชายเป็นของผู้เฒ่าตระกูลหลี่ และเมตตาจากสวรรค์”

หลี่เฉินชุนเดินทางกลับมายังหมู่บ้าน สีหน้าบิดาและมารดาของตนไม่ค่อยดีนัก หรือข่าวจากไทเฮาแคว้นสุ่ยทำให้พวกท่านไม่สบายใจ เขาเข้าไปทำความเคารพทั้งสองหากแววตาของพวกท่านกลับหม่นหมองลงอีกเท่าตัว

“องค์ชาย ได้โปรดเถิดเพคะ โปรดช่วยเหลือแคว้นสุ่ยด้วย” สตรีที่เขาก้มลงคำนับนับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่จำความได้ ใช้ศีรษะโขกลงบนพื้นจนหน้าผากแดงช้ำ ร่างสูงก้มลงกอดร่างมารดาเอาไว้แน่น แทบจะหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความรู้สึกอกตัญญู

“ท่านแม่! อย่าทำเช่นนี้ ข้าเป็นลูกของท่านมาตลอดชีวิต จะให้ข้าไปแย่งชิงบัลลังก์กับฮ่องเต้แคว้นสุ่ย ข้าทำไม่ได้ ข้าเกิดมาเพื่อค้าขาย ใช้ชีวิตพอเพียงเลี้ยงครอบครัว แค่นี้ข้าก็มีความสุขมากแล้ว” หลี่หยูส่ายหน้าไปมา น้ำตาแห่งบุรุษไหลนอง เป็นเขาเองที่ละเลยหน้าที่ เพียงแค่อยากจะเลี้ยงดูองค์ชายให้เหมือนคนธรรมดามากที่สุด ไม่อยากให้พระองค์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับวังวนในการแย่งชิงบัลลังก์ แต่ตอนนี้ทางแคว้นสุ่ยต้องการองค์ชาย พวกเขาอยากได้ผู้นำของแคว้นกลับคืน

ย้อนกลับไปเมื่อสามสิสามปีก่อนหลี่หยูทำหน้าที่เป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ของจากฮองเฮา และหลี่ซุนภรรยาของเขาตอนนั้นเป็นนางกำนัลติดตามฮองเฮาในการเสด็จไปยังบ้านเกิด จางฮองเฮาและเหล่าผู้ติดตามเดินทางออกจากวังหลวงมุ่งหน้าสู่เมืองชนบท สองพระหัตถ์บางโอบอุ้มองค์รัชทายาทองค์น้อยเอาไว้ไม่ห่าง พระนางไม่อยากให้องค์รัชทายาททรงลำบากอุดอู้อยู่แต่บนรถม้า หากเป็นธรรมเนียมของตระกูลที่ลูกสาวของตระกูลต้องเดินทางพาลูกน้อยกลับไปยังบ้านเกิดเพื่อประกอบพิธีมงคล

ระหว่างทางขบวนเสด็จเผชิญหน้ากับโจรกลุ่มใหญ่ เหล่าราชองครักษ์เสียสละเลือดเนื้อแรงกายจนถึงขั้นสละชีวิตเพื่อปกป้องสตรีผู้สูงศักดิ์เอาไว้

‘หลี่ซุน เจ้าพาองครัชทายาทหนีไป หลี่หยูเจ้าจงเข้าวังนำข่าวนี้ไปแจ้งแก่จินกุ้ยเฟย นางจะช่วยหาทางออกให้พวกเจ้า’ ทั้งองครักษ์และนางกำนัลมองหน้ากันอย่างตระหนก จวบจนท่านซูเหลียงหม่าชิงนางกำนัลคนสนิทของจางฮองเฮาตวาดเข้าใส่ทั้งสองจึงจำต้องทำตามพระเสาวนีย์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง นางหลี่ซุนโอบประคองทารกน้อยในอ้อมแขนและวิ่งหายเข้าไปในป่า ผู้เป็นสามีของนางใช้ลมปราณพยัคฆ์สังหารนักฆ่าในคราบกลุ่มโจรแล้วพากันหลบหนีออกจากเมืองหลวง

ทั้งสองลักลอบเข้าไปพบจินฮองเฮาที่ตอนนั้นยังเป็ฯสนมยศกุ้ยเฟย พระนางตกใจกับข่าวที่ได้รับก่อนสั่งนางกำนัลให้เตรียมเงินและทองสองหีบใหญ่และผู้ติดตามพระองค์ฝีมือดีเพื่อคุ้มกันองค์รัชทายาทออกจากเมืองหลวงแคว้นสุ่ย จนกว่าจะจับผู้บงการให้ลอบสังหารฮองเฮาของแคว้นได้ ตอนนั้นสองสามีภรรยาตระกูล หลี่ทนไม่ไหวกับอันตรายรอบกายจึงลอบพาองค์รัชทายาทหนีมาจนถึงแคว้นหงและเลือกที่ตั้งของหมู่บ้านลับที่ตาคนทั้งหมดนี้เพื่อปกป้ององค์ชายน้อยของพวกเขาให้พระองค์ได้เติบโตเหมือนเด็กทั่วไป ใช้ชีวิตอิสระตามที่ต้องการ[R1]

“ตั้งแต่ข้ารับเลี้ยงองค์ชาย ข้าบอกเสมอว่าให้ยึดหลักกตัญญูเป็นหลัก ครานี้ผู้นำแคว้นสุ่ยจู่โจมทั้งแคว้นหงและแคว้นหวงที่มีพระคุณต่อเรา ในข้อนี้ท่านไม่อาจละเลยได้ อย่างไรเสียองค์ชายก็ต้องช่วยเหลือทั้งสองแคว้น จะไม่ครอบครองแคว้นสุ่ยก็ได้ แต่ต้องทำให้สงครามในครั้งนี้สงบลง”

“ข้าไม่สามารถใช้ลมปราณพยัคฆ์ได้อีก มันทำให้ข้าคลุ้มคลั่ง...” สองสามีภรรยาเข้ามาโอบกอดบุรุษเหนือบุรุษที่สวรรค์ส่งมาเป็นบุตรชายบุญธรรมของพวกเขา อย่างไรองค์ชายก็ต้องกลับคืนสู่ตำแหน่งสูงส่ง ดังที่โชคชะตากำหนดไว้โดยไม่อาจต้านทานได้

“องค์ชายต้องทำได้” สองผู้เฒ่าโอบประคององค์ชายน้อยแห่งแคว้นสุ่ย โอรสของจางฮองเฮา อดีตฮองเฮาในฮ่องเต้เยี่ยนจง ทั้งสองรับรู้ว่ามีคนจ้องมองพวกตนมาประมาณหนึ่งสัปดาห์ คืนนี้พวกมันยกทัพกันมาเยอะมากขึ้น บางทีคืนนี้อาจเป็นคืนสุดท้ายของเขาและภรรยาก่อนจะเดินทางไปรับใช้จางฮองเฮาบนสวรรค์เป็นอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ ไม่นานนักด้านนอกกระท่อมส่งเสียงเอ็ดตะโร ตามมาด้วยเสียงกระบี่ฟาดฟันเนื้อหนังมนุษย์ พร้อมฝีเท้าของคนนับร้อยบุกเข้ามา

ทั้งสามผละออกจากกัน ก่อนหันไปคว้าอาวุธของตน หลี่เฉินชุนกระโจนออกไปด้านนอกพบกับร่างของบุรุษชุดดำนับสิบกำลังสังหารโหดคนในหมู่บ้าน ร่างสูงตรงเข้าสังหารอีกฝ่ายร่อนกระบี่ปลิดชีพศัตรูจนสิ้น ไม่ว่ามันจะใช้วิชาตัวเบาหนีไปที่ใด หลี่เฉินชุนก็เหินตามไปสังหารไม่ให้เล็ดรอดไปสักชีวิต

อ๊าก!!!

เสียงร้องของสองสามีภรรยาที่คุ้นเคยดังเข้าสู่โสตประสาท ร่างสูงกระโจนกลับไปยังหมู่บ้าน พบกับร่างของบิดามารดานอนจมกองเลือดอยู่ไม่ห่างจากกระท่อมนัก บรรยากาศยามค่ำคืนคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเลือดชวนสะอิดสะเอียน ภาพตรงหน้าของเขาเริ่มพร่าเบลอก่อนร่างจะสั่นเทิ้มเกินการควบคุม หัวหน้าของโจรชุดดำเช็ดกระบี่กับผ้าขาวสะอาดอย่างใจเย็น ก่อนกระโดดหายไปในความมืด ร่างสูงพุ่งทะยานตามไปหากลูกสมุนของพวกมันกลับมาดักหน้าเอาไว้ราวๆ ยี่สิบคน

แสงตะเกียงที่สะท้อนกับปลายกระบี่วับแวมไปมาเพียงชั่วครู่ ร่างทะมึนกว่ายี่สิบคนก็นอนจมกองเลือดอยู่ใต้เท้าของสองผู้เฒ่าตระกูลหลี่ ร่างสูงฟื้นคืนสติก่อนตกตะลึงกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เขาสังหารคนจำนวนมาก เพียงแค่กระพริบตา...เขาเผลอใช้วิชาลมปราณพยัคฆ์ เขาเผลอให้มันครอบงำ!

‘ช่างมันสิ! พวกมันสมควรตาย’ เสียงกระซิบดังแผ่วอยู่ข้างหู เมื่อหันกลับไปกลับไม่พบสิ่งใด นอกจากร่างของโจรและคนในหมู่บ้านนอนจมกองเลือด

“ใช่..พวกมันสมควรตาย!” ร่างสูงเดินโซซัดโซเซออกจากหมู่บ้านอย่างไร้จุดหมาย ในหัวมีแต่ความว่างเปล่า น้ำตาแห่งเอกบุรุษหลั่งรินออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้น เข้าสูญเสียทุกอย่างไปชั่วพริบตา หากเขาฉลาดกว่านี้ก็คงจะอยู่ป้องกันภัยอันตรายแก่บิดามารดาได้ หลี่เฉินชุนเจ้ามันโง่! แค่คนที่รักเจ้ายังไม่อาจปกป้อง แล้วจะไปทำศึกแก้แค้นผู้ที่บงการสังหารโหดคนในหมู่บ้านได้อย่างไร!

ร่างสูงสั่นสะท้าน ฝืนกายลากสองเท้าหนักอึ้งมาจนถึงทางแยก ด้านซ้ายเป็นเส้นทางไปสู่แคว้นหวง ที่นั่นมีสหายและฮองเฮาที่มีศักดิ์เป็นน้องสาวบุญธรรมของเขาให้เป็ฯที่พึ่งพิงทางใจ แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าหวานล้ำของเสวี่ยหนี่ ทำให้จิตใจของเขาอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ร่างสูงตั้งสติโดยการตบหน้าตนเองสองสามครั้ง เดินฝ่าร่างนับร้อยของคนในหมู่บ้านไปยังคอกม้า แล้วควบทะยานออกไปยังแคว้นหง อย่างน้อยเขาก็ยังมีนาง องค์หญิงเสวี่ยหนี่ องค์หญิง...

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย champacat
เรื่องนี้สนุกดีแหะ
เมื่อ 9 เดือน 5 วันที่แล้ว

รีวิว