ปมรักซาตาน

บทที่ 2.1

หลังจากส่งลูกชายไปโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว พราวฟ้าก็ขับรถมุ่งตรงสู่ร้านดอกไม้ของเธอทันที หญิงสาวใช้เวลาตลอดทั้งวันในการทำงานอย่างเช่นปกติ กระทั่งเมื่อถึงเวลาเลิกเรียนของพีรวิทย์ เธอจึงฝากให้เด็กที่ร้านปิดร้านและตรวจเช็กทุกอย่างให้ดีก่อนกลับ

แม้การดำเนินชีวิตจะไม่ได้ต่างจากทุกวันที่เป็นมา หากทว่ามันก็ไม่ใช่กับทั้งหมด เพราะทันทีที่หัวรถเลี้ยวเข้าสู่เขตรั้วของบ้านติณาธรรม์ บ้านหลังใหญ่ที่ไม่ได้ต่างจากคำว่าคฤหาสน์ ความรู้สึกที่หดหู่ก็พลันเกิดขึ้นมาอย่างไม่สามารถบังคับได้ ดวงตาเหลือบไปมองยังใต้อาคารที่ใช้จอดรถแล้วถอนใจยาวด้วยความกลัดกลุ้ม รถเก๋งยี่ห้อดังและหรูหราสมราคาจอดสนิทแสดงให้รู้ว่าผู้เป็นเจ้าของไม่ได้ออกไปไหนแต่รอคอยการพบหน้ากันอีกครั้งกับเธอ

“แม่พราวครับถึงบ้านแล้ว”

เสียงใสๆ กับมือเล็กที่เขย่าแขนผู้เป็นมารดา ทำให้พราวฟ้าต้องรีบดับเครื่องยนต์แล้วหันมายิ้มกับลูกรัก ก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตัวบ้านหลังใหญ่ เด็กชายพีรวิทย์ออกจะดูมีความสุขเหลือเต็มประดาขณะที่ผู้เป็นแม่ทำหน้าเหมือนก้าวเข้าสู่แดนประหาร

“คุณทวด”

เด็กน้อยวิ่งถลาเข้าไปนั่งแหมะอยู่ข้างๆ คุณนวลจันทร์พร้อมกับประนมมือขึ้นไหว้ ก่อนจะเอี้ยวตัวไปหมายจะพูดคำว่าสวัสดีครับกับชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว ทว่าแทนที่ลูซิเฟอร์จะรับไหว้เด็กชายตัวน้อย เขากลับลุกขึ้นยืนแล้วเดินผ่านหน้าไปราวกับว่าบุคคลที่เข้ามาใหม่ทั้งสองไม่มีตัวตน แม้แต่การทักทายภรรยาก็ยังไม่มี ดวงตาคมกริบเหลือบไปมองเธอแล้วเหยียดริมฝีปากออกนิดๆ ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากห้องนั่งเล่น

คุณนวลจันทร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ หากแต่ยาวเหยียดด้วยความกลัดกลุ้มและสงสารอยู่ในที โดยเฉพาะกับเด็กน้อยตาดำๆ ที่ยังคงมองตามร่างสูงใหญ่ของลูซิเฟอร์ไปอย่างไม่เข้าใจ อ้อมแขนของผู้เป็นทวดจึงกระชับกอดไว้แน่นพร้อมกับคำปลอบโยนที่แสนอบอุ่น

“แด็ดดี้ไม่ค่อยสบายนะลูก”

คำว่า ‘แด็ดดี้’ ส่งผลให้ใบหน้านวลสวยหันกลับมามองแล้วขมวดคิ้วมุ่น แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากก้าวเข้าไปนั่งนิ่งๆ ที่โซฟาตัวเดี่ยวพร้อมกับรอยยิ้มที่ออกจะดูฝืนใจอยู่สักหน่อย มือบางยื่นไปคว้าตัวลูกชายสุดรักที่ไถลลงมาจากตักของคุณนวลจันทร์ขึ้นมานั่งบนตักของเธอเองแล้วก้มหน้าจูบเบาๆ ที่ข้างแก้มยุ้ย

“คุณลูซิเฟอร์ไม่สบายเป็นอะไรหรือคะคุณยาย”

พราวฟ้าถามด้วยความอยากรู้ ขณะที่มือบางก็คอยแต่จะลูบศีรษะเล็กของบุตรชายด้วยความรักและเอ็นดู หญิงสาวไม่ได้สบตาคนที่ต้องตอบคำถามสักนิด แต่ให้ความสนใจกับคำถามเสียงแจ๋วๆ ของเด็กชายพีรวิทย์มากกว่า ซึ่งนั่นทำให้พลาดไปอย่างไม่น่าให้อภัย

“เมาค้างน่ะสิจะมีอะไร เห็นว่าปวดหัวนะลูก หนูไปดูหน่อยก็ดีนะจ๊ะ เมื่อคืนคงหนักแหละเพราะช่วงบ่ายที่กลับมาก็เอาแต่นอนพัก”

คุณนวลจันทร์ตอบพร้อมกับลุกเดินหนีเสียอย่างนั้น พอหลานสะใภ้เงยหน้าขึ้นมาอีกทีจึงเห็นเพียงหลังไวๆ ของท่าน คิ้วเรียวขมวดเป็นปมด้วยความสงสัย แต่ก็เลิกใส่ใจในนาทีต่อมาเมื่อเจ้าตัวแสบสะกิดเรียกว่าอยากอาบน้ำ คุณแม่ลูกหนึ่งจึงไม่รอช้า ยกร่างเล็กขึ้นมาพาดบ่าแล้วอุ้มขึ้นห้องไปพร้อมกับเสียงพูดคุยจอแจ

และเพราะห้องทำงานถูกคั่นไว้ระหว่างห้องนอนใหญ่กับห้องนอนเด็ก ทำให้เสียงหัวเราะคิกคักของสองแม่ลูกดังแว่วเข้าหูของลูซิเฟอร์ เนื่องจากประตูที่เปิดแง้มไว้นั่นเอง เขาไม่คิดว่าทั้งสองจะขึ้นมาในเวลานี้ แล้วตัวเขาเองก็เลือกที่จะมานั่งสงบสติอารมณ์ที่ห้องทำงานมากกว่าห้องนอน

ชายหนุ่มพยายามนั่งนับหนึ่งถึงสิบช้าๆ อยู่เกือบสิบรอบ หากแต่จนแล้วจนรอดเสียงนั้นก็ยังไม่สงบลง ส่งผลให้ร่างสูงใหญ่ขยับตัวด้วยความอึดอัดและรำคาญ ก่อนจะก้าวไปยังอีกห้องด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง

ลูซิเฟอร์ไม่ได้ใส่ใจกับการสำรวจทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้ แล้วก็เพิ่งรู้ว่าห้องทั้งสามถูกเชื่อมไว้ด้วยกันโดยอาศัยประตูสองบานที่เปิดถึงกันได้ ซึ่งตั้งแต่ที่รู้ว่าต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่คุณยายเลือกให้ เขาก็บินตรงจากฝรั่งเศสเพื่อมาเข้าพิธีเลยในวันนั้น เขาจึงไม่มีทางได้รู้ความจริงอะไรหลายๆ อย่างรวมถึงเรื่องที่ภรรยาเป็นแม่ม่ายเรือพ่วงนี้ด้วย กลายเป็นความโง่เขลาของตัวเองจนต้องมานั่งยกมือขึ้นกุมขมับครั้งแล้วครั้งเล่า

มือหนาผลักบานประตูที่เปิดแง้มไว้นั้นออกกว้าง ก่อนก้าวเข้าไปด้วยใบหน้าที่บอกบุญไม่รับ ฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงมุ่งตรงไปยังทิศทางของเสียงแล้วชะโงกหน้าเข้าไปมองในห้องน้ำ

“ทำอะไรกันเสียงดังไปถึงห้องนู้น”

เคล้ง!

เสียงขวดแชมพูร่วงลงพื้นอย่างไม่ตั้งใจด้วยฝีมือของพราวฟ้า เธอเงยหน้ามองเจ้าของเสียงทุ้มแต่ติดดุนั้นด้วยใบหน้าที่แตกตื่น ขณะที่เจ้าตัวเล็กถลาวิ่งไปหาร่างสูงใหญ่ในสภาพล่อนจ้อน และเพราะความเร่งรีบจนไม่ทันได้ระวัง ทำให้ร่างของเด็กชายพีรวิทย์ไถลลื่นจนหน้าเกือบจะคะมำลงไปกับพื้นที่เท้าของลูซิเฟอร์เหยียบอยู่ โชคดีที่มือใหญ่คว้าตัวไว้แล้วอุ้มขึ้นอย่างรวดเร็ว

“อะไรกันเจ้าตัวแสบ เดี๋ยวก็หมดหล่อกันพอดี วิ่งมาได้ไม่ดูเลย”

แม้จะดุหากแต่น้ำเสียงกลับเจือด้วยความเป็นห่วง ใบหน้าหล่อเหลาไม่มีแม้รอยยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะก้าวอาดๆ เข้าไปในห้องน้ำแล้วส่งตัวเจ้าแสบน้อยให้กับคนเป็นแม่

“แด็ดดี้ไม่ได้มาอาบน้ำให้พอร์ชเหรอครับ”

เด็กชายถามไปด้วยความไร้เดียงสา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มใสแจ๋วมองคนตัวโตที่เสื้อผ้าเปียกปอนเพราะฝีมือของตัวเองอย่างมีความหวัง

“แด็ดดี้เหรอ”

ลูซิเฟอร์ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ทว่าไม่รู้เพราะอะไรเมื่อเขาจ้องสบกับดวงตาคู่ใสนั้นแล้วพลันให้หัวใจกระตุกวูบแบบแปลกๆ แววตานั้นช่างน่าสงสารและน่าเอ็นดูไปพร้อมกัน เขาไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำและที่สำคัญเด็กเป็นผู้บริสุทธิ์ ก่อนที่ศีรษะทุยสวยจะผงกขึ้นลงสองรอบแล้วยื่นมือไปคว้าร่างป้อมนั้นมาอุ้มไว้เสียเอง

“ผมจะอาบน้ำให้เขาเอง คุณไปเตรียมเสื้อผ้าให้หน่อยก็แล้วกัน ของผมด้วยนะ”

สั่งจบก็หันไปเปิดฝักบัวแล้วก้มตัวหยิบขวดแชมพูที่หญิงสาวทำตกขึ้นมา ขณะที่เจ้าตัวแสบหัวเราะชอบอกชอบใจกับการได้อาบน้ำกับคนที่ไม่รู้จักหากแต่เด็กชายพีรวิทย์กลับโหยหาอย่างไม่รู้ตัว

พราวฟ้ามองภาพนั้นอย่างตัดสินใจก่อนจะหมุนกายเดินกลับออกไปและไม่ลืมจะปิดประตูให้ เพราะรู้ว่าการที่ลูซิเฟอร์สั่งให้เตรียมเสื้อผ้าให้นั้นก็คงคิดจะอาบพร้อมกับเจ้าตัวแสบนั่นเอง เนื่องจากตัวเขานั้นเปียกไปกว่าครึ่งหลังจากที่คว้าตัวพีรวิทย์ไว้ก่อนที่จะล้มหน้าแหก

สองหนุ่มต่างวัยใช้เวลาในการอาบน้ำนานเกือบชั่วโมง ก่อนที่ลูซิเฟอร์จะอุ้มเจ้าตัวแสบที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กคลุมตัวไว้ ขณะที่ตัวเขาเองขอยืมผ้าขนหนูที่ผืนใหญ่กว่าหน่อยมาพันกายท่อนล่างไว้อย่างหมิ่นเหม่ จากนั้นก็มาหยุดยืนอยู่ด้านหลังของพราวฟ้า

“คุณ”

เมื่อถูกเรียกหญิงสาวจึงไม่รั้งรอที่จะหันมา แต่กลับต้องเบิกตาโตพร้อมกับใบหน้าที่แดงปลั่งอย่างฉับพลัน ดวงตากลมโตกวาดมองร่างสูงใหญ่แล้วแทบลมจับ เธอลืมไปเสียสนิทว่าในห้องน้ำไม่มีเสื้อคลุมของผู้ใหญ่ ไม่มีผ้าขนหนูผืนโตๆ ให้คนตัวเท่ายักษ์ใช้ห่อกาย ดีแค่ไหนที่เขาเอาผ้าของน้องพอร์ชมาใช้

“เอ่อ” พราวฟ้าถึงกับพูดไม่ออก

“อายอะไรทำอย่างกับไม่เคยเห็น มีลูกโตจนป่านนี้แล้วยังทำตื่นเต้นไปได้ ไม่แก้ผ้าออกมาก็ดีเท่าไรแล้ว เอ้านี่ ! เอาลูกไปแต่งตัว ผมจะไปแต่งตัวที่ห้องนู้น” ลูซิเฟอร์บอกพลางวางร่างเล็กลงกับพื้น ยกมือขึ้นลูบหัวไปเบาๆ หนึ่งทีก่อนจะหมุนกายเดินไปยังห้องนอนใหญ่

พราวฟ้าชะเง้อคอมองตามแล้วถอนหายใจพรืด ก่อนจะก้มตัวลงนั่งยองๆ พลางยกมือขึ้นหยิกแก้มลูกรักไปด้วยความมันเขี้ยว จากนั้นก็จัดการแต่งตัวให้หนุ่มน้อยด้วยชุดหล่อที่เจ้าตัวชอบอกชอบใจนักหนา ปากเล็กขยับเปิดพร้อมกับบอกว่าอยากให้แด็ดดี้แต่งตัวเหมือนกับตน

พราวฟ้าจึงต้องรีบปรามลูกว่าอย่าเรียกลูซิเฟอร์แบบนั้นอีก เธอย้ำชัดให้เด็กชายพีรวิทย์เข้าใจว่าชายหนุ่มหน้าหล่อนั่นไม่ใช่พ่อเป็นเพียงแค่ลุง แต่พอลูกรักถามหาพ่อเท่านั้นพราวฟ้าก็ถึงกับพูดไม่ออก นอกจากประโยคเดิมๆ ที่เธอพร่ำบอกลูกน้อย

‘พ่อของพอร์ชไม่ได้อยู่กับเราแล้วลูก พ่ออยู่บนฟ้า ลงมาหาไม่ได้ แต่เชื่อเถอะว่าพ่อจะคอยดูแลปกป้องพอร์ชตลอดเวลา’

*****************

ฝากนิยายอีกเรื่องไว้ในอ้อมอ้อมใจนักอ่านที่น่ารักด้วยค่ะ

ช่วงนี้อยู่ในช่วงจัดโปรนะคะ

จากราคาปก 229 เหลือ 89 บาท ถึงวันที่ 30/9/61

จากนั้นจะขายในราคา 179 บาทค่ะ

หากชื่นชอบก็กดโหลดเลยคร่า

ขอบคุณสำหรับทุกยอดโหลดคร่า

ย้ำอีกครั้ง โปรงามๆ 89 บาทเท่านั้นคร่าาาา


รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย เฟิง เฟิง
อ่านอีกจ้าาาาาาาา
เมื่อ 1 ปี 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว