ปมรักซาตาน

3.2

การรับประทานอาหารเย็นนอกบ้านของคู่สามีภรรยาเป็นไปอย่างราบรื่น ลูซิเฟอร์ไม่มีหลุดความร้ายกาจออกมาเลยแม้แต่น้อย หากแต่สิ่งหนึ่งที่เขาแสดงออกอย่างลืมตัวคือ อาการหวงภรรยาเมื่อมีสายตาของผู้ชายคนอื่นมองมาด้วยความชื่นชม เขาไม่ปฏิเสธหรอกว่าพราวฟ้านั้นสวยมากในคืนนี้ ซึ่งจะว่าไปเธอก็สวยอยู่ทุกวัน

“อิ่มหรือยังครับคนสวย ผมว่าเรากลับกันเถอะ ผมหวงเมียไม่อยากให้กลายเป็นอาหารตาของใคร” ลูซิเฟอร์กล่าวจบก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปประคองร่างบอบบางให้ลุกตาม

“คุณรีบกลับเหรอคะ”

“อืม...อยู่ให้เมียสึกหรอเพราะโดนมองหรือไงล่ะ ไปเถอะ ลูกรออยู่มั้งป่านนี้”

“ก็ได้ค่ะ”

พราวฟ้านั้นออกจะงุนงงอยู่สักหน่อย แต่ก็พอจะเข้าใจอะไรขึ้นมาเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาใครหลายคนที่มองมา เธอจึงต้องรีบก้าวเดินตามแรงฉุดเบาๆ ของสามีหนุ่มไปที่รถ

“คุณไม่พอใจอะไรหรือเปล่าคะ” เธอถามเมื่อนั่งอยู่ในรถเรียบร้อยแล้ว

“ไม่หรอก คุณไม่ได้ทำผิดอะไร ก็แค่สวยเกินความจำเป็นก็เท่านั้น” เขาหันมาพูดยิ้มๆ ท่าทางไม่ได้โกรธเคืองอย่างที่ปากว่า

หากแต่หลังจากนั้นเขากลับปิดปากเงียบสนิท และตลอดทางกลับบ้านลูซิเฟอร์ไม่พูดอะไรออกมาเลยสักอย่าง พราวฟ้าจึงไม่คิดจะตอแยเพราะคิดว่าชายหนุ่มคงต้องการสมาธิในการขับรถ

แต่เมื่อถึงบ้านคนที่ตีขรึมมาตลอดทางก็เปิดยิ้มกว้างแล้วโอบร่างบางเข้าไปส่งยังห้องนอนของพีรวิทย์ แม้จะเอ่ยถามว่าเมื่อไรหญิงสาวจะกลับไปนอนที่ห้องใหญ่เสียที แต่พราวฟ้าไม่ยอมตอบนอกจากยิ้มนิดๆ ก่อนขอตัวพักผ่อนเพราะเห็นว่ามันดึกมากแล้ว

***************

“เดี๋ยวครับ...แต่งตัวสวยแบบนี้จะไปไหน”

ลูซิเฟอร์เงยหน้าขึ้นมาจากแฟ้มเอกสารที่ส่งผลให้สีหน้าของเขาค่อนข้างเครียด แต่พอเห็นภรรยาคนสวยที่เดินผ่านหน้าโต๊ะทำงานเพื่อจะไปยังห้องอีกฝั่ง ก็ยิ่งเกิดความสงสัยใคร่รู้ และมันเรียกความสนใจจากเขาได้ดีกว่างานที่ทำให้หัวระเบิดเสียอีก

“พาน้องพอร์ชไปเดินเล่นซื้อของน่ะค่ะ” พราวฟ้าหันกลับมาตอบ เธอคิดว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้องทำงานจึงเปิดประตูกลางเข้ามา แต่ครั้นเข้ามาแล้วจะให้เดินกลับก็กลัวจะเสียเวลา

“งั้นผมไปด้วย”

ลูซิเฟอร์ทิ้งแฟ้มงานลงบนโต๊ะอย่างไม่ไยดีแล้วคว้าโทรศัพท์มือถือ ก่อนหุนหันกลับไปทางห้องนอนของตัวเองเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่และโทร.สั่งงานอเล็กซ์ไปพร้อมกัน

จากนั้นสามคนพ่อแม่ลูกก็พากันก้าวขึ้นรถ โดยที่พราวฟ้านั่งที่เบาะหน้าข้างคนขับ ส่วนพีรวิทย์ขอไปนั่งเบาะหลังเมื่อในมือของเจ้าตัวยุ่งมีของเล่นชิ้นโปรดที่ยังเล่นติดพันอยู่ ซึ่งภาพความน่ารักนั้นทำให้คุณพิมพรถอนใจอย่างโล่งอก รู้สึกหมดห่วงจึงเอ่ยปากลาคุณนวลจันทร์กลับบ้านสวน หลังจากที่หลานกับเหลนออกไปเที่ยวได้ไม่ถึงครึ่งวัน

ทางด้านครอบครัวสุขสันต์ที่พากันมาเดินเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ก็ดูน่าอิจฉาจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาหยุดมองด้วยความชื่นชม ก่อนที่พราวฟ้าจะจูงมือเล็กของพีรวิทย์เข้าไปในร้านเสื้อผ้ายี่ห้อดัง และกลับออกมาอีกครั้งพร้อมถุงกระดาษหลายใบ

ลูซิเฟอร์ที่เดินออกมาจากร้านนาฬิกาก็รีบเข้าไปช่วยถืออย่างมีน้ำใจ แล้วจึงพากันเดินไปยังรถที่จอดอยู่เพื่อจะได้กลับบ้านเสียทีหลังจากเดินจนเหนื่อย

“ฝากลูกสักครู่นะคะ”

พราวฟ้าเอ่ยปากขอร้องเมื่อจัดการพาเจ้าตัวเล็กเข้าในนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว และเมื่อลูซิเฟอร์พยักหน้ารับคำ เธอจึงหมุนกายเดินกลับเข้าไปในห้างสรรพสินค้าอีกครั้งด้วยความรีบร้อน เหมือนว่าหลงลืมอะไรสักอย่าง

ลูซิเฟอร์ไม่ได้ใส่ใจมากนัก ก่อนก้าวขึ้นนั่งในรถพร้อมกับสตาร์ทเครื่องและเปิดเครื่องปรับอากาศเสียเย็นฉ่ำ เมื่อเดินจนเหงื่อท่วมตัว ชายหนุ่มเหลือบไปมองทางคนด้านหลังซึ่งกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับกล่องกระดาษ ที่มีรูปภาพของคนกับสัตว์ด้วยความสนใจแล้วกระตุกยิ้มที่มุมปาก หันกลับมานั่งรอภรรยาอย่างใจเย็นไปเรื่อยๆ

“แด็ดดี้ครับ”

“เรียกใครแด็ดดี้ เรียกลุงก็ได้”

ลูซิเฟอร์หันกลับมาขึงตาดุใส่ แต่พอสบเข้ากับดวงตากลมใสแสนซื่อของเด็กน้อย หัวใจแกร่งก็อ่อนยวบลงไปทันที หากก็ไม่ชอบใจเท่าไรกับการที่จะให้ลูกคนอื่นมาเรียกตนในคำที่มีความหมายว่า ‘พ่อ’ ก่อนจะชวนเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะรู้สึกว่าพราวฟ้าจะไปนานเกิน

“แม่เราเขาไปไหนน่ะ”

“ไม่รู้ครับแด็ดดี้”

“ก็บอกว่า...” ลูซิเฟอร์กำลังจะเปิดปากดุอีกครั้ง แล้วก็อีกตามเคยที่เขาต้องพ่ายแพ้ให้กับเจ้าของดวงตาน่าสงสารนั้น

“เอ่อๆ แด็ดดี้ก็แด็ดดี้ ไหนบอกมาซิแม่พราวเขาไปไหน แด็ดดี้ว่าพอร์ชต้องรู้ แม่ห้ามไว้ใช่ไหม”

“แม่พราวไปหาป้าแจ็คกี้ครับ” เด็กน้อยตอบตามจริง แม้แม่พราวจะห้ามไว้แต่แด็ดดี้ถาม

“ใครกันป้าแจ็คกี้”

ลูซิเฟอร์ออกจะงุนงงอยู่มาก เขาไม่เคยรู้จักพราวฟ้าในมุมอื่นนอกจากฐานะของภรรยา จึงไม่รู้เลยว่าหญิงสาวมีเพื่อนหรือคนสนิทที่รักใคร่เป็นใครบ้าง ด้วยความอยากรู้จึงต้องซักเอากับเจ้าตัวแสบ

“เพื่อนแม่พราวครับ แต่เป็นผู้ชายเหมือนแด็ดดี้”

“ผู้ชายอะไรเป็นป้า แม่เราเขาเล่นอะไรแผลงๆ อีกล่ะ”

ลูซิเฟอร์ไม่ค่อยจะวางใจภรรยาสักเท่าไร เขารู้ว่าเธอฉลาดและทันเกมเขา คงระแคะระคายอยู่บ้างกับสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ แต่เธอไม่มีทางจับพิรุธได้หากเขาไม่เผยความจริงออกมา

“แม่พราวบอกว่าป้าแจ็คกี้ไม่ชอบให้เรียกลุง ป้าแจ็คกี้สวย”

คำตอบของเด็กไร้เดียงสาส่งผลให้คิ้วเข้มของลูซิเฟอร์ขมวดแน่น ครุ่นคิดเป็นการใหญ่ก่อนถึงบางอ้อเมื่อเหลือบไปเห็นชายหนุ่มหน้าตาสำอางเดินบิดสะโพกผ่านหน้ารถไป

“ชายใจหญิงว่างั้น”

ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วยิ้มเยาะเพราะคิดว่าพราวฟ้าอาจมีแผนการบางอย่าง บอกไว้ก่อนว่าถ้าจะคิดให้ใครมาสวมบทบาทพ่อของพีรวิทย์ก็เลือกให้มันดูน่าเชื่อถือหน่อย ลองเอาชายที่มีท่าทางกระตุ้งกระติ้งมาสมอ้าง รับรองแผนแตกในเวลาไม่ถึงสิบนาทีแน่นอน

“แล้วนั่นทำอะไร มานั่งข้างหน้านี่มา อีกนานกว่าแม่เราจะมา”

ลูซิเฟอร์ยื่นมือไปคว้าร่างป้อมของพีรวิทย์มานั่งด้านหน้าด้วยกัน หากแต่ไม่ใช่บนเบาะแต่เป็นตักของคนที่เพิ่งคิดว่าไม่อยากผูกพันกับเจ้าตัวยุ่ง ก่อนก้มมองของในมือเล็กด้วยความใคร่รู้

“แด็ดดี้เล่านิทานเรื่องนี้ให้พอร์ชฟังคืนนี้นะครับ” พีรวิทย์ยกกล่องกระดาษสี่เหลี่ยมที่มีภาพสีสวยงามให้ลูซิเฟอร์ดู

“แด็ดดี้เล่านิทานเป็นที่ไหนกันเล่า แต่นะก็แค่อ่านตามหนังสือ ได้สิ เดี๋ยวคืนนี้ไปนอนเล่าให้ฟัง” ขนาดว่าสั่งเด็กไม่ให้เรียก แต่ตัวเองดันเผลอปากแทนตัวว่าแด็ดดี้เสียอย่างนั้น แล้วเมื่อนึกออกก็ไม่อยากจะใส่ใจจึงปล่อยเลยตามเลย

“จริงนะครับ”

“ลูกผู้ชายต้องรักษาคำพูด”

“พอร์ชรักแด็ดดี้ที่สุดเลย” พีรวิทย์เอี้ยวตัวไปกอดร่างหนาไว้แน่น ซุกหน้ากับอกของลูซิเฟอร์พร้อมกับยิ้มจนแก้มปริ

“ครับ...รักครับ ไหนป้อนขนมหน่อยเร็ว” ลูซิเฟอร์หัวเราะชอบใจแล้วเอี้ยวตัวเอากล่องนิทานไปวางที่เบาะด้านหลังแล้วหยิบกล่องขนมมาแทน

พีรวิทย์รับมาแล้วรีบเปิดฝาออกก่อนหยิบขนมป้อนแด็ดดี้พร้อมกับยิ้มตาหยี เช่นเดียวกับลูซิเฟอร์ที่ทำหน้าป้อนให้เจ้าตัวเล็กด้วย ชายหนุ่มไม่ปฏิเสธแล้วว่าหลงรักเด็กน้อยตาดำๆ คนนี้ไปแล้ว ตั้งแต่ที่เข้าไปอาบน้ำให้นั่นแหละเพียงแต่แกล้งเก๊กท่า

หากวันนี้เขาคงต้องปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความน่ารักน่าหยิกของพีรวิทย์อย่างเต็มใจ และไม่รู้ตัวเลยว่าทำไมถึงได้เอ็นดูเด็กคนนี้เหลือเกิน

***************

คืนนั้นลูซิเฟอร์ก็ทำตามสัญญาจริงๆ ดังที่พูดไว้ ชายหนุ่มนำพาตัวเองเข้าไปนอนกินพื้นที่บนเตียงเล็กของเจ้าตัวแสบ พร้อมกับที่ในมือมีหนังสือนิทานเล่มที่พีรวิทย์บอกว่าอยากฟัง ส่วนมืออีกข้างวางพาดไปกับหมอนหนุนลายการ์ตูนคร่อมศีรษะของพีรวิทย์ไว้

“เล่าไม่สนุกอย่ามาว่ากันนะ”

ลูซิเฟอร์บีบจมูกโด่งคมของพีรวิทย์อย่างมันเขี้ยว ก่อนจะเริ่มอ่านหนังสือนิทานในหน้าแรกให้เด็กน้อยฟัง เล่าไปก็แสดงท่าทีและทำเสียงประกอบไปด้วย นึกแล้วก็ขำที่สามารถทำอะไรแบบนั้นเป็นด้วย ปกติจับแต่ปากกาเพื่อเซ็นอนุมัติงานและใช้ปากในการเจรจากับนักลงทุน มาครั้งนี้ที่รู้สึกว่าตัวเองทำประโยชน์ได้มากกว่าที่เคย

ลูซิเฟอร์อ่านไปจนจบเล่มก็คิดว่าเจ้าตัวเล็กคงหลับไปแล้ว แต่เมื่อผงกศีรษะขึ้นมองกลับพบดวงตากลมที่ยังเบิกกว้างไม่มีลักษณะอาการของความง่วงงุนแม้แต่น้อย

“อะไรกันตัวแสบยังไม่หลับอีกเหรอ แด็ดดี้เล่าจนเมื่อยปากแล้วนะ”

“อยากนอนกอดแด็ดดี้” เด็กน้อยมองจ้องตากับผู้ใหญ่ที่สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมีความหวัง มือเล็กวางลงที่หน้าท้องแข็งของลูซิเฟอร์อย่างกล้าๆ กลัวๆ

“เล่านิทานให้ฟังไม่เห็นหลับ นอนกอดแล้วจะหลับหรือไง”

“ครับ” คนอยากได้ไออุ่นพยักหน้าเร็วรี่

“เอ้ามา กอดก็กอด”

ชายหนุ่มจัดการวางหนังสือลงกับโต๊ะที่หัวเตียง ก่อนวาดมือกับท่อนแขนไปพาดกับลำตัวเล็กๆ ของพีรวิทย์ ส่วนมืออีกข้างยังคงใช้คร่อมศีรษะทุยนั้นไว้ จากนั้นก็ขยับตัวแล้วรั้งร่างน้อยเข้ามาอยู่ในวงแขน

“หลับซะคนเก่ง พรุ่งนี้ต้องตื่นไปโรงเรียนแต่เช้านะ” กล่าวจบก็ก้มหน้าจูบที่หน้าผากเล็กเป็นรางวัลความน่ารักไปหนึ่งที

เด็กชายพีรวิทย์ยิ้มแป้นด้วยความดีใจ ขยับกอดร่างหนาไว้แน่น ซุกศีรษะเข้าไปใต้รักแร้ของแด็ดดี้สุดหล่อ ก่อนหลับตาพริ้มอย่างสุขใจ ขณะที่ลูซิเฟอร์นอนลืมตาพลางถอนใจพรืด รู้สึกสงสารเด็กที่ขาดความรักจากคนเป็นพ่อ และอยากรู้เหลือเกินว่าพ่อใจร้ายคนนั้นมันทิ้งลูกที่น่ารักอย่างนี้ได้อย่างไร

ลูซิเฟอร์คิดว่ารอให้พีรวิทย์หลับสนิทเสียก่อนจึงจะกลับห้อง ทว่าด้วยความเหนื่อยล้าจากการออกไปเดินเที่ยวมาทั้งวัน ทำให้ชายหนุ่มหลับตามเจ้าตัวแสบไปด้วยเวลาที่ไล่เลี่ยกัน เป็นเหตุให้คนที่นั่งรออยู่อีกห้องต้องเดินเข้ามาดูด้วยความสงสัย

พราวฟ้าไม่กล้าที่จะปลุกให้ลูซิเฟอร์กลับไปนอนที่ห้องเพราะดูจากท่านอนแล้วสงสัยคนหลับจะตื่นยาก แม้เตียงจะเล็กเกินไปสำหรับเขาแต่พอคนตัวเล็กถูกจับให้ขึ้นไปนอนอยู่กับอกกว้าง เตียงดังกล่าวก็เพียงพอสำหรับสองหนุ่มต่างวัยไปทันที

หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเมื่อเห็นภาพนั้นขณะเดียวกันก็รู้สึกสงสารลูกจับใจ พีรวิทย์โหยหาความรักจากคนเป็นพ่อมาโดยตลอด ครั้นมาเจอบุคคลที่ดีกับแก จึงเรียกร้องและคาดหวังความสุขนั้น

“มันเป็นไปไม่ได้ หนูต้องเข้าใจในสักวัน”

เอ่ยบอกลูกเสียงแผ่วๆ ก่อนเอื้อมมือไปคว้าผ้าห่มมาคลุมกายให้สองหนุ่ม แต่บางสิ่งบางอย่างทำให้พราวฟ้าลองพิจารณาใบหน้าของลูซิเฟอร์กับพีรวิทย์อย่างลึกซึ้งเต็มตา หัวคิ้วเรียวกระตุกเข้าหากันอย่างแปลกใจแต่ก็สลัดความคิดนั้นทิ้งแล้วเดินไปปิดไฟก่อนกลับห้องใหญ่ไปเงียบๆ

*******************

ฝากนิยายอีกเรื่องไว้ในอ้อมอ้อมใจนักอ่านที่น่ารักด้วยค่ะ

ช่วงนี้อยู่ในช่วงจัดโปรนะคะ

จากราคาปก 229 เหลือ 89 บาท ถึงวันที่ 30/9/61

จากนั้นจะขายในราคา 179 บาทค่ะ

หากชื่นชอบก็กดโหลดเลยคร่า

ขอบคุณสำหรับทุกยอดโหลดคร่า

ย้ำอีกครั้ง โปรงามๆ 89 บาทเท่านั้นคร่าาาา


รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Nion
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 1 ปี 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว