ปมรักซาตาน

7.2

ร่างบอบบางที่ถูกอ้อมแขนแข็งแกร่งกอดรัดไว้นั้นเริ่มขยับตัวพร้อมกับใบหน้าที่เหยเก คนเอาแต่ใจทำเธอแทบตายคาเตียงซ้ำยังมีตัวกระตุ้นอีกต่างหาก ที่สำคัญร่างกายของเธอไม่พร้อมสักเท่าไรกับเรื่องแบบนี้ เขาจะรู้บ้างไหมว่าเธออ่อนประสบการณ์นัก คิดพลางถอนใจยาวเหยียด ก่อนจะพยายามยกท่อนแขนของสามีออกจากเอวแผ่วเบา แล้วค่อยๆ คลานลงจากเตียงไปอย่างเงียบกริบ ขณะที่คนตัวโตยังนอนหลับสบายไม่รู้เรื่องรู้ราว

หากแต่เมื่อภรรยาหนีออกไปจากอ้อมแขนได้ไม่ถึงห้านาที คนที่นอนเหยียดยาวใต้ผ้าห่มก็เริ่มขยับพลางพลิกกายควานหาร่างนุ่มที่กอดรัดมาตลอดทั้งคืน คิ้วเข้มขมวดมุ่นก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นพร้อมกับลุกนั่งด้วยสีหน้าที่งุนงง

‘เมียหาย’

จู่ๆ ความคิดนี้ก็ผุดขึ้นมาในสมอง แต่พอเงี่ยหูฟังดีๆ ก็รู้แล้วว่าเจ้าของความหอมหวานอยู่ในห้องแต่งตัวและคงจะเลยเถิดไปทำธุระในห้องน้ำต่อ ปากหนาคลี่ยิ้มกว้างแล้วเอนกายลงนอนสบายใจเฉิบต่อไป เขาไม่ได้นอนหลับต่อ แต่นอนรอเมียให้มามอบความสุขก่อนเดินทางไปฝรั่งเศส

หนึ่งชั่วโมงเต็มที่พราวฟ้าใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำ แต่พอก้าวออกมาเธอก็พบกับใบหน้าที่ยุ่งเหยิงของคนเป็นสามี ดวงตาคมกริบมองมาอย่างคาดโทษ แต่หญิงสาวไม่คิดใส่ใจกลับตวัดหางตาแล้วส่งค้อนควักให้เสียอย่างนั้น มือเล็กกำเข้าหากันแน่นเตรียมพร้อมจะซัดกำปั้นเข้าหน้าหล่อๆ นั้นสักทีสองที

“คุณกำลังโกรธผมใช่ไหมกับเรื่องเมื่อคืนนี้”

“คุณไม่ควรใช้วิธีสกปรกแบบนั้น” เธอว่ากลับเสียงห้วน

“ก็บอกแล้วว่าผมไม่อยากรอความพร้อม อีกอย่างเมื่อคืนคุณก็พร้อมพรักสำหรับผมทุกท่วงท่าเลยนี่” คนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงเปิดปากแซวยิ้มๆ ดวงตาคมพราววับแล้วอดไม่ได้ที่จะมองสำรวจร่างบางตั้งแต่ใบหน้าลงไปถึงช่วงขาเรียวงามน่าสัมผัส

“แม้ว่าช่วงแรกอาจติดขัดไปนิด แต่หลังจากนั้นเราก็เข้ากันได้ดีนี่นา”

ลูซิเฟอร์ไม่คิดจะเอ่ยถามถึงความลับบางอย่างของเธอ เขาไม่ต้องการตอกย้ำให้ตัวเองหงุดหงิดใจ เพียงแค่คิดว่าหญิงสาวเคยเป็นของใครมาก่อน หัวใจก็ร้อนรุ่มอย่างน่าแปลกใจ ความรู้สึกหวงแหนก่อเกิดขึ้นมาโดยฉับพลัน

“ถ้าคุณไม่ใช้ยานั่นพราวก็คงไม่ยินยอมพร้อมใจไปกับคุณหรอกค่ะ” เธอยังคงไม่ยอมรับเสียทีเดียวว่าพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น หนำซ้ำยังโทษยาที่เขาให้กินซึ่งมันก็น่าจะถูกต้องแล้ว

“หมายความว่าไง ตกลงคุณจะไม่ยอมทำหน้าที่เมียงั้นสิ ถ้าอย่างนั้นผมก็ตัดสินใจถูกแล้วที่วางยาปลุกเซ็กส์คุณ แล้วไม่ต้องหวังคำงี่เง่าคำนั้นล่ะ”

เธอรู้ว่าคำนั้นของเขาคือคำไหน ถ้ากับผู้ชายใจร้ายคิดทำเรื่องแบบนั้นได้เธอก็ไม่หวังอยากจะได้เช่นกัน ตอนนี้ก็ภาวนาให้ตัวเองตั้งครรภ์แล้วเรื่องบ้านี้จะได้จบลงเสียที ทว่าคนอย่างลูซิเฟอร์ไม่สมควรจะได้อะไรง่ายดายนัก หรือบางทีเขาก็สมควรจะโดนพรากจากสิ่งที่ต้องการ

“ผมจะเดินทางบ่ายนี้ คุณจะไปบ้านคุณย่าใช่ไหม”

“ค่ะ”

พราวฟ้ารับคำสั้นๆ แล้วทำท่าจะก้าวเดิน หากทว่าเพราะร่างกายยังไม่สามารถปรับสภาพได้ จึงเกิดอาการเซจะล้ม ลูซิเฟอร์เห็นดังนั้นก็รีบกระโจนลงจากเตียงทั้งที่เปลือยเปล่าไปตลอดทั้งตัวอย่างไม่ห่วงว่าใครจะอกสั่นขวัญผวา แต่เมื่อถึงตัวของพราวฟ้า เขากลับชักมือกลับราวกับรังเกียจทั้งที่ตั้งใจจะเข้ามาประคอง

“เป็นอะไร” ถามออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

คนโดนถามรู้สึกเจ็บแปลบอย่างบอกไม่ถูกกับท่าทีที่เขาแสดงออกมา เธอพยายามจะมองเพียงแค่แผงอกแน่นหนั่นของสามีเท่านั้น เพราะหากลากสายตาลงไปต่ำกว่านั้นอาจหัวใจวายกะทันหันได้

“ไม่เป็นไรค่ะ”

ฝืนใจตอบไปทั้งที่ดวงตามัวหม่นจนจะปิดอยู่แล้ว ร่างบางโอนเอียงคล้ายจะยืนไม่มั่นคงนัก มือบางยกขึ้นบีบขมับข้างหนึ่งเบาๆ แล้วหันหลังให้กับชายหนุ่มเพื่อปกปิดความอ่อนแอของตัวเอง สุดท้ายลูซิเฟอร์ก็ทนมองต่อไปไม่ไหวขยับตัวเข้าช้อนร่างบางขึ้นอุ้มแล้วพามาวางที่เตียงกว้าง

“นอนพักซะ สงสัยว่าวันนี้คุณคงไปบ้านนู้นไม่ได้แล้วล่ะ”

กล่าวพลางคลานขึ้นมานอนแนบข้างโดยไม่สนใจใบหน้าตื่นตระหนกของหญิงสาวเลยสักนิด มือหนารั้งร่างบางเข้ามากอดพร้อมกับซุกใบหน้าคมคายลงไปที่ซอกคอนุ่ม

“คุณจะทำอะไร พราวไม่ไหวแล้วนะคะ พราวไม่ค่อยสบาย”

“นอนเฉยๆ คงไม่เป็นไรหรอก อย่าขัดใจผมได้ไหมทูนหัว”

คนเอาแต่ใจไม่นำพาต่อคำทัดทานของภรรยาแม้แต่น้อย เพราะสุดท้ายแล้วพราวฟ้าก็ต้องนอนตัวอ่อนระทวยใต้ร่างเขาอยู่ดี แล้วมันก็จริงดังคิด เพราะห้านาทีให้หลังอาการขัดขืนของพราวฟ้าก็หมดลงตามด้วยการตอบสนองแบบเงอะๆ งะๆ ที่ทำเอาลูซิเฟอร์แทบคลั่ง

ที่สำคัญไปกว่านั้นเขากำลังสับสนว่าสาวสวยที่ตัวเองกำลังครอบครองอยู่นี้ใช่คุณแม่ลูกหนึ่งหรือไม่ เธออ่อนประสบการณ์ในทุกด้าน ร่างกายบอบบางจนน่าถนอมไปเสียหมด ซึ่งนั่นทำให้หนุ่มนักรักต้องอ่อนโยนกับคนตัวเล็กอย่างที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อนเลยในชีวิต เธอคือคนแรกและอาจเป็นคนเดียวตลอดไปก็ได้ เมื่อตอนนี้หัวใจของซาตานกำลังพลิกผันจากสีดำสนิทค่อยๆ กลายเป็นสีเทาแล้วเริ่มขาวสว่างขึ้นมาทันตา

***************

ที่คฤหาสน์เวลล์นาแตน...ประเทศฝรั่งเศส

ปัง!

เสียงตบโต๊ะสนั่นลั่นห้องอาหารที่มีประมุขนั่งหัวโต๊ะ ลักษณะสีหน้าเหมือนอยากจะหยิบปืนขึ้นมาระเบิดสมองใครสักคน ดวงตาคมฉวยแววแข็งกร้าวยามจ้องไปยังอาหารที่มันเป็นอดีตจานโปรดของตน ก่อนจะตวัดหางตาไปทางคนที่ยืนสั่นหน้าซีดอยู่ตรงมุมห้อง

“อาหารพวกนี้รสชาติห่วยแตกมาก สมองไม่มีความคิดกันหรือยังไงถึงทำอาหารรสชาติแบบนี้มาให้ฉันกิน”

ลูซิเฟอร์ใช้ปลายนิ้วปัดจานตรงหน้าให้เลื่อนห่างออกไปพร้อมกับสีหน้าสะอิดสะเอียนหมือนเจอของแสลง

“แต่นี่มันก็ของโปรดคุณลูซนะครับ”

“ฉันขอความคิดเห็นจากแกหรือไงอเล็กซ์ หุบปากแล้วกลืนอาหารรสชาติน่าอ้วกนั้นลงท้องไปซะ” ลูซิเฟอร์หันไปตะคอกใส่คนที่นั่งอยู่ทางขวามือ

อเล็กซ์จำต้องก้มหน้าแล้วตักอาหารเข้าปากไปด้วยความเกร็ง หากก็กลับกลายเป็นกลืนไม่ลงเมื่อเจ้านายบอกว่ารสชาติมันน่าอ้วก ชายหนุ่มรู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมา แล้วกวักมือเรียกสาวใช้ให้มาเอาจานอาหารที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะออกไปให้หมด ก่อนที่ระเบิดลูกใหญ่จะลง

“ถ้าคิดว่าทำอาหารไม่ได้เรื่องก็สั่งจากร้านดังๆ ที่ไหนก็ได้มา”

สาวใช้ที่เข้ามาเก็บจานอาหารก้มหน้างุดๆ ด้วยความหวาดกลัว มือที่เอื้อมไปจับขอบจานสั่นจนจานเกือบล้มคว่ำต่อหน้าผู้เป็นนาย สร้างความโมโหให้แก่ลูซิเฟอร์เป็นอย่างมากจนตวาดไล่ไม่ไว้หน้า แล้วยังเรียกแม่ครัวที่ทำอาหารมาตำหนิอีกยืดยาว จากนั้นก็ไล่ตะเพิดออกไปทั้งหมดเหลือเพียงคนที่นั่งถอนหายใจทิ้งอยู่ข้างๆ

“เป็นอะไร!”

ลูซิเฟอร์ตะคอกถามเสียงห้วน สองวันมานี้ทำไมอารมณ์เขาถึงไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยสักเท่าไร มองอะไรก็ขวางหูขวางตาไปเสียหมดแม้แต่หน้าคนสนิทนี้ก็ด้วย

“แกจะไปไหนก็ไปเลยอเล็กซ์ ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก”

“แล้วอยากเห็นหน้าใครล่ะครับ”

“ไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้น”

คนเป็นนายตวาดกลับมาไม่ไว้หน้า ก่อนจะทิ้งแผ่นหลังลงไปกับพนักเก้าอี้แรงๆ อย่างไม่กลัวเจ็บ กระแทกลมหายใจออกมาทั้งทางจมูกและปากราวกับไม่สบอารมณ์เสียเต็มประดา

อเล็กซ์มองลักษณะอาการนั้นแล้วหัวเราะหึๆ ในลำคอ ร่างสูงใหญ่ขยับตัวนั่งกอดอก ก่อนจะผิวปากออกมาอย่างคนอารมณ์ดี สวนทางกับคนหัวโต๊ะโดยสิ้นเชิง

“แน่ใจเหรอครับว่าไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้น แม้กระทั่งคุณพราวฟ้าด้วยหรือเปล่า”

ชื่อนั้นหยุดความคิดของลูซิเฟอร์ลงฉับพลัน ใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงก็กลายเป็นขึ้นสีระเรื่อและไร้ความดุดันอย่างไม่น่าเชื่อ ชายหนุ่มระบายลมหายใจออกมาแล้วรีบโบกมือปฏิเสธเมื่อคนสนิทเอียงหน้าเข้ามามองใกล้ๆ

“พราวฟ้าฉันก็ไม่อยากเห็นหน้า”

“เธอได้ยินคงเสียใจแย่” อเล็กซ์ว่าพลางยกโทรศัพท์มือถือขึ้นโบกไปมาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ คิ้วเข้มยักยกขึ้นข้างหนึ่งก่อนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นเมื่อเห็นสีหน้าตื่นตกใจของเจ้านายหนุ่ม ตามมาด้วยมือหนาที่เอื้อมมาจะแย่งโทรศัพท์ไป

“แกทำบ้าอะไรอเล็กซ์ แกจะฆ่าฉันหรือไง กดวางสายเลยนะ”

ลูซิเฟอร์กดเสียงต่ำเพราะกลัวคนทางปลายสายจะได้ยิน หัวใจแกร่งกระตุกวูบและหวั่นวิตกอย่างบอกไม่ถูก ขณะที่อเล็กซ์ก็เอาแต่หัวเราะจนตัวงอกับคนฉลาดที่วันนี้ออกจะโง่อยู่มากโข

“ผมยังไม่ได้โทร. ไปหาคุณพราวเลยครับเจ้านาย แค่คิดว่ากำลังจะโทร.”

“ไอ้บ้า!” ลูซิเฟอร์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้แล้วทำท่าจะเข้าขย้ำคนสนิทของตัวเองให้ยับคาเท้า แต่อเล็กซ์ก็ชิงพูดประโยคแทงใจขึ้นมาเสียก่อน

“คิดถึงคุณพราวใช่ไหมครับถึงมองอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด แม้กระทั่งอาหารยังกลืนไม่ลงเพราะความโหยหา”

“แกจะมารู้ดีไปกว่าฉันได้ไง” ลูซิเฟอร์ทำสีหน้าไม่พอใจใส่

“แล้วคุณลูซคิดอะไรอยู่ล่ะครับ”

“ฉันคิดถึงเจ้าพอร์ช”

อเล็กซ์ขยับตัวลุกขึ้นยืนพร้อมกับส่ายหน้าระอากับคำโกหกของผู้เป็นนาย ทำงานด้วยกันมาตั้งหลายปีแค่มองตาก็รู้แล้วว่าคิดอะไรอยู่ แล้วกับอาการจะลงแดงตายนี้อีก ต่อให้ปฏิเสธหัวชนฝาก็ไม่มีใครหลงกลเชื่อเด็ดขาด เล่นเอาใครเข้าหน้าไม่ติดแบบนี้ ก่อนจะนึกสนุกเอ่ยล้อเลียนขึ้นมาอีกหนึ่งประโยค

“คิดถึงพอร์ชหรือพราวครับ”

“พอเลย ไปเตรียมรถได้แล้ว จะได้เคลียร์งานให้จบๆ”

“เพื่อกลับไปหาภรรยาใช่ไหมครับ”

“ไม่ใช่!” ลูซิเฟอร์ตวาดลั่นด้วยใบหน้าที่ตึงจนแทบปริแตก ก่อนหุนหันออกไปจากห้องอาหารด้วยท่าทางไม่พอใจกับสิ่งที่ขวางหน้าไปเสียทุกอย่าง

หากเมื่อถึงบริษัทการส่งออกยักษ์ใหญ่ติดอันดับของฝรั่งเศสแล้ว คนที่บอกว่าไม่ได้คิดถึงภรรยาจนมองอะไรขวางหูขวางตาไปหมดนั้นก็ออกลายเข้าอีกจนได้ หนำซ้ำยังอารมณ์รุนแรงกว่าอยู่ที่บ้านด้วยซ้ำ ทำให้การประชุมระหว่างผู้บริหารค่อนข้างจะดุเดือดเลือดพล่าน

จนเมื่อจบการประชุมสีหน้าของแต่ละคนเหมือนเดินออกมาจากลานประหารก็ไม่ปาน โดยเฉพาะกับอเล็กซ์นั้นถึงขั้นยกมือขึ้นบีบขมับครั้งแล้วครั้งเล่า

“เจ้านายไปโมโหใครมากันคุณอเล็กซ์” ชายวัยกลางคนที่เป็นหนึ่งในคณะผู้บริหารในเครือเวลล์นาแตนถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ปกติก็แบบนี้ครับ แต่วันนี้น่ากลัวมากไปนิด” คนซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขาฯ ของท่านประธานจอมโหดยิ้มแหยๆ แล้วลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เพราะเพิ่งโดนเพ่งเล็งเรื่องเอกสารมาหยกๆ

“ยังไม่ชินกันอีกเหรอครับ เจ้านายของพวกเราเป็นประเภทเอาจริงเอาจัง” อเล็กซ์ยกมือขึ้นลูบต้นคอตัวเองอย่างเสียวสันหลังชอบกล

“ก็จริงครับ ท่านประธานเป็นคนเด็ดขาด แต่วันนี้น่ากลัวกว่าปกติ แต่บทลงโทษคนผิดเรื่องที่ทำให้งานมีปัญหานั้นผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะ ท่านประธานให้โอกาสพวกเขาแล้วแต่ไม่คิดคว้าไว้ การถูกไล่ออกก็นับว่าสมควร” ผู้บริหารสูงวัยกล่าวยิ้มๆ

“ถูกไล่ออกไม่เท่าไรหรอกครับ แต่ถูกหมายหัวนี่สิ ใครไม่รักษาชีวิตก็ลองแหย่หนวดเสือดูสิ รับรองเป็นศพแน่”

เลขาฯ หนุ่มหัวเราะเสียงต่ำ ก่อนขอตัวไปจัดการเรื่องเอกสารส่งเจ้านาย เช่นเดียวกับชายวัยกลางคนที่ขอลากลับก่อนจะโดนหมายหัวไปด้วย โทษฐานว่างจัดจนแอบมายืนนินทาเจ้านาย ทำเอาอเล็กซ์ถึงกับหัวเราะไม่ออกเพราะเห็นด้วยเสียยิ่งกว่าอะไร แล้วทั้งหมดก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของใครของมัน

********************

ฝากนิยายอีกเรื่องไว้ในอ้อมอ้อมใจนักอ่านที่น่ารักด้วยค่ะ

***เร่เข้ามาคร่าาา

อีกไม่กี่ชั่วโมงแล้วค่ะ

ถึงเที่ยงคืนของวันนี้นะคะ

กับโปร 89 บาท

ขอบคุณสำหรับทุกยอดโหลดคร่า


รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว