บ้านนาร้อนซ่อนรัก (ชุด ร้อนซ่อนรัก) ลำดับที่ 1-บทนำ

โดย  พริ้งพราวจันทร์/ณ ทุ่งสวรรค์รัก/เขมณิช

บ้านนาร้อนซ่อนรัก (ชุด ร้อนซ่อนรัก) ลำดับที่ 1

บทนำ

บทนำ

หลังจากงานเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ไทยผ่านพ้นไปในช่วงเดือนห้าไทย เกษตรกรก็เริ่มเตรียมการเพาะปลูกรอฝนแรกของฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง พร้อมๆ กับฤดูทำนาของเกษตรกรในแถบนี้

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสือลายตารางหมากรุก สีแดงคาดขาวที่สวมใส่จนมันออกเป็นสีซีดๆ มีรอยขาดเป็นหย่อมๆ แต่ตรงชายเสื้อนั้นรุ่ยๆ ออกมาเป็นแถบๆ สวมกางเกงยีนส์ตัดขามีเส้นด้ายสีขายรุ่ยๆ ออกมาเป็นเส้นๆ สีฟ้าซีดไปทางขาว รูปร่างสูงใหญ่ปราดเปรียว ใส่รองเท้าแตะหูหนีบ สวมหมวกฟางขาวเดินไปตามหัวคันนาที่ถูกทำขึ้นให้เดินสะดวกกว้างเกือบหนึ่งเมตรทั้งนาที่มีพื้นที่เกือบร้อยไร่ ตรวจงานที่ลูกน้องทำเมื่อตอนกลางวัน ตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำท้องฟ้าในยามนี้เป็นสีเหลืองอมส้มโปร่งแสงไร้ก้อนเมฆหนา ดวงตะวันเริ่มโรยตัวต่ำจนเกือบมิดยอดยอดตาลที่อยู่ปลายนา มีนกบินผ่านดวงตะวันดังเช่นยามเช้าที่ผ่านมา ตามทางเดินบนหัวคันนามีหญ้าแพรกและขอบๆ มีตอหญ้าคาที่เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมาคนงานมาเกี่ยวไปกองหญ้าคาไว้ใช้งานต่อไป

“พรุ่งนี้เอาปุ๋ยหมักมาฉีดพรมดินให้ทั่วด้วยนะ จะได้หมักดินไปในตัวฝนตกมาคงพอดีกัน” สีหราช ปุณธวัฒน์เดโช หรือ สิงโต เจ้าของนาผืนนี้ที่มีพื้นที่หนึ่งร้อยไร่เป็นนาข้าวที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดพิจิตร หรือนาที่เป็นที่รู้จักของคนแถบนี้ก็คือ นาข้าวของเจ้าป่า

ที่ดินผืนนี้เคยเป็นที่รกร้างเพราะเจ้าของเป็นคนใหญ่คนโตอยู่ที่กรุงเทพฯ ปล่อยพื้นที่ไว้ไม่ได้ทำประโยชน์ จนเมื่อเก้าปีที่ผ่านมา สีหราชได้เดินทางมาที่นี่และเริ่มจัดการพื้นที่นี้ให้กลายเป็นผืนนามาจนถึงทุกวันนี้ เพราะทำเลของผืนดินนี้ดีมากมีแม่น้ำสายหลักของของจังหวัดไหลผ่านดินดีเหมาะแก่การทำนา คนแถวนี้ที่ขับรถผ่านไปมาเสียดายแทนที่ปล่อยที่ดินไว้ให้หญ้าขึ้นรกๆ เฉยๆ

“ครับเฮีย” สมหมายที่เดินตามเจ้าของนามารับคำสั่ง มองแผ่นหลังกว้าง บ่าตรงดูสง่า รูปร่างสูงใหญ่กว่าผู้ชายแถวนี้รวมถึงตัวเขาด้วย มองจากสายตาน่าจะราวๆ ร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรได้ ช่วงขายาวแข็งแรง แม้จะอยู่ในชุดที่ดูขี้ริ้วแต่ก็ไม่อาจทำให้สีหราชไร้สง่าราศีได้แม้แต่น้อย ผิวพรรณดูบอบบางผู้ดีแม้จะมาอยู่ที่นี่หลายปีแต่ผิวก็ยังดูสุขภาพดี เพียงแต่ดำคล้ำจากแดดที่แสนร้อนแรงเท่านั้น

“ไถเกือบหมดหรือยัง” วันนี้เขาเข้าไปในเมืองทำธุระเล็กน้อยกลับมาก็เกือบเย็นแล้ว วันนี้จึงเพิ่งได้มาเดินตรวจดูความเรียบร้อยของงาน

“น่าจะอีกสักสามวันนะครับ รถไถอีกคันเสียน่ะครับ พรุ่งนี้คงต้องซ่อม”

“อืม ก็ไร่ฉีดปุ๋ยหมักตามเลยแล้วกัน”

“ครับ แล้วเฮียไปดูพันธุ์ข้าวมาเป็นยังไงบ้างครับ”

“ข้าวพันธุ์ใหม่ เขาว่าดีนะ กำลังลังเลว่าจะมาลองไหม เพราะของเราก็ดีอยู่แล้ว”

“ลองปลูกสักแปลงก็ดีนะครับ”

“ไว้ก่อน ข้าวเบาต้องดูฝนก่อน” สีหราชเดินมาจนถึงแปลงนาที่เกือบสุดเขต แปลงที่ไถเพิ่งเสร็จแปลงสุดท้ายของวันนี้ หยุดยืนกวาดตา มองดินร่วนซุยที่ถูกไถพลิกดินขึ้นมาจนทั่วแปลงนา

“ดินร่วนดีจัง เจอฝนแรกนี่ก็น่าจะลงหว่านกล้าได้เลยนะครับเนี่ย”

“ได้เลยนะ แปลงเพาะกล้าไถดะรอบนี้แล้วไถแปรได้เลย ถ้าฝนไม่ตกเร็วๆ นี้คงต้องสูบน้ำเข้านาแล้วไถคาดหว่านเลย”

“ครับ จะไม่รอก่อนหรือครับ”

“ไม่ล่ะ เดี๋ยวเลยเวลาจะทำนาปรังล่าช้า ปีหน้าไม่ทันได้พักดินอีก”

สีหราชดูงานและสำรวจคุณภาพดินจนพอใจก็เดินกลับทางเดิมเพื่อกลับบ้าน ถามเรื่องงานและพูดคุยกับสมหมายที่มีอายุสามสิบสองปีมีเมียแล้วลูกหนึ่งคน ในขณะที่เขาอายุสามสิบหกปีเป็นหนุ่มโสดเนื้อหอมประจำอำเภอ ในเขตแถบนี้ไม่มีใครไม่รู้จักสีหราชเจ้าของนาข้าวของเจ้าป่าสุดหล่อ

“แวะก๊งเหล้าก่อนเข้าบ้านหน่อยไหมเฮีย” สมหมายถามคนที่เดินนำหน้า เมื่อเดินเข้ามาในเขตบ้านคนงานที่เป็นพื้นที่ที่สีหราชจัดไว้ให้คนงานอยู่อาศัยราวๆ สิบหลังคาเรือน เรียงกันคล้ายบ้านจัดสรรในกรุงเทพเพียงแต่ที่นี่ไม่มีรั้วกั้นอยู่ร่วมกัน มีพื้นที่ให้ปลูกผักสวนครัวเพื่อกิน มีไฟฟ้าและน้ำประปาเข้าถึง ถัดจากบ้านพักคนงานก็จะมีโรงเก็บอุปกรณ์ที่อยู่ติดกับโรงจอดรถไถนาที่มีอยู่แปดคันจอดเรียงเป็นระเบียบ มีรถการเกษตรอื่นๆ ที่เอาไว้ใช้กับงานอีกหลายคัน ใกล้กันเป็นลานตากกึ่งโดม อีกส่วนก็เป็นโกดังเก็บผลผลิต ตลอดทางที่เป็นถนนนี้จะติดไฟรายทางส่วนนี้เป็นสีหราชที่ทำเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คนงานเวลาที่ต้องตื่นเช้าและเดินไปโรงรถหรือโรงเก็บอุปกรณ์

“ไม่รีบกลับบ้านระวังสายหยุดด่าเปิงนะ” สีหราชแซวลูกน้องที่ถูกเมียบ่นทุกวันสาเหตุจากการชอบแวะก๊งก่อนขึ้นเรือน

“โธ่เฮีย แค่พูดถึงหูผมก็ชาขึ้นมาเลย แวะหน่อยก็ดีนะเฮียวันนี้ไอ้โอ่งมันต้มไก่เป็นของแกล้มล่ะ” คนพูดทีเล่นทีจริงเริ่มน้ำลายสอ เหล้าขาวร้อนบาดคอกับกับแกล้มอร่อยๆ มันดูจะคล่องคออย่าบอกใคร

“ก็แค่เตือน”

“เฮียไม่แวะ”

“เป็นเจ้ามือให้สองขวดใหญ่แล้วกันวันนี้ อากาศมันร้อนได้เหล้าสักหน่อยจะได้หลับสบายๆ ” เขาไม่ใช่คนติดเหล้าอะไรก็ดื่มเฮฮากับลูกน้องผูกมิตรกันไว้ อาทิตย์ละครั้งสองครั้งอยู่ที่นี่ต่างคนต่างพึ่งพากัน เขาต้องการคนที่ทำงานให้เขาแบบทุ่มสุดตัวไม่ใช่ทำงานเพื่อให้ผ่านไปวันๆ เพราะฉะนั้นการผูกมิตรการสร้างสัมพันธ์ความเป็นกันเองนี้เป็นสิ่งดี และการตั้งวงแบบบ้านๆ นี้จะทำให้เขารู้นิสัยของคนงานแต่ละคนด้วย

“อ่ะโธ่ เฮียยย...”

“อะไร”

“ดีมากเลย วันนี้พวกผมรวมเงินกันแล้วได้มาขวดใหญ่เดียวเอง ช่างโชคดีที่เฮียให้อีกสองขวด มีหวังสายหยุดมันได้บ่นผมยาวค่อนคืนอีกแหงๆ” คนรู้ตัวว่าเมียด่าแน่นอนพูดไปยิ้มไป

“หรือจะลดเหลือครึ่งขวดดี เมียจะได้ด่าน้อยลง”

“ไม่ได้ๆ นะเฮีย เฮียพูดแล้วต้องไม่คืนคำ” ไม่มีทางที่สายหยุดเมียเขาจะด่าน้อยลง สองขวดหรือครึ่งขวดเมียด่าเท่ากันเพราะฉะนั้นการดื่มสองขวดถือเป็นกำไรของสมหมายแล้วกัน

****************************************************************************

ฝากผลงานเรื่องใหม่ด้วยนะคะ

อาจจะมีคำผิดบ้างต้องขออภัยค่ะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายค่ะ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว