บ้านนาร้อนซ่อนรัก (ชุด ร้อนซ่อนรัก) ลำดับที่ 1-บทที่ 4 เรียนรู้ เรียนรัก 100%

โดย  พริ้งพราวจันทร์/ณ ทุ่งสวรรค์รัก/เขมณิช

บ้านนาร้อนซ่อนรัก (ชุด ร้อนซ่อนรัก) ลำดับที่ 1

บทที่ 4 เรียนรู้ เรียนรัก 100%

17.00 น.

นวินดาเดินออกจากห้องสมุดเนื่องจากคุณครูประจำห้องสมุดให้ช่วยจัดหนังสือ หล่อนอยู่ช่วยงานคุณครูกับเพื่อนอีกสามคน ซึ่งเป็นเพื่อนในกลุ่ม

“หนูนาแวะร้านน้ำปั่นกันไหม แอม ฝน แล้วก็ดาวจะแวะซื้ออะไรกินหน่อย ตอนนี้หิวมาก” เป็นอรัญญาหรือแอมเพื่อนในกลุ่มถามขณะที่เดินมายังลานจอดรถของโรงเรียน

“อืม ก็ได้นะ หนูนาก็หิวเหมือนกัน”

สี่สาวขับรถมอเตอร์ไซต์ออกจากโรงเรียน แอมกับน้ำฝนหรือฝนบ้านอยู่ใกล้กัน ฝนจึงขึ้นรถมากับแอม ส่วนดาวบ้านอยู่ทางเดียวกันกับหล่อนแต่แยกซอยย่อยถึงก่อนบ้านนวินดา

หลังจากที่ซื้อน้ำปั่นและกินขนมเค้กกันไปคนละชิ้น ทั้งหมดก็ออกจากร้านในเวลาเกือบหกโมงเย็น นวินดากลับถึงบ้านก็หกโมงกว่าท้องฟ้าอึมครึมเหมือนฝนกำลังจะตก ดีนะกลับถึงบ้านแล้ว หล่อนจอดรถและเดินเข้าบ้าน เพียงแค่เปิดประตูบ้านก็เห็นคนคุ้นตาที่นอกจากพ่อแม่ก็เขานี่แหละ ทุกคนกำลังคุยและเปิดทีวีที่กำลังฉายละคร

“สวัสดีค่ะแม่ สวัสดีค่ะพ่อ สวัสดีค่ะอาสิงโต” นวินดาเดินเข้าบ้านพร้อมกับปิดกระตู วางกระเป๋าลงบนโต๊ะแล้วเดินไปนั่งลงโซฟาตัวใกล้ๆ สีหราช พ่อกับแม่นั่งอีกตัวหนึ่งที่อยู่ด้านใน

“ทำไมกลับเย็นจังหนูนา” แม่ถาม

“หนูนาอยู่ช่วยคุณครูจัดหนังสือที่ห้องสมุดค่ะ ขอโทษนะคะ ที่ไม่ได้โทรบอกแม่กับพ่อก่อนค่ะ พอดีว่ามือถือหนูนาแบตหมด” ทำไมรู้สึกเสียววาบยามที่สบตาเจ้าของร่างสูงที่นั่งข้างๆ แล้วเขาเสมองตอนที่หล่อนตอบพ่อแม่ พ่อกับแม่พยักหน้ารับรู้แสดงความเข้าใจกับเหตุจำเป็น

“คราวหน้ายืมโทรศัพท์คุณครูหรือเพื่อนโทรบอกพ่อกับแม่หน่อย แม่ว่าถ้าอีกสักพักยังไม่กลับจะให้พ่อขับรถไปดูแล้วนะ” วันเพ็ญบอกลูกสาว ถึงยังไม่ค่ำมากแต่โรงเรียนจะเลิกเรียนปกติ 15.00 น. เวลาหกโมงกว่าและยังไม่เห็นหน้าลูกสาวก็เป็นห่วงแต่ก็ไม่ได้ห่วงเวอร์วังแบบเรื่องใหญ่ที่ต้องกลับบ้านตรงเวลาเป๊ะๆ เพราะตอนอยู่ม.5 นวินดามักมีกิจกรรม ปกติก็จะโทรแจ้งหล่อนจึงเข้าใจว่าลูกสาวอาจจะมีกิจกรรมจึงยังไม่ได้โทรบอกในทันที และตนเพิ่งทำกับข้าวเสร็จอีกทั้งสามีเพิ่งกลับมองนาฬิกาอีกครั้งก็เย็นแล้ว หล่อนมีเบอร์ครูประจำชั้นหลังจากที่โทรหาลูกสาวไม่ติดก็โทรหาครู บังเอิญว่าครูประจำชั้นก็อยู่ที่ห้องสมุดจึงแจ้งว่านวินดาช่วยงานครูอยู่ที่โรงเรียน ตนจึงสบายใจแต่ก็ยังห่วงที่กลับเย็น จึงคิดจะให้สามีขับรถไปดูลูกสาวที่โรงเรียนเสียหน่อยเผื่อดึกก็จะได้ขับรถเป็นเพื่อนลูกกลับด้วย

“หนูนาเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อกับแม่นะ พ่อกับแม่เป็นห่วง คนสมัยนี้จิตใจหยาบกระด้าง หนูนากลับบ้านก็อย่าให้เย็นมากหรือถ้าจำเป็นจริงๆ โทรบอกพ่อ พ่อจะได้ไปอยู่รอเป็นเพื่อน” กำนันบุญลือบอกลูกสาวด้วยใบหน้าเรียบเฉยปกติ แต่ในกระแสน้ำเสียงนั้นนุ่มไม่ดุกระด้างใส่ลูกสาว

“หนูนาขอโทษนะคะ” นวินดาเห็นรู้สึกไม่ดีที่ทำให้ท่านกังวลจึงเดินเข้าไปโอบกอดทั้งพอและแม่อย่างเอาใจ ไม่คิดอายที่มีคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวอยู่ด้วย

“หิวข้าวหรือยัง ไปกินข้าวกัน วันนี้แม่ผัดเผ็ดไก่กับทำหมูทอดกระเทียม ชวนอาสิงโตเขามากินด้วย”

“ค่ะ กินเลยก็ได้ค่ะ หนูนาหิวแล้ว” เค้กกับน้ำปั่นที่กินเข้าไปไม่อิ่มเหมือนได้กินข้าว

กินข้าวร่วมโต๊ะพร้อมหน้ากันดังเช่นทุกวัน นวินดาก็ขอให้สีหราชช่วยสอนการบ้าน เขาทำนาแต่ชายหนุ่มเป็นคนที่ฉลาดมากหลังจากที่หล่อนรบกวนให้เขาช่วยสอนและติวหนังสือมาหลายวิชา พ่อเข้าไปในห้องทำงานน่าจะมีงานเอกสารราชการ ส่วนแม่นั้นอยู่ในครัวเก็บกวาดล้างจานชามทั้งที่หล่อนจะทำแต่แม่บอกปัดให้ทำการบ้านอ่านหนังสือเพราะตอนนี้หน้าที่นี้ของหล่อนเป็ฯหน้าที่สำคัญ พ่อทำห้องหนังสือให้หล่อนเป็นห้องขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ มีชั้นหนังสือติดผนังห้องฝั่งหนึ่ง มีโต๊ะไม้และเก้าอี้เข้าชุดสำหรับนั่งทำงาน และมีโต๊ะคอมพิวเตอร์อีกชุดใกล้ๆ กัน มีชั้นอุกปกรณ์เกี่ยวกับทำงานประดิษฐ์ มีโซฟาขนาดกลางอยู่ในห้อง

“หนูนาไม่เอาแบบนี้แล้วนะ” สีหราชพูดขึ้นหลังจากที่เข้ามาในห้องและปิดประตูมุ้งลวดกันยุง วันนี้อากาศไม่ร้อนจึงไม่เปิดแอร์เปิดพัดลมแทน

นวินดาหันไปหาชายหนุ่มหลังจากวางกระเป๋าหนังสือเรียนบนโต๊ะ

“อะไรหรือคะ”

“ก็ทำให้อาเป็นห่วงไง รู้ไหมว่าอาจะไปดูที่โรงเรียนตั้งแต่รู้ว่าหนูนายังไม่กลับมาจากโรงเรียน” เขาเพิ่งขึ้นจากนาเห็นว่าเย็นแล้วก็ยังไม่เห็นเงาหรือได้ยินเสียงสาวน้อย มองมาผ่านรั้วบ้านก็ไม่ยักเห็น ไลน์ไปก็ไม่ตอบเขาจึงต้องเดินมาบ้านกำนันบุญลือบอกว่านวินดานัดให้เขามาติวหนังสือให้ กำนันบุญลือที่รักเขาเสมือนญาติตอบกลับมาว่านวินดายังไม่กลับ ใจเขานี้หายวาบกลัวเกิดเรื่องไม่ดี แต่เพราะแม่ของนวินดาติดต่อและรู้ว่านวินดาอยู่ช่วยคุณครูทำงานอยู่ที่โรงเรียน เขานี่ล่ำๆ อยากจะไปเห็นหน้าครูที่บังอาจมาใช้สาวน้อยของเขาเสียจนมืดค่ำ ที่หนักกว่านั้นและอยากทำมากที่สุดคือจับคนตัวเล็กมาฟาดเสียหลายๆ ที่ คราวหลังจะได้ไม่ปล่อยให้แบตโทรศัพท์หมด เขานี่ห่วงอยากจะไปรอรับแต่ก็ไม่อยากออกหน้าจนเกินงาม แค่นี้ก็กลัวว่ากำนันบุญลือจะระแวงเขาและพาลหวงนวินดาไม่ให้เขาทำตัวสนิทชิดเชื้ออีก กว่าจะสนิทและเป็นคนที่ถูกไว้วางใจได้ขนาดนี้เขาต้องอ่อนน้อมและใจเย็นทั้งที่นิสัยเดิมไม่ใช่แบบนี้นอกจากคนในครอบครัวแล้วเขาไม่คิดจะยอมลงให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น แต่กับกำนันบุญลือไม่ได้นะ ต้องอ่อนน้อม ต้องยอม ต้องแสดงภาพชายหนุ่มผู้แสนดี ก็จะเพราะอะไรได้ล่ะ ก็เพราะอยากได้ลูกสาวเขาน่ะสิ ถ้ากำนันบุญลือรู้ว่าเขาแอบรัก แอบหวง แอบคุม ตั้งแต่นวินดาเป็นสาวน้อยๆ ไม่แคล้วว่าคงไม่มีโอกาสได้แตะนั่นนิดแตะนี่หน่อยอยู่สองต่อสองแบบนี้แหงๆ

“หนูนาขอโทษค่ะ อาสิงโตอย่าดุหนูนาเลยนะคะ” นวินดาเข้าใจว่าสีหราชนั้นเป็นห่วงและตนเองก็เริ่มรู้สึกไม่ดีที่ทำให้ชายหนุ่มเป็นห่วงแบบนี้

“เฮ้อ อย่าทำแบบนี้อีกนะครับ อาห่วงหนูนาจริงๆ มาการบ้านเถอะ” เห็นใบหน้าหวานเหงาหงอยลงทันตาเขาจึงยื่นมือแตะแก้มนิ่มแล้วชักชวนให้นั่งลงทำการบ้าน

“ค่ะ แต่อาสิงโตไม่โกรธหนูนาแล้วใช่ไหมคะ”

“ครับ”

นวินดาเริ่มนำหนังสือสมุดและหนังสือออกจากกระเป๋าและเริ่มลงมือทำการบ้าน โดยมีติวเตอร์พิเศษคอยสอนและช่วยแนะนำวิธีการทำโจทย์แบบง่ายๆ ให้เพื่อจะได้คิดคำนวณได้เร็วขึ้น

สีหราชนั่งประกบเด็กสาวในชุดนักเรียนข้างๆ ใบหน้าและตัวใกล้ชิดจนเวลาที่ขยับในบางครั้งทำให้เสียดสีกัน เขาเท้าคางลงบนโต๊ะและนั่งมองคนกำลังคิดเลขใบหน้าเล็กนั้นดูยุ่งๆ เพราะกำลังหาคำตอบของโจทย์

น่ารักจริงๆ หนูนาของอา...

“อาคะ หนูนาทำแบบนี้ถูกใช่ไหมคะ” เมื่อได้คำตอบสุดท้ายของโจทย์แล้วจึงหันมาถามคนตวโต

สีหราชเลื่อนสายตาจากใบหน้าเล็กมายังแผ่นกระดาษที่มีลายมือสวยเรียบร้อยสบายตาของนวินดา ค่อยๆ ดูตัวเลขที่คิดแบบเป็นขั้นตอนจนมาถึงคำตอบที่ขีดเส้นสองเส้นกับไว้ด้านล่าง

“ถูกต้องครับ”

“ขอบคุณค่ะ ถ้าไม่ได้อาสิงโตช่วยหนูนาอาจจะต้องคิดข้อนี้เป็นชั่วโมงแน่ๆ เลยค่ะ” สุดท้ายข้อสุดท้ายการบ้านวิชาคณิตศาสตร์หล่อนก็ทำเสร็จและทำได้จนได้คำตอบออกมาด้วยตัวเองแล้ว

“วันนี้อยากให้อาติววิชาอะไร”

“อืม เป็นฟิสิกส์ก็ได้ค่ะ หนูนามีเรียนพรุ่งนี้ค่ะ” หลังจากทำการบ้านเสร็จก็จะมีสีหราชช่วยติวหนังสือให้อีกครั้งประมาณวันละหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าวันไหนการบ้านเยอะก็จะงดแล้วไว้ติวช่วงวันเสาร์อาทิตย์แทน แต่นี่ยังไม่ถึงเวลานอนติวอีกสักหน่อยแล้วค่อยขึ้นไปนอนดีกว่า

“ครับ”

สองหนุ่มสาวต่างวัยเปลี่ยนที่นั่งจากตรงโต๊ะย้ายมานั่งบนโซฟาแทน นั่งใกล้จนตัวติดกัน มีหนังสือเรียนพร้อมสมุดโน๊ตสำหรับจดวางอยู่ข้างๆ นวินดาตั้งใจฟังสิ่งที่สีหราชค่อยๆ อธิบาย

“แม่เอานมอุ่นๆ มาให้ และก็ของสิงโตด้วยนะ แม่จะขึ้นนอนแล้ว เสร็จแล้วฝากหนูนาส่งอาสิงและล๊อคประตูด้วยนะลูก” วันเพ็ญถือถาดนมสองแก้วพร้อมกับจานขนมคุกกี้มาด้วย ปกติก็จะเป็นอย่างนี้เสมอ นวินดาโชคดีที่มีสีหราชเป็นติวเตอร์ให้อีกทั้งยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วย สีหราชช่วยสอนหนังสือให้นวินดาเกือบทุกวันโดยที่ไม่คิดเงิน หล่อนจึงดูแลชายหนุ่มอย่างดีเพื่อเป็นการตอบแทน

“ค่ะแม่ แล้วพ่อล่ะคะ”

“ขึ้นห้องไปเมื่อกี้แล้ว หน้าต่างห้องและประตูหลังบ้านแม่ปิดเรียบร้อยแล้ว ประตูรั้วกับประตูบ้านแม่ฝากหนูนาด้วยก็แล้วกันนะ”

“รับทราบค่ะ” นวินดาตอบรับเสียงใสพร้อมรอยยิ้ม

“ฝากสอนเด็กหัวทึบด้วยนะสิงโต”

“ไม่ต้องห่วงครับพี่” สีหราชยิ้มส่งท้ายวันเพ็ญ

ผ่านไปราวๆ สี่สิบนาทีกว่าๆ สีหราชที่กำลังก้มเขียนสรุปให้คนตัวเล็กก็ต้องหยุดมือ เมื่อมีบางอย่างทิ้งน้ำหนักลงมาที่ตัวฝั่งซ้าย เขาเอียงมองก็เห็นนวินดาเผลอหลับและพิงซบแขนเขาอยู่ เขากระตุกยิ้มเมื่อหนูนาตัวน้อยหลับตาพริ้ม ใบหน้าอ่อนใสไร้เดียงสาเสียจริง เขาขยับตัวเบี่ยงแขนซ้ายออกดันให้ร่างของนวินดามาซบอกแทน เขาก้มหน้าลงต่ำมองคนหลับ

จุ๊บๆ!!

สุดท้ายเขาก็อดใจไม่ไหวกดแนบริมฝีปากลงบนกลีบปากสีชมพูระเรื่อที่ปิดสนิท

นวินดางัวเงียตื่นลืมตาก็เห็นใบหน้าของสีหราชอยู่ใกล้มากๆ

“อาสิงโต...” หล่อนพึมพำเรียก ก่อนจะหน้าตาตื่นเมื่อคิดได้ว่าตัวเองเผลอหลับไป

“วันนี้พอแค่นี้แหละนะ ดูท่าหนูนาน่าจะง่วงนอนแล้ว”

“ค่ะ” นวินดาตอบรับและเก็บหนังสือให้เป็นระเบียบ ออกไปส่งสีหราชก่อนแล้วค่อยมาจัดตารางเรียนแล้วกัน มือเล็กเรียวของนวินดายกขึ้นแตะริมฝีปากของตัวเอง เมื่อกี้ที่เผลอหลับหล่อนฝัน ฝันว่าสีหราชจูบหล่อน หัวใจหล่อนเต้นตึกตักตอนที่ตื่นมาและเห็นใบหน้าหล่อของเขาอยู่ใกล้ๆ

ทำไมหล่อนถึงฝันแบบนี้ก็ไม่รู้ ทะลึ่งจัง!

สวัสดีปีใหม่นะคะทุกคน ขอให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง ร่ำรวยเงินทอง

หมดเคราะห์ โรคภัยไม่มีค่ะ

*********************************

หายไปหลายวันค่ะ ลาไปเที่ยวมา ตอนนี้กลับมาทำงานตามปกติแล้วคาดว่าจะได้อัพทุกวันค่ะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายค่ะ

ขออภัยที่ไม่ได้แจ้งก่อนนะคะ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว