บ้านนาร้อนซ่อนรัก (ชุด ร้อนซ่อนรัก) ลำดับที่ 1-บทที่ 1 ลูกสาวกำนัน 50%

โดย  พริ้งพราวจันทร์/ณ ทุ่งสวรรค์รัก/เขมณิช

บ้านนาร้อนซ่อนรัก (ชุด ร้อนซ่อนรัก) ลำดับที่ 1

บทที่ 1 ลูกสาวกำนัน 50%

บทที่ 1

ลูกสาวกำนัน

บ้านกำนันบุญลือตั้งอยู่ตรงข้ามนาข้าวของเจ้าป่า อยู่ห่างจากถนนใหญ่ราวๆ สองร้อยเมตรเป็นบ้านปูนหลังใหญ่สองชั้น ลานหน้าบ้านกว้างขวาง มีอาคารสำหรับประชุมลูกบ้าน พร้อมห้องน้ำสองห้องเพื่ออำนวยความสะดวก มีต้นไม้ที่ปลูกตามความเชื่อเพื่อความเป็นสิริมงคล มีศาลาไม้สักตรงหน้าบ้านหนึ่งหลัง มีแปลงดอกไม้ประมาณยาวและกว้างสี่เมตรปลูกอยู่ใกล้ๆ มีเปลยวนที่ผูกไว้ข้างศาลา ต้นไม้ที่ปลูกให้ร่มเงาร่มรื่นเย็นสบาย

“หนูนา หนูนา” วันเพ็ญส่งเสียงเรียกบุตรสาวที่ขึ้นไปอาบน้ำบนห้องนอน

“จ๋าแม่” เจ้าของชื่อขานรับผู้เป็นแม่ที่ส่งเสียงเรียก

“มาเอาปิ่นโตต้มปลากับแกงปลาช่อนไปให้อาสิงโตหน่อยสิลูก” ตั้งแต่สีหราชย้ายมาอยู่ที่นี่ก็ครอบครัวหล่อนก็เหมือนมีสมาชิกครอบครัวเพิ่มมาหนึ่งคน สีหราชเป็นชายหนุ่มที่ขยันขันแข็งเป็นมิตรกับคนรอบข้าง อัธยาศัยดี และเป็นคนฉลาดหัวคิดสมัยใหม่มีความคิดก้าวหน้าไม่ถือตัว เวลาที่ชายหนุ่มไปต่างจังหวัดหรือปดูงานนอกพื้นที่ก็มักจะมีของฝากขนมนมเนยมาฝากบ้านตนประจำจึงทำให้เหมือนญาติกันไปโดยปริยาย ทุกวันเวลาที่ทำอาหารเช้าหรือเย็นก็มักจะทำเผื่อชายหนุ่มไปด้วยเพราะเห็นว่าชายหนุ่มนั้นอยู่คนเดียวไม่มีคนคอยดูแลจึงได้ทำเผื่อจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว หรือบางวันก็เรียกมากินด้วยกันเสียเลยแต่ส่วนมากแล้วชายหนุ่มจะกินที่บ้านเพราะทำงานดึก นอกจากจะดูแลนาเองแล้วเรื่องงานเอกสารรวมถึงเรื่องค่าใช้จ่ายสีหราชก็จัดการเอง เวลาเลิกงานจึงเป็นสองทุ่มเสียส่วนใหญ่ ซึ่งบ้านต่างจังหวัดหากฟ้ามืดก็เริ่มปิดบ้านกันแล้วรวมถึงบ้านกำนันที่บ้านจะมีประตูรั้วเหล็กพอเย็นปุ๊บก็จะปิดล็อกประตูเสียทีเดียว แม้เวลาทานข้าวของบ้านกำนันจะราวๆ สองทุ่มก็เถอะชายหนุ่มก็ไม่อยากรบกวนให้คนในบ้านออกมาเปิดประตู

“จ้ะแม่ ขอหนูนาใส่เสื้อแป๊บนะจ๊ะ”

“แม่จะไปตั้งโต๊ะรอพ่อแล้ว แม่ตั้งไว้ตรงนี้นะลูก” หล่อนเตรียมปิ่นโตเสร็จแล้วเหลอแต่เอาไปส่งเท่านั้น ตั้งไว้ให้ลูกสาวเอาไปส่งตนก็กลับเข้าไปในห้องอาหารเพื่อตั้งโต๊ะรอสามีที่เข้าไปตัวอำเภอและโทรมาบอกว่ากลับช้าหน่อยนี่ก็ใกล้เวลาที่บอกว่าจะกลับมาถึงแล้วตนจึงเตรียมตั้งโต๊ะรอ

“อาสิงโตดื่มเหล้าอีกแล้วนะ” นวินดาลูกสาวคนเดียวของกำนันบุญลือและวันเพ็ญที่ถือปิ่นโตกับข้าวมาส่งให้ชายหนุ่มทักทันทีที่เห็นชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาในเขตบ้านเช่นเดียวกับหล่อนที่เดินเข้ามาในเขตบ้านของสีหราช

“อ้าว หนูนามาตั้งแต่เมื่อไหร่” คนกรึ่มๆ เพราะซดเหล้าขาวมาหลายโบกมองนวินดาในวัยสาวแรกแย้มอายุสิบแปดปีหิ้วปิ่นโตเถาหนึ่งที่เคยเห็นประจำยืนห่างจากตนไม่กี่เมตร

นวินดามองสีหราชหนุ่มโสดอายุมากแล้วที่ตนเรียกว่าอาสิงโต ใบหน้าของสีหราชนั้นไม่ได้ดูแก่เหมือนผู้ชายวัยสามสิบหกสักนิด เหมือนผู้ชายอายุยี่สิบปลายๆ มากกว่า หล่อนจำได้ครั้งแรกเมื่อเก้าปีก่อนที่เจอกับสีหราชครั้งแรก ชายหนุ่มนั้นมีใบหน้าและผิวขาวใสมาก รูปร่างสูงใหญ่มากๆ เพราะตอนนั้นหล่อนเพิ่งจะเก้าขวบตัวเล็กกว่าเขามากๆ เลยแหละ ทรงผมของเขาถูกตัดซอยสั้นเป็นรองทรงต่ำเส้นผมดำเงาสุขภาพดี รูปหน้ายาวเป็นรูปทรงหัวใจ คิ้วเข้มดกและดำหนา ตายาวมีลูกนัยน์ตากลมโตสีดำสนิทดูแล้วมีสัดส่วนมากว่าตาขาวเสียอีก ขนตาหนาเป็นแพไม่งอนทำให้ดวงตาที่ดูหวานนั้นกลับดูนิ่งเย็นชาไปในที จมูกโด่งเป็นสันโค้งรับใบหน้าได้อย่างพอดี ริมฝีปากหยักได้รูปมีหนวดและเคราขึ้นประปรายใต้โหนกแก้มต่ำลงมาตามแนวสันกรามจนถึงใต้คาง รูปร่างสูงใหญ่เหมือนพระเอกในละคร

วันนั้นสีหราชใส่เสื้อยืดคอวีสีขาวและกางเกงยีนส์สีซีดขนาดพอดีตัว ใส่รองเท้าผ้าใบยี่ห้อดังสีดำ ขับรถสปอร์ตสีดำ ที่หล่อนจำเขาได้แม่นเพราะสีหราชไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน แม้ว่าวันนี้รูปลักษณ์เขาดูเข้มมากกว่าเดิมเพราะใบหน้านี้มีหนวดและเคราที่ยาวคาดว่าเดือนหนึ่งเขาถึงจะจัดการมันครั้งหรือสองเดือนครั้ง ผิวหรือจากที่ขาวใสก็คล้ำแดดลงมาก แต่รูปร่างเขาดูแข็งแกร่งสมชายชาตรี กล้ามเนื้อที่อยู่ใต้เสื้อผ้าขาดรุ่ยนี้เป็นมัดๆ กระชับได้รูป อกแกร่งกว้าง บ่าไหล่ผึ่งผาย หน้าท้องแบนมีลอนกล้าม วันนี้ดวงตาสีดำสนิทนั้นมีแววหวานเยิ้มพร้อมกับกลิ่นสุราโชยมาต้องจมูกหล่อน แสดงว่าสีหราชไปดื่มกับคนงานมาอีกแล้วแน่นอน

สีหราชไขกุญแจบ้านเพื่อเปิดประตูบ้าน

“ทำไมรูกุญแจมันขยับไปขยับมา” บนให้ลูกกุญแจเสียงหงิงๆ ยานๆ

“เพิ่งมาค่ะ แม่ให้หนูนาเอาปิ่นโตกับข้าวมาให้ค่ะ แต่หนูนาคิดว่าอาสิงโตคงไม่กินข้าวแล้วมั้ง ดื่มเหล้ามาแล้วนี่” นวินดาว่ากระแซะและเดินไปคว้าลูกกุญแจจากมือของชายหนุ่มที่ยืนเงอะๆ งะๆ ไขลูกกุญแจบ้าน บ้านของสีหราชเป็นบ้านไม้สักทองขนาดกลางๆ สองชั้นถูกออกแบบและสร้างสรรจากวัสดุชั้นดี

สีหราชมองคนใส่ชุดนอนสีชมพูลายแมวเหมียวน่ารัก ผมยาวสลวยสีทำถูกมัดไว้ลวกๆ กลิ่นกายของนวินดาหอมหวานผสมกับกลิ่นแป้งเด็กทำให้คนเมากรึ่มๆ ก้มลงเพื่อจะได้กลิ่นหอมรวยรินนี้ใกล้ๆ สุดท้ายใบหน้าคมนี้ก็ซุกอยู่ตรงคอของนวินดา ไซ้ๆ ดมกลิ่นหอมๆ นี่อีกหน่อยปัดป่ายจมูกโด่งตามซอกคอ

“ดื่มมานิดหน่อยเอง” สีหราชบอกเสียงงึมงำ

“นี่อาสิงโตหนูนาหนักนะคะ เอาหน้าออกไปไกลๆ สิ หนูนาจะเปิดประตูบ้าน ยุงเยอะหนูนาโดนยุงกัดจนคันหมดแล้วเนี่ย”

“ไหนยุง อาจะตีให้ตายเลย มากัดหนูนาของอาเสียได้นี่” อายังไม่เคยได้กัดหนูนาเลยนะ ทำไมไอ้ยุงพวกนี้ถึงมาดัดตัดหน้าอาเสียได้อย่างนี้ต้องตีให้พุงแตก

“อาสิงโตเมา”

“ไม่เมานะ แค่มึน”

“อาสิงโตยืนดีๆ สิ เดี๋ยวก็ล้ม” นวินดาบอกอาหนุ่มที่พอหล่อนดันตัวออกจากร่างสูงชายหนุ่มก็ทำท่าจะล้มไปตามแรงดึงดูดของโลกเสียอย่างนั้น ทำให้เด็กสาวที่เพิ่งเปิดประตูกางกว้างต้องรีบวางปิ่นโตแล้วเดินไปพยุงร่างใหญ่โตของสีหราชที่กำลังถอดรองเท้าแต่ไม่รู้ถอดท่าไหนจึงทำท่าเหมือนจะล้มลงพื้น

“มีหนูนาอยู่ด้วยทั้งคนอาไม่ล้มหรอก” ยิ้มหวานเหมือนคนเพ้อฝันด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ เดินตามแรงพยุงที่หนูนาตัวจ้อยค่อย ๆพยุงราชสีห์ตัวใหญ่อย่างเขาเข้าบ้านด้วยท่าทางทุลักทุเลแต่สุดท้ายเขาก็เข้ามานั่งบนโซฟาในบ้านได้อย่างปลอดภัย

“ต่อไปนะหนูนาจะปล่อยอาให้นอนตากยุงอยู่หน้าบ้านนั่นแหละ ดัดนิสัยชอบดื่มไม่ดูสังขานตัวเอง” เด็กสาวบ่นหงุงหงิง

“ไม่สงสารอาตาดำๆ หรือ”

“ไม่สงสารหรอก คนเมา” นวินดาว่าพร้อมทำปากยู่ใส่ เดินเอาปิ่นโตมาตั้งบนโต๊ะและเดินไปทางห้องน้ำหากะละมังใบเล็กพร้อมผ้าหนึ่งผืน เอาน้ำใส่กะละมังและถือกลับมา

“หนูนาอาหิวข้าว”

“ปิ่นโตอยู่นี่ ข้าวแม่ก็เตรียมมาเผื่อแล้ว กินได้เลยจ้ะ” นวินดาที่กำลังบิดผ้าขนหนูเพื่อนำมาให้ชายหนุ่มเช็ดหน้า ทำอย่างที่เคยทำทุกครั้งเวลาที่สีหราชเมา

“ป้อนหน่อยสิ อาเมา”

“ไหนเมื่อกี้บอกไม่เมา ผ้าลูบหน้าเสียหน่อยจะได้สดชื่นค่ะ”

“ตอนนี้เมาแล้ว”

นวินดาส่ายหน้าให้กับอาหนุ่มพูดวกไปกลับมา

“เช็ดหน้าไปก่อนหนูนาไปดูช้อนในครัวมาให้”

เมื่อลับหลังนวินดาเดินเข้าไปในครัว คนที่เมาจนยืนแทบไม่อยู่กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วนั่งตัวตรงใช้ผ้าที่นวินดานำมาบิดให้ตนเช็ดหน้าเช็ดตาไปทั่วใบหน้าและลำคอ พอเห็นอีกฝ่ายเดินกลับมาก็ทำท่าทางอ่นปวกเปียกโงนเงน

“วันนี้แม่ทำต้มปลากับแกงปลาช่อน อากินต้มปลาแล้วกันนะ ส่วนแกงเอาไปว้กินเช้า แม่เพิ่งทำเสร็จยังร้อนอยู่” นวินดาเดินกลับมาวางจานช้อน ขวดน้ำเย็นพร้อมแก้วพลาสติกลงบนโต๊ะ และหันไปหยิบผ้าจากคนเมามือไม้อ่อนมาซับหน้าให้ด้วยความขัดตาที่ชายหนุ่มเช็ดหน้าเหมือนคนไม่มีแรง คืนนี้จะเช็ดหน้าทั่วหรือเปล่าก็ไม่รู้

“อืม ดีจัง” สีหราชแอบยิ้มที่นวินดาดูแลเขาอย่างดี โดยที่สาวเจ้าไม่รู้ตัวสักนิดว่าทุกครั้งที่เขาดื่มและกลับมาที่บ้านเขาไม่เคยเมาหนักสักครั้ง ส่วนมากเขาแกล้งเมาเวลาที่เห็นนวินดามาบ้านเท่านั้นเอง

“แม่ทำอร่อยอยู่แล้ว” นวินดาที่เข้าใจว่าเขาชมเรื่องอาหารจึงเห็นดีเห็นงามด้วย เช็ดหน้าลามลงมาตามคอ ก่อนจะเป็นเป็นสองแขนที่ชายหนุ่มพับแขนเสื้อขึ้น

“หิวแล้ว”

“งั้นก็เช็ดเองเลย หนูนาจะจัดโต๊ะให้”

“ป้อนด้วยเปล่า”

“ดื่มเหล้ายังดื่มเองได้ไม่เห็นต้องป้อนเลย คราวนี้กินข้าวก็ไม่ต้องป้อนหรอก หนวดอาสิงโตยาวแล้วนะ โกนบ้างหนูนากลัวตัวเองจะจำอาสิงโตไม่ได้เวลาเดินสวนน่ะ” สาวน้อยบ่นยาวเหยียด

สีหราชคิดว่าไม่ใช่แค่สมหมายหรอกที่โดนสายหยุดบ่น เพราะตอนนี้เขากำลังโดนแซะและโดนบ่นอยู่กลายๆ ไม่รู้สึกรำคาญแต่รู้สึกดีถึงได้แกล้งเมาเพราะหากเขาเมานวินดาจะต้องคอยดูแลเขาอย่างดี

“ตอนนี้กินเองไม่ได้แล้ว”

“คราวหลังห้ามดื่มจนเมาสิ ข้าวก็ยังไม่ได้กิน เมาแล้วอยู่คนเดียวเกิดล้มหัวฟาดพื้นทำยังไง”

“หาหมอ”

“กวน”

“ก็หนูนาถามว่าถ้าล้มหัวฟาดพื้นทำยังไง”

“หมายถึงว่าใครจะดูอาในเมื่ออาอยู่บ้านหลังนี้คนเดียวน่ะ นอนให้เลือดไหลหมดตัวคนเดียวใช่ป่ะ” สองมือเรียวเล็กวางผ้าเช็ดหน้าไว้ในมือใหญ่แล้วหันมาจัดแจ้งปิ่นโตให้ชายหนุ่ม ปากเล็กจิ้มลิ้มรูปกระจับขยับบ่นไปมา

สีหราชที่อยากคลอเคลียเด็กสาวขยับเลื้อยกายไถลซบไหล่ ขยับอีกนิดก็ไถลหัวลงหนุนตักพอดี

“อาสิงโต ลุกเลยนะหนูนาหนัก” สำหรับหล่อนแล้วชายหนุ่มเป็นเหมือนคนในครอบครัวไปแล้วเพราะเห็นหน้าเขามาตั้งแต่เก้าขวบสิบขวบ อยู่ใกล้ชิดมาหลายปีหล่อนจึงชินกับการที่ถูกเนื้อต้องตัวกัน ถึงแม้ว่าหล่อนจะโตเป็นสาวแล้วแต่เพราะเคยหยอกล้อเล่นกันกับสีหราชมานาน ความรู้สึกเหนียมอายหรือระแวดระวังจึงไม่มี หากเป็นผู้ชายอื่นที่ไม่ใช่พ่อและสีหราชหล่อนก็จะระวังตัวมากเป็นพิเศษ

“ง่วง”

************************************************************************

เฮียสิงโตแกก็จะเจ้าเล่ห์หน่อยๆ

อาจจะมีคำผิดบ้างต้องขออภัยค่ะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายค่ะ

รัก

พริ้งพราวจันทร์

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว