รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก-บทที่ 5 คนนี้...ฉันหวง - ((100%)) -

โดย  วลัชสิตา / ระย้าแก้ว / วิลาสินี / สร้อยแสงดาว

รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก

บทที่ 5 คนนี้...ฉันหวง - ((100%)) -

.

.

........

...

.

.

อคิราภ์มองคนงานและธนดล เขายังจำสายตาวิบวับที่เพื่อนรักมีให้นุชจรี แล้วเมื่อวานก็ยังใช้คำพูดเย้าแหย่ให้คิดว่าเจ้าตัวหวังจีบเนตรา จนเขาชักไม่ไว้ใจเพื่อนคนนี้เสียแล้วสิ

เขาเป็นห่วงเนตราแทนนุชจรีที่ไว้วางใจฝากเพื่อนรักให้ดูแล ดวงตาคมดุมองนิ่งอย่างไม่ยอมละสายตา คนถูกจ้องหันมองขณะส่งยิ้มให้เพื่อน ก่อนจะก้มมองเอกสาร เซ็นชื่อแล้วเดินมาหาเพื่อน

“ไปไหนมาวะ ปกติแกไม่เคยทิ้งไร่เลยนะ”

“เดินเล่น”

“ห๊า! เดินเล่น? เดินเล่นอะไรของแกวะไอ้คิราภ์”

“น้ำตกหลังคุ้มอุ่นรัก”

“ห๊า! น้ำตกหลังคุ้ม? นี่แก...”

“แกหยุดทำเสียงแบบนั้น แล้วก็หยุดทวนคำพูดฉันได้มั้ยไอ้ดล”

“ก็แกไม่ไปเหยียบแถวน้ำตกนั่นตั้งนานแล้ว”

“มันจำเป็น”

“จำเป็นตรงไหน หรือว่าเกี่ยวกับน้องเนย”

“มันไม่เกี่ยวกับแกเสียหน่อย”

คิ้วเข้มขมวดน้อยๆ ก่อนจะหันไปเห็นม้าหนุ่มที่กำลังสะบัดหัวของมัน คิ้วที่ขมวดเมื่อครู่เลิกขึ้นอย่างแปลกใจ ก่อนจะเอ่ยถามธนดลที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

“กาสะลองเป็นอะไร”

“คงใกล้แล้วล่ะ”

“เป็นสัดสินะ”

“อือ ฉันว่าแกก็อย่าลืมเตือนน้องเนยนะ”

“รู้แล้ว แกห่วงอะไรเพื่อนรักน้องสาวฉันนักหนา”

“ไม่ได้ห่วงเนย”

ธนดลทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างไม่ชอบใจ เขาไม่ใช่พวกเจ้าชู้ไก่แจ้เสียหน่อย ไอ้เพื่อนคนนี้ก็ทำหวงราวกับจงอางหวงไข่ แต่ที่พูดก็แค่กลัวว่าเพื่อนจะลืม เพราะมัวแต่ห่วงงานในไร่ ทว่าสายตาของอคิราภ์ที่จ้องมองเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ท่าทางหวงนักหนา จนเขาชักไม่แน่ใจความรู้สึกของเพื่อนหน้าดุคนนี้เสียแล้วสิ หวังว่าสาวน้อยหน้าใสคงไม่ได้มาเขย่าก้อนเนื้อในอกซ้ายหรอกนะ

“ไม่ห่วง แล้วทำไมต้องเอาแต่พูดถึงพี่เลี้ยงลูกฉันนักหนาวะ โน่นๆ ไปดูวัวเลย ไปๆ”

อคิราภ์เดินจ้ำอ้าวนำไปทางคอกวัว เมื่อเห็นธนดลหรี่ตามองไปตามทางที่ทอดเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งดูเหมือนว่าหญิงสาวที่กำลังยืนอยู่ที่หน้าต่างห้อง ไม่ได้รู้ตัวว่าถูกจับตามองจากหนุ่มหน้าดุอยู่นานสองนาน ก่อนที่ธนดลจะสังเกตเห็นแล้วมองตาม

“เฮ้ยๆ อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะไอ้คิราภ์ แกให้น้องเนยอยู่ห้องด้านหน้าเหรอวะ นั่นมันห้องของ...”

“หยุดพูด! ฉันไม่ได้เอามาแทนใคร”

ธนดลหรี่ตามองเพื่อนรักอย่างไม่แน่ใจ

“แล้วทำไมถึงจัดห้องที่ลิลินเคยอยู่ก่อนแต่งงานกับแกให้น้องเนยล่ะ”

“ยายนุชบอกไว้ว่าเพื่อนเธอชอบห้องสีสว่าง แล้วห้องที่เหลือมันก็เป็นสีมืด ถ้าจะทาสีห้องใหม่มันต้องใช้เวลา เข้าใจรึยัง”

“เอาใจพี่เลี้ยงจังเลยนะไอ้คิราภ์”

“ฉันแค่รู้สึกเห็นตัวเองตอนที่ได้ยินเรื่องน้องเนยจากยายนุชก็เท่านั้น”

อคิราภ์รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ตั้งแต่ที่นุชจรีโทรศัพท์มาเล่าเรื่องเพื่อนรักคนนี้ ซึ่งเขาแทบจะรู้จักเธอดีโดยที่แม้แต่เจ้าตัวคงไม่รู้ตัวเลยสักนิด ยิ่งได้ยินเรื่องคำสัญญา การรอคอย และความผิดหวัง เขาจึงเข้าใจเธอเป็นอย่างดี ชายหนุ่มหวังให้เธออยู่ที่นี่อย่างสบายใจ และลืมความเจ็บปวดเหล่านั้นไปให้หมด

ท่าทางของเพื่อนรักทำให้ธนดลไม่ปริปากเอ่ยปากถาม แม้จะยังคลางแคลงใจเรื่องของเนตรา แต่เขาเลือกที่จะเงียบ เพราะท่าทางของอคิราภ์ที่บอกอ้อมๆ แล้วว่าไม่ต้องการสานต่อการสนทนาเรื่องนี้

เดี๋ยวพร้อมก็คงเล่าเอง เย็นนี้สงสัยได้เรื่องคุยกับแม่ตัวแสบแยะเชียว...

ธนดลคิดก่อนจะเลิกคิ้ว แล้วเดินตามเพื่อนรักที่ยืนรอเขาอยู่ในคอกวัว ซึ่งเขาเองก็รีบสืบเท้าตามเข้าไป ใบหน้ารั้นๆ ของนุชจรีทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มน้อยๆ อย่างสุขใจ

อคิราภ์ไม่ได้สนใจรอยยิ้มสุขใจของเพื่อน เมื่อทั้งคู่เปลี่ยนเรื่องเข้าสู่โหมดการทำงาน เรื่องวัวและผลผลิตของวัวจึงกลายเป็นประเด็นการพูดคุยที่ยืดยาว และกินเวลานับชั่วโมง

.

......................

.

.

เนตราเดินเอื่อยเฉื่อย พลางก้มเก็บดอกปีบดอกแล้วดอกเล่า ก่อนจะต้องแปลกใจเมื่อเห็นมือแกร่งช่วยหยิบให้ เธอเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะลอบถอนหายใจ

“น้องนุชสบายดีรึเปล่าครับเนย”

“ค่ะ สบายดีค่ะ”

“พี่เรียกเนยแบบนี้ดีกว่า พี่ไม่อยากเรียกเหมือนไอ้คิราภ์”

“อ๋อค่ะ ได้สิคะ ว่าแต่พี่ดลเองก็คุยกับนุชทุกวันไม่ใช่เหรอคะ”

คนฟังได้แต่หัวเราะขำขัน ก่อนจะส่งยิ้มเก้อให้คนถาม

“เมื่อคืนพี่คุยกับน้องนุช ยังบอกให้พี่มาช่วยดูแลเนยอยู่เลย”

“เนยไม่เป็นไรหรอกค่ะ ที่นี่ก็ดีกับเนยทุกคน”

“ดีแล้วล่ะถ้าเนยมีความสุข แล้วก็สบายใจกับที่นี่”

“พี่ดลคะ คุณคิราภ์ไม่ทราบเรื่องพี่ดลกับนุชเหรอคะ”

“รู้ก็เป็นเรื่องสิ ไอ้คิราภ์หวงน้องจะตายไป เห็นมันเงียบๆ ขรึมๆ แบบนั้นก็เถอะ ชอบบอกแต่ว่าน้องน่ะยังเด็ก พี่แค่เย้าเล่นว่าจะจีบเนย ยังพูดเลยว่าเนยยังเด็ก”

“เด็กเหรอคะ แปลกจัง เนยรู้มาจากนุชว่าภรรยาของเขาก็แต่งงานตอนอายุเท่าๆ กับเนยไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมถึงได้คิดแบบนั้นกัน”

“ไม่เกี่ยวหรอก มันห่วง มันหวงของมันตั้งแต่ไหนแต่ไร เพราะเป็นลูกคนเดียว พอมีน้องก็ห่วง ก็หวงเป็นธรรมดา แต่ก่อนหน้านี้...มันเคยคิดนะว่าจะมีลูกหลายๆ คน แต่ดูท่าจะยาก ตั้งแต่เลิกกับลิลินมายังไม่ยอมเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหนเลย”

“คงมีปมกับความรักมั้งคะ”

“ไม่ใช่หรอกเนย มันไม่ชอบถูกทรยศ หักหลัง พอโดนแบบนี้ แล้วยิ่งเป็นแม่ของลูก เป็นเมียตีทะเบียนที่รักด้วยแล้ว ก็เลยขยาด กลัวว่าจะเจอผู้หญิงแบบนี้อีก เลยหลีกหนีผู้หญิงทุกคน พี่เลี้ยงแต่ละคนก็หวังแต่ทรัพย์สมบัติ หวังจะได้เป็นเมียตีทะเบียนบ้าง แต่ก็มักโดนนายมดจัดการก่อนทุกที”

“เนยก็ว่างั้นล่ะค่ะ” เนตราส่งยิ้มให้กับธนดล

ธนดลยิ้มตอบบ ก่อนจะวางดอกปีบที่หยิบได้วางบนฝ่ามือบาง ทว่าเสียงดุๆ ของเจ้าของบ้านก็ทำให้หญิงสาวที่กำลังจะสืบเท้าเข้าบ้านชะงักกึก

“ไปไหนมา”

“แกถามใครวะคิราภ์” ธนดลเลิกคิ้วถามคนที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว

“พี่ถามว่าไปไหนมา”

“ไปเก็บดอกปีบค่ะ แล้วพอดีพี่ดลช่วยเก็บให้ คุณคิราภ์มีอะไรจะให้เนยช่วยเหรอคะ”

คิ้วเข้มขมวดพลางส่ายหน้าเพียงเล็กน้อย

“ถ้าไม่มีอะไรเนยขอตัวไปหามดนะคะ ป่านนี้คงอาบน้ำประแป้งเสร็จแล้ว”

“ไม่ต้อง เนยไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวจะออกไปทานข้าวข้างนอกกัน”

“ค่ะ” เนตรารับคำก่อนจะทำตามคำสั่งของชายหนุ่มทันที

คล้อยหลังหญิงสาว ดวงตาคมดุตวัดมองใบหน้าทะเล้นของเพื่อนทันที ทว่าคนถูกจ้องกลับผิวปากอย่างอารมณ์ดี ไม่นำพาต่ออารมณ์ขุ่นคลักของอีกฝ่าย

“พ่อคิราภ์ อาเนยล่ะครับ อาเนยไปไหน หรือว่าอาเนยไปแล้ว”

คนถูกถามขมวดคิ้วเข้มๆ ของตัวเองอย่างงุนงง เมื่อเห็นท่าทางสลดของลูกชายยามเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก

“ไปไหนครับ ไปแล้วของมดน่ะ”

“ก็...อาเนยบอกว่าจะเป็นคนไปรับไปส่งมดที่โรงเรียน ถ้ามดเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ”

“แล้วเราดื้อรึเปล่าล่ะ”

“เปล่าครับ มดไม่ได้ดื้อกับอาเนย ป้าวรรณ และพ่อคิราภ์เลย”

ศีรษะเล็กส่ายอย่างจริงจัง อคิราภ์ย่อตัวลงนั่งกับส้นเท้าก่อนจะโอบร่างป้อมๆ ของบุตรชายมาไว้ในอ้อมแขน ซึ่งเจ้าตัวก็ยินยอมแต่โดยดี

“งั้นอาเนยของเราก็คงไม่ไปไหนหรอก”

“อ้าว! นี่เราไม่คิดจะจีบอาเนยแล้วเหรอ คนเป็นอาหลานไม่จีบกันหรอกนะ” ธนดลเลิกคิ้ว พลางเอ่ยแซวหลานชายตัวป้อมที่ถูกคุณพ่อยังหนุ่มอุ้มจนตัวลอย

“ลุงดลห้ามมายุ่งกับอาเนยของมดนะ”

“ถ้ายุ่งแล้วเราจะทำไม”

“ไม่ได้นะ! อาเนยเป็นคนดูแลมด ใครจะจีบอาเนยต้องผ่านมดไปก่อน”

“แล้วถ้าพ่อเราจะจีบ เราจะให้ผ่านรึเปล่าล่ะฮึ นายมด” ธนดลเอ่ยถามต่ออย่างต้องการหยอกเย้า ล้อเล่นทั้งคุณพ่อคุณลูก

ใบหน้าที่เริ่มบึ้งพอๆ กันทั้งพ่อทั้งลูก แต่ดูเหมือนคนเป็นพ่อจะเห็นได้ไม่ชัดนัก ถ้าไม่สังเกตสันกรามที่เริ่มขบกันแน่นอย่างต้องการข่มอารมณ์

“พ่อคิราภ์ไม่ชอบอาเนยหรือครับ”

คนเป็นลูกรีบหันไปถามคนเป็นพ่อแทบจะทันที ด้วยเกรงว่าพ่อจะไม่ชอบหญิงสาวขึ้นมาจริงๆ และไม่มั่นใจเลยเมื่อเห็นบิดายังคงเงียบ จึงเร่งด้วยการเขย่าแขนบิดาเบาๆ

“เปล่า ไม่ได้ไม่ชอบ” อคิราภ์ตอบอย่างเสียไม่ได้

เขาพยายามจะเลี่ยงตอบคำถาม เพราะรู้ว่าเพื่อนกำลังตั้งหน้าตั้งตาฟังจนเกินความจำเป็น ชายหนุ่มจึงได้แต่ส่งสายตาเตือนไปให้เพื่อนซึ่งแกล้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“แล้วอาเนยเราน่ะ ชอบพ่อคิราภ์ของเรารึเปล่าล่ะ”

“ไอ้ดล! ลูกฉันเพิ่งสี่ขวบ แกจะพูดอะไรน่ะคิดบ้าง”

“พ่อคิราภ์ครับ ปล่อยมดก่อน มดจะไปนั่งดูการ์ตูนรออาเนยครับ”

อคิราภ์ปล่อยลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ก่อนร่างเล็กจะวิ่งจู๊ดไปยังหน้าจอทีวีจอใหญ่

“คำป้อช่วยไปตามน้องเนยหน่อย” อคิราภ์บอกคนที่เดินเข้ามา ก่อนที่อีกฝ่ายจะพยักหน้ารับ

.

.....................

.

.

คำป้อเดินขึ้นบันไดไปเคาะประตูห้องของพี่เลี้ยง ซึ่งเจ้าของห้องกำลังหยิบโทรศัทพ์เตรียมออกจากห้องของตัวเอง

“มีอะไรเหรอคะพี่คำป้อ คุณคิราภ์ให้มาตามแล้วเหรอคะ”

“ป้อเลี้ยงเปิ้นหื้อมาตามคุณเนยเจ้า”

“ขอบคุณค่ะพี่คำป้อ เนยกำลังจะลงไปพอดีเลยค่ะ”

เนตรายิ้มให้กับหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะก้าวออกจากห้องแล้วหับบานประตู จากนั้นก็รีบก้าวไปยังห้องนั่งเล่นทันที

ธนดลมองการแต่งตัวง่ายๆ ของเนตราด้วยเสื้อผ้าฝ้ายแขนสั้นคอเหลี่ยมสวมหัว และกางเกงยีนส์ขาเดฟ ซึ่งยิ่งทำให้เธอดูเหมือนเด็กไม่ต่างจากการใส่เสื้อยืดนัก แต่ผมที่ปล่อยยาวกลับถูกรวบม้วนแล้วติดด้วยกิ๊บตัวโต ใบหน้าใสมีเพียงลิปกรอสเคลือบที่ริมฝีปากเท่านั้น

“ขอโทษนะคะที่เนยทำให้รอกันตั้งนาน”

“อาเนยครับ”

“ว่าไงครับคนเก่ง ไหนมาให้อาเนยดมก่อนว่าทาแป้งรึยัง”

เด็กน้อยยื่นแก้มให้ดม ซึ่งอาสาวก็จรดจมูกกับแก้มนุ่ม ดวงตาหวานเป็นประกายจนคนมองพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พออกพอใจ

“หอมแล้วครับ”

“พ่อคิราภ์ครับ...อาเนยครับ...มดหิวแล้ว เราไปหาอะไรกินกันเถอะคร๊าบ” นายมดเอ่ยพลางลากเสียงยาวๆ

เนตราหัวเราะคิกก่อนจะยีผมนุ่มๆ สีน้ำตาลอ่อนบนศีรษะเล็ก เด็กน้อยยกแขนบอกท่าทางกับคนเป็นพ่อ ซึ่งอคิราภ์ก็ยกร่างป้อมๆ ขึ้นอุ้มแทบจะทันที

“แกจะไปด้วยรึเปล่าไอ้ดล”

“ไปดิ ไม่ได้กินข้าวนอกบ้านกับแกตั้งนานแล้ว ที่สำคัญวันนี้ฉันอยากไปกินข้าวกับเนยด้วย ดีเหมือนกันจะได้รู้จักเนยมากขึ้น”

ธนดลมองเนตราด้วยสายตาแพรวพราวเสียจนอคิราภ์ต้องเม้มปาก เมื่อเห็นคนตัวเล็กที่ดูเหมือนไม่ได้สนใจท่าทีของธนดล เธอเพียงก้มหน้าสนใจเด็กน้อยที่กำลังพูดจ้อไม่หยุดพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ

“งั้นแกก็ขับรถตามไปก็แล้วกัน ร้านเดิมของนายมดนะ”

“ได้เลย เดี๋ยวจะตามแกไปติดๆ เลย”

“น้องเนย ไปกันเถอะ”

“ค่ะ” เนตรายิ้มรับ

เธอเดินตามร่างสูงไปที่รถ แล้วเคลื่อนตัวไปนั่ง ก่อนที่อคิราภ์จะส่งร่างของลูกชายให้นั่งบนตักของหญิงสาว

“มดครับ วันนี้ดื้อกับอาเนยรึเปล่าเอ่ย”

“ไม่เลยครับ มดไม่ดื้อกับใครเลย”

“แน่ใจนะ”

“แน่ครับ ก็มดรักอาเนย มดจะผิดสัญญากับอาเนยได้ยังไงล่ะครับ”

เนตราพยักหน้ารับ พลางยิ้มหวานให้กับเด็กน้อยที่เอาแต่จับจ้องใบหน้าเธออย่างครุ่นคิด

“อาเนยครับ มดรักอาเนยนะครับ”

มือเล็กแนบกับแก้มนุ่มของเนตรา หญิงสาวเพียงยิ้มกว้าง ทว่าเพียงครู่ก็ต้องตกใจกับการกระทำของนายมด เมื่อมือเล็กเอื้อมมือไปปลดกิ๊บตัวโตออกจากผมหนา ทำให้ผมหล่นกระจายลงตามแรงโน้มถ่วง

“มด!”

กลิ่นหอมของยาสระผมในพื้นที่แคบๆ ทำให้อคิราภ์ชะงักมือที่กำลังจะเปลี่ยนเกียร์แทบจะทันที ทว่าเขาต้องลอบกลืนน้ำลาย เมื่อร่างกายตื่นตัวตอบสนองต่อกลิ่นหอมรัญจวนที่เธอคงไม่รู้ตัว กระทั่งเธอรวบผมกลับไปเช่นเดิมนั่นล่ะ เขาจึงได้หายใจทั่วท้อง

“อย่าทำแบบนี้อีกนะ รู้มั้ย”

“ครับอาเนย แต่เวลาอาเนยปล่อยผม อาเนยสวยกว่าตั้งเยอะ”

“ไม่ต้องมาปากหวานกับอาเลยนะนายมด เราน่ะมันร้ายนักเชียว”

“อาเนยครับ พรุ่งนี้เราไปเล่นน้ำที่น้ำตกด้านหลังไร่มั้ยครับ”

คนถูกถามเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ น้ำตกหลังไร่คงไม่ใช่น้ำตกด้านหลังคุ้มอุ่นรักที่เธอเห็นแน่ๆ ทว่าไม่ทันได้เอ่ยปากถาม ชายหนุ่มที่ทำหน้าที่เป็นคนขับรถก็เอ่ยตอบราวกับอ่านใจเธอออก

“มีน้ำตกหลังไร่อีกแห่ง นายมดกับลูกคนงานชอบไปเล่นกันที่นั่น น้ำจะเย็นสบายกว่า แล้วก็มีหลายระดับทั้งลึกทั้งตื้น น้องเนยว่ายน้ำเป็นรึเปล่า”

“เป็นค่ะ มีอะไรเหรอคะคุณคิราภ์”

“ผมเคยบอกให้เรียกว่าพี่ คุณนี่ก็แปลกนะเนตรา กับไอ้ดลคุณเรียกว่าพี่ได้ แต่กับผมคุณเรียกไม่ได้” อคิราภ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งๆ

“ก็...คุณเป็นเจ้านาย จะให้เนยเรียกแบบนั้น เนยไม่กล้าค่ะ”

หญิงสาวย่นคอพลางขมวดคิ้วมุ่น อารมณ์เย็นๆ ที่ยากต่อการหยั่งถึงแบบนี้ เธอไม่ชอบเลยสักนิด ทว่าร่างป้อมๆ ที่นั่งอยู่บนตักของเธอนั้นมองหน้าสลับไปมาระหว่างพ่อกับอาสาว

“ถ้างั้นก็เริ่มเรียกสิ พี่ไม่เห็นว่าจะเป็นสิ่งผิดตรงไหน”

น้ำเสียงแข็งๆ เริ่มอ่อนลงเมื่อได้ยินเหตุผลของหญิงสาว ทว่ามันก็ยังให้ความรู้สึกแข็งๆ สำหรับคนฟัง

“ค่ะ” เธอรับคำก่อนจะหันมองออกนอกหน้าต่างรถ

กระทั่งรถจอดสนิท หญิงสาวจึงรีบเปิดประตูแล้วลงจากรถ ก่อนอุ้มร่างป้อมๆ ของนายมดตามลงมา

“อาเนยกลัวพ่อคิราภ์เหรอครับ”

เนตราเม้มปาก ดวงตาหวานหมองลงเล็กน้อย เธอไม่แน่ใจนักหรอก ทว่าเสียงโทรศัพท์ที่เป็นเพลงเศร้าๆ ดังขึ้น ก็ทำให้เจ้าของรีบกดรับโดยไม่ทันได้ดูเบอร์ เพราะอยากเลี่ยงตอบคำถามของเด็กน้อย

“มดไปหาคุณพ่อก่อนนะ เดี๋ยวอาเนยตามไป”

“ครับ”

“สวัสดีค่ะ”

“เนย...นี่แยมเองนะ”

เนตราตัวแข็ง มือเย็น เท้าเย็น เธอยืนนิ่งราวกับหุ่น ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกตะลึง ริมฝีปากเม้มแน่น

“มีอะไร”

“แยมรู้ว่าเนยยังเสียใจเรื่องปัง และยังรู้ด้วยว่าปังยังติดต่อเนยอยู่ แต่แยมขอได้มั้ยเนย”

“เธอต้องการอะไรกันแน่”

“แยมรู้ว่าเนยเลิกกับปังแล้ว และพยายามหนีปังไป แต่แยมไม่สบายใจเลย เพราะรู้ว่าเนยรักปังมาก งั้นแยมก็ขอพูดตรงๆ เลยละกันว่าแยมขอร้อง...เนยอย่าได้ติดต่อ อย่าคืนดีกับปังเลย แยมอยากมีครอบครัวที่มีความสุข และปังก็เป็นครอบครัวของแยม เนยคงไม่คิดเปลี่ยนใจ กลับมาแย่งปังคืนไปใช่มั้ย”

“พอเถอะ! ฉันไม่คิดจะทำอย่างที่เธอว่าสักนิด”

“ขอบคุณมากนะเนย เพราะว่าแยมอยากให้ครอบครัวของแยมสมบูรณ์ มีพ่อแม่ลูกพร้อมหน้าพร้อมตา แยมไม่อยากให้ลูกเกิดและโตมาโดยไม่มีพ่อ”

เนตราตกใจยิ่งกว่าการได้รู้ว่าใครโทร. มาเสียอีก ประโยคที่บอกเล่าความจริงที่ปัทวีปิดบังเธอมาตลอด ทำให้เธอตัวเย็นเฉียบ รู้สึกเจ็บยิ่งกว่าการโดนตบหน้า โดนทรยศ โดนหักหลัง หัวใจที่เริ่มจะหาย พังยับเยินลงไปอีกคราอย่างไม่เหลือชิ้นดี เธอจะต้องร้าวรานเพราะเขาเพียงใดกัน

ท่าทางของเนตราทำให้เจ้าของดวงตาคู่คมที่มองเธออยู่รีบสาวเท้ามาหาเธอ เขาแย่งโทรศัพท์ในมือของหญิงสาวแล้วกดตัดสายทิ้งทันที แม้เขาจะตัดสาย ปิดเครื่องแล้วเก็บเครื่องเล็กๆ นั่นไว้กับตน เจ้าของยังคงยืนนิ่ง เมื่อสังเกตจึงได้เห็นว่าน้ำตาอาบไปทั้งแก้มนวล

“บ้าจริง!” อคิราภ์สบถพลางรั้งร่างเล็กเข้าสู่อ้อมกอด

เขาพอจะรู้ว่าปลายสายเป็นใครจากท่าทางของเธอนี่ล่ะ อะไรมันจะเลวร้ายได้ขนาดนี้ แม้จะไร้เสียงสะอื้น ทว่าน้ำตาที่ยังไหลเป็นทางก็ทำให้เขาอดห่วงไม่ได้ สภาพจิตใจของเธอคงย่ำแย่กว่าก่อนหน้านี้ที่เขาคิดไว้เป็นแน่

ชายหนุ่มเงยหน้าเม้มปากอย่างครุ่นคิด ระหว่างพาเธอกลับบ้านแล้วปล่อยให้ลูกชายรออยู่ที่นี่ หรือว่าให้เธอเข้าไปรับประทานอาหารด้วยกัน ซึ่งคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก

“ไอ้คิราภ์ พาเนยกลับไปก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวฉันไปส่งนายมดให้ที่บ้านพรุ่งนี้ ไม่ต้องห่วงหรอก เนยน่าห่วงกว่านะ ดูท่าจะไม่ไหวแล้ว”

“ฝากนายมดด้วย”

“อือ...ไม่ต้องห่วง ลูกแกก็หลานชายฉันล่ะน่า”

อคิราภ์พยักหน้ารับ เปิดประตูรถด้านข้างคนขับออกให้หญิงสาวเข้าไปนั่ง ก่อนที่เขาจะไปประจำที่ตำแหน่งคนขับ

ชายหนุ่มมองท่าทางของเนตราอีกครู่อย่างไม่สบายใจ นี่สินะที่น้องสาวของเขาเป็นห่วง อาการหนักหนาสาหัสอย่างนี้ยังยิ้มได้ ถือว่าเธอเข้มแข็งพอตัวเลยทีเดียว สำนวน ‘หน้าชื่นอกตรม’ ดูจะเข้ากับเธอในเวลานี้เสียเหลือเกิน เนตราช่างเป็นผู้หญิงที่แข็งนอกอ่อนในอย่างที่นุชจรีเคยบอกเขาจริงๆ ด้วยสินะ

.

.

.

.

.

..........

...

.

บทที่ 5 มาครบแล้วน้าาา

ใครที่อยากอ่านอีบุ๊ก กำลังรออีบุ๊กออกกันอยู่

รอกันอีกหน่อยนะคะ กำลังรีไรต์ช่วงสุดท้ายแล้ว

แล้วจะรีบปั่นตอนพิเศษ จากนั้นจะเอาไปจัดหน้า

อีกไม่นานเกินรอค่ะ

.

แยม! เธอจะโทรมาทำไม!!

แล้วพี่คิราภ์จะช่วยน้องเนยยังไง?

รอตอนหน้านะคะ

.

ปล. เรื่องนี้ยังไม่ได้อัปอีบุ๊ก อัปแล้วจะมาบอกแน่นอนจ้า

.

.

ฝากไปกดติดตามเรื่องอื่นด้วยนะคะ

ยุทธการทลายคาน (พี่หมี+หนูแพร) >>> http://bit.ly/hongBEAR

อุ้งมือมาเฟีย (พี่หลง + เจินเจิน) >>> http://bit.ly/hongMAFIA

ร้อยเล่ห์บำเรอรัก (กวินท์ + แอลลี่) >>> http://bit.ly/hongVEG

.

ช่วยอุดหนุนอีบุ๊คกันด้วยน้า....

เสิร์หาจากชื่อนามปากกา "วลัชสิตา" ได้เลยนะคะที่เว็บไซต์ www.mebmarket.com หรือ www.fictionlog.com

.

.

ห้ามลืม!!

ไปกดไลก์เพจ เพื่อติดตามข่าวสาร และพูดคุยกันได้เลยยยย

ที่เพจ "วลัชสิตา ระย้าแก้ว วิลาสินี สร้อยแสงดาว" หรือ...
>> http://www.facebook.com/waluchsita <<

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว