รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก-บทที่ 11 เนยรสน้ำผึ้ง - ((100%)) -

โดย  วลัชสิตา / ระย้าแก้ว / วิลาสินี / สร้อยแสงดาว

รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก

บทที่ 11 เนยรสน้ำผึ้ง - ((100%)) -

.

.

.

.

.........

...

.

.

เสียงพูดคุยของสองหนุ่มต่างวัย ทำให้หญิงสาวที่เดินออกจากห้องครัวนั้นยิ้มน้อยๆ ภาพก่อนหน้าที่เธอจะเข้ามานั้นคือการตกลงของพ่อลูกที่กระซิบกระซาบ โดยที่หญิงสาวไม่ได้รู้ตัวเลยว่าทั้งคู่คุยเรื่องของเธอ

“ว่าไงเอ่ย คืนนี้อยากให้อาเล่านิทานเรื่องอะไร”

“แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ครับอาเนย แต่พ่อคิราภ์จะเล่าให้ฟังครับ”

“หือ?”

เนตราเลิกคิ้วพลางมองหน้าชายหนุ่ม ที่หันไปให้ความสนใจกับสารคดีสัตว์โลกในจอด้านหน้า

“อาเนยครับ”

“ว่าไงครับ”

“พ่อคิราภ์บอกว่า อาเนยจะชวนมดไปเที่ยวบ้านอานุชที่น่านใช่มั้ยครับ”

“ครับ อยากไปรึเปล่า”

“อยากไปสิครับ อาเนยให้มดไปด้วยนะครับ”

“ได้ครับ ว่าแต่พ่อคิราภ์ของเราอนุญาตรึเปล่าเอ่ย”

“พ่อคิราภ์บอกว่าถ้าไม่ดื้อกับอาเนยจะให้ไปครับ มดสัญญาครับว่าจะไม่ดื้อกับอาเนยและพ่อคิราภ์”

“ดีแล้วครับคนเก่ง”

“น้องเนยครับ พี่ว่าจะพามดไปนอนก่อน พรุ่งนี้ยังต้องไปโรงเรียนตอนเช้า เราค่อยไปรับมดตอนเที่ยงๆ ไปขอคุณครูไว้ก่อน”

“ได้ค่ะ พรุ่งนี้เนยจะบอกคุณครูไว้ก่อน”

“พรุ่งนี้พี่ไปส่งนายมดเองก็ได้ เพราะพี่ต้องไปจัดการเรื่องเอกสารในเมือง”

“ค่ะ” หญิงสาวรับคำขณะเปิดรายการทีวีโปรดของตัวเอง

มดเดินนำบิดาขึ้นห้อง ทว่าเท้าของร่างสูงชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของเนตรา ก่อนจะหันมามองด้วยความเป็นห่วง กระทั่งเห็นว่าเธอกดรับแล้วเรียกปลายสาย

“ว่าไงนุช พี่ดลอยู่กับนุชรึเปล่า”

คำถามของหญิงสาวทำให้เขาต้องชะงักเท้าอีกครั้ง คิ้วเข้มขมวดมุ่น ธนดลเกี่ยวอะไรกับนุชจรี เหตุใดเนตราจึงได้เอ่ยถามราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

หรือว่า...นุชจรีและธนดลไม่ใช่เพียงคู่กัด แต่เป็นคู่รักกันด้วย แล้วเหตุไฉนเขาถึงไม่รู้เรื่องเล่า

“พ่อคิราภ์ครับ มดอยากฟังนิทานแล้วครับ”

เสียงเล็กที่เรียกเขาจากด้านบน ทำให้อคิราภ์หันมองหญิงสาวที่เพียงผินหน้ามามองเขาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหรี่เสียงพูดคุยของตัวเองให้เบาลง ราวกับกลัวว่าเขาจะได้ยินบทสนทนา

คิ้วเข้มขมวด ทว่าเขามั่นใจว่าเนตรานั้นรู้เรื่องราวทั้งหมดเป็นแน่ และเขาจะไม่ยอมให้เธอบ่ายเบี่ยง ไม่ตอบคำถามเรื่องนุชจรีอย่างที่เธอเคยบ่ายเบี่ยงเรื่องของตัวเธอเองอย่างแน่นอน

เนตราวางสายพลางมองไปทางบันไดขึ้นชั้นสอง

เฮ้อ...หวังว่าพี่คิราภ์จะไม่หูดีได้ยินเรื่องพี่ดลที่คุยกับนุช สาธุ!

หญิงสาวได้แต่พึมพำในใจขณะก้าวเดินขึ้นบันได ก่อนจะหลับตาพร้อมกับยกมือขึ้นประนมท่วมหัว ทว่า...

“น้องเนยทำอะไรครับ”

เนตราลืมตาอย่างตกใจ และไม่ทันระวังจึงได้ก้าวเท้าถอยหลังโดยลืมไปว่าอยู่บริเวณบันไดบ้าน ทว่าคงเป็นโชคดีของเธอที่อคิราภ์คว้าแขนไว้ได้ทัน

ชายหนุ่มกระชากแขนบอบบางจนร่างนุ่มอยู่ในอ้อมแขนของเขา สายตาสองคู่สบประสานกันและกัน ดวงตาคมเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่สะกดให้เธอไม่สามารถละสายตาไปได้ ราวกับเขามีเวทมนตร์บังคับเธออย่างไรอย่างนั้น เช่นเดียวกับชายหนุ่มที่ได้แต่สบตาหญิงสาวนิ่ง ต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในเสน่ห์ของดวงตาอีกฝ่าย

ริมฝีปากหยักได้รูปแนบชิดริมฝีปากบางของหญิงสาวโดยที่เจ้าตัวไม่ทันรู้ตัว ไม่รู้แม้กระทั่งชายหนุ่ม เขารู้เพียงว่าอยากลองลิ้มรสกลีบปากของเธอเพียงเท่านั้น และดูเหมือนความฝันนั้นจะเป็นจริง

ทั้งคู่ตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวาน จากจุมพิตที่แทบจะดูดกลืนวิญญาณของอีกฝ่าย ชายหนุ่มไล้ลิ้นไปตามปากนุ่ม และบังคับให้หญิงสาวเปิดริมฝีปากรับลิ้นร้อนของเขา มือหนาโอบรัดเอวบางไว้แน่นจนเธอจมไปกับแผงอกหนากำยำ ในขณะที่มือบางได้แต่ขยุ้มเสื้อกล้ามสีขาวของเขา ตามแรงอารมณ์ที่ถูกชายหนุ่มปลุกเร้า และกระตุ้นด้วยลิ้นร้อน

ลิ้นร้อนสัมผัสริมฝีปากบาง ไรฟัน หยอกเย้ากับลิ้นนุ่มหอมหวาน และลิ้มรสหวานในโพรงปากหญิงสาวอย่างย่ามใจ แม้มือหนาจะเพียงลูบแผ่นหลังบอบบางด้านนอกเสื้อนอนลายตุ๊กตาหมีเหมือนเด็กๆ ทว่าเพียงแค่นั้นก็ทำให้เขาตื่นตัว อคิราภ์รู้ดีว่าเขาไม่ควรหยามเกียรติเธอเช่นนั้น แต่...ความคิดอีกฝ่ายกำลังบอกให้เขาเดินหน้าต่อไป โดยไม่ต้องสนใจความรู้สึกผิดชอบชั่วดีใดๆ ในเมื่อเธอยอมรับจูบเขาถึงเพียงนี้ มีหรือจะไม่ยอมรับร่างกายของเขา ทว่า...

“พอค่ะพี่คิราภ์ เนย...เนย...หายใจไม่ทัน”

เสียงแผ่วๆ ที่ขัดขึ้นพร้อมเสียงหอบ เป็นเหตุให้อคิราภ์รัดร่างแน่งน้อยเข้าสู่อ้อมกอดจนแน่น เสียงหัวเราะในลำคอหนาไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ชัดนัก ชายหนุ่มลูบเส้นผมนิ่มได้ไม่ทันไร ก็ถูกร่างเล็กที่กลับมามีสติครบถ้วนผลักออก ก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งเข้าห้องโดยไม่ยอมหันมามองเขาแต่อย่างใด ทว่าแก้มแดงก่ำที่ลามไปจนถึงลำคอนั้น ก็บ่งบอกความรู้สึกของเธอได้อย่างดี

‘พอค่ะพี่คิราภ์ เนย...เนย...หายใจไม่ทัน’

เพียงแค่คิดเขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขณะเดินเข้าห้องของตัวเอง นี่เขาขาดความยับยั้งชั่งใจขนาดนี้เชียวหรือ? เขากำลังทำให้เธอตกใจ แตกตื่น และตระหนกจนเกินไปหรือเปล่าหนอ แต่เขาอดจะขำไม่ได้เสียจริงๆ ตั้งแต่โตเป็นหนุ่มมา จูบผู้หญิงมาก็มาก มีเธอนี่ล่ะที่บอกว่าหายใจไม่ทัน อคิราภ์ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะแตะริมฝีปากที่ยังอุ่นของตัวเอง รสชาติหวานกลมกล่อมของเธอยังติดอยู่ที่เรียวลิ้น แค่จูบยังหวานเพียงนี้ แล้วถ้ามากกว่าจูบจะหวานเพียงใดหนอ

เนยของพี่หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งเสียอีก

มือหนาแตะริมฝีปากของตัวเองด้วยรอยยิ้มพอใจ อคิราภ์มองหน้าจอแล็ปท็อปของตัวเอง ก่อนจะเปิดดูภาพคู่ที่เธอถ่ายคู่กับปัทวีอีกครั้ง ดวงตาคมเข้มนั้นฉายแววไม่พอใจ ทว่าริมฝีปากนั้นกลับยกขึ้นยิ้มน้อยๆ

“คงได้เวลาเสียแล้ว พี่จะไม่ทำตัวเป็นพ่อพระแล้วนะน้องเนย เพราะจากนี้พี่จะเริ่มทำให้ครอบครัวพี่สมบูรณ์ ด้วยการทำให้น้องเนยมาเป็นภรรยาของพี่”

ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ ชายหนุ่มปิดแล็ปท็อปอย่างไม่คิดจะสนใจภาพคู่เหล่านั้นที่เขาลบทิ้งไป คงเหลือไว้เพียงภาพของเธอและญาติผู้น้องเท่านั้น

อคิราภ์ไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มรู้สึกดีๆ กับสาวน้อยที่เหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่นตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่เห็นรูปครั้งแรก หรือตั้งแต่ที่นุชจรีพยายามเล่าเรื่องของเธอให้ฟัง หรือตั้งแต่ที่เจอครั้งแรก หรือเพราะความห่วงหาอาทรที่มีให้เธอตลอดช่วงเวลาที่เธอใช้ชีวิตในไร่อุ่นรัก จะเมื่อไหร่...เพราะอะไร แต่ตอนนี้...เขายอมรับได้เต็มปากเต็มคำแล้วว่า เขารักเธอ เขาต้องการให้เธอมาเป็นคู่ชีวิต มาเป็นแม่ของลูก และเป็นผู้หญิงที่จะอยู่เคียงข้างเขา

ชายหนุ่มเคยมีชีวิตคู่ที่พลาดพลั้งมาก่อน แต่เขากลับเชื่อว่าครั้งนี้เขาเลือกไม่ผิดคน เนตราจะไม่มีวันทรยศ ไม่มีวันนอกใจ เขาเชื่อมั่นเช่นนั้น

............................

เนตราตื่นขึ้นมาท่ามกลางความสับสน เป็นวันแรกของทุกวันตั้งแต่ใช้ชีวิตในไร่อุ่นรัก ที่รู้สึกสับสนกับความรู้สึกของตัวเองขนาดนี้ และเธอยกความผิดทั้งหมดให้แก่ผู้ชายร่างโตเจ้าของไร่ ถ้าเขาไม่จูบเธอเมื่อคืน เธอก็ไม่ต้องมานั่งสับสนว่าหัวใจเธอเป็นอะไร ทำไมต้องสั่นรัวยามคิดถึงเขา ทำไมต้องหวั่นไหวยามนึกถึงรสจูบเมื่อวาน นี่เธอเป็นอะไรกัน

เร็วเท่าความคิด มือบางคว้าโทรศัพท์มือถือกดโทร. ออกหาเพื่อนรักแทบจะทันที

“ว่าไงจ๊ะเนย”

“นุช...ช่วยฉันด้วย ฉันเป็นอะไรไม่รู้”

“เป็นอะไร แกป่วยเหรอเนย หรือว่า...”

“ไม่ใช่ ฉันแค่...แค่รู้สึกเหมือนว่าไฟช็อต รู้สึกเหมือนผีเสื้อบินอยู่ในท้อง โอ๊ย! ให้ตายสิ! ฉันกำลังชอบพี่ชายแกน่ะสินุช ฉันจะทำยังไงดี”

“ห๊า! แกชอบพี่คิราภ์เหรอ...แต่มันก็ดีแล้วนี่”

“ไม่! มันไม่ใช่เรื่องดีนะนุช พี่แกกับฉันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไง”

“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ แค่แกเดินไปบอกพี่คิราภ์ว่า ‘น้องเนยชอบพี่คิราภ์ค่ะ’ ก็เท่านั้น”

“ไม่หรอกนุช แค่นั้นมันไม่พอ ความรู้สึกมันยังกระจ่างไม่พอ”

“อ้าว! แล้วแกจะทำยังไง” นุชจรีถอนหายใจอย่างไม่เข้าใจความต้องการของเพื่อนรัก

“แกลืมไปรึเปล่า ว่าเมื่อเดือนก่อนฉันมาที่นี่เพื่อรักษาแผลใจ แต่ผ่านไปแค่เดือนเดียว...ฉันมารู้สึกตัวว่าชอบพี่ชายแกตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ โอ๊ย! นี่มันอะไรกัน แล้วฉันจะรู้ได้ไงว่าพี่คิราภ์คิดยังไงกับฉัน นี่ฉันไปชอบพี่แกตอนไหนเนี่ย”

“เอางี้มั้ยล่ะ แกก็ไม่ต้องบอกอะไรพี่คิราภ์ รอดูต่อไป แกจะได้รู้ด้วยไงว่าพี่คิราภ์ชอบหรือไม่ชอบแก...ดีมั้ยล่ะ”

“ฉันไม่มีทางเลือกนักหรอกนะนุช ฉันก็ต้องทำอย่างที่แกว่า ตอนนี้ฉันสมองตื้อไปหมด คิดอะไรไม่ออกเลย”

“เอาน่า...ค่อยๆ คิดไป ตอนนี้สิ่งที่แกควรทำคือ เดินออกจากห้องนอนไปเผชิญหน้ากับพี่คิราภ์ซะ ฉันขอตัวขับรถไปทำงานก่อนละกัน แล้วเดี๋ยวฉันโทร. หา”

“โอเค ขับรถดีๆ ล่ะ”

เธอตัดสายไปครู่ใหญ่แล้ว ทว่ายังไม่พร้อมจะเดินออกจากห้องนอนสักนิด หญิงสาวได้แต่เดินวนไปวนมาอย่างทำใจ เธออยากจะออกไปนอกห้องนอน แต่ก็หวาดกลัว จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้น

“น้องเนยตื่นรึยังครับ” เสียงทุ้มที่คุ้นหูทำให้หญิงสาวต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ทว่าไม่ทันได้คิดอะไร เสียงทุ้มก็เอ่ยถามต่อ “น้องเนยครับ เป็นอะไรรึเปล่า เปิดประตูให้พี่หน่อยสิครับ”

“ค่ะๆ สักครู่ค่ะ”

เธอรีบขานรับ ด้วยกลัวเขาจะบุกเข้าห้องเหมือนพระเอกนิยายที่เคยอ่านเหลือเกิน

และเพียงหญิงสาวเปิดประตู ร่างหนาก็แทรกตัวผ่านประตูห้องเข้ามายืนในห้องนอนของเธอ พร้อมปิดประตูและล็อกให้เรียบร้อย เนตราก้มหน้า พยายามไม่สบตากับเขาอีก เพราะเธอกลัวสายตาที่มีเวทมนตร์สะกดน่ามองคู่นั้นเหลือเกิน

“น้องเนยครับ เรื่องจูบเมื่อคืน พี่...”

“ไม่เป็นไรค่ะ เนยไม่ได้ถือโทษโกรธพี่คิราภ์หรอกค่ะ” หญิงสาวรีบเอ่ยแทบจะทันที ทั้งที่เขายังเอ่ยไม่จบ

“เปล่าเลย...พี่ไม่ได้จะขอโทษ พี่แค่อยากจะบอกว่า พี่ประทับใจมาก และพี่อยากจะบอกว่า พี่อยากให้น้องเนยคิดเรื่องของเราเผื่อไว้บ้าง”

“หมายความว่าไงคะ” เนตราเงยหน้าถามอย่างข้องใจ

“พี่อยากให้น้องเนยคบหากับพี่ในฐานะคนรัก แต่พี่ไม่ได้จะเร่งรัดเอาคำตอบหรอกนะ พี่จะให้เวลาเนย หลังจากกลับจากน่าน...พี่จะเอาคำตอบ”

“กลับจากน่านนี่มัน...วันอาทิตย์ไม่ใช่เหรอคะ”

“ครับ สรุปก็คือพี่ให้เวลาสามวันครับ”

“สามวัน! พี่คิราภ์พูดเล่นใช่มั้ยคะ”

“พูดจริงครับ อีกสามวันน้องเนยต้องให้คำตอบพี่นะ ว่าจะเป็นแฟนพี่รึเปล่า”

พูดจบเขาก็จุมพิตหน้าผากนวลเร็วๆ แล้วเดินออกจากห้อง ก่อนปิดประตูห้องเขายังคงบอกแกมสั่งด้วยน้ำเสียงทุ้มน่าฟัง

“รีบลงไปด้านล่างนะครับ นายมดรออยู่ เดี๋ยวข้าวต้มจะเย็นเสียก่อน”

หญิงสาวได้แต่พยักหน้ารับ เพราะยังอึ้งกับคำพูดชวนร้อนวูบวาบ ทั้งที่อากาศนั้นแสนหนาวเหน็บ

..........................

ร่างบางแทบไม่รู้ตัวเลยว่า ตนเองมายืนในห้องอาหารตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวก็เมื่อชายหนุ่มส่งเสียงเรียกให้เธอนั่งบนเก้าอี้ที่ประจำนั่นล่ะ

“น้องเนยเป็นอะไรรึเปล่า” อคิราภ์เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

มือหนาแตะหลังมือบาง เนตรายิ้มน้อยๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตารับประทานทานข้าวต้มในถ้วยที่คำป้อนำมาเสิร์ฟ

เมื่ออคิราภ์เงยหน้าจากถ้วยข้าวต้ม เขาก็เห็นหญิงสาวกำลังก้มหน้าก้มตาคุยกับเด็กชาย พลางเก็บกระเป๋าเตรียมตัวให้เด็กน้อยไปโรงเรียน

“อาเนยครับ”

“ว่าไงเอ่ย”

เด็กน้อยเงยหน้ามองบิดา ก่อนจะดึงมือบางของหญิงสาวให้เดินตามออกไปนอกบ้าน เนตราเดินตามเด็กน้อยอย่างฉงนใจ ก่อนจะย่อตัวลงเมื่อมดหยุดนิ่ง

“อาเนยครับ มดมีเรื่องจะสารภาพครับ

“จะสารภาพอะไรเอ่ย”

“มด...ทะเลาะกับเพื่อนที่โรงเรียนครับ แล้วเพื่อนก็ล้มปากแตก”

“แล้วมดได้ขอโทษเพื่อนรึเปล่า”

ศีรษะเล็กส่ายดิก หญิงสาวกลอกตาไปมาอย่างครุ่นคิดหาคำพูดปลอบใจเด็กน้อย

“วันนี้มดไปขอโทษเพื่อนได้รึเปล่าครับ”

“แต่...”

“เป็นผู้ชายต้องรู้จักขอโทษในสิ่งที่ผิดนะครับ ในเมื่อเพื่อนเจ็บ มดก็ควรขอโทษ หรือจะให้อาเนยบอกคุณพ่อล่ะครับ”

“ก็ได้ครับ อาเนยสัญญานะครับว่าจะไม่บอกพ่อคิราภ์”

“ครับ อาเนยสัญญา”

หญิงสาวยีศีรษะเล็กอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะยืดตัวเต็มความสูง

“น้องเนยไปส่งนายมดกับพี่มั้ยครับ”

“เอ่อ...”

หญิงสาวสบตาคมกล้าของอีกฝ่าย ที่ฉายแววแพรวพราวจนเธอไม่แน่ใจ ปากบางเผยอขึ้นหมายจะปฏิเสธ ทว่านายมดที่แอบขยิบตากับบิดาโดยที่คนกลางไม่รู้ตัว ก็เอ่ยชักชวนอย่างอ้อนๆ เสียก่อน

“อาเนยไปส่งมดด้วยสิครับ อาเนยสัญญากับมดว่าจะไปรับไปส่งมดทุกวันนี่ครับ”

“แต่อา...”

“อาเนยจะผิดสัญญามดหรือครับ”

“โอเคๆ อาไปก็ได้ ไม่ต้องมาทำหน้าบึ้งใส่อาเลยนะนายมด”

เด็กน้อยยิ้มกว้าง เมื่อถูกบิดาอุ้มเดินไปที่รถ

“มดรักอาเนยที่สุดเลยครับ”

“แล้วพ่อล่ะนายมด”

“มดรักพ่อคิราภ์ที่สุดในโลกเลยครับ”

“กะล่อนนะเราน่ะ บอกรักคนอื่นไปทั่ว”

เนตราโยกศีรษะเล็ก ก่อนจะสบตากับชายหนุ่มอย่างไม่ตั้งใจ เธอชะงักเล็กน้อยแล้วรีบชักมือกลับทันที เมื่อเห็นประกายตาแพรวพราวราวกับพอใจของอีกฝ่าย

..........................

เนตรานิ่งเงียบตลอดทางจากโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัดเชียงใหม่ หญิงสาวตกอยู่ในภวังค์ส่วนตัว ความสับสนที่ยังคงอยู่ตั้งแต่เมื่อคืนหลังจุมพิตหวานที่เขามอบให้

แม้จะเคยจุมพิตกับปัทวี แต่ไม่เคยให้ความรู้สึกอ่อนหวานได้เทียบเท่าผู้ชายที่ภายนอกดูแข็งกระด้างอย่างอคิราภ์ จุมพิตหวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งที่เขามอบแก่เธอนั้นแทบไม่น่าเชื่อ และท่าทางเอาจริงเอาจังของเขาเมื่อเช้านี้ ยิ่งทำให้เธอสับสนขึ้นอีกเท่าตัว

หากทว่าอากัปกิริยาปกติของเขายามพูดคุยในห้องอาหาร และตลอดทางจากคุ้มอุ่นรักมายังโรงเรียนอนุบาล ทำให้เธอประหลาดใจ...ประหลาดใจที่เขาทำเหมือนเรื่องปกติได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่ความรู้สึกภายในใจของเธอนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์อันหลากหลาย

“น้องเนยครับ”

หญิงสาวหยุดชะงักความคิดขณะผินหน้ามามองเขา ดวงตาสีเข้มเหลือบมองหญิงสาวเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเสมองไปยังด้านหน้า แม้ถนนด้านหน้าจะลดเลี้ยวเพียงใด ทว่าผู้บังคับพวงมาลัยพยายามอย่างยิ่งที่จะให้เส้นทางรักของตัวเองตรงไปเรื่อยๆ ไม่ให้ลดเลี้ยวเช่นเดียวกับเส้นถนน

“น้องเนยช่วยบอกพี่เรื่องนุชกับนายดลหน่อยได้มั้ย พี่เชื่อว่าน้องเนยรู้เรื่องความสัมพันธ์ของคู่นี้มากกว่าพี่”

เนตราหันมองเขาอย่างแปลกใจ เธอไม่คิดว่าเขาจะถามเรื่องของนุชจรีและธนดล ในเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาไม่มีอะไรชัดเจนสักนิด

อคิราภ์ทำเหมือนเธอไม่รู้สึกอะไรในสิ่งที่เขากระทำ เธอก็เป็นผู้หญิงธรรมดา ยามมีคนเอาใจใส่ ดูแล ใช่เธอจะหวั่นไหวไม่เป็น ทว่าทุกการกระทำ ทุกคำพูด ไม่ได้สร้างความมั่นใจให้เธอสักนิด เขาบังคับให้เธอคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมด เพื่อตอบตกลงเป็นแฟนกับเขา...นี่น่ะหรือคนที่จูบเธอ? คนที่ปรารถนาจะสานความสัมพันธ์? คนที่ประทับใจเธอ? คนที่ทำให้เธอหวั่นไหวและสับสน? นี่น่ะหรือ...

“น้องเนยครับ”

อคิราภ์เอ่ยเรียกหญิงสาวที่นั่งเงียบแทบตลอดทางอย่างสงสัย ทว่าใบหน้ารูปหัวใจกลับนิ่ง ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเขาสักนิด

“น้องเนยครับ พี่รู้นะว่ามันดูบ้ามากที่พี่ถามเรื่องนุชกับนายดล พี่อาจจะโทร. ถามเพื่อนตรงๆ ก็ได้ แต่พี่อยากหาเรื่องคุยกับน้องเนย ไม่อยากให้บรรยากาศมันดูตึงเครียดจนเกินไป สิ่งที่พี่ทำคงจะทำให้น้องเนยสับสน และกังวลมากพออยู่แล้ว พี่ไม่อยากเพิ่มความสับสนด้วยการเอาแต่พูดเรื่องของเรา”

“พี่คิราภ์คะ เนยไม่เข้าใจสิ่งที่พี่คิราภ์ต้องการค่ะ”

“น้องเนยไม่เข้าใจอะไรครับ หรือสิ่งที่พี่ทำยังไม่ชัดเจน”

“แน่ล่ะค่ะ สิ่งที่พี่คิราภ์ทำไม่มีอะไรที่อธิบายคำว่าชัดเจนได้เลย พี่คิราภ์พูดว่าอยากให้เราคบหากัน อยากให้เนยตอบตกลงเป็นแฟนภายในสามวัน โดยที่เนยไม่รู้เลยสักนิดว่าพี่คิราภ์รู้สึกยังไงกับเนย พี่คิราภ์จะให้เนยคิดยังไงคะ พี่คิราภ์หวัง หรือปรารถนาอะไรในตัวเนยกันแน่”

เนตราหันมองชายหนุ่ม ดวงตากลมเต็มไปด้วยความสับสน เธอต้องการรู้ความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ เมื่อเห็นดวงตาเข้มผสานสายตากับ ดวงตาคู่นั้นแม้จะกำลังไม่พอใจ ทว่ากลับแสดงออกความรู้สึกของตัวเองอย่างชัดเจน ราวกับหยดน้ำค้างในช่วงอรุณรุ่ง ที่กระทบกับแสงอาทิตย์ยามโผล่พ้นสันเขา

“น้องเนยคิดว่าถ้าพี่คิดกับเนยเล่นๆ พี่จะพูดแบบนั้นได้หรือ น้องเนยหยามความรู้สึก หยามหัวใจพี่มากรู้มั้ย ถ้าน้องเนยคิดเพียงว่าพี่ไร้หัวใจรัก พี่คงไม่มีคำพูดใดๆอีก”

“ไม่ใช่นะคะ เนยแค่...เนยแค่สับสน ได้โปรดเข้าใจความรู้สึกของเนยด้วย”

รถฮัมเมอร์ชะลอจอดข้างทางอย่างเงียบๆ อคิราภ์ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ทำไมเขาจะไม่เข้าใจความคิด ความรู้สึกของเธอ ก็เพราะเข้าใจจึงพยายามหลีกเลี่ยง เพื่อไม่ให้เธอสับสนไปมากกว่านี้ แต่เขาได้เห็นแล้วว่ามันได้ผลตรงข้าม เธอยิ่งวิตกกังวล ยิ่งสับสน

อคิราภ์กริ่งเกรงต่อผลที่กำลังจะตามมากับสิ่งที่เขาไม่ได้พูด เขายอมรับได้เต็มปากว่าประทับใจ เอ็นดู และรักเธอ ความรู้สึกอุ่นซ่านที่ไม่รู้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ เพราะเหตุใด เขาไม่ได้สนใจจะคิดถึง รู้เพียงว่ารักก็คือรัก สำหรับเขา...รักไม่ได้เกิดขึ้นได้เพียงครั้งเดียว รักเกิดขึ้นได้มากกว่าครั้ง แต่เนตราที่บาดแผลรักเมื่อครั้งก่อนยังไม่หายดี...เธอย่อมสับสนต่อความรู้สึกที่ประเดประดังเข้าหาแบบไม่ทันตั้งตัว

.

.

.

.

.

.

.........

...

.

บทที่ 11 มาอัปให้แบบครบร้อยเลยน้าาา

เป็นการขอโทษที่หายไปตั้ง 2 วัน

พอดีเป็นวันตรุษน่ะค่ะ ไรท์ก็เลยมีเรื่องยุ่งให้ทำทั้งวันเลย

'สุขสันต์วันตรุษจีน' นะคะ

.

พี่คิราภ์จะรุกขนาดนี้ไม่ได้

สงสารใจน้องด้วยว่าน้องรับไหวมั้ย

แต่น้องเนยก็ต้องสงสารพี่เขาหน่อย

พี่คิราภ์อดอยากปากแห้งมานาน ยอมพี่เขาเต๊อะ!

อ่านแล้วชอบก็อย่าลืมคอมเม้นต์ ให้กำลังใจ และกดติดตามกันน้าาาา

.

ใครที่อยากอ่านอีบุ๊ค หรือกำลังรออีบุ๊คกันอยู่

เรื่องนี้ยังไม่ได้อัปอีบุ๊คนะคะ รอกันอีกหน่อยน้า

กำลังรีไรต์โค้งสุดท้าย และกำลังร่างตอนพิเศษสุดพิเศษ 2 ตอน

จากนั้นจะเอาไปจัดหน้า ซึ่งไรท์ทำเองทุกขั้นตอน (ยกเว้นปก 555+)

เพราะงั้นรอกันอีกนิด ไม่นานเกินรอจ้า

**ตอนแรกไรท์บอกไว้ว่าจะลง 30 ตอน อาจจะยืดเป็น 31 หรือ 32 นะคะ

แต่ลงให้จนจบ(เว้นตอนพิเศษ) แน่นอนค่ะ

เพราะอาจมีฉากที่เพิ่มจากต้นฉบับ ทำให้ตอนเพิ่มไปด้วย

เอาเป็นว่าจะรีบเร่งมือนะคะ

.

.

ฝากไปกดติดตามเรื่องอื่นด้วยนะคะ

ยุทธการทลายคาน (พี่หมี+หนูแพร) >>> http://bit.ly/hongBEAR

อุ้งมือมาเฟีย (พี่หลง + เจินเจิน) >>> http://bit.ly/hongMAFIA

ร้อยเล่ห์บำเรอรัก (กวินท์ + แอลลี่) >>> http://bit.ly/hongVEG

.

ช่วยอุดหนุนอีบุ๊คกันด้วยน้า....

เสิร์หาจากชื่อนามปากกา "วลัชสิตา" ได้เลยนะคะที่เว็บไซต์ www.mebmarket.com หรือ www.fictionlog.com

.

.

ห้ามลืม!!

ไปกดไลก์เพจ เพื่อติดตามข่าวสาร และพูดคุยกันได้เลยยยย

ที่เพจ "วลัชสิตา ระย้าแก้ว วิลาสินี สร้อยแสงดาว" หรือ...
>> http://www.facebook.com/waluchsita <<

.

**ปล. ช่วงนี้กำลังมีเล่นเกมชิงหนังสืออยู่ อย่าลืมไปร่วมสนุกกันน้าาาา

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว