รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก-บทที่ 19 เคียงข้าง - ((100%)) -

โดย  วลัชสิตา / ระย้าแก้ว / วิลาสินี / สร้อยแสงดาว

รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก

บทที่ 19 เคียงข้าง - ((100%)) -






.........
...

.

.

พ่อเลี้ยงเจ้าของไร่อุ่นรัก เตรียมประกาศลั่นระฆังวิวาห์รอบที่สอง เห็นทีงานนี้จะเป็นแบบส่วนตั๊วส่วนตัว เพราะเชิญแต่แขกใกล้ชิดร่วมเป็นพยานในประเพณีผูกข้อมือเท่านั้น งานนี้อดีตแม่เลี้ยงลิลินจะได้รับเชิญด้วยรึเปล่าคะ

หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นหน้าข่าวสังคมที่หญิงสาวอ่าน ถูกขยำจนยู่ยี่ ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มเครื่องสำอางหนายับย่นอย่างขุ่นเคืองใจ

“ไม่มีทาง! ฉันไม่มีวันยอมให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้หรอกนะ”

ท่าทางกระฟัดกระเฟียดของลิลิน ทำให้คนเข้าบ้านได้แต่มองอย่างตื่นตระหนก เขาไม่เข้าใจท่าที่ของภรรยานัก จนกระทั่งได้เห็นข่าวที่ถูกปามาแทบเท้าเขา ข่าวของอคิราภ์ทำให้ปาอินหนักใจไม่น้อย เขาเชื่อว่าลิลินจะไม่มีวันปล่อยมือจากเรื่องนี้

“ลิลิน...”

“คุณปาอินคะ เราจำเป็นต้องใช้เงินนะคะ ลิลินจะกลับไปขอจากคิราภ์ แล้วหลังจากนี้ลิลินจะประหยัด ไม่สุรุ่ยสุร่ายอีก ลิลินสัญญา”

“แต่...”

“ฉันรู้ค่ะว่าเราผิดกับคิราภ์ เราทรยศหักหลังเขา แต่เราจำเป็นต้องใช้เงินนะคะ”

น้ำเสียงออดอ้อน และสายตาวอนขอของภรรยา ทำให้ปาอินอดใจอ่อนไม่ได้ ทว่าจิตใต้สำนึกเตือนให้เขาระวังท่าทีอ่อนหวานของหล่อน

“แต่ผมไม่อยากไปรบกวนพ่อเลี้ยงอีก เท่าที่เราเอามามันก็เยอะพออยู่แล้ว”

“แล้วชีวิตคู่ของเรา ลูกของเราล่ะคะ ลิลินรักคุณนะคะ แล้วคุณล่ะคะ ไม่รักลิลินหรือคะ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อเรานะคะ”

“ผมตามใจคุณก็แล้วกัน แต่อย่าได้สร้างความร้าวรานให้กับพ่อเลี้ยงเลยนะ ผมขอร้อง”

“ค่ะ” ลิลินรับคำ ก่อนจะลอบยิ้มอย่างพึงพอใจ

หล่อนยอมรับว่าไม่เคยรักอคิราภ์ เพียงแต่เขาทำให้หล่อนสบายกว่าชีวิตที่เคยเป็นอยู่ และตอนนี้หล่อนก็อยากให้ชีวิตคู่ระหว่างหล่อนและปาอินสบายขึ้น หล่อนจำเป็นต้องใช้วิธีที่ใครๆ อาจมองว่าร้ายกาจเช่นนี้

ปาอินมองภาพภรรยาสาวนั่งไขว่ห้างยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาผิดไหมที่ปล่อยให้เจ้าหล่อนทำตามใจเช่นนั้น เขาควรห้ามปราม ไม่ใช่สนับสนุน ทว่าเขายอมหล่อนมาทุกครั้ง ใจอ่อนให้อยู่เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เพียงหล่อนออดอ้อน วอนขอด้วยน้ำเสียงหวาน และดวงตาเศร้าสร้อย เขาก็ยินยอมตามใจหล่อนเช่นเคย

ปาอินทอดถอนใจ ก่อนจะหยิบเงินเพื่อออกไปผ่อนดอกหนี้จากการกู้นอกระบบ ที่เขาและภรรยาสาวหยิบยืมมาหลายเดือนก่อน

“จะไปไหนคะ”

“เอาดอกไปจ่ายน่ะ คุณอยู่บ้านเถอะ”

“ฉันไปจ่ายให้แล้วค่ะเมื่อเที่ยง เลยได้ไปซื้อหนังสือพิมพ์มาอ่านนี่แหละค่ะ”

“คุณเอาเงินมาจากไหน” ชายหนุ่มขมวดคิ้วเอ่ยถามอย่างแปลกใจ

ปาอินหวังว่าเจ้าหล่อนคงไม่หยิบยืมเงินมาจากนายทุนคนไหนอีก เพราะเขาไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้นสักนิด

“เงินที่ยังพอเหลืออยู่ในธนาคารน่ะค่ะ ฉันไปถอนออกมา คุณค่อยเอาไปใส่เพิ่มนะคะ”

“คุณก็รู้นี่ว่าเงินนั่นมันจำเป็นต่ออนาคตของลูก” ปาอินเอ่ยเสียงขุ่น พลางมองหน้าท้องของร่างอิ่มที่บัดนี้มีอีกชีวิต

หญิงสาวเม้มปากก่อนจะลุกขึ้นโอบแขนเขาไว้อย่างออดอ้อน เป็นเหตุให้เขาต้องลอบถอนหายใจ ขณะแสร้งทำหน้าตึง

“อย่าดุนักสิคะ คุณก็เอาในมือไปใส่ธนาคารสิคะ นะคะ...แล้วคุณก็รีบไปรีบกลับนะคะ ถ้าอยากมาต่อแขนต่อขาให้ลูก...ของเรา”

หญิงสาวลูบแผงอกหนั่นแน่นอย่างปลอบประโลมและเย้ายวนอยู่ในที ปาอินสูดหายใจเข้าลึกๆ เมื่อรู้ดีว่าคำชักชวนหวานหวามของภรรยาสาวจะทำให้เขาเถลไถลได้ในไม่ช้า และต้องเปลี่ยนแผนจากกิจกรรมนอกบ้าน เป็นกิจกรรมภายในบ้านอย่างแน่นอน

“หรือคุณค่อยไปฝากพรุ่งนี้ตอนไปทำงานดีคะ เพราะอากาศเริ่มหนาวแล้ว ลิลินอยากให้คุณกอดตอนอาบน้ำ จะได้ไม่หนาว”

เสียงหวานพร่าที่กระซิบริมหู ทำให้ปาอินคิดตาม เขามองริมฝีปากอิ่มสวยที่ตรึงใจเขามาตลอดตั้งแต่สัมผัสครั้งแรก จนถึงครั้งนี้ก็เช่นกัน

ริมฝีปากอิ่มถูกริมฝีปากหนารุกราน ลิลินพริ้มตาหลับลงอย่างยินยอม หล่อนแหงนเงยหน้าให้เขาจุมพิตอย่างเต็มอิ่ม ซึ่งดวงตาพริ้มหลับปล่อยให้เขาจุมพิตเช่นนั้น ยั่วยวนให้ปาอินต้องรั้งร่างอิ่มเข้าแนบชิดกาย เพียงครู่แขนกำยำแข็งแรงก็ตวัดร่างเย้ายวนขึ้นจนเท้าลอยเหนือพื้น ก่อนจะปล่อยลงบนเตียงหนา แล้วทาบทับร่างของตัวเองตามลงไปทันที

“ลิลิน...”

“ขา...”

“ผมรักคุณ...รักลูกของเรา...”

น้ำเสียงสั่นพร่าของเขา ทำให้หญิงสาวปรือตามองใบหน้าที่ซุกกับซอกคอของหล่อนอย่างหลงใหล ลิลินสัมผัสเส้นผมหนาก่อนจะลูบไล้ทั่วแผ่นหลังเกร็งแน่น ขณะร่างสาวสั่นสะท้านเพราะลิ้นร้อนที่ปรนเปรอไปทุกตารางนิ้วของสัดส่วนที่เขาสัมผัส

พายุพิศวาสที่โหมกระหน่ำนั้น ทำให้หญิงสาวไม่รับรู้สิ่งใดนอกจากอุณหภูมิกายที่เพิ่มสูงขึ้น ต้องการให้เขาปรนเปรอมากขึ้นกว่านี้ กายสาวบิดด้วยความทรมาน ก่อนหล่อนจะครางเรียกชื่ออีกฝ่ายเมื่อเขาสอดนิ้วเข้าช่องทางรักหวานชื้น มือบางยึดไหล่แข็งแรงเป็นที่พึ่ง เมื่อกายสาวทะยานหมายจะคว้าสายรุ้งตรงหน้า ลิลินเร่งให้ชายหนุ่มมอบความสุขอิ่มเอมเสียงพร่า และปาอินก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อเขาเร่งขยับนิ้วให้เร็วขึ้น แรงขึ้นตามอารมณ์ร้อนๆ ของทั้งคู่

อกอิ่มสะท้อนขึ้นลงอย่างเหนื่อยหอบ ราวกับเพิ่งผ่านการวิ่งมาราธอน ทว่าไม่ทันได้พักเหนื่อย กายกำยำก็พลิกร่างอิ่มเย้ายวนให้ทาบทับแก่นกายกำยำ ที่พร้อมลงสนามรักของเขาซึ่งหล่อนได้เห็นเพียงครู่เข้าเติมเต็มกายสาว กระตุ้นความปรารถนาและอุณหภูมิกายให้สูงยิ่งขึ้น หญิงสาวครางเสียงกระเส่า แต่ไม่ยอมแพ้ต่ออารมณ์รักที่เขากระตุ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

สองร่างที่สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว พากันจับจูงเพื่อคว้าความสุขสมร่วมกันหลายครั้งหลายครา ก่อนจะพากันผล็อยหลับไป

.

.....................

.

.

เนตรามองร่างป้อมที่กำลังว่ายน้ำอย่างสนุกสนานในธารน้ำตก ในขณะที่เธอคงทำได้เพียงนั่งมอง ด้วยอาการไข้หวัดที่ยังไม่หายดี หญิงสาวยิ้มหวานเมื่อเห็นรอยยิ้มของบุตรชายตัวป้อม

“ระวังละอองน้ำนะ”

เสียงทุ้มที่เอ่ยเตือนมาจากบริเวณคอกม้า ทำให้หญิงสาวหันไปยิ้มให้อย่างเอาใจ

อคิราภ์ส่งสายบังเหียนให้คนงาน ก่อนจะตรงไปหาร่างบอบบางที่กำลังลุกขึ้นยืน ซึ่งเธอห่อตัวด้วยเสื้อกันหนาวตัวใหญ่และผ้าพันคอผืนหนา

“เป็นไงบ้าง ดีขึ้นบ้างมั้ย” ชายหนุ่มเอ่ยถามพลางวัดอุณหภูมิด้วยหลังมือของตัวเอง

เนตรายิ้มบางๆ ราวกับกำลังบอกอาการของตัวเอง ทั้งยังเป็นรอยยิ้มที่มักทำให้คนหน้าดุใจอ่อน ทว่าครั้งนี้กลับไม่ได้ผล

“ไม่ต้องมายิ้ม ไข้ยังไม่ลดเลย ตัวยังรุมๆ ไป...กลับเข้าบ้านก่อนเลยครับน้องเนย เดี๋ยวพี่จะพาลูกเข้าบ้านแล้วเหมือนกัน นี่คงมาเล่นนานแล้วล่ะสิ มือคุณแม่ถึงได้เย็นแบบนี้ พี่บอกแล้วใช่มั้ยว่าอากาศหนาว”

“เนยเป็นห่วงตามดนี่คะ”

เขาได้แต่ส่ายศีรษะกับท่าทางดื้อรั้นของเธอ ก่อนจะหันไปเรียกบุตรชายที่ยอมขึ้นฝั่งมาอย่างว่าง่าย

“ทำไมออกมาเล่นน้ำตอนอากาศหนาวน่ะตามด เดี๋ยวก็ได้ป่วยตามแม่เราไปอีกคน”

“น้ำเย็นดีออกครับพ่อคิราภ์ แม่เนยบอกมดว่าหายดีแล้วนี่ครับ” เด็กน้อยเอ่ยอย่างซื่อๆ ตามคำบอกเล่าของคุณแม่ยังสาว

อคิราภ์หันมองคนที่แสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้เดินนำเข้าบ้านอย่างเอาเรื่อง ทว่าคนเดินนำกลับไม่นำพาต่อสายตาคมกล้าของเขา ชายหนุ่มจึงกระซิบบอกลูกชายอย่างคนมีแผนเจ้าเล่ห์

“มดขึ้นไปอาบน้ำนะครับ พ่อจะทำโทษแม่เนยที่ไม่ยอมเชื่อฟังว่าให้พักผ่อนเพราะยังไม่หายดี”

เด็กน้อยตาโต ก่อนจะพยักหน้าหงึกหงัก ด้วยเข้าใจคำว่า ‘ทำโทษ’ ของบิดาเป็นอย่างดีว่าต้องการเวลาสวีต โดยไม่อยากให้เขาเป็นก้างขวางคอ จึงไม่รอช้ารีบวิ่งแซงขึ้นบันไดบ้านอย่างรวดเร็ว

ดวงตากลมโตของหญิงสาวมองตามร่างป้อมที่วิ่งแซงขึ้นไป ก่อนจะหันมองชายหนุ่มอย่างไม่ไว้ใจ

“พี่บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าดื้อน่ะ เดี๋ยวไข้ก็ได้กลับมาอีกหรอก”

ชายหนุ่มโน้มหน้าเข้าใกล้ พลางวางมือไว้บนศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมนิ่มสลวยของอีกฝ่าย ขณะเนตราเหลือบมองท่าทางของเขา ที่ทำให้เธอนั้นดูเหมือนเด็กอายุเท่านายมด

“อย่าทำให้เนยรู้สึกเหมือนเด็กนะพี่คิราภ์ เนยโตแล้ว และรู้จักตัวเองดีพอ”

“แน่ใจหรือ...ว่ารู้จักตัวเองดีพอน่ะ” ชายหนุ่มลากเสียงพลางตรึงสายตาหญิงสาวไว้กับตัวเอง

ดวงตาคมกล้าลากไปตามใบหน้านวล ตั้งแต่คิ้วเรียว ดวงตากลมโต จมูกโด่งเล็ก พวงแก้มเนียนใส และริมฝีปากอิ่มระเรื่อ

เนตรามองตาของชายหนุ่มก่อนจะลอบกลืนน้ำลาย เมื่อเริ่มรู้ตัวว่ากำลังถูกอีกฝ่ายจับจ้องอย่างไม่คลาดสายตา ก็ให้รู้สึกคอแห้งผากจนต้องลอบกลืนน้ำลายอยู่หลายครั้ง ก่อนจะส่งเรียวลิ้นออกมาเลียริมฝีปากตามความเคยชิน อคิราภ์ชะงักเพียงครู่เมื่อเห็นอากัปกิริยายั่วยวนที่ดูเหมือนเธอจะไม่รู้ตัว

ริมฝีปากแดงระเรื่อประกบเรียวปากบาง ดวงตากลมโตพริ้มหลับ ก่อนมือบางจะกำเสื้อเขาไว้แน่น เมื่อเขาโอบอุ้มเธอด้วยมือเดียวให้นั่งซ้อนตัก ลิ้นร้อนซอกซอนเข้าสัมผัสลิ้นเล็กเงอะงะอย่างไม่รู้ประสา ความไร้เดียงสาของเธอทำให้เขาต้องเม้มกลีบปากนุ่มอีกครั้ง ก่อนร้อยรัดเรียวลิ้นหวานอีกครั้ง มือหนากระชับเอวบางเข้าหาจนอกนิ่มๆ ของหญิงสาวจมหายไปกับอกแกร่งของเขา ในขณะที่เธอต้องโอบกอดคอแกร่งของเขาไว้

จุมพิตมาราธอนของอคิราภ์ ทำให้หญิงสาวต้องซบใบหน้าแก้เขินไว้กับลำคอแข็งแรง ขณะหายใจเหนื่อยหอบ จนชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะยิ้มด้วยความพึงพอใจ ก่อนเขาจะขบเม้มซอกคอขาวระหงภายใต้ผ้าพันคอ

“อื้อ...พะ...พอแล้วค่ะ”

“น้องเนยตัวอุ่นจนน่ากอดไว้ตลอดเลยรู้มั้ย”

“พี่คิราภ์ขี้โกง”

หญิงสาวบ่นอุบขณะสบดวงตาคมเข้มทอแววหวาน จนเธอต้องยกมือปิดตาเขา พลางเบี่ยงหน้าใบหน้าคมเข้มที่กำลังก้มลงหมายจะรังแกเธออีกรอบ

“พี่คิราภ์คะ ปล่อยได้แล้ว เดี๋ยวตามดก็ลงมาจากห้องแล้วนะคะ”

“ตามดน่าจะดีใจที่พ่อกับแม่สวีตกัน”

“อื้อ!”

เนตราส่งตาเขียวให้อีกฝ่าย ชายหนุ่มจึงยกมือเธอขึ้นจุมพิตอย่างออดอ้อน หญิงสาวทุบอกแกร่ง แล้วผละออกห่างเมื่อเขายอมปล่อยเธอออกจากอ้อมกอด

“พรุ่งนี้ไอ้ดลกับยายนุชจะแวะรับพ่อกับแม่ของน้องเนยมาที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ เห็นไอ้ดลบอกว่าออกจากที่นั่นสายๆ น่าจะมาถึงนี่บ่ายๆ น้องเนยจะไปหาพวกท่านมั้ย”

“ไปสิคะ แล้วเนยก็จะไปนอนบ้านคุณป้ากับคุณพ่อคุณแม่”

“อะไรกัน” อคิราภ์เอ่ยพลางขมวดคิ้วมุ่น ขณะเดียวกับที่กระชับข้อมือบางไว้ไม่ยอมปล่อย เมื่อเธอแลบลิ้นใส่

“พี่ไม่ได้บอกหรอกเหรอ ว่าน้องเนยต้องซ้อมเข้าห้องหอกับพี่น่ะ”

“ใครจะไปซ้อมกับพี่คิราภ์คะ มีที่ไหนกัน...ซ้อมเข้าห้องหอ” หญิงสาวเอ่ยพลางย่นหน้าผากอย่างแปลกใจ ก่อนจะต้องรีบบิดตัวหนีอ้อมแขนที่ทำท่าจะกระชับร่างเธอ ให้หายไปกับอ้อมกอดของเขาจนหลงลืมตัวไปเหมือนเมื่อครู่

“จะได้ไม่ตื่นเวลาต้องเข้าห้องหอจริงๆ ไงล่ะ” เขาเอ่ยอ้างอย่างนึกสนุกเมื่อเห็นท่าทีตื่นกลัวของอีกฝ่าย

“ไหนว่าจะรอไงคะ แบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการบังคับเลย” หญิงสาวพ้อก่อนจะเหลือบมองด้วยหางตา เมื่อเห็นท่าทางนิ่งงันของคนที่กอดรัดเธอแน่น

อคิราภ์ทอดถอนใจ ก่อนจะคลายอ้อมกอดออกเล็กน้อย หญิงสาวยิ้มหวานพลางเหลือบมองใบหน้าเป็นกังวลของเขา แล้วส่งยิ้มออดอ้อน

“พี่คิราภ์คะ อย่าทำหน้าแบบนี้สิคะ รออีกแค่วันเดียวเองนะคะ”

“เฮ้อ...วันเดียวเหมือนสิบปีน่ะสิ มันทรมานนะรู้มั้ย น้องเนยชอบทำให้พี่ทรมานอยู่เรื่อยเลย ครั้งก่อนก็เหมือนกัน”

“เป็นเพราะพี่คิราภ์ต่างหาก ทำเองแล้วยังจะโทษคนอื่น” เธอบ่นอุบก่อนจะเสมองไปทางอื่น

ชายหนุ่มลอบยิ้มอย่างมันเขี้ยว จมูกโด่งคมใกล้แก้มเนียน ทว่าเสียงของคนงานในไร่ทำให้เขาหยุดชะงัก

“ป้อเลี้ยง...ป้อเลี้ยง...ท้ายไฮ้ไฟไหม้ ป้องเลี้ยงจะไปดูพร้อมหมู่เฮาใจ๊ก่”

เสียงปั้นที่เร่งรีบให้ไปดูท้ายไร่ ทำให้อคิราภ์และเนตราหันมองหน้ากัน ก่อนที่ชายหนุ่มจะลุกขึ้นสาวเท้าออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว โดยมีหญิงสาววิ่งตาม

“พี่คิราภ์คะ เนยไปด้วยนะคะ”

“แม่เลี้ยง...เอ่อ...ป้อเลี้ยง...”

ปั้นได้แต่ทำหน้าตาเหลอหลา เมื่อแม่เลี้ยงเนตราเอ่ยขอ ชายหนุ่มหันมองผู้เป็นนายอย่างขอความเห็น

“อย่าไปเลยน้องเนย ไม่สบายอยู่นะเรา”

“เนยหายดีแล้วค่ะ ให้เนยไปด้วยเถอะนะคะพี่คิราภ์ เนยเป็นห่วงเหมือนกัน”

อคิราภ์พยักหน้ารับคำส่งๆ ปั้นควบม้านำไปก่อนที่เขาจะยกร่างเธอขึ้นม้า แล้วเหวี่ยงตัวเองขึ้นควบม้าตามปั้นไปติดๆ

“ตามพี่มาแบบนี้ ถ้ากลับไปไข้ขึ้นพี่จะทำโทษ”

“ไม่มีทางหรอกค่ะ” หญิงสาวตวัดเสียงขุ่น ก่อนจะแหงนหน้ามองใบหน้าเครียดจัดของอีกฝ่าย

เธอรู้ว่าเขาเป็นห่วง แต่เธออยากจะอยู่เคียงข้างเขา อยากร่วมแชร์ความรู้สึก และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เขาเผชิญ อยากจะคอยเป็นกำลังใจ คอยกุมมือเขาให้ผ่านเรื่องลำบากครั้งนี้

“พี่คิราภ์เป็นห่วงไร่มากเหรอคะ”

“มาก แต่คงไม่เท่าน้องเนยหรอก น้องเนยยิ่งทำให้พี่เป็นห่วงนะ”

“เนยขอโทษที่ทำตัวเป็นภาระแบบนี้ แต่เนยอยากช่วยอะไรบ้าง”

“พี่ไม่อยากให้น้องเนยต้องไข้ขึ้นอีกต่างหาก กลัวว่าคุณน้าจะคิดว่าพี่ดูแลลูกสาวท่านไม่ดี แล้วพาลจะไม่ยกน้องเนยให้พี่ปะไร อย่าคิดว่าตัวเองเป็นภาระ เพราะน้องเนยไม่เคยเป็นภาระเลย” ชายหนุ่มเอ่ยพลางโหนตัวลงจากม้า

อคิราภ์อุ้มร่างหญิงสาวลงจากม้า แล้วรีบวิ่งไปหาเหล่าคนงานที่กำลังช่วยกันดับเพลิงไหม้ท้ายไร่ทันที

“รู้มั้ยว่าใครทำ”

“ฝีมือพวกป้อเลี้ยงอาจินต์ หมู่เฮามั่นใจ๋”

“พวกมันเริ่มเล่นงานเราหนักขึ้นทุกทีๆ แล้วนะ คราวก่อนปะทัด คราวนี้เผา คราวหน้าจะทำอะไร”

“โชคดีแล้วตี้มันเผาไม่ถึงแปลงใหม่ที่หมู่เฮาเอาเมล็ดไปลง”

“ก็จริงอยู่ และโชคดีที่มันไม่เผาคอกวัวคอกม้าบนเขา”

“ครับป้อเลี้ยง”

“มีใครเห็นคนทำมั้ย”

“จับตัวได้ครับ แต่มันไม่ยอมพูดอะไรเลย”

คนพูดพยักพเยิดไปยังร่างกำยำที่ทรุดตัวนั่งกับพื้น โดยมีคนงานจับกุมตัวไว้ อคิราภ์เพ่งมองอีกฝ่ายแล้วพยักหน้าให้อำนวยอย่างรู้กัน

ผู้จัดการไร่พยักหน้ารับ ก่อนจะสั่งคนงานให้คุมตัวไปบนท้ายกระบะของตัวเอง เพื่อนำตัวคนผิดส่งตำรวจ แม้จะรู้ดีว่าท้ายที่สุดแล้วคนเหล่านี้ก็คงถูกปล่อยตัว เพราะการช่วยเหลือของผู้ที่อยู่เบื้องหลังอยู่ดี แต่อคิราภ์อยากให้อาจินต์ได้รู้ว่าคนของตนทำพลาด

“ตำรวจทำอะไรไม่ได้เหรอคะ” เนตราเอ่ยถามขณะมองเหล่าคนงานที่นั่งพักเหนื่อยจากการช่วยดับไฟ

“ถึงอยากจะทำก็ทำไม่ได้ แค่เรื่องค้าไม้เถื่อนยังจับไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอ พวกมันทำกันเป็นขบวนการ พวกนายทุนและคนตำแหน่งสูงๆ ก็มีส่วนได้ส่วนเสีย ดีไม่ดีจะถูกเด้งกันเสียเปล่าๆ มีตำรวจดีๆ หลายนายถูกเด้งเพราะหลักฐานที่ได้มามันไม่แน่นพอ พวกมันเลยไหลไปได้” อคิราภ์เอ่ยเสียงขรึม

เนตราดึงแขนเสื้อหนาวให้ปิดนิ้วมือ เป็นเหตุให้ร่างสูงขยับเข้าใกล้เพื่อให้ไออุ่นของตนแผ่ถึงเธอ ก่อนจะก้มมองหญิงงสาวด้วยความเป็นห่วง

“หนาวหรือ”

หญิงสาวพยักหน้ายอมรับ ขณะกอดตัวเองให้กระชับขึ้น

“พี่บอกแล้วให้รออยู่บ้าน ไม่เคยเชื่อกันบ้าง”

“ก็เนยเป็นห่วงนี่คะ คราวก่อนที่พี่คิราภ์ถูกยิง เนยยัง...”

เนตราเงียบไปเสียเฉยๆ ทำให้คนเฝ้ารอต้องเอียงคอมองราวกับถามสิ่งที่เธอเอ่ยค้างไว้

“เนยบอกไม่ถูกน่ะค่ะ เนยเป็นห่วงพี่คิราภ์ แต่ตอนที่พี่คิราภ์ถูกยิงคราวก่อน เนยรู้สึกว่าไม่ใช่แค่เป็นห่วงอย่างที่คิด”

หญิงสาวก้มหน้า อคิราภ์จับมือของหญิงสาวแล้วพากันเดินไปดูความเสียหายของเพลิงไหม้ที่ลุกลาม โดยไม่พูดหรือถามสิ่งใดต่อหญิงสาวอีก

“ดินพวกนี้จะเสียรึเปล่าคะพี่คิราภ์” เธอเอ่ยถามพลางมองดินที่เป็นรอยไหม้

“ใช้ปุ๋ยมาบำรุงก็ดีขึ้นแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก”

“ทำไมเขาต้องหาเรื่องเราด้วยก็ไม่รู้” เนตราเปรยด้วยความระอาใจ

“แต่คนงานทุกคนยังมีแรงต่อสู้กับพวกมัน พี่เองก็เหมือนกัน น้องเนยล่ะครับ”

“เนยจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ไร่ค่ะ”

“แล้วพี่ล่ะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงหวาน

เนตรายิ้มน้อยๆ ก่อนจะเขย่งตัวหอมแก้มร่างสูง แล้วกอดแขนแข็งแรงของเขาไว้ พลางเงยหน้าขึ้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“พอมั้ยคะ”

“ชื่นใจที่สุดเลย แบบนี้แรงใจมาเป็นกอง”

เนตราอมยิ้มเมื่อชายหนุ่มดึงมือเธอไปกุมไว้ ให้เดินตามเขาไปยังม้าสาวที่ยืนรอพวกเขาทั้งคู่ หญิงสาวอดจะเอ่ยถามถึงกาสะลอง...ม้าหนุ่มตัวโปรดของเขาไม่ได้

“กาสะลองไปไหนคะ ยังไม่หายติดสัดอีกเหรอ”

“หายแล้ว แต่ไอ้ดลเอาไปตรวจประจำปีที่โรงพยาบาลสัตว์น่ะครับ”

“ปกติมีสัตวแพทย์มาตรวจนี่คะ”

“ก็ใช่อีก แต่เอามันลงประกวดพ่อม้าดีเด่นประจำปีของจังหวัดน่ะครับ ไร่เราจะเอากาสะลองลงแข่งทุกปี”

“แล้วก็คงชนะทุกปีสินะคะ”

“ครับ สามปีซ้อนแล้ว ปีนี้ก็ต้องลองดู”

อคิราภ์บอกพลางยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ แล้วหันไปสั่งงานคนงานให้ช่วยตรวจตราความปลอดภัย ก่อนจะให้แยกย้ายกันกลับไปทำหน้าที่ของตน จากนั้นจึงชวนคนรักกลับบ้านด้วยกัน








.........
...
.
มาอัปต่อให้แล้วจ้าาาา
อย่างที่ได้แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ว่าอาจมาอัปช้า
เพราะงานที่ยังไม่ลงตัว แต่ตอนนี้เริ่มจัดสรรเวลาได้บ้างแล้ว
และขอรับปากว่าอัปต่อจนจบแน่นอน
แต่หลังจากตอนนี้ แอ้มของดอัปก่อนนะคะ
เพื่อจะเร่งรีไรท์และปั่นตอนพิเศษ
แล้วจะเอามาอัปต่อให้ทันทีที่เสร็จ(ก่อนจัดหน้า)
.
ขอฝากเป็นกำลังใจให้พี่ิคิราภ์กะนุ้งเนย
ใครคิดถึงก็อ่านวนๆ ไปก่อนนะคะ
อีกไม่นานตอนหวานๆ มาแน่นอนค่ะ
อ่านแล้วชอบก็อย่าลืมคอมเม้นต์ ให้กำลังใจ และกดติดตามกันน้าาาา
.
ใครที่อยากอ่านอีบุ๊ค หรือกำลังรออีบุ๊คกันอยู่
เรื่องนี้ยังไม่ได้อัปอีบุ๊คนะคะ รอกันอีกหน่อยน้า
กำลังรีไรต์โค้งสุดท้าย และกำลังร่างตอนพิเศษสุดพิเศษ 2 ตอน
จากนั้นจะเอาไปจัดหน้า ซึ่งไรท์ทำเองทุกขั้นตอน (ยกเว้นปก 555+)
เพราะงั้นรอกันอีกนิด ไม่นานเกินรอจ้า
**ตอนแรกไรท์บอกไว้ว่าจะลง 30 ตอน อาจจะยืดเป็น 31 หรือ 32 นะคะ
แต่ลงให้จนจบ(เว้นตอนพิเศษ) แน่นอนค่ะ
เพราะอาจมีฉากที่เพิ่มจากต้นฉบับ ทำให้ตอนเพิ่มไปด้วย
เอาเป็นว่าจะรีบเร่งมือนะคะ
.
.
ฝากไปกดติดตามเรื่องอื่นด้วยนะคะ

ยุทธการทลายคาน (พี่หมี+หนูแพร) >>> http://bit.ly/hongBEAR

อุ้งมือมาเฟีย (พี่หลง + เจินเจิน) >>> http://bit.ly/hongMAFIA

ร้อยเล่ห์บำเรอรัก (กวินท์ + แอลลี่) >>> http://bit.ly/hongVEG
.
ช่วยอุดหนุนอีบุ๊คกันด้วยน้า....
เสิร์หาจากชื่อนามปากกา "วลัชสิตา" ได้เลยนะคะที่เว็บไซต์ www.mebmarket.com หรือ www.fictionlog.com
.
.
ห้ามลืม!!
ไปกดไลก์เพจ เพื่อติดตามข่าวสาร และพูดคุยกันได้เลยยยย
ที่เพจ "วลัชสิตา ระย้าแก้ว วิลาสินี สร้อยแสงดาว" หรือ...
>> http://www.facebook.com/waluchsita <<

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว