รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก-บทที่ 16 'คืนแรก' ที่... - ((100%)) -

โดย  วลัชสิตา / ระย้าแก้ว / วิลาสินี / สร้อยแสงดาว

รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก

บทที่ 16 'คืนแรก' ที่... - ((100%)) -


.
.
.
.
.........
...
.
.

ร่างบอบบางของเนตราสาวเท้าออกจากห้องน้ำ เธอยืนนิ่งแทบจะทันที เมื่อเห็นร่างกำยำที่สวมเพียงกางเกงนอนกึ่งนั่งกึ่งนอนบนที่นอน

“เอ่อ...พี่คิราภ์คะ”

วงหน้าคมเงยหน้าขึ้นมองร่างบอบบาง ซึ่งเนตราดูเย้ายวน เซ็กซี่เหลือเกิน เส้นผมชื้นล้อมกรอบดวงหน้ารูปหัวใจ ผิวเนียนไร้เครื่องสำอาง ลำคอขาวระหง กอปรกับเสื้อนอนของเขายามอยู่บนร่างของเธอนั้นใหญ่เกินตัว ให้เธอดูเปราะบางยิ่งนัก เมื่อเสื้อตัวใหญ่โคร่งเลื่อนหล่นไปด้านหนึ่งเผยให้เห็นไหล่นวลเนียน และกระดูกไหปลาร้าชัดเจน ดึงดูดให้อคิราภ์เผลอไล้สายตาต่ำลงมาอีก จนเห็นเนินอกอิ่มภายใต้เสื้อนอนที่เขาพอจะเดาขนาดได้ไม่ยาก

ร่างสูงลอบกลืนน้ำลาย ก่อนจะวกสายตากลับไปสบดวงตากลมคู่สวยอีกครา ไล้มาจับจ้องริมฝีปากแดงระเรื่อเป็นธรรมชาติ

“มานั่งกับพี่สิ” มือหนาตบบนที่นอนข้างกาย ทว่าหญิงสาวกลับส่ายหน้าดิก

เธอยังรู้สึกกลัวเขาไม่หาย ทั้งท่าทีขึงขัง แล้วยังท่าทางเอาเรื่องของเขา เธอไม่เคยเห็นเขาในลักษณะนี้มาก่อน แม้จะเคยเห็นเขาดุลูกน้องมาก่อน แต่ก็ไม่เคยเห็นใบหน้าคมเคร่งขรึมถึงเพียงนี้ ยิ่งรัศมีที่แผ่โอบล้อมเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ ก็ยิ่งนึกกลัว แม้ตอนนี้เพลิงโทสะจะหายไปแทนที่ด้วยอารมณ์หวาน ทว่าเธอก็ยังขลาดกลัว ยิ่งเห็นสายตาแพรวพราวไปด้วยรอยพิศวาส ก็ใจสั่นนัก

อคิราภ์เคลื่อนกายขยับเข้าใกล้เธอ ออกแรงดึงมือนุ่มให้เดินตาม แม้เธอจะขืนกายเพียงใด ทว่าคนที่ออกแรงเพียงนิดก็บังคับให้เธอทำตามอย่างง่ายดายเช่นนั้น มีหรือจะไม่ได้ดั่งใจนึก เพียงไม่กี่ก้าวเธอก็ถูกอีกฝ่ายบังคับให้นั่งแนบสนิทกายบนเตียงกว้าง

“พี่...”

“ชู่ว์...ฟังพี่นะครับ รู้บ้างมั้ยว่าพี่ทั้งห่วงทั้งหวงน้องเนย พี่กลัวว่าน้องเนยจะกลับไปหาเขา พี่...”

มือบางปิดปากเขา ก่อนจะยื่นใบหน้าขึ้นจูบคางสากเร็วๆ อคิราภ์มองอีกฝ่ายตาพราวเมื่อเธอผละออกพลางก้มหน้าซ่อนความอาย ชายหนุ่มเชยคางพลางฉกจูบไม่ทันให้เธอรู้ตัว ดวงตาคู่สวยพริ้มหลับ ซึมซับจุมพิตอบอุ่นของเขาด้วยความยินดี

จุมพิตร้อนผ่าวเต็มไปด้วยความรู้สึก ลิ้นร้อนขยับซอกซอนเข้าสู่โพรงปากหวานที่เปิดรับสัมผัส มือหนาไล้ผิวกายผ่านเนื้อผ้า ยิ่งเขาสัมผัสมากขึ้นเท่าไหร่ ความรู้สึกวาบหวาม แปลกประหลาดที่แล่นเข้าสู่กายสาว ก็ยิ่งลดทอนสติของเธอมากยิ่งขึ้น

เนตราแอ่นกายรับสัมผัสของเขา ชายหนุ่มดันร่างบางให้นอนลง เมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับฟูกหนา เธอผวากอดกระชับกายสูงใหญ่ทันที อคิราภ์จึงจุมพิตไปทั่วดวงหน้าหวานเพื่อปลอบประโลม

“หวานเหลือเกิน น้องเนยกำลังจะทำให้พี่คลั่งรู้มั้ย” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยชิดผิวกายที่เขาลากริมฝีปากผ่าน

หญิงสาวปรือตาขึ้นมองก่อนจะเบิกตากว้าง เมื่อรับรู้ว่าเสื้อเชิ้ตที่ปิดคลุมกายอันตรธานหายไป เหลือเพียงซับในตัวน้อยที่ดูเหมือนไม่สามารถปกปิดกายจากเขาได้สักนิด

เนตราเห็นเพียงเส้นผมสีดำขลับ ที่วูบไหวไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวของร่างกายของเขา แล้วหญิงสาวก็ต้องเม้มปากกั้นเสียงประหลาดของตัวเองที่เขาเป็นผู้ปลุกปั่นขึ้น เธอไม่อยากรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเช่นนี้ นี่เธอกำลังถูกเขาปั่นหัวใช่ไหม กำลังถูกเขาแกล้งให้ลืมเลือนความเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง

ริมฝีปากหนาเม้มไปทั่วผิวกายบางที่มีซับในน้อยชิ้น มือหยาบกร้านลากไปตามรูปร่างอรชรเนียนมืออย่างย่ามใจ หญิงสาวพยายามเรียกสติที่หลุดหายของตัวเองกลับคืนมา ก่อนจะค้นหาเสียงค้านเขาได้

“พี่คิราภ์ขา” เธอเรียกเสียงหวาน

“ว่าไงครับ”

“พอก่อนค่ะ พี่คิราภ์อย่ารังแกเนยนะคะ...ไหนว่าจะรอเนยไงคะ เนยยังไม่ได้ตอบตกลงเป็นแฟนพี่คิราภ์เสียหน่อย”

“หือ? ยังหรอกหรือ...งั้นไม่ต้องเป็นแล้วแฟน ข้ามขั้นมาเป็นเมียพี่เลยก็แล้วกัน”

ชายหนุ่มหรี่ตาก่อนจะซุกจมูกกับผิวกายหอมกรุ่น ริมฝีปากร้อนผ่าวชิมผิวกายหวาน เขาคิดว่าริมฝีปากเธอหวานล้ำแล้ว ทว่ากายขาวบางนี่น่ากินยิ่งกว่า เพราะช่างหวานเหลือเกิน...หวานจนอยากจะไล้ชิมรสชาติของผิวเนียนลออตา

ตะขอบราเซียร์ถูกปลด เผยให้เห็นเนินเนื้ออิ่มสวย หญิงสาวพยายามปกปิดกายตนให้พ้นสายตาคมกล้าของเขา ทว่าเพียงมือเดียว เขาก็สามารถรวบมือบางให้พ้นไปจากสิ่งที่เขาจับจ้อง สายตาคู่คมแพรวพราวหวานล้ำ

ริมฝีปากหนาทาบทับเรียวปากอิ่มเป็นกระจับของหญิงสาวอย่างใจเย็น ลิ้นร้อนแตะไล้ทั่วริมฝีปากบอบบางที่หวานปานน้ำผึ้ง ก่อนจะแทรกเข้าไปในโพรงปากนุ่ม ดูดดื่มซึมซับความหวานที่รสชาติหวานใดๆ ก็แพ้พ่าย เพราะยิ่งเขากวาดลิ้นสัมผัสทั่วโพรงปาก ความหวานที่เขาลิ้มรสก็ยิ่งกำซาบเข้าสู่ความรู้สึกภายในใจ

มือเล็กที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระยึดบ่าแกร่งไว้แน่น ราวกับกลัวว่ากายบอบบางจะลอยขึ้นจากฟูกที่นอนอย่างไรอย่างนั้น ดวงตากลมโตพริ้มหลับรับความรู้สึกหอมหวานที่เขากำลังเติมเต็ม เธอไม่เคยรู้จักความรู้สึกที่เหมือนจะถูกสูบวิญญาณเช่นนี้มาก่อน ยิ่งได้รับก็ยิ่งอยากให้เขาเติมเต็มมากยิ่งขึ้น เติมเต็มจนกระทั่งความหวานนี้ไม่สามารถเพิ่มได้อีก

ทว่าความจริงแล้วความหวานนี้ไม่ได้มีเพียงความหอมหวาน เมื่อมือหนากอบกุมอกอิ่มไว้ ความซ่านเสียวก็ทำให้เธอต้องเบิกตากว้าง ราวกับถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อตกลางร่างจนสั่นสะท้าน เรียวปากนุ่มถูกเขาแนบอีกครั้งเมื่อรับรู้ได้ว่าเธอกำลังขวัญหายที่ถูกความรู้สึกใหม่โจมตี

ริมฝีปากร้อนผ่าวลากจากเรียวปากอิ่มสู่ซอกคอหอมหวาน ลาดไหล่มน ขณะที่มือก็ลากจากต้นแขนเนียนนุ่มสู่เอวบาง และสะโพกอิ่มที่มีเพียงซับใน

ริมฝีปากหนาดูดเม้มกายสาวที่บิดกายหลีกหนี อารมณ์ปรารถนา รักใคร่ถูกถ่ายทอดผ่านจุมพิตอบอุ่นกึ่งดุดันของเขา

“น้องเนย...”

เสียงห้าวพร่าเอ่ยพลางขบเม้มร่างบอบบางที่สั่นพร่า หากเพราะไม่ใช่อากาศที่หนาวเหน็บ แต่เพราะความร้อนระอุจากความปรารถนาที่เขาปลุกเร้า

ผิวเนียนหอมกรุ่นทำให้ความปรารถนาที่เคยสงบนิ่งร้อนระอุจนเขาแทบยั้งสติไม่ได้ ยิ่งได้ยินเสียงหวานที่ห้ามปราม พร้อมกายที่ร้อนจัดราวกับกำลังกวักมือเรียกเขา ให้ปลดปล่อยความทรมานที่เขาเป็นผู้เสกสรรด้วยแล้ว

“พี่คิราภ์...หยุดเถอะค่ะ...”

ดวงตากลมโตหรี่ปรือ แต่มือบางยังคงเกาะเกี่ยวบ่าแกร่งไว้ไม่ยอมปล่อย อคิราภ์เงยหน้าสบตากับหญิงสาวก่อนจะทาบเรียวปากอิ่มอีกครั้ง พาให้สติของเธอคล้ายถูกจุมพิตหวานปัดเป่าให้สลายไป

มือร้อนผ่าวทาบกับกายสาวที่ฉ่ำชื้น ใบหน้าขาวใสแดงระเรื่อเมื่อเริ่มรับรู้ความสัมผัสแปลกประหลาด นิ้วแกร่งสัมผัสกลีบบุปผาตูมที่รอวันผลิบาน

“อย่า...”

เนตราร้องได้เพียงเท่านั้น เมื่อทั้งมือและปากของเขาไม่ยอมปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เขาอยากสัมผัสเธออีกนิด พอให้มั่นใจว่าเธอนั้นจะเป็นของเขา ให้เธอได้เรียนรู้อีกสักนิด เพื่อที่จะไม่เขินอายหรือกระดากอายในเวลาอันใกล้นี้

“ขอพี่ทำให้น้องเนยมีความสุขก่อนนะคนดี”

“อื้อ...ไม่...พี่คิราภ์แกล้งเนย...”

เสียงหวานพร่าไม่ต่างจากคนปลุกเป่าอารมณ์หวาม เขาพยายามอ่อนโยนกับเธอให้มากที่สุด ไม่ใช่เพราะเธออ่อนด้อยประสบการณ์ แต่เป็นเพราะเธอคือผู้หญิงที่เขาอยากจะทนุถนอม คือผู้หญิงที่เขาไว้วางใจให้เป็นแม่เลี้ยงแห่งไร่อุ่นรัก ผู้หญิงที่จะไม่ใช่แค่คนที่เขารักและปรารถนาดี หากจะเป็นผู้หญิงที่ทุกคนพากันชื่นชมและนับถือ เพราะเธอคือผู้หญิงที่ได้รับความรัก คือผู้หญิงที่เขาจะให้เกียรติในฐานะภรรยา ในฐานะแม่ของลูก

ร่างบอบบางสะดุ้งเฮือกเมื่อเขานำพาปลายนิ้วเข้ามาเยือน ดวงตาพริ้มเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก ทว่าเพียงครู่ก็ถูกริมฝีปากหนาปัดเป่าความหวาดกลัวเสียสิ้น ขณะที่ความอุ่นร้อนที่โอบรอบนิ้วนั้น ทำให้อคิราภ์แทบจะกระโจนเข้าใส่ ความอดทนที่มีแทบหมด แต่เพราะรู้ว่าเธอคือหญิงสาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง ซึ่งไม่เคยให้ชายใดได้แตะต้องได้เท่าที่เขาทำ เมื่อเขาสัญญาว่าจะให้เกียรติ...ไม่รังแก เขาก็จะรักษาสัญญานั้นให้ได้

เพียงอีกฝ่ายขยับนิ้ว เสียงหวานที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่คิดว่าจะสามารถเปล่งออกมาได้ก็ลอยเข้าหูทั้งคู่ เนตรารู้สึกหูอื้อไปเสียหมด ไม่ได้ยินเสียงลมที่หวีดหวิว ไม่ได้ยินเสียงกิ่งไม้ไหว เธอได้ยินแต่เสียงทุ้มห้าวที่เอ่ยเรียกชื่อเธอชิดริมหู ทั้งปากเขาก็ยังเล็มผิวเนื้อเนียนหอมไม่คลาย

“พี่คิราภ์...”

ความรู้สึกปั่นป่วนที่กำลังโจมตี จนรู้สึกเหมือนมีแมลงปอปีกสวยบินวนในท้องมากมายหลายร้อยหลายพันตัว และท่าทางของหญิงสาวที่บิดกายเร่า ก็ทำให้อคิราภ์แนบเรียวปากบางกลั้นเสียงหวาน เพราะเกรงว่าเสียงแห่งความสุขของเธอ จะทำให้เขาไม่สามารถหยุดยั้งสติที่ยังคงเหลืออยู่น้อยนิดได้

เนตราหอบแฮก ในขณะที่อคิราภ์ยังวนอยู่กับกลีบปากสวย ซอกคอหอมกรุ่น ลาดไหล่เนียน และอกอิ่มเต็มตึงของอีกฝ่าย

อคิราภ์มองท่อนบนที่เปลือยเปล่าของหญิงสาวแล้วต้องถอนหายใจหนัก เธอน่ากินไปทั้งตัวแบบนี้ เขาจะอดทนได้สักกี่น้ำกัน หากเขาจะครอบครอบเธอในตอนนี้อย่างที่ใจปรารถนา แล้วเธอจะต้องการเขาด้วยหัวใจ หรือเป็นเพียงความต้องการทางกายกันหนอ

ชายหนุ่มได้แต่ตั้งคำถามขึ้นภายในใจ ทว่าเพียงครู่เขาก็ผุดลุกเพื่อเช็ดกายบาง ก่อนจะสวมใส่อาภรณ์ให้เธอ ทั้งๆ ที่เจ้าตัวยังคงเหนื่อยหอบจากความสุขที่เขาปรนเปรอเมื่อครู่

เนตราปรือตามองชายหนุ่มที่ซบอกนิ่มของเธอ ชุดที่ถูกเขาปลดออก ตอนนี้อยู่บนกายเธอเช่นเดิม อคิราภ์สบดวงตาหวาน ก่อนจุมพิตหน้าผากเนียน ซึมซับความอ่อนหวาน ความบริสุทธิ์ใสซื่อ และไร้เดียงสาบนตัวเธอ เธออยากรู้อยากลอง ทว่ามีความหวาดกลัวอยู่ในที เพื่อให้เธอได้หลงเหลือความภาคภูมิใจนี้จนถึงวันที่เหมาะสม เขาจำเป็นต้องอดใจรอคอยต่อไป หากเขาต้องการให้เธอเป็นผู้หญิงที่พึงปรารถนา เขาควรป้อนบทเรียนรักเธออย่างใจเย็น

อคิราภ์ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ก่อนสบดวงตากลมโตที่มองอย่างงงงวย

“นอนเถอะครับ พี่ไม่รังแกน้องเนยไปมากกว่านี้หรอก พี่แค่อยากให้น้องเนยมีความสุขบ้าง แต่ถ้าเมื่อไหร่ทุกอย่างถูกต้อง พี่จะไม่ยอมทรมานอย่างวันนี้หรอกนะรู้มั้ย”

ชายหนุ่มบีบจมูกเธออย่างกลั่นแกล้ง ก่อนจะล้มตัวลงนอน มือหนาเอื้อมปิดไฟ แล้วกระชับร่างบอบบางเข้าสู่อ้อมกอดภายใต้ผ้าห่มผืนหนา ที่คลุมสองร่างซึ่งกอดก่ายแนบแน่น
.
.
.
.
- - - - - - - - มาอัปอีก 50% จ้า - - - - - - - -

.

.

......................

.

.

อคิราภ์ไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ แม้จะล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่แล้ว แต่กลิ่นกรุ่นหอมแนบกายทำให้เขาร้อนรุ่ม ทว่าเขาปรารถนาเพียงได้ร่างเธอมากอดอิงแนบกายเท่านี้ก็สุขใจพอแล้ว

เสียงครืดๆ บนโต๊ะข้างเตียง ทำให้ชายหนุ่มเอี้ยวตัวไปรับโทรศัพท์เครื่องเจ้าปัญหา ก่อนจะค่อยๆ ขยับกายลงจากเตียง เพื่อไม่ให้รบกวนคนที่กำลังหลับสบาย

“ว่าไงวะดล โทร. มาดึกเลย”

“แกลากเนยกลับเพราะเข้าใจผิดรึเปล่า”

“แกเห็นหรือไง”

“สี่ตาเลย มีน้องนุชด้วย”

“ก็มันน่าเข้าใจผิดรึเปล่า”

“ฟังก่อนดิ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด น้องนุชบอกว่าเนยไม่รู้สึกอะไรกับขนมปังขึ้นรานั่นแล้ว มีบ้างที่รู้สึกเสียใจ แต่ไม่ได้ปวดใจเหมือนตอนแรก เธอไม่คิดจะกลับไปคบหากับหมอนั่นเด็ดขาด นี่หมอนั่นคงจะหวังว่าเนยจะยอมล่ะมั้ง ถึงได้ไปดักหน้าห้องน้ำ”

“ไปดักเจอหน้าห้องน้ำเหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ นี่นายคงเข้าใจผิดเต็มๆ”

“ไม่เชิงหรอก” อคิราภ์เอ่ยพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก

“หมายความว่าไงที่ว่าไม่เชิง”

“ฉันพอจะคาดเดาได้ เพราะฉันแน่ใจว่าน้องเนยไม่มีทางกลับไปคบกับหมอนั่น และไม่ยอมให้มันลวนลามหรอก แต่พอเห็นภาพนั้นก็อดไม่ได้ที่จะโมโห จะหงุดหงิดอยู่ดี”

“แกหวงเนยมากกว่าเลยนะไอ้คิราภ์”

“ฉันก็รู้ตัวอยู่ จริงสิ...พรุ่งนี้แกจะกลับเชียงใหม่ใช่มั้ย ฉันฝากตามดกลับไปด้วยสิ พาไปส่งที่บ้านคุณแม่ให้ช่วยดูแลแทนก่อน ฉันจะโทร. ไปบอกไว้”

“ได้ แล้วนายกลับวันไหนล่ะ”

“ฉันจะรอคุณแม่มาคุยเรื่องหมั้นหมายกับน้องเนยให้เรียบร้อยก่อน”

“เอาจริงเหรองานนี้ แต่งพร้อมฉันเลยมั้ย ฉันจะได้แต่งกับนุชอีกสองเดือน”

“ดูฤกษ์แล้วเหรอ”

“ใช่ แม่ฉันหามาให้น่ะ”

“ช้าไป คุยกับแม่แล้ว เห็นว่าประมาณปลายเดือนก็ฤกษ์ดีแล้ว”

“รีบจริงนะครับพ่อเลี้ยง”

“เป็นห่วงเรื่องที่ไร่กับน้องเนย นี่ก็โดนไอ้อาจินต์ดักเล่นงานถึงนี่”

“เฮ้ย! ทำไมแกไม่เห็นบอกฉัน”

“ไว้พรุ่งนี้เช้าจะไปเล่าให้ฟังที่บ้านยายนุชนะ ตอนนี้ขอนอนก่อน ง่วงมาก”

อคิราภ์แกล้งหาวหวอด ก่อนจะบอกลาเพื่อนแล้ววางสาย ชายหนุ่มมองแผ่นหลังบอบบางที่ซุกกายในผ้าห่ม เขาหวังเหลือเกิน หวังที่จะเห็นภาพนี้ทุกค่ำคืนบนเตียงนอนของเขาที่คุ้มอุ่นรัก

พ่อเลี้ยงหนุ่มยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินกลับไปที่เตียง เขาพาดแขนกำยำกับเอวบางแล้วรั้งเธอให้แนบชิดแผ่นอกอุ่น เพื่อคลายความหนาวให้เธอ...อีกไม่นานที่ความหวังของเขาจะเป็นจริง เพราะเธอเปรียบเสมือนลมหายใจ เป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเขา

.

....................

.

.

เนตราและนุชจรีมองฝ่าไอหมอก ไปยังสองหนุ่มที่พูดคุยด้วยใบหน้าเคร่งเครียดด้านนอกบ้าน ก่อนนุชจรีจะจับมือเพื่อนรักซึ่งได้แต่ยิ้มรับ

“อย่าทำหน้าแบบนั้นเลยเนย แกก็น่าจะรู้ว่าสองคนนั้นก็เอาแต่คุยกันเรื่องงาน พี่คิราภ์คงเป็นห่วงเรื่องไร่ แต่ก็ไม่อยากทิ้งแกไว้ที่นี่ลำพัง เพราะกลัวไอ้ปังจะมาวุ่นวายกับแกนั่นล่ะ”

“แกไม่ยอมอยู่กับฉันนี่ คิดจะไปเที่ยวกับพี่ดลของแก”

“เที่ยวที่ไหน ไปแจกการ์ดต่างหาก ว่าแต่พี่คิราภ์น่ะจะรีบไปไหน ไม่แจกการ์ดเหรอ”

หญิงสาวส่ายหน้าพลางยิ้มหวาน

“บอกว่าค่อยจัดงานเลี้ยงที่หลัง ให้จบเรื่องพี่ลิลิน และเรื่องยุ่งๆ ที่ไร่ก่อน”

“พี่ดลพูดอยู่เหมือนกัน ว่าพี่ลิลินส่งจดหมายมาหาป้าอร จริงหรือเปล่า”

“ฉันไม่รู้หรอก พี่คิราภ์ไม่ได้เล่าให้ฟังน่ะ”

“ทำไมเป็นอย่างนั้นได้ล่ะ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เสียหน่อย แต่เอาเถอะ เดี๋ยวคงบอกเองนั่นล่ะ อีกอย่าง...พี่คิราภ์รักแกหลงแกจะตายไป ไม่ยอมให้พี่ลิลินมาแตะได้หรอก ฉันเอาหัวรับประกันเลย”

“จ้ะ ไม่ค่อยอวยพี่ชายเลยนะยายนุช”

นุชจรียิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจในตัวพี่ชาย จนเพื่อนรักนึกหมั่นไส้ อยากจะหยิกให้สักทีสองที ทว่ากลับถูกขัดด้วยเสียงของธนดล

“น้องนุชครับ ไปกันเถอะ เดี๋ยวถึงโน่นดึกพอดี”

“ค่ะ...ไปกันเถอะตามด” นุชจรีรับคำคนรัก ก่อนจะหันไปหาหลานชาย

“เดี๋ยวครับอานุช” เด็กชายบอกอาสาว ก่อนจะจับมือคุณแม่ยังสาวให้เดินไปด้วยกัน

“แม่เนยครับ”

“ว่าไงครับ”

“มดเป็นห่วงแม่เนยจังเลยครับ”

“ทำไมครับ”

“เดี๋ยวแม่เนยก็ถูกพ่อคิราภ์แกล้งอีก แม่เนยต้องระวังตัวนะครับ”

อคิราภ์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อได้ยินคำเตือนของบุตรชาย และก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างนึกขัน เมื่อเห็นท่าทางงงงวยของเนตรา

“รับปากมดสิครับแม่เนย”

“ครับๆ แม่เนยจะดูแลตัวเองไม่ให้พ่อคิราภ์แกล้ง ตกลงมั้ยครับ” เนตรารีบรับคำ แม้จะยังนึงสงสัยในคำตักเตือนของลูกชายนอกไส้

“ครับ” นายมดพยักหน้าหงึกหงักกับหญิงสาว ก่อนจะหันหน้าไปอ้อนบิดา “พ่อคิราภ์ครับ”

“ว่าไงล่ะตามด” อคิราภ์ที่เดินมาพร้อมธนดลเอ่ยถาม พลางอุ้มร่างกลมป้อมที่ยื่นแขนมาหาขึ้น

“มดห่วงแม่เนยจริงๆ นะครับพ่อคิราภ์ พ่อคิราภ์ต้องดูแลแม่เนยนะครับ อย่าให้ใครมารังแก แล้วพ่อคิราภ์ก็อย่าแกล้งแม่เนยนะครับ”

“พ่อรู้น่าเจ้ามดว่าเราน่ะห๊วง...ห่วงแม่เนย เอาล่ะ! ไปได้แล้ว แล้วก็อย่าไปกวนอานุชกับลุงดลล่ะรู้มั้ย” เอ่ยพลางวางร่างเล็กให้ยืนข้างนุชจรี

“รับทราบครับ” มดทำท่าตะเบ๊ะเหมือนทหาร ก่อนจะยิ้มร่าอย่างสดใสสมวัย

“นี่เสื้อหนาวนะมด ห่มไว้เดี๋ยวจะหนาว” เนตราบอกพลางทรุดกายลงนั่ง

“ครับแม่เนย”

เนตราห่มเสื้อหนาวให้กับเด็กชาย ก่อนเขาจะจูงมืออาสาวพลางโบกมือให้คนเป็นบิดาและมารดานอกสายเลือด เนตรายิ้มน้อยๆ ก่อนจะอุทานเมื่อชายหนุ่มด้านหลังฉวยโอกาสหอมแก้มนิ่มของตน

“พี่คิราภ์!”

“ครับ น้องเนยจะกลับบ้านเลยรึเปล่า พี่จะได้ไปส่ง” อคิราภ์เอ่ยชวน ไม่ได้รู้สึกรู้สากับสิ่งที่ตนทำเมื่อครู่

หญิงสาวได้แต่เม้มปาก ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเดินตามร่างสูงไปที่รถ อคิราภ์เปิดประตูด้านข้างคนขับ เมื่อร่างบางมาถึงเขาก็โน้มหน้าลงชิดหูหอม แล้วกระซิบหยอกเย้าเสียงพร่า

“อืม...เมียพี่นี่แก้มหอมจัง”

“พี่คิราภ์! เนยไม่ได้เป็นเมียพี่คิราภ์เสียหน่อย”

“ไม่เป็นวันนี้ อีกหน่อยก็เป็น หรืออยากจะเป็นเลยล่ะครับ”

ทั้งน้ำเสียงและแววตาดูเจ้าเล่ห์เสียจนหญิงสาวได้แต่ระอาอยู่ในใจ ผู้ชายมาดนิ่งที่เธอเคยเห็น ที่เคยเอ็นดูเธอมันหายไปไหนเสียแล้วหนอ...

“กลับบ้านเถอะค่ะ เนยไม่อยากให้พ่อกับแม่เป็นห่วง”

“แต่พี่สิเป็นห่วงน้องเนย กลัวจะมีใครมายุ่ง”

“ใครจะยุ่งล่ะคะ ก็มีคนตัวโตคอยตามดูทุกฝีก้าวแบบนี้”

“ก็ดีครับ”

อคิราภ์ยิ้มรับคำประชดประชันของหญิงสาวอย่างพึงพอใจ ก่อนจะอ้อมไปยังด้านคนขับของตัวเอง เนตรายื่นปากใส่ชายหนุ่ม ก่อนจะก้าวขึ้นรถที่เขาเปิดประตูทิ้งไว้ให้

.
.
.
.
.
.
.
.
.
..........
...
.
ขอโทษนะคะที่หายไปหลายวันเลย
พอดีมัวยุ่งๆ กับงานที่บ้าน
และคงยุ่งไปอีกพักใหญ่เลยกว่าจะลงตัว
ช่วงนี้ก็เลยอาจหายไปเป็นพักๆ แต่จะพยายามอัปให้ได้บ่อยๆ
และเพราะงานที่บ้าน เลยอาจทำให้อีบุ๊กล่าช้าไปด้วย
ช่วยรอกันหน่อยนะ อย่าเพิ่งทิ้งกันเลยยยย
.
พี่ก็ขยันยั่วน้อง ปั่นหัวน้องเหลือเกิน
รอเวลาน้องยั่วและปั่นหัวกลับบ้างเถอะพี่คิราภ์
อ่านแล้วชอบก็อย่าลืมคอมเม้นต์ ให้กำลังใจ และกดติดตามกันน้าาาา
.
ใครที่อยากอ่านอีบุ๊ค หรือกำลังรออีบุ๊คกันอยู่
เรื่องนี้ยังไม่ได้อัปอีบุ๊คนะคะ รอกันอีกหน่อยน้า
กำลังรีไรต์โค้งสุดท้าย และกำลังร่างตอนพิเศษสุดพิเศษ 2 ตอน
จากนั้นจะเอาไปจัดหน้า ซึ่งไรท์ทำเองทุกขั้นตอน (ยกเว้นปก 555+)
เพราะงั้นรอกันอีกนิด ไม่นานเกินรอจ้า
**ตอนแรกไรท์บอกไว้ว่าจะลง 30 ตอน อาจจะยืดเป็น 31 หรือ 32 นะคะ
แต่ลงให้จนจบ(เว้นตอนพิเศษ) แน่นอนค่ะ
เพราะอาจมีฉากที่เพิ่มจากต้นฉบับ ทำให้ตอนเพิ่มไปด้วย
เอาเป็นว่าจะรีบเร่งมือนะคะ
.
.
ฝากไปกดติดตามเรื่องอื่นด้วยนะคะ

ยุทธการทลายคาน (พี่หมี+หนูแพร) >>> http://bit.ly/hongBEAR

อุ้งมือมาเฟีย (พี่หลง + เจินเจิน) >>> http://bit.ly/hongMAFIA

ร้อยเล่ห์บำเรอรัก (กวินท์ + แอลลี่) >>> http://bit.ly/hongVEG
.
ช่วยอุดหนุนอีบุ๊คกันด้วยน้า....
เสิร์หาจากชื่อนามปากกา "วลัชสิตา" ได้เลยนะคะที่เว็บไซต์ www.mebmarket.com หรือ www.fictionlog.com
.
.
ห้ามลืม!!
ไปกดไลก์เพจ เพื่อติดตามข่าวสาร และพูดคุยกันได้เลยยยย
ที่เพจ "วลัชสิตา ระย้าแก้ว วิลาสินี สร้อยแสงดาว" หรือ...
>> http://www.facebook.com/waluchsita <<

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว