รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก-บทที่ 8 น้ำตาบรรเทาความเสียใจได้ - ((100%)) -

โดย  วลัชสิตา / ระย้าแก้ว / วิลาสินี / สร้อยแสงดาว

รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก

บทที่ 8 น้ำตาบรรเทาความเสียใจได้ - ((100%)) -

.

.

.

.........

...

.

.

เจ้าของบ้านที่สั่งความแม่บ้านเรียบร้อยแล้ว ก็หมุนส้นเท้ากลับเข้าไปในห้องทำงาน เห็นหญิงสาวกำลังขะมักเขม้นกับงานตรงหน้า ทำให้คนมอบงานสบายใจขึ้นมาหน่อย เพราะนั่นหมายความว่ามันช่วยให้เธอเลิกครุ่นคิดเรื่องของปัทวีได้ แม้จะเป็นระยะสั้นๆ เพียงเสี้ยววินาทีก็ยังดี

“น้องเนยครับ”

“คะ? มีอะไรเหรอคะ”

“แม่พี่มาน่ะครับ ไปทักทายท่านหน่อยสิครับ”

“ค่ะ”

เนตราวางปากกาก่อนจะเบ้หน้า เมื่อรู้สึกว่าขาทั้งสองข้างชาเพราะเหน็บกิน อคิราภ์เลิกคิ้วพลางลอบยิ้มขำ

“เหน็บกินหรือครับ เดี๋ยวพี่นวดให้ จะได้หาย”

อคิราภ์ย่อตัวนั่งก่อนจะนวดให้ หญิงสาวเบ้หน้า เมื่อรู้สึกดีขึ้นเธอจึงได้มองเสี้ยวหน้าของคนที่อาสาช่วย ชายหนุ่มละมือจากขาของคนที่เริ่มชักขากลับ

“หายแล้วใช่มั้ยครับ”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณ...เอ่อ...พี่คิราภ์”

“ไปเจอแม่พี่กันเถอะ ระหว่างรอนายมดกลับมา”

“ค่ะ...ใกล้เที่ยงแล้ว เดี๋ยวก็คงกลับมาค่ะ”

เธอลุกขึ้นยืนหลังจากมองนาฬิกาเรือนโต ทว่าความไม่ระวังตัว ทำให้เธอสะดุดขาโต๊ะตัวเล็ก หญิงสาวอุทานเพียงเล็กน้อยก็อยู่ในอ้อมแขนของคนที่หันมาทันรับร่างที่เกือบล้มลง

ดวงตากลมโตสบกับนัยน์ตาดุคมเข้ม ความรู้สึกวูบวาบเหมือนไฟฟ้าที่สปาร์กขึ้น ทำให้เนตรารีบสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนราวกับนั่นคือของร้อนที่ต้องหลีกหนี

“เนยขอโทษค่ะ พี่คิราภ์เป็นอะไรรึเปล่าคะ”

“น้องเนยนั่นล่ะเจ็บตรงไหนรึเปล่า โต๊ะก็อยู่ของมันดีๆ ยังอุตส่าห์ไปสะดุด ปกติไม่ใช่คนซุ่มซ่ามนี่ หรือว่าเหน็บยังกินอยู่”

“เนยไม่ทันระวังเองค่ะ ไปพบแม่พี่คิราภ์เถอะ ป่านนี้คงรอแย่แล้ว ให้ผู้ใหญ่รอแบบนี้เนยรู้สึกแย่จัง เหมือนเสียมารยาทเลย”

“ไม่เป็นไรหรอก แม่พี่ไม่ใช่คนดุ แล้วก็ไม่ได้ถือตัวอะไรเรื่องพวกนี้”

เธอยิ้มรับก่อนจะเดินตามเจ้าของบ้านที่เดินนำ หญิงสาวมองแผ่นหลังตั้งตรงสูงตระหง่านที่เดินนำ ครั้งที่สองแล้วที่เธอรู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อตแบบนี้ ครั้งแรกก็เผลอคิดอะไรเกินเลย พอสบตาเข้าจึงได้รู้สึกแบบนั้น แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้คิดอะไรอุตริ หรือคิดอะไรเกินเลยสักนิด แล้วทำไมนัยน์ตาคู่นั้นจึงทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบวาบ และรู้สึกเขินอย่างไม่มีสาเหตุแบบนี้นะ...เนตราขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างสงสัยในความรู้สึกของตัวเอง

อิงอรมองใบหน้าใสที่เดินตามบุตรชายด้วยความสงสัย ทว่ากิริยามารยาทเรียบร้อย พร้อมรอยยิ้มน้อยๆของเธอทำให้ห้นางอดไม่ได้ที่จะเอ็นดู ให้คาดเดาจากหน้าตาและท่าทาง เธอคงอายุไม่เกินยี่สิบ นี่พ่อลูกชายไปเอาเด็กไม่เต็มวัยมาทำอะไรที่นี่ล่ะ หรือว่าแม่เด็กคนนี้จะมายุ่งวุ่นวายให้ท่าอคิราภ์!

คิดได้เพียงเท่านี้ใบหน้าที่ยังคงงดงามก็เรียบเฉยแทบจะทันที อคิราภ์เลิกคิ้วเข้าใจอารมณ์ของมารดา ก่อนจะเอ่ยอธิบาย และแนะนำคนทั้งคู่

“น้องเนยครับ นี่แม่ของพี่...แม่ครับนี่น้องเนย เพื่อนยายนุช มาฝากให้ทำงานกับผม ผมเลยให้มาดูแลบัญชี กับคอยดูแลนายมด”

“อ๋อ...งั้นหรือ เป็นเพื่อนยายนุชเหรอ งั้นก็ยี่สิบสามแล้วสิ แล้วอยู่ที่นี่เป็นไงบ้างล่ะหนูเนย ป้าขอเรียกอย่างนี้นะลูก”

“ทุกคนที่นี่ดีกับเนยมากค่ะคุณป้า”

“นายมดซนมั้ยล่ะ”

“ซนบ้างค่ะตามประสาเด็ก แต่ก็ไม่ค่อยดื้อเท่าไหร่ค่ะ”

“น้องเนยยังไม่เคยเห็นนายมดดื้อนี่ ไว้เห็นแล้วจะรู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน พี่เลี้ยงขยาดกันหมด พี่ต้องเปลี่ยนพี่เลี้ยงแทบทุกเดือน นี่ยังคิดอยู่เลยว่าถ้าน้องเนยทนไม่ไหว คงจะได้ส่งนายมดเรียนประจำก็งานนี้”

“ดูไปว่าลูกตัวเองสิตาคิราภ์นี่ แม่ก็บอกแล้วไงว่าให้คืนดีกับลิลินเสีย...”

“แม่จะมาหานายมดเหรอครับ”

อคิราภ์เอ่ยขัดคำพูดของอิงอร ซึ่งตั้งท่าจะสั่งสอนบุตรชายที่ไม่ยอมงอนง้อคืนดีกับภรรยาเสียที โดยที่นางหาได้รู้ไม่ว่าทั้งคู่ต่างแยกทางกันไปหลายปี และหย่าขาดกันไปตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว

เนตรามองท่าทีสบายๆ ของอคิราภ์ ซึ่งไม่ได้เป็นทุกข์เป็นร้อนอะไรยามที่มารดาเอ่ยถึงอดีตภรรยา ดูเหมือนไม่ใส่ใจ ไม่กังวล ไม่โกรธเคือง หรือมีอาการที่บ่งบอกถึงความห่วงหาอาทรแต่อย่างใด

“ย่าอิงคร้าบบบ...มดมาแล้วครับ”

เสียงที่ดังมาแต่ไกล ก่อนที่ร่างป้อมจะกระโดดขึ้นนั่งบนโซฟาใกล้กับคุณย่า เด็กน้อยหอมแก้มคนเป็นย่าอย่างแสนรักแสนคิดถึง แล้วจึงหันมายิ้มเผล่ให้กับบิดาและอาสาว

“อาเนยหายป่วยแล้วหรือครับ”

“หนูเนยเป็นอะไรจ๊ะ” อิงอรเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

นางรู้สึกเอ็นดู และถูกชะตากับท่าทาง กิริยามารยาทของผู้หญิงคนนี้นัก ถ้านางมีลูกชายอีกคน หรือหากอคิราภ์ยังไม่มีภรรยา นางคงจับจองเธอให้เป็นลูกสะใภ้แน่ๆ

“น้องเนยไม่สบายน่ะครับ นี่ก็ดีขึ้นแล้ว เมื่อกี้ยังช่วยผมทำบัญชีเลยครับ แม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่ให้น้องเนยเป็นอะไรหรอกครับ ไม่งั้นยายนุชเอาผมตาย”

“ทีกับน้องกับนุ่งนี่กลัว กับแม่ไม่เห็นจะกลัวแบบนี้บ้าง”

อคิราภ์เลิกคิ้วพลางไหวไหล่ ก่อนจะเชิญชวนทุกคนให้ร่วมรับประทานอาหารเที่ยง เขาอยากจะเลี่ยงการพูดคุยเรื่องลิลินและชีวิตครอบครัว เขาไม่อยากได้ยินชื่อลิลิน และไม่อยากคิดถึงชีวิตในตอนนั้นอีก

.

......................

.

.

เนตราปล่อยให้คนเป็นย่าและหลานชายได้พูดคุยระหว่างย่อยอาหาร ก่อนจะได้เวลานอนเที่ยงของนายมด ซึ่งดูเหมือนจะเป็นนิสัยประจำตัว เพราะเมื่อถึงเวลาก็เดินมาบอกเธอแล้วหายจ้อยไปบนชั้นสองของบ้าน

“ป้าต้องขอบใจหนูเนยมากนะ แต่ป้าขอถามอะไรหน่อยจะได้มั้ย”

“อะไรหรือคะ”

“หนูมีคนรักอยู่ก่อนแล้วหรือเปล่าจ๊ะ คือป้าเกรงว่าถ้าลิลินกลับมาจะเข้าใจผิดกับตาคิราภ์อีก”

คำถามของอิงอรทำให้คนถูกถามก้มหน้าลง ริมฝีปากคู่สวยเม้มแน่นกั้นความรู้สึกภายในจิตใจ อคิราภ์เดินออกจากห้องทำงานพลางส่ายหน้ากับคำถามทิ่มแทงใจหญิงสาวที่มารดาเอ่ยถาม

“แม่ครับ ผมคิดว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะครับ เรื่องลิลินน่ะ”

“ไม่ต้องพูดเลยนะตาคิราภ์ หนูลิลินน่ะออกจะแสนดี แต่ดูเราทำสิ”

“แล้วคนที่แสนดีของแม่น่ะอยู่ไหนล่ะครับ เคยมาดูดำดูดีลูกชายบ้างรึเปล่า” น้ำเสียงเอ่ยถามแฝงไปด้วยความเอือมระอาใจ

อคิราภ์จับมือเนตราให้ลุกขึ้น ซึ่งเธอก็ยินยอมลุกขึ้นตามแรงของเขา ดวงหน้าเรียวเล็กก้มจนคางชิดอก ซ่อนดวงตาเศร้าซึมของตัวเองไว้

อิงอรได้แต่มองการกระทำราวกับปกป้องของอคิราภ์ด้วยความแปลกใจ จริงอยู่ในช่วงสองสามปีมานี้ อคิราภ์ไม่ได้ให้ความสนใจในตัวผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษเลย ไม่ว่าจะเป็นพี่เลี้ยงที่เดินเข้าเดินออก หรือผู้หญิงที่เสนอตัวให้ เขาไม่เคยสนใจสักครั้ง ทว่าเนตราเป็นข้อยกเว้น เขาให้ความสนใจในแบบของเขา ท่าทางแข็งกระด้าง เรียบเฉย ที่แฝงไปด้วยความอาทรลึกๆ นั่น ทำไมนางจะดูไม่ออก ในเมื่อนางเลี้ยงดูเขามาเองกับมือ

นานแล้วที่อิงอรไม่ได้เห็นท่าทางเหล่านี้ของอคิราภ์ หลังจากที่ลิลินออกจากบ้านไปโดยไม่รู้สาเหตุ นางไม่รู้เหตุผลการจากไปที่แท้จริงนัก ไม่รู้ว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร แม่บ้านที่แวะเวียนมาที่นี่ตามคำสั่งของนางบอกเพียงเห็นทั้งคู่ทะเลาะกัน แต่ไม่รู้รายละเอียดนัก อาจเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น ซึ่งไม่รู้อีกเช่นกันว่าบุตรชายหรือลูกสะใภ้ที่มีคนอื่น ทว่านางก็ไม่อยากให้หลานชายต้องไร้มารดา อยากจะให้บุตรชายของนางงอนง้อภรรยาเสียบ้าง ทว่าตลอดมาที่เคยพูด อคิราภ์ก็จะลุกเดินหนี หรือเปลี่ยนเรื่องไปเสียเฉยๆ ไม่ยอมรับฟังหรือเปิดปากพูดถึงลิลินเลยสักครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาย้อนถามถึงลิลินให้เธอได้คิดตาม

บางอย่างกำลังเปลี่ยนไป...อคิราภ์ที่เคยเงียบขรึม ให้ความสำคัญเพียงงานและลูกชายกำลังเปลี่ยนไป เขากำลังมีบางสิ่งบางอย่างที่รบกวนจิตใจ นางหวังว่าคงไม่ใช่ความรักที่เกิดขึ้นเพราะพี่เลี้ยงคนใหม่ นางเองออกจะเอ็นดูเนตราไม่น้อยเช่นกัน และหากเป็นอย่างที่กังวล นางคงทำใจแข็งไม่ยอมรับเนตรายากเต็มที แม้ใกล้ชิดกันเพียงครู่เดียว แต่นางก็รู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

อิงอรได้แต่มองหนุ่มสาวที่พากันเดินออกไปทางคอกม้า นางตัดใจเดินทางกลับบ้านของตัวเอง แม้อยากจะพูดคุยกับอคิราภ์ให้รู้เรื่องสักครั้งในเรื่องของลิลิน ทว่าอะไรบางอย่างกลับหยุดยั้งไม่ให้เอ่ยถามไปเสียทุกครั้ง บางทีคงถึงเวลาที่จะหาโอกาสพูดคุยจริงๆ จังๆ เสียที

หญิงสูงวัยได้แต่ครุ่นคิด ก่อนจะแล่นรถออกจากคุ้มอุ่นฮัก บ้านหลังน้อยของเจ้าของไร่ ‘อุ่นรัก’ ผู้ชายมาดนิ่ง ทว่าตัวตนจริงๆ ของเขายังไม่เคยเปิดเผยให้ใครได้เห็น แม้แต่ลิลิน...อดีตภรรยาของเขา ยังไม่เคยมีโอกาสเห็นอีกด้านที่ถูกซ่อนไว้ และนับจากนี้เขาจะเริ่มเปิดเผยมัน เพื่อจะได้ก้าวข้ามระยะห่างของวัยที่ทำให้เขาไม่ยอมก้าวรุกความรู้สึก ที่เขารู้ดีว่าไม่ใช่แค่ความเอ็นดูและห่วงหาอาทรอีกต่อไป

.

.

.

.

- - - - - - - - อัปเพิ่มอีก 50% นะคะ - - - - - - - -

.

.

.....................

.

.

“น้องเนยครับ ไม่ต้องคิดมากเรื่องแม่ของพี่หรอกนะ ท่านก็พูดอะไรเรื่อยเปื่อยตามประสาคนแก่ไปงั้นเอง” อคิราภ์เอ่ยขณะกุมมือหญิงสาวไว้

พ่อเลี้ยงหนุ่มมองเข้าไปในคอกม้าที่มีสัตวแพทย์มาทำคลอดให้ม้าสาว แม้สายตาของคนข้างกายจะทอดมองไปด้านหน้า ทว่าเป็นสายตาที่เหม่อลอยอย่างไร้จุดหมายปลายทาง

คำพูดอบอุ่นอ่อนโยนของเจ้าของไร่ ฟังดูอบอุ่นจนเนตราอดสะเทือนใจไม่ได้ เหตุใดเขาจึงอ่อนโยนกับเธอถึงเพียงนี้ ผู้ชายที่ภายนอกดูเคร่งขรึม ดุ และโหดร้าย ทว่าจิตใจของเขานั้นตรงข้าม ความรู้สึกเหล่านั้นส่งผลให้คนอ่อนไหวดวงตาร้อนผ่าว น้ำตาคลอปริ่มนัยน์ตาคู่สวยก่อนจะหยาดหยด เธอพยายามปาดน้ำตาออกจากแก้มใสของตัวเอง ทว่าอ้อมแขนแกร่งและอกอุ่นรั้งร่างแบบบางให้มาซบแนบอก

“ร้องไห้พอเถอะนะ ร้องไห้แล้วกลับมายิ้ม กลับมาร่าเริงดังเดิมเถอะ นายมดเป็นห่วงน้องเนยมากเลยนะ เมื่อเช้าถึงกับมาถามพี่ว่าอาเนยของเขาเป็นอะไรมากรึเปล่า และ...”

พี่ก็เป็นห่วงเนยไม่แพ้คนอื่นๆ

เขาได้แต่พึมพำบอกในใจ อ้อมแขนหนั่นหนากอดรัดร่างบางไว้แน่น ขณะน้ำตาอุ่นรินรดอกเสื้อเขาจนหัวใจคนรองรับนั้นเจ็บปวดนัก

ชายหนุ่มลูบแผ่นหลังบอบบางอย่างปลอบประโลม แม้อยากจะบอกเธอจับใจว่า เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของเธอที่หลั่งให้กับชายอื่น ทว่าเขารู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายในการห้ามความเสียใจของคนที่ถูกทรยศหักหลัง...เขาเคยเป็น และซาบซึ้งเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่แตกต่างที่เขายอมรับมันได้ ด้วยนั่นไม่ใช่รักครั้งแรกของเขา เขาจึงเจ็บปวดไม่นานนัก จะสงสารก็เพียงลูกชายเท่านั้น

แต่ในเวลานี้...เขาเชื่อว่าหากเนตราเข้มแข็ง เธอจะดูแลนายมดได้อย่างแน่นอน และจะรับนายมดมาเป็นลูกตัวเองอย่างเต็มใจ

น้ำตาอุ่นๆ ที่หยดบนอกแกร่ง ทำให้เขาต้องคอยลูบผมนิ่มแทบตลอดเวลา กายบอบบางสะอื้นฮัก หญิงสาวปล่อยให้น้ำตาของความเสียใจที่สะสมภายในจิตใจวันแล้ววันเล่า ไหลรินเพื่อบรรเทาความทุกข์โศก อย่างที่ใครๆ เคยพูดไว้ว่า ‘น้ำตาบรรเทาความเสียใจได้’ มันคงจะเป็นจริง

“พี่ไม่ห้ามหรอกนะถ้าน้องเนยจะร้องไห้ น้ำตาไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป ครั้งนี้ก็เช่นกัน พี่คิดว่าน้ำตาของน้องเนยจะช่วยบรรเทาความทุกข์โศกออกจากใจของน้องเนยเสียที ร้องซะให้พอ...ร้องเถอะนะ”

มือใหญ่แม้จะหยาบกร้าน ทว่าอบอุ่นยิ่งนักยามโอบประคอง ประโลมความทุกข์เศร้าเสียใจให้จางหายไปจากใจของเธอ เสมือนผ้าเช็ดหน้าที่คอยซับน้ำตาในจิตใจของเธอ

ศีรษะได้รูปสวยที่ปกคลุมไปด้วยผมนิ่มหอมกรุ่นเงยขึ้นสบตาสีคมเข้มของเขา ใบหน้าคมเข้มยังคงดูดุในสายตาเธอ ทว่าท่าทางที่แสดงต่อเธอนั้นช่างอ่อนโยนและอบอุ่นนัก

“ขอบคุณค่ะคุณคิราภ์ เนยไม่เป็นไร”

อคิราภ์ถอนหายใจอย่างระอาใจ นี่เธอจะเรียกเขาว่า ‘พี่’ บ้างไม่ได้หรือไงกัน เสียงถอนหายใจหนักๆ ของชายหนุ่มทำให้รอยยิ้มน้อยๆ ของคนที่เพิ่งร้องไห้ปรากฏบนใบหน้า

“ขอโทษค่ะพี่คิราภ์ เนยลืมตัว”

“อย่าลืมบ่อยนักสิ พี่ไม่อยากแก่ไปกว่านี้หรอกนะรู้มั้ย ถูกเรียกคุณแล้วดูแก่เสียจริง”

“ค่ะ”

“พี่คิดว่าคงไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วล่ะ เราไปขี่เจ้ากาสะลองชมวิวกินลมกันดีกว่า”

เนตราเลิกคิ้วขณะที่ร่างสูงคอยไล้น้ำตาออกจากแก้มเนียน สัตวแพทย์หนุ่มที่เดินออกมาพูดคุยกับผู้จัดการไร่ ทำให้อคิราภ์พยักหน้าอย่างพอใจ เธอชะเง้อมองลูกม้าตัวเล็กในคอกด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะถามร่างสูงข้างกายอย่างแปลกใจ

“เราจะไปขี่ม้าตอนนี้น่ะหรือคะ”

“ก็ใช่น่ะสิ พี่คิดว่ามันคงไม่ร้อนจนเกินไปหรอกนะ”

ใบหน้าดุขรึมของเขาดูเหมือนไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเลย เมื่อได้ยินคำพูดหยอกเย้าของเขา แม้ว่าเธอไม่เข้าใจสิ่งที่แสดงออกผ่านสายตาเขานัก ทว่าคำชักชวนที่มีแววสนุกสนานทำให้เธอได้แต่พยักหน้ารับคำ

“มดจะตื่นรึยังคะ”

“คงจะยังไม่ตื่นจนกว่าจะสี่โมงหรือห้าโมง น้องเนยอาสาไปรับไปส่งเจ้าตัวยุ่งใช่มั้ย...เป็นไงบ้างล่ะ กวนมากมั้ย”

“ไม่ค่ะ ทำไมหรือคะ”

“มดน่ะ ค่อนข้างดื้อและเป็นจอมสร้างเรื่อง ใครๆ อาจคิดว่าพี่ไม่สนใจลูก แต่ความจริงแล้วพี่สนใจนะ เพราะเขามีเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ แม้จะซน จะทำตัวเป็นนักเลง แต่มดก็ทำให้พี่จมอยู่กับความเศร้าไม่นาน เขาเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้พี่ปล่อยวางเรื่องลิลิน และยอมรับความจริง”

“ค่ะ มดร่าเริง ทำตัวน่ารักให้เราได้ยิ้มเสมอ แต่บางทีก็ซนไปบ้าง”

“ถ้าอย่างนั้น เนยคิดว่าควรดัดนิสัยมดบ้างมั้ย”

“ก็มีบ้างค่ะ เช่นการทำกร่างของนายมดไงคะ เรื่องนี้ไม่ไหวเลยค่ะ ไปรังแกคนอื่นก็อีกเรื่อง”

“พี่เห็นด้วย พี่อยากเลี้ยงดูนายมดให้เป็นคนดี ไม่ให้ใครมาพูดได้ว่าพี่เลี้ยงลูกไม่ดี โดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้น”

น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาจริงจังเสียจนเนตราต้องเงยหน้ามองดวงตาคมเข้ม ที่แสดงอารมณ์เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

“พี่เคยคิดว่าเสียใจที่เธอทิ้งไป เคยคิดว่าการที่เธอจากไปเป็นความผิดของพี่อย่างที่เธอเคยบอก แต่ความจริงแล้วมันคงไม่ใช่ซะทีเดียว พี่อาจจะผิดที่ให้เวลาเธอน้อยไป แต่ถ้าพี่ไม่พยายามดูแลงานในไร่ตอนนั้น ทุกอย่างที่สร้างมากับมือ ก็คงไม่เหลือไว้ให้นายมด ไม่เหลือไว้ดูแลนายมดในเวลานี้ ถ้าจะพูดว่าพี่ไม่ใส่ใจเธอ เธอเองคงจะพูดได้ไม่เต็มปากนักหรอก เพราะพี่ดูแลเธอเป็นอย่างดี แต่ที่ทำให้พี่เสียใจคงจะเป็นความเชื่อใจ ความไว้วางใจ...”

อคิราภ์เงียบเสียงลงเมื่อนึกถึงใบหน้าของอดีตภรรยา และอดีตผู้จัดการไร่ คนสองคนที่สวมเขาให้เขา หักหลัง ทรยศความไว้ใจ ใบหน้าคมดุก้มมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหน้า ขณะปล่อยให้ม้าหนุ่มเดินอย่างช้าๆ ริมฝีปากบางที่เม้มแน่น คิ้วเรียวขมวดมุ่นราวกับกำลังครุ่นคิด ก่อนที่คำถามของเธอจะทำให้เขาอดแปลกใจไม่ได้

“พี่คิราภ์ไม่ได้รักเธอแล้วหรือคะ”

“มันหมดไปตามกาลเวลาที่เธอจากไป”

“แล้วถ้าเธอหวนกลับมาตอนนี้ล่ะคะ ถ้ามดต้องการเธอ พี่คิราภ์จะเลือกอะไรคะ”

ความเงียบเกิดขึ้นเมื่อเธอเอ่ยถาม เขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับลิลินอีก แต่ก็รู้ดีว่ามดต้องการแม่ เรียกร้องหามารดาผู้ให้กำเนิดตลอดเวลา แม้ยามนี้มดจะได้เนตรามาเติมเต็มบ้างแล้ว หากทว่าลิลินกลับมาตอนนี้ มดจะเลือกใครล่ะถ้าไม่ใช่ลิลิน อคิราภ์ขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะเอ่ยอย่างใจเย็น

“พี่เชื่อว่ามดจะเลือกเธอ แต่พี่คงจะพยายามให้มดเลือกพี่ พี่ดูแลมดมาด้วยตัวเอง พี่จะต้องทำทุกอย่างไม่ให้นายมดเลือกเธอ น้องเนยคิดว่าพี่ควรจะทำยังไงไม่ให้นายมดเลือกลิลินล่ะ”

“ไม่ทราบสิคะ แต่พี่คิราภ์เป็นพ่อที่ดีนะคะ แสดงความรักอย่างที่ควรเป็น ไม่มากเกินไป แต่ก็ไม่น้อยเกินไป นายมดอาจคิดถึงแม่ แต่ไม่ได้เป็นเด็กขาดความอบอุ่นหรอกนะคะ เพราะทุกคนที่นี่รักแก รักด้วยใจจริง แกถูกหล่อหลอมให้เป็นสุภาพบุรุษ และเนยเชื่อว่าแกมีแบบอย่างสุภาพบุรุษที่ดีอย่างพี่คิราภ์อยู่แล้ว”

“พี่ดีใจที่น้องเนยคิดแบบนั้น”

“เนยพูดตามความจริงค่ะเรื่องนายมด แต่เนยค่อนข้างแปลกใจเรื่องพี่คิราภ์อยู่หน่อย”

“หือ?”

ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวอย่างแปลกใจ มือหนาที่กำลังผูกสายบังเหียนม้ากับต้นไม้ใหญ่หยุดชะงักเล็กน้อย

“คือว่า...ตอนที่เนยได้ยินเรื่องนี้จากนุช เนยคิดว่าพี่คิราภ์อาจจะเก็บตัว และไม่ยอมเปิดใจรับใครเข้ามาอีก แต่พอมาฟังจากปากพี่คิราภ์แล้ว มัน...มันไม่ใช่น่ะค่ะ”

เนตราเลือกใช้คำที่คิดว่าเหมาะสมที่สุด ทว่าเสียงหัวเราะน้อยๆ ของอคิราภ์ก็ทำให้เธออดเลิกคิ้วอย่างแปลกใจไม่ได้

“ไม่ใช่ว่าไม่เปิดใจหรอกนะ เพียงแต่พี่ยังไม่พร้อมในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องนายมด มีผู้หญิงมากมายที่เข้ามาหาพี่ แต่เธอไม่ได้รักนายมดจริง ทำเพื่อตบตาพี่ก็เท่านั้น พี่คำนึงเรื่องนายมดเป็นเรื่องสำคัญ ทำให้พี่ไม่มีแม่ใหม่ให้นายมดเสียที น้องเนยคิดว่าพี่ควรจะเปิดใจ หรือลองจีบใครรึเปล่าล่ะ”

มุมปากกระตุกขึ้นยิ้มเก๋ อคิราภ์สบตาหญิงสาวเล็กน้อย ก่อนจะจับมือบอบบางของเธอ เพื่อเดินไปด้วยกันตามธารน้ำตก

กลิ่นหอมกรุ่นจากเส้นผมและเรือนกายของเธอนั้น ทำให้กายชายที่ห่างจากหญิงสาวมาหลายปีตื่นตัว เขาต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะหักห้ามใจของตัวเองเสีย เมื่อรู้ว่ายังไม่ถึงเวลาที่สมควร

“พี่จะขอถามอะไรน้องเนยบ้างได้มั้ย ถ้าไม่ลำบากใจน้องเนยจนเกินไป พี่ก็อยากได้ยินคำตอบ”

“อะไรคะ เนยยินดีจะตอบทุกอย่าง”

“เนยจะกลับไปคบกับเขาอีกรึเปล่า”

คำถามเรียบง่ายของเขา ทว่ากลับทำให้ร่างบอบบางเกร็งแทบจะทันที เธอไม่คิดว่าจะได้ยินคำถามสะกิดแผลใจเช่นนี้ แต่เธอมีคำตอบเรื่องนี้อยู่แล้ว นับตั้งแต่วันที่เห็นภาพที่จุดความสว่างในดวงตา เธอก็ไม่คิดจะหวนกลับไปคืนดีอย่างแน่นอน...แน่นอนงั้นหรือ? หากเขาคุกเข่าขอโทษ แสร้งหลั่งน้ำตาให้เธออภัย เธอจะใจอ่อนรึเปล่าล่ะ?

เนตราหลับตาอย่างครุ่นคิด ท่าทางของเธออยู่ในสายตาของคนถาม เขาไม่แน่ใจนักว่าจะได้รับคำตอบจากหญิงสาว ทว่าเสียงเล็กๆ ที่เอ่ยจากริมฝีปากบางทีเขาได้ยินก็พอจะให้เขาใจชื้นขึ้นมาบ้าง

“ไม่หรอกค่ะ”

เนตราลืมตา เสียงแผ่วเบาที่ผ่านริมฝีปากของเธอนั้นแม้จะไม่มั่นคงหนักแน่น แต่เธอพยายามตอกย้ำให้ตัวเองคิดเช่นนี้ตลอดเวลา

“ความจริงเนยก็ยังไม่รู้หรอกค่ะ ว่าจะใจแข็งได้จริงมั้ย ถ้าเขามาคุกเข่า หรือเสแสร้งทำดีสารพัด เนยเองก็ไม่รู้ว่าจะใจแข็งได้นานเท่าไหร่ จะปฏิเสธหรือเปล่า ถ้าเขามาขอคืนดีให้กลับไปคบกันเหมือนเดิม เนยก็เลยพยายามเลี่ยงคุยโทรศัพท์กับเขาเท่าที่จะทำได้ และถ้าเนยรู้ว่าคนที่โทร. มาในคืนนั้นเป็นคนของเขา เนยจะไม่มีวันรับโทรศัพท์เป็นอันขาด”

“แม้จะรู้ว่าเขามีครอบครัวแล้ว น้องเนยก็ยังทำใจไม่ได้ใช่มั้ย”

“ค่ะ เนยรู้สึกเสียใจ ผิดหวัง แต่เนยก็ยังรู้สึกมีเยื่อใยกับเขา ทั้งๆ ที่เขาก็ทรยศความรักของเนยแท้ๆ”

“พี่เชื่อว่าอีกหน่อยทุกอย่างจะดีขึ้น”

“ขอบคุณนะคะพี่คิราภ์”

เนตรายิ้มน้อยๆ ในขณะที่อคิราภ์ได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น เขาจะต้องหาทางตัดช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างเนตราและผู้ชายคนนั้น เพื่อไม่ให้เธอย้อนกลับไปหา และไม่ให้ปัทวีได้กลับมาหาเธอเช่นกัน

.

.

.

.

.

.

.

.........

...

.

.

บทที่ 8 มาครบ 100% แล้วจ้าาา

.

พี่คิราภ์คะ นั่นพี่ปลอบหรือเนียนกอดคะ?

แต่ความกรุ้มกริ่มของพี่...มันชวนใจสั้น เอ้ย! ใจสั่นเหลือเกิน

ใจบางไปหมดล้าววว

อ่านแล้วชอบก็อย่าลืมคอมเม้นต์ ให้กำลังใจ และกดติดตามกันน้าาาา

.

ใครที่อยากอ่านอีบุ๊ค หรือกำลังรออีบุ๊คกันอยู่

เรื่องนี้ยังไม่ได้อัปอีบุ๊คนะคะ รอกันอีกหน่อยน้า

กำลังรีไรต์โค้งสุดท้าย และกำลังร่างตอนพิเศษสุดพิเศษ 2 ตอน

จากนั้นจะเอาไปจัดหน้า ซึ่งไรท์ทำเองทุกขั้นตอน (ยกเว้นปก 555+)

เพราะงั้นรอกันอีกนิด ไม่นานเกินรอจ้า

**ตอนแรกไรท์บอกไว้ว่าจะลง 30 ตอน อาจจะยืดเป็น 31 หรือ 32 นะคะ

แต่ลงให้จนจบ(เว้นตอนพิเศษ) แน่นอนค่ะ

เพราะอาจมีฉากที่เพิ่มจากต้นฉบับ ทำให้ตอนเพิ่มไปด้วย

เอาเป็นว่าจะรีบเร่งมือนะคะ

.

.

ฝากไปกดติดตามเรื่องอื่นด้วยนะคะ

ยุทธการทลายคาน (พี่หมี+หนูแพร) >>> http://bit.ly/hongBEAR

อุ้งมือมาเฟีย (พี่หลง + เจินเจิน) >>> http://bit.ly/hongMAFIA

ร้อยเล่ห์บำเรอรัก (กวินท์ + แอลลี่) >>> http://bit.ly/hongVEG

.

ช่วยอุดหนุนอีบุ๊คกันด้วยน้า....

เสิร์หาจากชื่อนามปากกา "วลัชสิตา" ได้เลยนะคะที่เว็บไซต์ www.mebmarket.com หรือ www.fictionlog.com

.

.

ห้ามลืม!!

ไปกดไลก์เพจ เพื่อติดตามข่าวสาร และพูดคุยกันได้เลยยยย

ที่เพจ "วลัชสิตา ระย้าแก้ว วิลาสินี สร้อยแสงดาว" หรือ...
>> http://www.facebook.com/waluchsita <<

.

**ปล. ช่วงนี้กำลังมีเล่นเกมชิงหนังสืออยู่ อย่าลืมไปร่วมสนุกกันน้าาาา

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Nuch1417
ขอบคุณมากกกค่ะ
เมื่อ 3 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว