รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก-บทที่ 14 ไม่หวนคืน - ((100%)) -

โดย  วลัชสิตา / ระย้าแก้ว / วิลาสินี / สร้อยแสงดาว

รักสุดท้าย...ไร่อุ่นรัก

บทที่ 14 ไม่หวนคืน - ((100%)) -


.
.
.
.
.........
...
.
.
.

ปัทวีมองตามแผ่นหลังบอบบางด้วยสายตาผิดหวัง ทว่าเพียงครู่เดียวก็หันกลับมาหาชายหนุ่มอีกคนที่ยืนนิ่งเป็นยักษ์ปักหลั่น ราวกับเตรียมพร้อมที่จะผลักเขาออกจากบ้าน หากเขาย่างเท้าตามเนตราเข้าไป

“ขอบคุณพ่อคิราภ์มากนะที่พาลูกสาวน้ามาส่ง แล้วนี่พรุ่งนี้จะพาลูกชายมาให้น้าเห็นหน้าค่าตาด้วยใช่มั้ย”

“แน่นอนครับ ตอนแรกผมก็ว่าจะพามาด้วย แต่เห็นบ่นหิวแล้ว เลยส่งแกไว้กับน้านิดน่ะครับ เดินทางมาก็คงเหนื่อยด้วยครับ ไว้พรุ่งนี้ผมจะพามาตั้งแต่เช้า มาฝากท้องมื้อเที่ยงกับคุณน้า แล้วค่อยพาน้องเนยไปแต่งตัวที่บ้านยายนุช เห็นสองสาวเขานัดแนะเรื่องชุดที่จะใส่ไปงานแต่งงานเพื่อนไว้แล้ว”

“เนยตั้งใจมางานแต่งงานของขนมปังจริงๆ เหรอพ่อคิราภ์”

“จริงๆ แล้วน้องเนยอยากกลับบ้านน่ะครับ เห็นว่าเป็นห่วงแม่ แล้วก็คิดถึงพ่อ จะปล่อยให้กลับมาคนเดียวผมก็เป็นห่วง แล้วตามดเองก็ติดน้องเนยมาก ผมก็เลยรีบเคลียร์งานแล้วพามาเอง บังเอิญว่ามันตรงกับงานแต่งงานพอดี ผมเลยบอกให้เธอไปอวยพรเพื่อน น้องเนยเองก็เห็นด้วย

“คุณคงเข้าใจผิดแล้วล่ะครับคุณอคิราภ์ ผมไม่ใช่เพื่อนเนย แต่เป็นแฟนครับ”

“แต่คุณกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น คุณคงไม่ใช่แฟนของน้องเนยแน่ครับ ผมมั่นใจ” อคิราภ์ตอบโต้อย่างไม่ไว้หน้า

“ขนมปัง ลุงขอเถอะนะ ให้เรื่องมันจบไปอย่างที่ควรเป็นน่ะดีแล้ว ต่อไปเนยจะได้เจอคนดีๆ ลุงไม่อยากให้เนยได้ชื่อว่าแย่งสามีหรือแย่งพ่อของใคร เนยเองก็ไม่ใช่คนแบบนั้นจึงได้หลีกทางให้ แบบนี้ก็ดีทั้งสองฝ่ายแล้วนี่”

พอพูดจบก็หันหลังให้ปัทวี แล้วเดินเข้าบ้านเพื่อตัดบทสนทนา ทั้งยังเป็นการปฏิเสธความต้องการของชายหนุ่มที่เขาเคยเอ็นดูเสมือนลูก ขณะที่ว่าที่เจ้าบ่าวพยายามรั้งตัวผู้ใหญ่เพื่ออธิบาย

“คุณลุงครับ ผมกับแยม...เราไม่ได้...”

“ผมคิดว่าคุณอย่ายุ่งวุ่นวายกับน้องเนยเลยดีกว่า” อคิราภ์เอ่ยขัดขึ้น

“คุณกลัวว่าเนยจะไม่สนใจคุณหรือไง”

“เปล่าเลย” อคิราภ์ตอบขณะยกมุมปากขึ้นยิ้มหยัน “ผมมั่นใจว่าจะทำให้น้องเนยรักได้ ไม่ว่าสุดท้ายคุณจะหย่ากับภรรยาของคุณหรือไม่ แต่น้องเนยไม่มีวันหวนกลับไปหาคุณ และผมก็ไม่อยากให้ใครมองว่าน้องเนยเป็นคนทำลายครอบครัวคนอื่น โดยเฉพาะเป็นครอบครัวของคุณ...ถ้าคุณรักน้องเนยจริง คุณคิดจะให้น้องเนยถูกคนอื่นครหาจริงๆ หรือครับ”

“ผมรู้ว่าผมควรทำยังไง”

“ควรทำยังไงล่ะคุณปัทวี คอยตามตื๊อ คอยยุ่งวุ่นวายกับน้องเนยเหรอ? ผมไม่คิดว่ามันเหมาะสักนิด คุณกลับไปคิดดีๆ น่าจะดีกว่า ว่าสิ่งที่คุณทำอยู่เป็นเพราะรักน้องเนยจริงๆ หรือแค่อยากเอาชนะ อยากครอบครองโดยไม่นึกถึงความรู้สึกของเธอ” อคิราภ์เอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะเดินเข้าบ้านของหญิงสาว พร้อมกระเป๋าใส่เสื้อผ้าของเธอ

ปัทวีมองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่เดินเข้าไปด้านใน พลางกำมือทั้งสองไว้ข้างลำตัวแน่น เขาอยากจะหาคำพูดเจ็บแสบมาตอกหน้าอคิราภ์นัก ทว่าทำไม่ได้เลย เพราะสำหรับเนตราตอนนี้ เขาเป็นเพียงอดีต ไม่มีสิทธิ์ไปยืนเคียงข้าง ทั้งที่เขาเคยมีสิทธิ์นั้น

ชายหนุ่มได้ยินเสียงพูดคุยก็ยิ่งนึกหงุดหงิด ที่ตรงนั้น...เคยเป็นของเขาไม่ใช่ของอคิราภ์ เขาจะต้องทวงคืนกลับมา ปัทวีมั่นใจว่าเนตรายังมีใจให้เขา ยังไม่หมดรักเขาง่ายๆ เขาจะทำทุกทางเพื่อทวงคืน

ทว่า...เขาคงลืมยักษ์ปักหลั่นที่ชื่ออคิราภ์ไป ว่าคนคนนี้จะไม่ยอมให้เข้าใกล้ว่าที่คนรักของตน เช่นเดียวกับเนตราที่ปฏิญาณกับตัวเองไว้แล้วว่าจะตัดใจจากปัทวี และไม่หวนคืนกลับไปเป็นอันขาด แม้จะต้องเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม

.

........................

.

.

อคิราภ์มองร่างบอบบาง ที่กำลังยิ้มทั้งน้ำตาขณะคุยกับมารดา แม้ว่าจะยังไม่สามารถกลับไปช่วยเหลือตัวเองได้ ทว่าการได้เห็นว่าท่านดีขึ้นจากการกายภาพ ก็ทำให้หญิงสาวเป็นสุขนัก

“แม่ขา...เนยพาพี่คิราภ์มาให้คุณแม่รู้จักค่ะ เขาเป็นพี่ยายนุช แล้วก็เป็นเจ้านายของเนยด้วยค่ะ”

อคิราภ์ประนมมือไหว้ร่างที่นั่งนิ่งบนโซฟา ขณะที่หญิงมากวัยยิ้มน้อยๆ นัยน์ตาสีรัตติกาลที่สบกับชายหนุ่มนั้น บ่งบอกความเอ็นดูเป็นอย่างมาก

“น้าขอบคุณพ่อคิราภ์มากนะ ที่ช่วยดูแลยายเนยเป็นอย่างดี ลูกสาวของน้าดูสดใสขึ้นกว่าเดิมเสียอีก”

“น้องเนยเป็นคนร่าเริงอยู่แล้วครับ และคนที่ทำให้น้องเนยสดใสคงจะเป็นตามดน่ะครับ ผมก็แค่ช่วยสนับสนุนเท่านั้น”

“แค่นั้นก็ดีมากแล้ว ไว้พรุ่งนี้พาตามดมาหาน้าหน่อยนะพ่อคุณ ได้ยินยายเนยพูดถึงบ่อยๆ ก็ชักอยากเห็นตัวจริงแล้วว่าเหมือนในรูปมั้ย”

“ได้ครับคุณน้า”

“พ่อก็เพิ่งบอกพ่อคิราภ์เหมือนกัน นี่ก็จวนจะค่ำแล้ว พ่อคิราภ์ทานข้าวเย็นด้วยกันเลยสิ จะได้ไม่ต้องหิ้วท้องกลับไปทานที่บ้านยายนุชเขา”

“อยู่ทานด้วยกันนะคะพี่คิราภ์ อาหารฝีมือพ่อเนยน่ะที่หนึ่งเลยนะ” เนตราเชิญชวนพลางอวดสรรพคุณ

อคิราภ์ไม่เสียเวลาคิด ด้วยเห็นว่าเป็นโอกาสที่ตนจะได้รู้จักและใกล้ชิดครอบครัวของเนตรา และตัวของเธอมากยิ่งขึ้น จึงตอบตกลงทันที

“ตกลงครับ”

“งั้นเนยโทร. ไปบอกนุชให้นะคะพี่คิราภ์”

“ครับ น้องเนยไปอาบน้ำก่อนก็ได้นะครับ ไม่ต้องรีบ”

“ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวเจอกันที่ห้องครัวนะคะพ่อ”

“ไปเถอะลูก เดี๋ยวพ่อป้อนข้าวแม่เราระหว่างคุยกับเจ้านายเรา”

“ค่ะพ่อ เดี๋ยวหนูมานะคะแม่”

เนตราหอมแก้มมารดา ก่อนจะเดินไปยังห้องนอนของตัวเอง

อคิราภ์มองตามแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาว ก่อนจะนั่งมองภาพสามีที่คอยดูแลภรรยาด้วยความรักใคร่ จากนั้นจึงหันมองรอบกาย

สภาพบ้านของเธอนั้นเต็มไปด้วยกล่องลังจำนวนมาก บ่งบอกว่าบ้านหลังนี้เป็นทั้งที่พักอาศัย ร้านค้า และโกดังเก็บของ เขาอยากรู้นักว่าเธอใช้ชีวิตตอนเด็กๆ มายังไง จะเป็นพนักงานแคชเชียร์หลังโต๊ะเก็บเงินหรือเปล่า

รอยยิ้มน้อยๆ ปรากฏบนมุมปากของชายหนุ่มอย่างสดใส ก่อนที่เสียงของผู้สูงวัยจะเรียกให้ใบหน้าคมหันกลับมา

“น้าถามจริงๆ เถอะ คุณรักยายเนยของเราหรือ”

“ครับคุณน้า ผมไม่รู้ว่าเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ผมรักเธออย่างแน่นอนครับ”

“แล้วคุณกับภรรยาเก่าล่ะ”

“ผมกับเธอหย่ากันมาปีกว่าแล้วครับ ถึงจะมีลูกด้วยกัน แต่ไม่ได้มีความผูกพันอะไร ตอนนี้ผมก็รู้สึกกับเธอแค่คนรู้จักเท่านั้น”

“ได้ยินแบบนี้น้าก็สบายใจ น้าอยากให้เนยมีชีวิตครอบครัวที่ดี มีความสุข น้าเป็นพ่อก็ไม่อยากเห็นลูกสาวลำบาก น้าไม่ได้รังเกียจที่คุณเป็นพ่อหม้าย แต่ไม่อยากให้เนยต้องรบราอะไรกับใคร โดยเฉพาะคนที่เคยได้ชื่อว่าเป็นเมียของคุณ”

“ผมเข้าใจดีครับ และผมก็ไม่คิดจะให้น้องเนยต้องเจออะไรแบบนั้น ผมรู้เรื่องที่น้องเนยเคยเจอมาหลังจากเลิกรากับคนรักของเธอ”

“ตอนนั้นเนยแย่มากจริงๆ ผู้หญิงของเขามาหาเนยถึงบ้าน ถึงน้าจะไม่รู้ว่าพูดอะไรกัน แต่ก็เป็นเหตุให้เนยตัดสินใจลาออกจากที่ทำงาน”

“ผมจะไม่ทำให้น้องเนยต้องเจ็บปวดแบบนั้นอีกแน่นอนครับ”

“ถ้าเนยจะคบหากับใคร น้าก็ต้องการแค่นี้แหละ คนเป็นพ่อที่มีลูกสาว ย่อมห่วงลูกสาวเป็นธรรมดา แล้วน้าก็มีลูกสาวแค่คนเดียว ทั้งรักทั้งห่วงแกมากเชียว แต่ถ้าคุณรับปากเป็นมั่นเหมาะ ว่าจะดูแลยายเนย และยืนยันว่าผู้หญิงคนนั้นจะไม่เข้ามาสร้างปัญหาแล้วล่ะก็...น้าก็วางใจ”

“คุณน้าวางใจเถอะครับ ผมจะทำให้น้องเนยมีความสุขที่สุด ถ้าคุณน้าตกลงไว้ใจผม ผมจะให้คุณแม่และคุณพ่อมาพูดจาสู่ขอทันที”

“น้าขอคุยกับลูกสาวก่อนนะพ่อคิราภ์”

“ครับ”

“เนยอาจยังไม่แน่ใจในตัวเองนัก แต่น้าเชื่อว่าถ้าเกิดมาคู่กันแล้วก็คงไม่แคล้วกัน จริงมั้ยจ๊ะแม่”

“จ้ะ” วิภารับคำด้วยรอยยิ้ม

อคิราภ์ยิ้มกว้างอย่างนึกดีใจ ขณะเดียวกันกับที่เนตราโผล่หน้าเข้ามา เธอชักชวนชายหนุ่มให้ช่วยจัดโต๊ะอาหาร ทิ้งให้สองสามีภรรยาดูแลกันเพียงครู่ ก่อนที่พิษณุจะเดินตามบุตรสาวออกมาร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน
.
.
.
.
- - - - - - - - อัปอีก 50% นะคะ - - - - - - - -

.

.

....................

.

.

“น้องเนยครับ”

“คะ?” หญิงสาวขานรับเมื่อออกมาส่งเขาหน้าบ้าน

“พี่คุยเรื่องของเรากับคุณน้าทั้งสองแล้ว”

“แล้วคุณพ่อคุณแม่ว่ายังไงคะ”

“ท่านบอกว่าต้องถามความสมัครใจของน้องเนยครับ พี่ขอถามใจน้องเนยตอนนี้ครับ ว่าเป็นยังไง”

“อยากให้เนยตอบว่าโอเคค่ะ ตกลงรับคำหรือคะ”

“โธ่! น้องเนย พี่อยากจะแต่งงานกับน้องเนย พี่ก็ต้องถามน้องเนยสิครับ”

“เนยแล้วแต่พี่คิราภ์” หญิงสาวตอบอ้อมแอ้ม พลางก้มหน้าลงมองเพียงกระดุมเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่ม

อคิราภ์ยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเชยคางเธอขึ้นสบตา ดวงหน้าคมก้มลงแนบจมูกกับหน้าผากหอมกรุ่นเพียงครู่ ขณะดวงตาคู่สวยหลับพริ้ม แล้วเปิดขึ้นเมื่อเขาผละห่าง

“พี่จะถือว่าน้องเนยตกลงแล้วนะครับ เพราะงั้นเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวให้พี่นะครับ”

“เดี๋ยวค่ะ! เจ้าสาวอะไรคะ ไม่เร็วไปหน่อยหรือคะ เรายังไม่รู้จักกันดีเลย”

“พี่ว่าช้าไปครับ พี่จะคลั่งแล้วนะ”

อคิราภ์มองแก้มใสแดงปลั่งที่เขานึกอยากหอมสักฟอด และเขาไม่รอช้า ทำตามความต้องการทันทีโดยไม่ให้เนตราได้รู้ตัว เรียกเสียงอุทานอย่างตื่นตระหนกได้ทันที

“พี่คิราภ์!”

ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นยิ้ม ก่อนจะหมุนกายเดินกลับไปที่รถ แล้วแล่นออกไปอย่างช้าๆ ทิ้งเนตราให้ยืนหน้าแดงตัวแดงจนได้แต่นึกตำหนิเขาในใจที่แอบขโมยหอมแก้มเธอไปฟอดใหญ่

.

.......................

.

.

ชุดเดรสสีขาวที่นุชจรีเลือกให้เนตรานั้นเรียบง่าย ทว่าช่วยให้รูปร่างบอบบางของเธอนั้นยิ่งน่าทะนุถนอมยิ่งขึ้น อคิราภ์และธนดลที่เพียรสองสาว ได้แต่จับจ้องร่างแน่งน้อย ที่ยืนรอพร้อมออกเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงงานแต่งงานของปัทวีและยุวมาศ

“รอนานมั้ยคะพี่คิราภ์ พี่ดล”

อคิราภ์ไม่ตอบคำถาม ทว่าเหลือบมองน้องสาวเพียงเล็กน้อย ก่อนจะจับมือของเนตรา เพื่อสวมสร้อยข้อมือประดับเพชรขนาดกะทัดรัดเหมาะกับข้อมือบางของหญิงสาว

“ของหมั้นนะครับ” เสียงทุ่มนุ่มกระซิบริมหู ราวกับที่นั่นมีเพียงสองคนเท่านั้น

“อะแฮ่ม! เกรงใจกันบ้างสิคะ แหม...ต้องการพยานรักก็ไม่บอกกันบ้างเลย จะได้เตรียมตัวทัน” นุชจรีแซวพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

อคิราภ์เพียงผละออกห่างเล็กน้อย ก่อนจะสบตาธนดลที่กำลังมองมาอย่างล้อเลียนไม่ต่างไปจากทุกครั้ง ที่เขาเผลอหลุดไปจากมาดพ่อเลี้ยงแห่งไร่อุ่นรัก

คิราภ์เอ๋ย...มาดหลุดแบบไม่รู้ตัวอีกแล้ว

ธนดลอยากจะหัวเราะ ทว่าต้องกลั้นไว้จนปวดแก้ม เช่นเดียวกับนุชจรีที่ยังแซวไม่หยุดปาก หญิงสาวเขย่งปลายเท้าหอมแก้มธนดล เรียกดวงตาดุของญาติผู้พี่ที่มองไม่วางตา

“ถ้าอยากสวีตต้องแบบนี้ต่างหากค่ะพี่คิราภ์”

นุชจรีทำซ้ำอีกรอบ และเธอได้อ้อมแขนหนาของธนดลคอยโอบรัดร่างเธอไว้ นั่นทำให้ชายหนุ่มอีกคนกระแอมเพื่อห้ามปราม

“เฮ้อ...พี่ดลคงต้องอดไปอีกนานแสนนาน เพราะคุณพ่อหน้ายักษ์นี่ไงล่ะ พี่คิราภ์ไม่ต้องมาคุมนุชหรอก เก็บไว้คุมยายเนยในงานเถอะ รับรองได้ว่าหนุ่มจีบตรึม อ้อ! ทางที่ดีระวังแฟนเก่าไว้เลย หมอนั่นชอบทำตัวเป็นมดแดงแฝงพวงมะม่วงซะด้วย”

“หยุดพูดบ้าๆ ได้แล้วนุช” เนตราติงเพื่อนรัก ก่อนจะบอกกับคนข้างกาย “ไปกันเถอะค่ะพี่คิราภ์ ฟังยายนี่มากๆ จะบ้าเอาได้นะคะ”

เนตรารีบเดินเลี่ยงแทบจะทันที เธอไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับเพื่อนรักนักแซว

อคิราภ์เดินตามหญิงสาวไปติดๆ ทั้งคู่พากันขึ้นรถ ก่อนจะแล่นออกไป ธนดลและนุชจรีเดินทางตามไปในเวลาไล่เลี่ยกัน

“พี่คิราภ์คะ ตามดไปไหนเหรอคะ เนยยังไม่เห็นเลย”

“อานิดพาไปทานข้าวน่ะ พี่ก็เลยปล่อยๆ แกไป”

“ค่ะ”

ใบหน้าสวยก้มมองโทรศัพท์ที่ส่องแสงในมือ แม้ไม่มีเสียงเรียกเข้า แต่แสงที่กระพริบนั้นก็ทำให้เจ้าของก้มมอง หญิงสาวเม้มปากแน่นพลางพรูลมหายใจออกช้าๆ เมื่อแสงดับไป

“ทำไมน้องเนยไม่เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ล่ะครับ”

“เนยไม่อยากวุ่นวายน่ะค่ะ แค่คนคนเดียวไม่ได้มีอิทธิพลมากขนาดนั้นนี่คะ”

“ถ้าน้องเนยไม่เป็นอะไร พี่ก็ตามใจครับ”

“ตามใจไม่จริงล่ะสิคะ พี่คิราภ์ชอบเอาแต่ใจตัวอยู่เรื่อยเลย ชอบออกคำสั่งด้วย”

“โธ่...ก็พี่ใจร้อนนี่”

“ไม่ใช่วัยรุ่นแล้วนะคะ มาทำตัวใจร้อนได้ไง”

“ก็เผอิญจะมีเมียเด็กกว่าเป็นรอบ ต้องทำตัวให้เข้ากับวัยของน้องเนยไงครับ”

หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้ากับข้ออ้างข้างๆ คูๆ ของเขา ก่อนจะสบตาเขาเพียงเล็กน้อย รับรู้ได้ถึงความรู้สึกท่วมท้นที่เขาส่งมาให้ ไม่ว่าจะสายตาคมเข้มที่จับจ้องมาให้รู้สึกละลายราวกับเทียนถูกไฟลน หรือเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยคำหวานให้รู้สึกหวั่นไหว ปั่นป่วนหัวใจของเธอ

แม้อุณหภูมิภายในรถจะหนาวเหน็บ ทว่าเพราะความขัดเขิน ทำให้แก้มเนียนแดงก่ำ ใบหน้าร้อนวูบวาบจนทำตัวไม่ถูก จึงประสานมือไว้แน่นด้วยรู้สึกมือไม้เกะกะไปเสียหมด ซึ่งคนที่เหลือบมามองก็นึกห่วง ก่อนจะหรี่เครื่องปรับอากาศลงเล็กน้อย แล้วเอื้อมมือหยิบเสื้อสูทที่เขาโยนไว้เบาะหลังระหว่างจอดรอสัญญาณไฟ

“หนาวหรือครับ น้องเนยใส่สูทพี่ก่อนนะ”

“ขอบคุณค่ะ”

หญิงสาวยิ้มรับ ดวงตากลมโตมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มเพียงครู่ ก่อนจะก้มหน้าอย่างครุ่นคิด นี่ใช่ความรู้สึกรักรึเปล่าหนอ...หรือเป็นเพียงความชื่นชมกันหนอ...

เธอไม่รู้จริงๆ ว่าความรู้สึกรักเป็นอย่างนี้ไหม แม้จะเคยมีรักมาครั้งหนึ่ง ทว่ามันแตกต่างจากครั้งนี้ ความรู้สึกมันรวดเร็วจนเธอคิดว่ามันเร็วเกินไป และไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่บาดแผลช้ำรักในครั้งก่อนเพิ่งดีขึ้นเช่นนี้ หรือว่ามันจะเป็นเพียงความอ่อนแอ และต้องการใครสักคน...คนที่สามารถพึ่งพิงได้

แล้วทำไมต้องใจเต้นทุกครั้งที่เขาแสดงออกว่ารักล่ะ

เสียงหนึ่งเอ่ยถามค้านความคิดของเธอ

“วุ่นวายจัง” หญิงสาวงึมงำ

“น้องเนยมีอะไรกังวลใจรึเปล่า” คนข้างกายที่หูดีเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงทันที

“นิดหน่อยค่ะ” หญิงสาวเอ่ยพลางยิ้มแหย ก่อนจะลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน

“กำลังกังวลเรื่องพี่รึเปล่า”

“ไม่เชิงค่ะ”

“แล้วอะไรล่ะที่น้องเนยกำลังกังวล” ชายหนุ่มเอ่ยถาม พลางสบตาเธออย่างดุๆ

เนตราได้แต่ก้มหน้านิ่งเงียบ เพียงครู่เดียวชายหนุ่มก็คาดคั้นขึ้นมาอีกรอบ ให้หญิงสาวต้องอธิบายความรู้สึกของตน

“เนยกำลังคิดว่า ทำไมเนยถึงรู้สึกแปลกๆ ไม่เป็นตัวของตัวเอง รู้สึกเหมือนถูกบงการ”

ชายหนุ่มตวัดตามองคนพูด ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างพอใจ

“เพิ่งรู้ตัวหรือครับ”

“นี่พี่คิราภ์วางแผนไว้หรือคะ”

ชายหนุ่มส่ายหน้า รอยยิ้มพราวเป็นประกาย ยิ่งทำให้หญิงสาวหน้ามุ่ยอย่างขุ่นเคืองใจ ทว่าความรู้สึกที่มาพร้อมกับความขุ่นเคืองใจก็คือใจที่เต้นโครมคราม ความรู้สึกตื่นเต้นเช่นนี้เธอไม่เคยมีต่อปัทวีแม้แต่น้อย เธอมีความสุข แต่ไม่เคยตื่นเต้นอย่างนี้ หรือว่า...นี่คือความรักจริงๆ

รถฮัมเมอร์จอดบริเวณลานจอดของโรงแรมหรูประจำจังหวัด ร่างสูงลงจากรถพร้อมกับหญิงสาว ก่อนจะยื่นท่อนแขนให้เธอควง เนตรายิ้มรับแม้เมื่อครู่จะรู้สึกขุ่นเคืองใจ

“พี่ไม่ได้วางแผนนะครับ ก็แค่มันพาไป”

“ไหลไปเรื่อยเลยนะคะพ่อเลี้ยง” หญิงสาวเอ่ยแซวขณะพากันเดินเข้างาน ซึ่งมีเจ้าบ่าวเจ้าสาวยืนรอรับหน้างาน

อคิราภ์ก้มมองร่างเล็กที่เกร็งขึ้น และชะลอเท้าลง แม้เธอจะพยายามซ่อนสีหน้าเป็นกังวล แต่เขาก็ยังดูออก เขาแตะหลังมือเธอด้วยความเป็นห่วง เนตราจึงหันมายิ้มหวานให้ พลางกระชับกอดแขนกำยำแน่นขึ้นขณะยับเท้าไปหาบ่าวสาว ซึ่งเจ้าบ่าวมองเธอเขม็ง ในขณะที่ฝ่ายเจ้าสาวได้แต่มองเธออย่างแปลกใจ ทว่าใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม

“ยินดีด้วยนะแยม ขนมปัง และก็ขอบคุณมากที่ช่วยทำให้ฉันตาสว่างมากขึ้น”

แม้ใบหน้าสวยยังยิ้มหวาน ทว่าอคิราภ์ยังเห็นแววโศกในแววตาคู่นั้น เจ้าบ่าวเจ้าสาวได้แต่ยิ้มรับ ก่อนที่หญิงสาวจะจับจูงชายหนุ่มให้เดินเข้าไปในงาน

พิธีมงคลสมรสสไตล์ค็อกเทลดำเนินไปอย่างช้าๆ เนตรามองความหวานชื่นของทั้งคู่ด้วยสายตาเรียบเฉย เธอพยายามค้นหาความรู้สึกของตัวเอง หากก็พบเพียงความเสียใจ หาได้มีความปวดใจอย่างที่เคยเป็นกังวลในคราแรก

“เนย...แกโอเครึเปล่า” นุชจรีขยับกายกระซิบถามอย่างเป็นห่วง

“ฉันโอเคดี แค่เสียใจนิดหน่อย แต่ไม่ได้รู้สึกปวดใจ”

“งั้นก็หมายความว่าพี่คิราภ์ช่วยให้แกลืมหมอนั่นได้จริงๆ”

“ก็อาจจะเป็นไปได้มั้ง” หญิงสาวเอ่ยพลางซ่อนรอยยิ้มด้วยการก้มหน้าน้อยๆ

“นั่นแน่! ฉันเห็นรอยยิ้มแกนะเนย” นุชจรีก้มหน้าล้อหญิงสาวอย่างอารมณ์ดี

“บ้าสินุช! ฉันขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะ”

หญิงสาววางแก้วค็อกเทลบนถาดที่บริกรคอยบริการ ก่อนจะเดินไปยังห้องน้ำ ขณะเดียวกับที่ปัทวีหันมาเห็นร่างบางเดินออกจากห้อง เลี่ยงไปทางห้องน้ำ เขาจึงก้มกระซิบบอกเจ้าสาว

“ขอเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

“รีบๆ มานะปัง”

“ครับ”

.
.
.
.
.
.
.
.
.........
...
.
.
บทที่ 14 มาครบแล้วค่าาา
.
เอาล่ะสิๆๆๆๆ
ปังเดินตามน้องเนยไปแล้ว
พี่คิราภ์จะไปช่วยมั้ย? จะปกป้องอีกมั้ย?
จะเกิดอะไรขึ้น ติดตามตอนหน้านะจ๊ะ
อ่านแล้วชอบก็อย่าลืมคอมเม้นต์ ให้กำลังใจ และกดติดตามกันน้าาาา
.
ใครที่อยากอ่านอีบุ๊ค หรือกำลังรออีบุ๊คกันอยู่
เรื่องนี้ยังไม่ได้อัปอีบุ๊คนะคะ รอกันอีกหน่อยน้า
กำลังรีไรต์โค้งสุดท้าย และกำลังร่างตอนพิเศษสุดพิเศษ 2 ตอน
จากนั้นจะเอาไปจัดหน้า ซึ่งไรท์ทำเองทุกขั้นตอน (ยกเว้นปก 555+)
เพราะงั้นรอกันอีกนิด ไม่นานเกินรอจ้า
**ตอนแรกไรท์บอกไว้ว่าจะลง 30 ตอน อาจจะยืดเป็น 31 หรือ 32 นะคะ
แต่ลงให้จนจบ(เว้นตอนพิเศษ) แน่นอนค่ะ
เพราะอาจมีฉากที่เพิ่มจากต้นฉบับ ทำให้ตอนเพิ่มไปด้วย
เอาเป็นว่าจะรีบเร่งมือนะคะ
.
.
ฝากไปกดติดตามเรื่องอื่นด้วยนะคะ

ยุทธการทลายคาน (พี่หมี+หนูแพร) >>> http://bit.ly/hongBEAR

อุ้งมือมาเฟีย (พี่หลง + เจินเจิน) >>> http://bit.ly/hongMAFIA

ร้อยเล่ห์บำเรอรัก (กวินท์ + แอลลี่) >>> http://bit.ly/hongVEG
.
ช่วยอุดหนุนอีบุ๊คกันด้วยน้า....
เสิร์หาจากชื่อนามปากกา "วลัชสิตา" ได้เลยนะคะที่เว็บไซต์ www.mebmarket.com หรือ www.fictionlog.com
.
.
ห้ามลืม!!
ไปกดไลก์เพจ เพื่อติดตามข่าวสาร และพูดคุยกันได้เลยยยย
ที่เพจ "วลัชสิตา ระย้าแก้ว วิลาสินี สร้อยแสงดาว" หรือ...
>> http://www.facebook.com/waluchsita <<

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Nuch1417
รักพี่คิราห์ สุดหล่อ
เมื่อ 3 เดือน 4 วันที่แล้ว

รีวิว