~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~-~~ตอนที่ 5 ตัวปลอม ปลอมตัว ~~

โดย  ws-mars

~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~

~~ตอนที่ 5 ตัวปลอม ปลอมตัว ~~

จอภาพขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่ถูกผนึกไว้ด้านข้างตึกสูงลัดฟ้ากำลังประมวลภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในรอบปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ผู้ก่อการร้ายใช้ ปืนขนาดบรรจุกระสุนเอ็มเจ็ดสิบเก้าถล่มสถานทูตต่างประเทศจนสังคมต่างพากันประนามการรักษาความปลอดภัยของคนมีสีว่าห่วยแตก หรือจะเป็นคดีฆาตกรรมท่านทูตที่พึ่งหาศพเจอเมื่อไม่นานจนทำให้นักสืบวัยกลางคนดังมาแล้วเพียงชั่วข้ามคืนซึ่งแต่ละคดีล้วนมีคนขององค์กรเคเอสวันเข้ามาเกี่ยวพันด้วยเกือบทุกครั้ง จากการสเก็ตภาพหน้าคนร้ายที่มีรอยแผลเป็นที่หน้าผาก แต่ด้วยการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าในสลัมขององค์กรนี้ทำให้สังคมถูกปิดหูปิดตาจนกลายเป็นเกราะป้องกันภัยอย่างดีที่ทำให้องค์กรนี้ขยายอิทธิพลฝังรากลึกจนไม่เกรงกลัวต่ออำนาจกฎหมายบ้านเมืองจวบจนทุกวันนี้

หนังสือพิมพ์ยังคงประโคมข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองที่มีเหตุวินาศกรรมเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน บ้างถูกวิสามัญทำให้นักข่าวมีประเด็นขุดคุ้ยเขียนข่าวจนทำให้เรื่องของดนัยเริ่มเงียบลงนานกว่าหนึ่งเดือน แม้สื่อต่าง ๆ จะทำทีเป็นไม่สนใจแต่ก็ยังมีสกุ๊ปช่องเล็ก ๆ ตามหน้านิตยสารที่พูดถึงวีรกรรมที่นักสืบวัยกลางคนสร้างไว้ในปีที่ผ่านมา

การเฉลิมฉลองปีศักราชใหม่เป็นที่ตื่นตระหนกของผู้คนในเมืองหลวง เสียงพลุ ดอกไม้ไฟพวยพุ่งบนท้องฟ้าไม่ต่างจากดอกเห็ด แต่คงไม่เทียบเท่าข่าวอาชญากรรมที่ยังเป็นกระแสที่คนเมืองต่างให้ความสนใจ และเกิดขึ้นจนใครหลาย ๆ คน เริ่มวิตกว่าเมืองหลวงที่เคยสงบเมื่อหลายสิบปีก่อน จะกลายเป็นเหยื่อของสังคมชั้นสูงที่คอยจ้องแต่จะเลื่อยขาเก้าอี้กัน ใช้กฎหมู่มาเป็นเครื่องต่อรองกับอำนาจของรัฐอยู่เหนือกฎหมายและไม่นานคงกลายเป็นสังคมเผด็จการเป็นแน่ แม้เทคโนโลยีจะก้าวล้ำไปมากแค่ไหนแต่จิตใจมนุษย์ยังถอยหลังเสื่อมโทรมอยู่แบบนี้รับรองได้ว่ายุคเข็ญต้องจารึกไว้หน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเราอย่างแน่นอน สัญญาณถูกรบกวนจนจ่อพลาสม่าขนาดใหญ่ดับลง ข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งสัญญาณมาเพื่อเตือนสติประชาชนในเมืองหลวง และจะถูกตัดสัญญาณแบบนี้ทุกครั้งโดยองค์กรที่หวังผลประโยชน์จากการเมือง

หนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับตีแผ่เรื่องราวไปต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น “นักสืบบ้าท้านรก” “นักสืบเทวดาเก้าชีวิต” การรอดชีวิตของเขาทำให้สื่อยิ่งประโคมข่าวจนกระเช้าดอกไม้แทบล้นออกจากห้อง

“พวกแกทุกคนเฝ้าไว้ให้ดี กระเช้าดอกไม้ต้องสแกนให้ดีก่อนส่งเข้าไปในห้อง หมอหรือพยาบาลจะมีแค่สองคนเท่านั้นที่ฉันอนุญาตให้ผ่านเข้าไปในห้องได้” นายตำรวจใหญ่มาสั่งการด้วยตนเอง

“ครับนาย” เสียงกระแทกเท้ารับคำ

ดนัยนอนไม่ได้สติมากว่าหนึ่งเดือน เครื่องช่วยหายใจยังคงประกบปากและจมูกอยู่ตลอดเวลา แผลจากกระสุนที่ชายโครงมีอาการทุเลาลงแต่ด้วยอายุที่ปาเข้าไปเลขสี่ทำให้นักสืบวัยกลางคนกลายเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ในขณะนี้ และหมอใหญ่ต่างลงความเห็นว่า ดนัยอาจต้องนอนไม่ได้สติไปตลอดชีวิต

“อะไรนะหมอ เจ้าชายนิทรา เป็นไปไม่ได้ มันแค่ถูกกระสุนปืนแค่นัดเดียว ยังไงก็เป็นไปไม่ได้” นายตำรวจใหญ่กระแทกเสียงขึงขังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อจับไหล่หมอเขย่าอย่างไร้มารยาท

“กระสุนปืนมีสารบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการข้างเคียง”

“ก็รีบว่า ๆ มาจะหยุดพูดทำไม”

“สารที่ว่าจะแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดทำให้อวัยวะภายในทำงานผิดปกติและส่งผลให้อวัยวะภายนอกค่อย ๆ เสื่อมสลายกลายเป็นอัมพาตในที่สุด”

“หมอพูดอะไร อัมพงอัมพาต ไอ้ดนัยเพื่อนผมนะหมอมันจะเป็นอัมพาตไม่มีทาง”

“สารที่ว่าเป็นสารเคมีตัวเดียวกันกับครั้งที่เราตรวจพบในผู้ป่วยเมื่อหลายสิบปีก่อนหวังว่าคุณตำรวจคงจำได้” สุชาติค่อย ๆ ขมวดคิ้วหวนคิดถึงความหลังครั้งที่สายลับของทางการต้องจบชีวิตลง

“เพื่อนผมมันจะซวยขนาดนั้นเลยหรือหมอ” นายตำรวจใหญ่หางคิ้วชนกัน

“ทุกอย่างเป็นไปได้ครับ” หมอใหญ่ขยับแว่นก่อนจะก้มหน้ารีบเดินออกจากห้องไป

นายตำรวจใหญ่วางมือลงบนไหล่ของเพื่อนรักหวนคิดถึงความหลังครั้งก่อนที่เคยเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจร่วมสถาบันเดียวกันจีบสาวแข่งกันหรือแม้กระทั้งปีนกำแพงออกไปหลีหญิงยามคำคืนดิ้นกันอย่างสุดฤทธิ์เมากันอย่างสุดเหวี่ยงจนเพื่อน ๆ ตั้งฉายาว่า สุชาติเท้าไฟ ดนัยหลีเจ็บ ถ้าบอกว่าเท้าไฟคงเข้าใจกันดีว่า ดิ้นพล่านยิ่งกว่าไส้เดือนถูกน้ำร้อนลวก หากบอกว่าหลีเจ็บคงฟังดูแปลก ๆ แต่สำหรับเพื่อนร่วมชะตากรรมอย่างสุชาติที่ต้องแบกรับสหบาทา ลูกตะกั่ว อาวุธอีกร้อยแปดพันเก้าที่นักเลงหัวไม้ตามผับตามบ่ามอบให้พวกเขาทั้งต้นทั้งดอกในข้อหาหลีภรรยาชาวบ้านอย่างไม่ลืมหูลืมตาวีรกรรมที่ร่วมสร้างกันมาทำให้นายตำรวจใหญ่อย่างเขาต้องหลั่งน้ำตาอาบแก้ม แม้ว่าจะเคยมีเรื่องที่บาดหมางกันมาเกือบสิบปีจนดนัยต้องหันเหชีวิตของตนเองมาเป็นนักสืบที่ไร้ดาวประดับบนบ่าเหมือนเช่นนายตำรวจใหญ่อย่างเขาก็ตาม

“แกมันบ้า ปัญญาอ่อน อวดเก่ง แถมโง่ยิ่งกว่าควายไถนาแก่ ๆ เสียอีก นึกว่าตัวเองแน่เป็นยอดมนุษย์จุดจบเลยเป็นแบบนี้ แกเคยบอกกับฉันว่า อยากเป็นนักสืบเพราะต้องการแก้แค้นพวกมันแต่แล้วทุกอย่างจบลงแบบนี้จะให้ฉันทำยังไงต่อวะ ไอ้เพื่อนเฮงซวย!!!” นายตำรวจฟุบลงที่ขอบเตียงเหล็กร้องไฟฟูมฟายอย่างไม่อายใคร

ในขณะที่นายตำรวจวัยกลางคนกำลังเศร้าโศกเสียใจอยู่นั้น เตียงเหล็กที่โยงระย้าด้วยสายพลาสติกนับสิบเส้นกับสั่นไหวแรงขึ้นเรื่อย ๆ สุชาติแน่นิ่งประเมินสถานการณ์โดยรอบและค่อย ๆ เลื่อนมือลงที่ซองข้างเอวกระชับอาวุธไว้แน่นแล้วพยายามขยับตัวออกจากเตียงเพื่อให้มองเห็นพื้นด้านล่างมากที่สุด

“ไอ้เพื่อนเวร แกจะแกล้งอะไรฉันอีก ขนาดอ๊อกซิเจนครอบปากอยู่แบบนี้ยังทำซ่า” นายตำรวจพูดเบี่ยงเบนความสนใจ และพร้อมที่จะเหนี่ยวไกลั่นกระสุน

นายตำรวจตัดสินใจกระโจนลงที่พื้นทันทีที่เตียงเหล็กหยุดสั่นไหวไปชั่วขณะแล้วเอี้ยวตัวหันปลายกระบอกปืนสอดส่ายไปรอบ ๆ ใต้เตียงเหล็กทุกอย่างดูว่างเปล่า เขาเป่าปากอย่างโล่งอกแต่เพียงเสี้ยววินาทีสุชาติกลับถูกล๊อกแขนไว้จนแน่นปากถูกประกบด้วยฝ่ามือมีเพียงสายตาที่เหลือกไปมาอย่างทุลักทุเล

“เงียบปากของแกไว้ แล้วฟังให้ชัด ๆ ฉันยังไม่ตายจะร้องไห้ทำไมวะ” เสียงนั้นแนบเบาที่ข้างหูทำให้นายตำรวจได้สติถอนหายใจอย่างโล่งอก

“แกเล่นตลกอะไรวะ แล้วไอ้ที่นอนอยู่บนเตียงนั่นใคร หรือฝาแฝดของแก” เพื่อนรักป้อนคำถาม

“มันเป็นหุ่นที่สั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ” เสียงนั้นกระซิบอย่างแผ่วเบา

“ฉันถามแกจริง ๆ เถอะจะมอบคุยกันแบบนี้อีกนานแค่ไหน รีบเล่า ๆ มาว่าแกคิดจะทำอะไร”

“ตอนแรกฉันคิดว่าคงไม่รอดแต่โชคดีที่ได้เลือดทันเวลานึกแล้วต้องขอบใจเด็กคนนั้นที่ดันมีเลือดกรุ๊ปเดียวกับฉัน”

“ลูกกำมะลอของแกนะหรือ”

“ใช่! ตอนนี้หุ่นที่สั่งทำพิเศษอีกตัวกำลังจะมาจากนั้นฉันจะพาเจ้าเด็กนั่นออกจากโรงพยาบาล เพื่อสืบคดีตามที่รับปากกับแกไว้” ชายวัยกลางคนยื่นคำจนเพื่อนข้าง ๆ ไม่อยากจะเชื่อตบหน้าตัวว่าคงไม่ฝันไป

“แกได้ยินถูกแล้ว ฉันจะสืบคดีนี้เอง”

“ทำไมแกดูจริงจัง ตอนแรกฉันนึกว่าแกจะไม่เอาด้วยแล้วปางตายซะขนาดนั้น” สุชาติท้วงขึ้นจนเพื่อนถอนหายใจ

“ก็เพราะเหตุการณ์วันนั้นทำให้ฉันคิดได้ว่า หากเรายังปล่อยให้พวกมันลอยนวลอยู่แบบนี้ ชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อไปด้วยวัตถุคงพบจุดจบเยี่ยงสุนัขเข้าสักวัน ฉันจะเสียสละชีวิตเพื่อให้ความสุขอย่างพอเพียงกลับมาอีกครั้ง และทุกอย่างต้องเป็นความลับ นักสืบที่ชื่อดนัยต้องเป็นเจ้าชายนิทราอยู่แบบนี้ตลอดไปเพื่อความสะดวกในการทำงานรวมถึงเจ้าเด็กคนนั้นด้วยที่แกต้องรูดซิปปากให้สนิท”

“แก๊ก แก๊ก” เสียงลูกบิด ประตูค่อย ๆ เปิดออก

ดนัยและสุชาติเอี้ยวตัวเข้าไปหลบอยู่ใต้เตียงทำได้แค่เหลียวมองรองเท้าบู๊ตที่แนบแน่นไปด้วยโลหะมันวาวสะท้อนแสงจนทั้งสองต้องหันหน้าหนี ปลอกเข็มฉีดยาตกลงพื้นเป็นสิ่งที่ยืนยันความคิดของนักสืบได้เป็นอย่างดี พวกมันต้องการให้เขากลายเป็นเจ้าชายนิทราแต่แปลกที่ไม่ยักจะฆ่าให้ตายซึ่งเป็นเรื่องที่ดนัยยังสงสัยอยู่ในขณะนี้ น้ำใส ๆ ถูกฉีดเข้าถุงน้ำเกลือทันที ที่ภารกิจเสร็จสิ้นปลายเท้านั้นสับออกไปจากห้องทันทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนี่หรือการรักษาความปลอดภัย ดนัยและสุชาติค่อย ๆ เลือนตัวออกมาจากใต้เตียงพร้อมเป่าปากอย่างโล่งอก

“โชคดีที่มันไม่สงสัยอะไร แกเข้าใจความคิดฉันหรือยังเพื่อน” ดนัยทิ้งประโยคให้เพื่อนได้คิด

“เข้าใจแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน หุ่นของแกมันเหมือนคนขนาดนั้นเลยหรือไง พวกมันถึงไม่สงสัย”

“เหมือนมาก เหมือนจนฉันเองยังไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ใช้เงินไปมากโข หากคิดดูแล้วมันคุ้มเกินคุ้มแลกกับชีวิตฉันและก็ชีวิตคนอีกหลายคนที่ต้องกลายเป็นเหยื่อของพวกมัน” นักสืบพยักหน้า

“แกคิดหรือว่าจะจับตัวบงการมาได้ทั้งหมด”

“ฉันลงทุนขนาดนี้มันต้องได้สิ เจ้าเด็กนั่นจะช่วยฉันอีกแรงในการสืบหาตัวพวกมัน”

“เจ้านั่นมันจะช่วยอะไรแกได้” นายตำรวจถามต่อ

“ได้สิ ได้แน่ แกยังจำคืนนั้นได้มั้ย วันที่เราเจอหลักฐานการตายของท่านทูต”

“จำได้แม่นเลย เจ้าเด็กนั่นเพ้อถึงความตาย และอะไรอีกมากมายจนเราได้พบหลักฐานในสวนมะพร้าวนั่น นึกแล้วยังขนลุกไม่หาย และไม่อยากจะเชื่อจริง ๆ”นายตำรวจย้อนความ

“ฉันเชื่อว่าเจ้าเด็กคนนั้นต้องมีพลังบางอย่างที่ซ่อนอยู่ และมันอาจทำให้เราสาวไปถึงตัวผู้บงการได้”

“แกพูดยังกับเจ้าเด็กนั่นเป็นพวกพ่อมดหมอผี มีวิชาอาคม เป็นจอมเวทการ์ตูนเด็ก ๆ สมัยก่อนไปได้ นี่มันยุคไหนแล้ว” สุชาติยังค้านความ

“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ลองคิดดูหากไม่สำคัญพวกมันจะตามล่าทำไมวะ สู้คิดไปวางระเบิดสนุก ๆ ไม่ดีกว่าหรือวะ แล้วยิ่งมีแผลเป็นเหมือนพวกมันฉันยิ่งเชื่อว่าเด็กคนนี้ต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่แน่ เหตุนี้เลยต้องสั่งทำหุ่นขึ้นมาอีกตัวเพื่อทำให้พวกมันเชื่อจนสนิทใจ”

“แทนที่จะฆ่าให้ตายกลับเลี้ยงไข้อยู่แบบนี้ สงสัยมันคงอยากเก็บแกสองพ่อลูกไว้นาน ๆ เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมที่พวกแกมอบให้กับพวกมันเมื่อครั้งก่อนแต่ข่าวเงียบลงแล้วหลังจากที่สื่อประโคมข่าวว่าแกเป็นเจ้าชายนิทรา ส่วนสำนักงานนักสืบฉันให้ลูกน้องไปเฝ้าสังเกตอยู่ห่าง ๆ และมอบหมายงานต่าง ๆ ให้เลขาของแกทำงานแทนไปก่อนหวังว่าคงจะไม่เจ๊งเสียก่อน”

“ขอบใจแกมากนะเพื่อน” ดนัยตบลงที่บ่าเพื่อนเบาๆ

“ฉันว่าเราควรออกไปจากที่นี่ได้แล้วก่อนที่ไข้โป้งจะถามหา ขี้เกียจวิสามัญวะเดี๋ยวพวกนักข่าวก็แห่มาอีก ตอนนี้ไม่อยากดังแล้ววะ”

“มีอีกเรื่องที่ฉันอยากให้แกช่วย”

“ว่ามา” นายตำรวจถาม

“หาบ้านพักที่ไกลผู้คนและใช้เป็นสำนักงานในการสืบคดีครั้งนี้ ต้องปลอดภัยที่สุดเท่านั้น” ดนัยย้ำเสียง

“เรื่องนั้นไม่ยากเดี๋ยวฉันจัดให้แกเอง ขอให้ปิดคดีนี้ได้ก็แล้วกัน”

“แกเชื่อมือฉันเถอะ นักสืบดนัยไม่ทำให้ใครผิดหวังอยู่แล้ว ไปกันได้แล้ว”

“นั่นแกจะทำอะไร”

ดนัยหยิบหน้ากากที่สั่งทำพิเศษขึ้นมาสวมใส่จนแนบติดเข้าไปกับเนื้อเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย การปลอมตัวเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเขาแล้วในตอนนี้ ใบหน้าหญิงสาวที่สวยจนสุชาติไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเดินเกาะแนบแขนไปตามทางเดินเพื่อไปยังห้องของผู้ร่วมชะตากรรมอีกคน

ณ. ห้องปฏิบัติการลับ...

ห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ถูกดัดแปลงจนไม่อยากจะเชื่อมามีอยู่จริงบนโลกใบนี้ ห้องประชุมที่ถูกปูด้วยก้อนอิฐสีเทาจนดูมืดครึ้ม มีเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ที่นั่งรูปตัวยูพร้อมด้วยจอพลาสม่าขนาดเท่ากำแพงจนเห็นแผนที่ประเทศทุกซอกทุกมุม และเห็นผู้คนเดินกันอย่างขวักไขว่จนเห็นเป็นไอความร้อนไปทั่วทุกพื้นที่เป็นผลพลอยได้จากเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิที่ทันสมัย แต่ที่ว่าแปลกเห็นจะเป็นว่า ห้องนี้อยู่ด้านหลังกำแพงสถานที่กักกันหรือเรียกง่ายว่า คุก จะมีพวกอาชญากรที่ไหนชอบมาเดินเล่นอยู่แถวนี้ รับรองความปลอดภัยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และใครจะไปนึกว่ามีห้องลับซ่อนอยู่หลังคุกแบบนี้

“สุดยอดไปเลย แต่เดี๋ยวก่อนใครเป็นคนคิดให้สร้างห้องนี้ขึ้นมา”

“ฉันเองที่คิด เราใช้งบประมาณมากพอสมควรแต่มันก็เป็นเงินที่หลายองค์กรมอบให้กับกรมตำรวจและเป็นเงินที่แกคิดว่ามันสกปรกจนสาปแช่งฉันทุกครั้งซึ่งมันก็ทำให้คิดได้ว่า เงินสกปรกก็ทำให้สะอาดได้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม”

“มีหลักการดีแต่ขอให้ปฏิบัติให้ได้ก็แล้วกันนะเพื่อน ว่าแต่ว่าที่พักล่ะอยู่ไหน”

“แกพาลูกชายไปพักที่ห้องตามเลขกุญแกนี้” สุชาติโยนกุญแจให้เพื่อนทันที

“ขอบใจ เราจะเริ่มงานกันวันพรุ่งนี้เลยหวังว่าแกคงพร้อม” ดนัยค่อยพยุงร่างเด็กหนุ่มไปอย่างช้า ๆ

“ได้ ฉันจะหาลูกน้องฝีมือดี ๆ คอยช่วยเหลือแกอีกแรง”

“อย่าดีกว่า ฉันอยากทำงานนี้แบบเงียบ ๆ เดี๋ยวไก่จะตื่นกันพอดี ขอแค่แกคอยช่วยอยู่ห่าง ๆ ก็คงพอ ยังมีอีกเรื่อง ช่วยหาโรงเรียนดี ๆ ให้เจ้าหมอนี่หน่อย หวังว่าจะช่วยดัดสันดานให้มันเป็นคนดีอย่าเป็นเหมือนไอ้พวกฆาตกรโรคจิตนั่นคงจะไม่เหนือบ่ากว่าแรงของแกหรอกนะ สุชาติเพื่อนรัก” ดนัยได้แต่เดินหัวเราะในลำคอปล่อยให้นายตำรวจใหญ่ถอนหายใจส่ายหน้าแต่เพียงลำพัง

ณ. ห้องประชุมองค์กรเคเอสวัน...

ภายในห้องปฏิบัติการ การประชุมเป็นไปอย่างตึงเครียด ผู้เป็นนายกวาดสายตามองหน้าผู้ร่วมประชุมในเสื้อกราวสีขาวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ด้วยทุกคนต่างยกมือลงความเห็นว่าการผลิตยาเคเอสวันจะล่าช้าลงกว่าสองปีด้วยเหตุผลที่ว่าวัตถุดิบบางชนิดถูกทางการเพ่งเล็งจนไม่สามารถนำเข้ามาได้อย่างสะดวกและอาจส่งผลต่อการดำรงอยู่ขององค์กรจนถึงขั้นล้มเลิกการผลิต

“จะช้าไปอีกสิบปีก็ต้องทำให้สำเร็จจะไม่มีคำว่า ล้มเลิกเด็ดขาด หากใครยังใจเสาะอีกจะถูกเป่าสมองด้วยไอ้นี่” ปืนพกด้ามสั้นถูกกระแทกลงกลางที่ประชุมจนทุกฝ่ายผวาไปตาม ๆ กัน

“ใจเย็น ๆ ก่อนครับนาย ถึงเราจะผลิตยาได้ไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้แต่อย่างน้อยก็ยังเพียงพอต่อการทดลองและอย่าลืมว่ายาตัวเก่าก็ยังมียอดขายที่สูงพอตัว” สมาชิกทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย

“เงินเป็นผลพลอยได้แต่อำนาจและความยิ่งใหญ่เหนือทุกคนบนโลกนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนในองค์กรฝันหา ยาเคเอสวันจะช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น” ผู้เป็นนายในชุดคลุมสีดำผายมือยกขึ้นในระดับอกเหมือนโอบอุ้มโลกใบนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว

“เราจะต้องใช้ตัวยาอีกมากมายเลยทีเดียวที่จะทำให้แผนการนี้สำเร็จแต่นายอย่าลืมว่ายังมีกลุ่มคนอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับองค์กรของเรา ขนาดเสนอให้เงินบริจาค พวกมันยังทำทีท่าเหมือนจะต่อต้านไปซะทุกเรื่อง” นักวิทยาศาสตร์อาวุโสพยายามชี้เหตุผล

“ยาเคเอสวันจะทำให้พวกมันก้มหัวให้เราอย่างไม่มีข้อแม้ใด ๆ เพียงแค่ปลายเข็มฉีดยาเท่านั้น”

“แล้วพวกองค์กรนักสืบเยาวชนเหล่านั้นล่ะนายจะทำยังไงกับพวกมันดี”

“หากยังจ้องเล่นงานไม่เลิก เกมออนไลน์จะหยุดพวกมันเอง” ผู้ชำนาญการด้านกราฟิกขององค์กรเอ่ยขึ้น

“มีอะไรดี ๆ ก็พูดออกมาให้หมด พวกเรากำลังฟังอยู่” ผู้นำองค์กรกล่าวเชื้อเชิญ

“เกมเป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ชื่นชอบโดยเฉพาะเกมออนไลน์ด้วยแล้วนิยมกันทุกยุคทุกสมัย ขนาดผู้ใหญ่บางคนถึงกับเป็นหนี้เป็นสินเพื่อหาเงินมาเติมชั่วโมงเลยทีเดียว พวกท่านลองคิดดูถ้าเราสร้างอาณาจักรเกมออนไลน์ที่เสมือนจริงขึ้นมาซึ่งนายจะเป็นผู้ครอบครองเมืองนั้นและพวกเราก็จะทำให้ไอ้พวกบ้าเกมเหล่านั้นสยบลงที่แทบเท้าอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น”

“ถ้าทำอย่างที่ปากพูดได้ก็ถือว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลย ทุกคนว่ายังไง” ผู้เป็นนายถามขึ้น

นักวิทยาศาสตร์หลายคนต่างยกมือเห็นด้วย ถึงแม้จะมีส่วนน้อยที่ไม่เห็นด้วยอาจเป็นเพราะยังไม่มั่นใจว่าเกมออนไลน์ที่สร้างขึ้นมาจะสู้เกมที่มีอยู่มากมายในท้องตลาดได้ซึ่งแต่ละเกมก็มีดีกรีที่ร้อนแรงถึงขั้นได้รับรางวัลระดับประเทศไม่ว่าจะเป็นเกมแนวสงครามของค่ายเจอาคอม เกมแนววาบหวิวของค่ายซุมิคอมซึ่งแต่ละเกมการันตีได้จากยอดผู้เล่นสูงสุดในแต่ละปี เกมใหม่ ๆ ในท้องตลาดหากไม่อยู่ใต้ดินจริง ๆ หรือลดแลกแจกแถมอย่าหวังจะอยู่รอดได้

“ใบหน้าของทุกท่านที่ไม่เห็นด้วย ถ้าให้เดาคงจะยังไม่เชื่อมั่นว่าเกมที่ผลิตออกมาจะสู้กับค่ายเกมดัง ๆ ได้อย่างไร ข้อนี้หมดห่วงไปได้เลย เราจะสร้างเกมนี้โดยไม่หวังผลกำไร แต่หวังให้เด็ก ๆ เข้ามาเล่นเกมนี้ให้มากที่สุดจนกลายเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรจนโงหัวไม่ขึ้น”

“จะให้เล่นฟรี ๆ หรือไง อย่าลืมว่าองค์กรของเราก็ต้องมีเงินหมุนเวียนไม่น้อยในแต่ละปี ไหนจะเงินที่ต้องบริจาคให้กับมูลนิธิต่าง ๆ เพื่อให้พวกมันเป็นแรงสนับสนุนให้แก่องค์กรของเรา ไม่รวมเงินที่ต้องเสียไปกับวัตถุดิบในการผลิตยา มันมากมายมหาศาลจนยากจะคำนวณมาเป็นตัวเลขในตอนนี้”

“ใครว่าจะให้เล่นฟรี ๆ เราจะใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส ในเมื่อเกมออนไลน์ในท้องตลาด ตอนนี้ชั่วโมงในการเล่นต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เราจะเปิดตัวเกมออนไลน์ด้วยการเล่นฟรีชั่วโมงแรกเพื่อให้ผู้เล่นล็อคอินและกรอกรหัสผ่านด้วยตัวเลขสิบสามหลักในบัตรประจำตัวแรกเกิดเพื่อยืนยันตัวตนที่แน่นอนในอาณาจักรของเรารับรองว่าพวกเราจะได้เงินจากไอ้เด็กน่าโง่พวกนั้นอีกมากโขทีเดียว”นักวิทยาศาสตร์หนุ่มไฟแรงยังคงเสนอต่อไปแต่บรรดานักวิชาการวัยชรายังคงขมวดคิ้วไม่เลิก

“ไหนบอกว่าไม่หวังผลกำไร แล้วเราจะได้อะไรจากเด็กๆ พวกนั้น” นักวิชาการอาวุโสต่างพยักหน้าเห็นด้วยจนผู้เป็นนายหันมาจ้องหน้าเขาตาเขม็ง

“ชั่วโมงแรกให้เล่นฟรีๆ แต่หลังจากนั้นเด็ก ๆ พวกนั้นจะต้องใช้เงินแลกชั่วโมงเพื่อเข้ามาเล่นต่ออย่างแน่นอนอาจจะลดราคาให้ต่ำลงกว่าในท้องตลาดเพื่อหวังผลในระยะยาว”

“แล้วเกมที่ว่ามันจะทำเงินได้อย่างที่ว่ารึ ราคาคุยหรือเปล่า” นักวิชาการบ้าน้ำลายยังพ่นพิษต่อไป

“ถ้าอย่างนั้นดูกันให้ชัด ๆ ตรงนั้น” นักวิชาการหนุ่มดีดนิ้วภาพต่าง ๆ ปรากฏขึ้นที่จอขนาดใหญ่ตรงหน้าจนนักวิชาการบางคนถึงกับร้องโหออกมา

ภาพที่ปรากฏขึ้นบนพลาสม่าขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าของผู้เข้าร่วมประชุมทำให้นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ถึงกับตาค้างฮือฮาเป่าปากกันอย่างเซ็งแซ่กับผลงานที่น่าทึ่งของนักวิทยาศาสตร์ไฟแรงที่ถูกซื้อตัวมาไม่ถึงสองสัปดาห์ เกมออนไลน์ฟอร์มยักษ์ที่ปรากฏภาพและเสียงในระบบสามมิติที่เสมือนจริงทะลุทะลวงออกมานอกจอซึ่งทุกคนต่างมองได้ด้วยตาเปล่าเป็นการพัฒนาระบบที่น่าทึ่งและเป็นจุดต่างที่เห็นได้จากเกมออนไลน์ในท้องตลาดทั่วไปได้อย่างเด่นชัด

ก้อนอิฐสีน้ำตาลเข้มก่อตัวเรียงรายจนกลายเป็นปราสาทอันวิจิตรตระหง่านท่ามกลางกองทหารนับพันที่รายล้อมกำแพงเมืองอารักขาผู้ครองอาณาจักรประกาศแสนยานุภาพแห่งความยิ่งใหญ่ ภาพตัวอย่างค่อย ๆ ฉายออกมาทีละภาพหยุดเสียงในที่ประชุมได้ในชั่วเวลาหนึ่งก่อนจะมีคำถามอีกร้อยแปดพันเก้าจากนักวิทยาศาสตร์อาวุโสที่ยังดื้อดึงยึดมั่นในอุดมการณ์ล้าหลังและไม่ยอมให้คลื่นลูกใหม่ได้เกิดขึ้นมาแทนที่ของตน

“มันจะเล่นได้จริง ๆ หรือเปล่า เงินทุนจะจมมั้ย ใครจะกล้าเข้ามาเล่น” เสียงที่ทำให้ทุกคนเงียบเสียงลง

“ทุกคนกรุณาฟังผม ทุกคำถามผมถือว่าเป็นแรงที่จะผลักดันทำให้โปรเจคนี้สำเร็จซึ่งเกมที่ผมนำเสนออยู่นี้มันอยู่ในขั้นทดลองใช้อาจยังไม่สมบูรณ์เต็มที่แต่รับรองว่าจะต้องมีผู้เล่นเกินกว่าพันคนในช่วงไตรมาสแรก และจะยิ่งมากพอจนทำให้สาวกในองค์กรของเราเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวพอนานเข้าเราก็จะมีเงินทุนนับพันล้านหมุนเวียนอยู่ในตลาดหุ้น และเด็ก ๆ พวกนั้นจะต้องกลายเป็นกองกำลังมืดที่คอยปกป้องอาณาจักรใหม่ของนาย”

เสียงปรบมือดังสนั่นในที่ประชุม นักวิทยาศาสตร์ต่างกรู่กันเข้ามาจับมือแสดงความดีใจล่วงหน้ากับเขาจนนักวิทยาศาสตร์หนุ่มไฟแรงยิ้มจนแก้มปริและทุกคนก็ได้รู้จักชื่อเขาอย่างเป็นทางการว่า “มาร์ค ฟรีแลนด์”

ทางด้านนักสืบ...

การปลอมตัวเป็นไปอย่างแนบเนียนวิกผมสีทองถูกสวมลงได้อย่างพอดีขนคิ้วเข้มขนตาถูกดัดหงอนแก้มถูกปัดจนอมชมพูไม่รวมถึงการแต่งกายที่เข้าตำราคุณนายสวยไม่เสร็จไม่สิต้องสวยไม่ส่าง เพชรนิลจินดาเหลืองอร่ามเข้าไว้เป็นการเปลี่ยนโฉมที่หาดูไม่ได้อีกแล้ว

“คุณ...คุณเป็นใคร เข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง” เด็กหนุ่มรีบวิ่งไปยืนมุมห้องด้วยอาการตกใจ

“ก็แม่ไงล่ะจ๊ะ ทำเป็นจำไม่ได้เดี๋ยวจับตีก้นให้เข็ดเลย” แค่เสียงก็ขนลุกชันแล้ว

“ผมมีพ่อคนเดียวเท่านั้น คุณเป็น ใครหรือจะเป็นพวกเดียวกับพวกมัน” เด็กหนุ่มตั้งท่ายืนลังเลใจ

“ฉันคงปลอมตัวได้แนบเนียนมากถึงทำให้แกยืนเป็นไก่ตาแตกได้แบบนั้น พ่อเองแค่ทดสอบเท่านั้น” นักสืบวัยกลางคนเผยตัวและกลัวว่าแจกันดอกไม้อาจจะลอยมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

“คุณจะทำอะไรหรือครับ” เด็กหนุ่มถามขึ้น

“บอกแล้วไงให้แกเรียกฉันว่าพ่อ แต่หากเจอกันข้างนอกเวลาฉันปลอมตัวให้แกเรียกฉันว่าแม่เข้าใจไหมและตัวแกเองก็ต้องปลอมตัวด้วยเหมือนกัน” ดนัยยืนอะไรบางอย่างให้

“จะให้ผมปลอมเป็นผู้หญิงอีกคนหรือครับ” น้ำเสียงไร้อารมณ์จนผู้เป็นพ่อถอนหายใจ

“ถามจริง ๆ เถอะแกมีอารมณ์เดียวหรือไง จะทำท่าตกใจ หรือทำเสียงหนักเบาตามอารมณ์หน่อยก็ได้ อย่างน้อยมันอาจทำให้แกมีความสุขมากกว่านี้ ฉันรู้ว่าแกเห็นอะไรบางอย่างมันวนเวียนจนหัวแทบระเบิดแต่นั่นมันคือสิ่งที่ทำให้แกเหนือกว่าคนอื่นและฉันก็เตรียมสิ่งดี ๆ ไว้ให้กับแกแล้ว” ดนัยจับมือลูกชายกำมะลอแบฝ่ามือและวางอะไรบางอย่างลงไป

“การ์ดอะไรครับ เอามาให้ผมทำไม”

“แกลองอ่านดูสิ แล้วค่อยถามก็ยังทัน”

“ศัลย์ พิทักษ์ราษฎร์ อายุ 15 ปี กรุ๊ปเลือด บี สัญชาติ ไทย โรงเรียนอัจฉริยะสหวิทยาคม” เด็กหนุ่มยืนเกาหัวยักไหล่กับสิ่งที่ผู้เป็นพ่อมอบให้

“วัยอย่างแกต้องเรียนหนังสือไปพร้อม ๆ กับการเป็นผู้ช่วยของฉัน” ดนัยยักคิ้วใส่

“แต่ผม”

“ไม่มีแต่ แกจะต้องเข้าไปเรียนหนังสือในระดับมอปลาย พร้อมกับทำงานไปด้วย” ดนัยเริ่มเข้าเรื่องแผนการที่วางไว้

“พ่อจะให้ผมเรียนหนังสือหรือทำอะไรกันแน่”

“เริ่มฉลาดขึ้นมาแล้ว สงสัยสมองของแกคงจะใช้การได้แล้ว รีบไปแต่งตัวเร็วเข้าเดี๋ยวจะพาไปโรงเรียน”

“แล้วผมต้องปลอมตัวเหมือนพ่อหรือเปล่า” เด็กหนุ่มร้องถาม

“ต้องปลอมตัวสิ เดี๋ยวพวกมันก็แห่กันมาอีก กลัวแต่ความลับจะแตกก่อนที่งานใหญ่จะสำเร็จ” ดนัยกอดอกใช้ความคิด

เด็กหนุ่มเผลอฝันไปต่างๆ นานา หากแต่งตัวเป็นผู้หญิงจะน่าเกลียดแค่ไหน ผมยาว ทาปาก ดัดขนตา ใส่ถุงน่อง เสริมน่าอก พูดค่ะขา ภาพเหล่านั้นลอยวนเวียนจนสมองสับสนไปหมดจนมีเสียงสะกิดให้ตื่นจากภวังค์

“เป็นอะไรไปเจ้าหนูหรือเห็นอะไรอีก” ดนัยโอบที่ไหล่ของลูกชาย

“เปล่า! เปล่า! เปล่าครับ” เด็กหนุ่มเป่าปากถอนหายใจยาวที่ภาพนั้นเป็นแค่จินตนาการที่ผ่านไปเท่านั้น”

“แกควรใส่แว่นและก็ใช้ ไอ้นี่ปิดตรงหน้าผากเอาไว้ กลัวแต่จะมีเลือดไหลออกมาอีก”

“ให้ผมใส่แว่นแบบนี้ แล้วนี่มันคืออะไรครับ”

“นึกแล้วว่าแกต้องถาม มันเป็นแผ่นซิลิโคลนชนิดพิเศษถ้าแกเอาไปแปะไว้ที่ส่วนไหนของร่างกายมันจะเนียนเหมือนเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่เชื่อก็ลองดู”

“จริง ๆ ด้วยครับ มันปิดได้สนิทแต่ทำไมผมต้องปิดมันไว้ด้วย” เด็กหนุ่มร้องถามอย่างสงสัย

“เรื่องมันยาวเอาไว้ฉันจะเล่าให้แกฟังแต่ตอนนี้แกกับฉันรีบไปรายงานตัวที่โรงเรียนก่อน” บานประตูปิดลงอย่างแรงก่อนที่รถเปิดประทุนจะพุ่งตัวไปด้วยความเร็ว

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย blue2560
ขอบคุณ​มาก​ก​ก​ก​ก​ก​ก​
เมื่อ 5 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Puma1008
สนุกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เมื่อ 5 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว