~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~-ตอนที่ 22 ธรรมดา พิเศษสี่ยิบห้า แต่ไม่ธรรมดาพิเศษอาจตายหมู่

โดย  ws-mars

~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~

ตอนที่ 22 ธรรมดา พิเศษสี่ยิบห้า แต่ไม่ธรรมดาพิเศษอาจตายหมู่

ความร้อนในเจพี เอสศูนย์หนึ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนทุกคนรอบๆสนามการแข่งขันเริ่มมีอาการคลื่นไส้และอาเจียนออกมาด้วยกลุ่มควันที่ขยายวงกว้างบ้างก็หน้ามืดเป็นลมจนต้องให้เจ้าหน้าหามขึ้นรถเพื่อนำส่งโรงพยาบาลหลายสิบรายแต่ทางผู้จัดเองก็ยังให้ดำเนินการแข่งขันต่อไปจนกว่าจะหมดเวลาและชี้ขาดได้ว่าระหว่างเจพี ทีศูนย์หนึ่งกับเจพี เอสศูนย์หนึ่งใครจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้

“ผู้คนรอบๆสนามแห่งนี้ล้มลงไปกองทีละคนแต่ทำไมคณะกรรมการถึงไม่เห็นมีใครเป็นอะไรขนาดอาวุโสด้วยกันทั้งนั้น สงสัยจะมัวแต่กดคะแนนจนลืมเป็นลม สงสัยเราต้องรีบจัดการกับควันที่ออกมาจากตัวเจ้านั่นก่อน หากเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ มีหวังสลบกันยกสนามแน่ แต่เดี๋ยวก่อนนั่น! ใครหน้าคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหน ทำไมคนนอกไปรวมอยู่กับกรรมการ นับแล้วมันเกิน10คน หากเป็นแม่บ้านหรือพ่อบ้านก็น่าจะใส่ชุดสีขาวที่รัดกุมกว่านี้แต่มันใส่ชุดดำ หรือมันจะเป็นนักฆ่าที่เราเจอบนเครื่องบินในตอนที่เดินทางมาที่นี่แต่มันถูกจับไปแล้วนี่ มันจะแหกคุกออกมาได้เร็วขนาดนี้เชียวหรือ และหากเป็นมันจริงๆจะต้องมีแผนชั่วแน่ๆ”ดนัยบ่นอยู่คนเดียวคิดไปต่างๆนานา

“ขอให้ท่านผู้ชมโปรดอยู่ในความสงบก่อนนะครับ ตอนนี้ทางผู้จัดกำลังให้เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องดูดความร้อนและเครื่องฟอกอากาศในทุกจุดรอบๆสนามแห่งนี้แล้ว เพื่อคลายความร้อนและระบายอากาศให้ทุกท่านได้หายใจกันได้อย่างเต็มปอด นั่งกันให้สบายใจเพราะตอนนี้เวลาในสนามเหลืออีกเพียง 15 นาทีเท่านั้น เราจะได้ผู้ชนะเลิศและได้ครอบครองหุ่นยนต์รบเพียงตัวเดียวและหนึ่งเดียวของประเทศญี่ปุ่น อ้าว!นั่นเผลอไม่ได้เลยนะครับ เจพี เอสศูนย์หนึ่งกับเจพี ทีศูนย์หนึ่งวิ่งเข้าดันมือกันเหมือนต่างฝ่ายต่างจะจับอีกฝ่ายทุ่ม ใครจะเป็นฝ่ายถูกทุ่มเรามาลุ้นกันครับ แต่ผมคิดว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้นนะครับ นั่นไงเจพี เอสศูนย์หนึ่งเล่นของมีคมแล้วครับ มันงอกขึ้นมาที่หน้าผากและพุ่งไปที่หน้าผากของเจพี ทีศูนย์หนึ่ง แต่ถูกตัดด้วยคมเลื่อยที่งอกออกมาจากหน้าผากเจพี ทีศูนย์หนึ่งเช่นกัน ชั้นเชิงดีด้วยกันทั้งคู่ แต่เดี๋ยวก่อนเหมือนเจพี เอสศูนย์หนึ่งจะปล่อยควันสีดำออกมาอีกแล้วครับเหมือนไม่รู้ว่าคนในสนามทยอยกันเป็นลมถูกหามส่งโรงพยาบาล และไม่นานผมคงจะถูกหามเช่นเดียวกันครับ แต่ขอแจ้งผลการตัดสินอย่างเป็นทางการก่อนนะครับ อ้าว! นั่นเจพี ทีศูนย์หนึ่งเล่นของมีคมแล้วครับ มันงอกขึ้นมาที่แขนทั้งสองข้างของเจพี ทีศูนย์หนึ่ง ความคมไม่ต้องพูดถึงตัดผ่านอวัยวะใดแล้วล่ะก็พิการแน่ๆครับ เล่นเสียวๆกันแบบนี้ เขาสะท้านกันทั้งบางนะตัวเอง”ผู้บรรยายทิ้งท้ายก่อนจะนั่งหอบอยู่ข้างเวที

“หากเจพี เอสศูนย์หนึ่งยังปล่อยควันออกมาไม่เลิก เราต้องใช้มีดตัดที่แขนขวาของมันเพื่อให้ท่อปล่อยควันที่ติดอยู่ข้างๆแขนหลุดออกไป ก่อนที่ทุกคนจะถูกหามส่งโรงพยาบาลจนหมด ทำไมเจพี เอสศูนย์หนึ่งต้องทำแบบนี้ด้วย แทนที่มันจะปล่อยควันใส่หน้าฝ่ายตรงข้าม แต่กลับปล่อยออกมาเพื่อให้คนดูรอบๆสนามสูดลมหายใจเข้าไป มันต้องเกี่ยวพันกับชายชุดดำนั่นแน่ หรือเจพี เอสศูนย์หนึ่งจะเป็นคนขององค์กรเคเอสวันสะกดรอยตามเรามา แต่พวกมันคิดว่าเรายังเป็นผักนอนอยู่ในโรงพยาบาลแบบนั้นไม่น่าใช่ แต่ตอนนี้ขอฟันก่อน”นักสืบพุ่งของมีคมเข้าใส่ฝ่ายตรงข้าม

“นั่นมีดตัดผ่านแขนขวาเจพี เอสศูนย์หนึ่งจนแขนตกลงที่พื้นแล้วครับ มันดุ๊กดิกเหมือนจิ้งจกสลัดหางทิ้งเลยครับ แขนของเจพี เอสศูนย์หนึ่งเหลือข้างเดียว ส่วนแขนข้างขวามีประกายไฟเกิดขึ้น นั่นไงว่าแล้ว แขนขวาของเจพี เอสศูนย์หนึ่งงอกขึ้นมาใหม่แล้วครับ อะไรๆก็เป็นไปได้ทั้งนั้นครับ แต่ท่านผู้ชมครับแขนขวาใหม่ของเจพี เอสศูนย์หนึ่งดูดีๆ เหมือนขวานเลยครับ สงสัยจะเอามาฟันเจพี ทีศูนย์หนึ่งคืนแน่งานนี้ เจพี ทีศูนย์หนึ่งกุดแน่”ผู้บรรยายล้มลงนั่งที่เก้าอี้ พร้อมเสียงหอบ

“แขนงอกออกมาเป็นขวาน แต่ไม่มีท่อปล่อยควัน ไม่ต้องเมาควันตายก็นับโชคยังเข้าข้าง มันจะใช้ขวาน เราต้องรับมันด้วยท่อนซุงดีกว่า”ดนัยฉีกยิ้มพร้อมสั่งการ

นักสืบดนัยใช้แขนขวาที่ตอนนี้เป็นท่อนซุงเสมือนโล่ป้องไม่ให้ความคมกริบของขวานตัดผ่านไปได้ ส่วนแขนซ้ายยังคงเป็นดาบอันคมกริบพร้อมที่จะตัดผ่านอวัยวะของเจพี เอสศูนย์หนึ่งเสมอ

“เอาล่ะครับ เรามานับถอยหลังกันดีกว่าครับ เก้า แปด เจ็ด หก ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง…ขอเสียงปรบมือให้กับคู่ชิงชนะเลิศของเราด้วยครับ เจพี เอสศูนย์หนึ่ง และเจพี ทีศูนย์หนึ่ง ตอนนี้เรากำลังรวบรวมคะแนนจากท่านคณะกรรมการทั้ง 10 ท่าน ว่าผลออกมาจะเป็นเอกฉันท์หรือไม่ หากเสมอกันจะต้องทำการแข่งขันใหม่ในวันพรุ่งนี้ครับ อ้าว!แล้วนั่นเจพี เอสศูนย์หนึ่งกระโดดขี่หลังเจพี ทีศูนย์หนึ่งทำไมครับ เกมจบแล้วครับ”โฆษกสนามเปล่งเสียงดังไปทั่วสนามแต่เจพี เอสศูนย์หนึ่งก็ยังนิ่งเฉย

“มันต้องการอะไรถึงได้เกาะแน่นขนาดนี้ ความร้อนเพิ่มขึ้น หุ่นยนต์รบเจพี เอสศูนย์หนึ่งเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้วหรือมันจะ”เสียงพูดขาดหายไปพร้อมกับเสียงปลายนิ้วที่กระแทกลงไปที่ปุ่มฉุกเฉิน

“นั่นนักสู้จากประเทศไทยออกมาจากหุ่นยนต์รบแล้วครับ ปล่อยให้เจพี เอสศูนย์หนึ่งยังคงเกาะหลังอยู่แบบนั้น ดูเหมือนเขาจะตกใจอะไรบางอย่าง หรือดีใจที่ผลการตัดสินออกมาแล้วครับ ผู้ที่ชนะเลิศและได้หุ่นยนต์รบไปครอบครองก็คือ ก็คือ…”เสียงผู้บรรยายขาดหายไปด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น ทุกคนรอบๆสนามพากันวิ่งหนีตายกันชุลมุน บ้างก็วิ่งไปลานจอดรถ บ้างก็วิ่งไปแบบไร้จุดหมายแบบที่ว่าให้ไกลที่สุดยิ่งดี

ดนัยเป็นคนวิ่งไปกดสัญญาณเตือนภัย เพราะเป้าหมายของเจพี เอสศูนย์หนึ่งไม่ใช่หุ่นยนต์รบแต่เป็นชีวิตของทุกคนในที่แห่งนี้ ระเบิดในตัวของเจพี เอสศูนย์หนึ่งกำลังทำงานและไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะถึงเส้นตายเมื่อใด

“มันไปมุดหัวอยู่ที่ไหนฟะ ถ้าเจอจะอัดให้น้วมเลย เสียเวลามาแข่งขันสุดท้ายก็ต้องกลับไปมือเปล่า โดนไอ้ชาติด่าเละแน่เรา อ้าวนั่น! น้องชายทำอะไร ไม่หนีไป แต่เดี๋ยวก่อนกลิ่นน้ำมัน ใครใช้ให้แกมายืนราดน้ำมันอยู่แถวนี้ มันอยู่ไหน”

“เขาบอกให้ผมราดน้ำเพื่อทำความสะอาดพื้น ตอนแรกผมคิดว่ารับค่าจ้างมาแล้วก็ทำไปเถอะ เงินทองมันหายากคิดว่าจัดการเสร็จก็จะรีบวิ่งหนีไป พอเจอลุงพูดแบบนี้ผมขอตัวก่อนนะลุง”ชายหนุ่มในเสื้อแขนยาว กางเกงยีนส์ คลุมศีรษะด้วยผ้าสีดำรีบโยนถังน้ำมันทิ้งแล้วผละตัวออกจากดนัยแล้วหายไปจนลับตาปล่อยให้นักสืบส่ายหน้า

“เด็กสมัยนี้ปากมันดีจริงๆ เรียกเราว่าลุงไม่พอ มันดันไม่รู้จักกลิ่นน้ำมันเบนซิน เด็กยุค 5.0 ก็แบบนี้ พ่อแม่เลี้ยงลูกด้วยเงิน เล่นเกมเป็นอาชีพหลัก เอกชนมอมเมาเยาวชนด้วยเทคโนโลยี ส่วนรัฐก็ตามน้ำเรียกเก็บภาษีจนลืมกลั่นกรองเทคโนโลยีที่หวังมาพัฒนาประเทศที่ก้าวมาถึงยุค 5.0 จะกี่ศูนย์มันก็เพียงค่าตัวเลขที่ลอยตามลมทุกสมัย บ่นอีกแล้วเรา เกือบลืมต้องตามหาไอ้โม่งดำให้เจอก่อน มันน่าจะยังอยู่แถวนี้”ดนัยบ่นคนเดียวจนมีสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์

“เออ!ใช่เกิดเรื่อง มีระเบิดให้กู้อีกแล้ว แต่มันดันมาพร้อมกับหุ่นยนต์แถมเกาะหุ่นยนต์ตัวที่กำลังจะเอากลับมาที่องค์กรของเราด้วย ตอนนี้ทำได้แค่ตามหาเจ้าของเรื่องให้เจอไม่รู้ว่ามันจะโดนไข้โป้งไปแล้วหรือยัง ฉันคดว่าตอนนี้หน่วยกู้ภัยของทางการญี่ปุ่นคงหาทางเคลื่อนย้ายไอ้เจ้าหุ่นยนต์ทั้งสองนั่นออกจากใจกลางเมืองเสียก่อนที่แรงระเบิดอาจทำให้ตึกโดยรอบเสียหายได้”ดนัยพูด

“หรือจะเป็นฝีมือของพวกมัน สร้างหุ่นยนต์รบยังไม่พอ จะมาตัดตอนกันแบบนี้ ดนัยแกรีบกลับมาก่อนดีกว่า ทางนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางการญี่ปุ่น ส่วนหุ่นยนต์รบชั่งมันก่อน ยังไงแกก็เป็นฝ่ายชนะ ผู้จัดการแข่งขันคงไม่กล้าเบี้ยวรางวัลแน่ กลับมาหาทางจัดการกับพวกมันซึ่งตอนนี้กระแสเกมออนไลน์ทำให้องค์กรเคเอสวันติดลมบนในตลาดหุ้น พวกมันสร้างหุ่นยนต์รบจนเป็นกระแสข่าวโด่งดังไปทั่วโลก มีต่างชาติมาร่วมหุ้นลงขันจนสื่อตีข่าวกันอย่างสนุก”นายตำรวจใหญ่กำชับ

“ฉันกลับแน่แต่ขอจัดการกับไอ้พวกลอบกัดก่อน มันกำลังมาติดกับ เดี๋ยวจะจัดให้แบบวิ่งจุกตูดไปฟ้องนายมัน”ดนัยตัดสายมือถือและเก็บไว้ในเสื้อและยืนกอดอกตั้งท่าเหมือนพระเอกในหนังยอดมนุษย์

“อย่าลืมว่านักสืบดนัยนอนเป็นผักอยู่ในโรงพยาบาล อย่าวู่วามเดี๋ยวพวกมันก็จับได้กันพอดี อ้าว!ตัดสายทิ้งไปแล้ว มันจะทำอะไรของมันอีกวะเนี่ย สงสัยต้องส่งหน่วยพิเศษขับเฮลิคอปเตอร์ไปรับไอ้เพื่อนปัญญาอ่อนซะแล้ว”สุชาติถอนหายใจยาวก่อนจะรีบเข้าไปในฐานปฏิบัติการลับ

ดนัยเดินไปเรื่อยๆจนหยุดแล้วยืนกอดอกร้องเรียกชายนิรนามที่นั่งอยู่บนกองไม้ในซอยมืดและมีกลิ่นอับจนใครๆที่เดินผ่านต่างพากันซุบซิบต่างๆนานา

“มานั่งอยู่คนเดียวบนกองไม้แบบนี้ระวังงูหน่อยนะพี่ชาย ”ชายในชุดคลุมสีดำนั่งขดตัวจนงอเห็นสันหลังนิ่งเงียบ

นักสืบก้าวเท้าเข้าไปใกล้ๆ แล้วค่อยๆใช้นิ้วมือคีบลงที่หมวกคลุมตรงศีรษะชายนิรนามออกอย่างช้าๆและเปิดออกจนเห็นผมหยิกหยักศกสีดำแกมด้วยสีขาวบ่งบอกถึงอายุแต่ร่างนั้นก็ยังนิ่งเงียบจนดนัยใช้มือจับที่ไหล่ชายนิรนามแล้วเขย่าจนร่างนั่นล่วงลงมานอนกองที่พื้นอย่างไร้สติ ดนัยใช้นิ้วชี้จ่อที่ปลายจมูกและจับที่ข้อมือขวาของชายนิรนามและส่ายหน้าแล้วใช้อุ้งมือลูบลงที่หน้าผากจนถึงปลายจมูกพร้อมถอนหายใจยาว

“จบกัน พวกมันจบเกมนี้อีกแล้ว”ดนัยพึมพำก่อนจะหันหน้าตามเสียงรถพยาบาลที่เปิดไซเรนสีเหลือง

“มีคนเจ็บ ต้องมีเหตุ”นักสืบวิ่งไล่ตามรถโรงพยาบาลไปอย่างกระชั้น

หน่วยกู้ภัยของทางการญี่ปุ่นหาทางเคลื่อนย้ายหุ่นยนต์ทั้งสองตัวออกจากใจกลางเมืองโดยใช้รถเครนเพื่อดึงและลากแต่แล้วเรื่องทุกอย่างก็คลี่คลายเป็นเรื่องโอละพ่อตรงข้ามกับสิ่งที่ดนัยคิดไว้ เจพี เอสศูนย์หนึ่งไม่มีวัตถุต้องสงสัยใดๆแต่เหมือนจะถูกตั้งโปรแกรมบางอย่างเอาไว้โดยผู้ควบคุมหุ่นยนต์ที่หายตัวไป ซึ่งการที่มีควันแล้วเรืองแสงได้เกิดจากหลอดไฟเล็กๆที่เอาไว้ติดจักรยานเวลาปั่นในตอนกลางคืนมันกะพริบแสงสะท้อนกับกลุ่มควัน ผู้สร้างเรื่องต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อถ่วงเวลาไว้เพื่อหลบหนีแต่ไม่รอดเป็นศพในที่สุด ดนัยแจ้งเรื่องกับทางผู้จัดให้แจ้งเจ้าหน้าที่มาจัดการกับศพเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตายและมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับการจัดงานครั้งนี้

เสียงหอบของนักสืบวัยกลางคนที่วิ่งไล่ตามรถของโรงพยาบาลจนมาถึงที่หมาย บุรุษพยาบาลเข็นรถมารับผู้ป่วยที่ไม่ใช่คนแต่เป็นสุนัขตัวอ้วนนอนป่วยเพราะมันอ้วนเกินไปจนลุกไปกินข้าวไม่ไหว เจ้าของจึงเรียกรถพยาบาลมาเพื่อพามันมาที่โรงพยาบาลรักษาสัตว์ แต่นักสืบดันลืมอ่านตัวอักษรข้างรถว่า รถฉุกเฉินโรงพยาบาลสัตว์

เจ้าหน้าที่ออกมายืนต้อนรับดนัยและถามเป็นประโยคเดียวกันว่า “ตามมาทำไม”จนนักสืบเองหน้าหงายล้มลงไปกองกับพื้นและคิดในใจว่า คิดมากเหนื่อยมาก คิดน้อยก็เหนื่อยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นครั้งนี้เราคิดพลาดแต่หากครั้งหน้าเราพลาดอีกก็ขอให้เป็นบทเรียน เพราะนักสืบอย่างเราจะไม่มีทางหยุดคิดเพราะชีวิตบ้าๆ คือนักสืบอย่างเรา เจ้าหน้าที่พากันพยุงร่างดนัยขึ้นมานอนอยู่ข้างสุนัขตัวอ้วนที่ใช้ลิ้นเลียหน้าให้ชายวัยกลางคนคืนสติ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว