~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~-ตอนที่ 20 JP T01 ใครเดือด!!!

โดย  ws-mars

~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~

ตอนที่ 20 JP T01 ใครเดือด!!!

นักสืบวัยกลางคนสืบเท้ากระชั้นสายตาจดจ่ออยู่กับคู่ท้ารบ เป้าหมายต้องล้มให้ได้ หากต้องจะเอาชุดเกราะที่สวมใส่กลับยังประเทศของตนเอง และต้องบอบช้ำให้น้อยที่สุดเพราะที่ผ่านๆมาก็แทบจะพิการด้วยบททดสอบที่ต้องลุยน้ำ เล่นกับไฟ หนีระเบิดที่ทางผู้จัด จัดให้อย่างสาสมจนหลายๆประเทศขอถอนตัวกับของฟรีที่แลกด้วยชีวิต

เสียงปรบมือของผู้จัด ภายใต้นิยามที่ว่า “ไม่ตายก็เอาไป”และเหล่าผู้ให้การสนับสนุนรายใหญ่ที่ชอบเกมการต่อสู้ที่ใช้ชีวิตเป็นเดิมพันกับเสียงประกาศผู้ผ่านเข้ารอบในวันนี้

“เจพี ทีศูนย์หนึ่ง เจพี เอสศูนย์หนึ่ง เจพี วีศูนย์หนึ่ง และเจพี อีศูนย์หนึ่ง ที่ผ่านเข้ารอบและจะจับสลากจับคู่ในวันพรุ่งนี้ก่อนแข่งขันเท่านั้น และขอให้ทุกคนเตรียมความพร้อมกับรอบสุดท้าย”เสียงประกาศจบลงตามด้วยเสียงหอบที่ปนด้วยเสียงถอนหายใจของนักสืบวัยกลางคนในชุดเกราะหุ่นยนต์รบที่จะนำมันกลับไปด้วยได้หรือไม่

“โอเค”ดนัยตอบกลับพร้อมเอามือลง เพื่อกลับที่พักของตนเอง

ดนัยผลักประตูและดันร่างของตนเองให้ออกจากหุ่นยนต์รบเพื่อกลับสู่ที่พักรับรองของผู้เข้าแข่งขัน ที่เหลือเพียง 4 ทีมสุดท้ายเท่านั้นก็จะเป็นรอบตัดสินว่านักสืบวัยสี่สิบห้าปีจะเอาหุ่นยนต์รบกลับบ้านเกิดของตนเองได้หรือไม่ ร่างกายที่บอบช้ำ สมองที่อ่อนล้า จนอยากจะหลับตาและทิ้งตัวลงเบาะนุ่มๆสบายๆในห้องทำงานส่วนตัว นับจากวันที่เดินทางมาต่างประเทศก็ปาเข้าไปเกือบ 3 เดือนเต็มๆกับการฝึกอย่างหนักก่อนที่จะได้เข้าไปอยู่ในหุ่นยนต์รบและควบคุมมันด้วยคลื่นสมองและร่างกายของผู้ควบคุม หรืออาจเรียกได้ว่า จิตสั่งกายให้เคลื่อนไหวไปตามอารมณ์

ห้องพักถูกแบ่งเป็นสัดส่วนเพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนได้เป็นส่วนตัว อาหารและน้ำจะถูกส่งไปทางท่อสูญญากาศและวางบนโต๊ะอาหารได้อย่างพอดี และมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน ทำให้ผู้เข้าแข่งขันฝืนตัวได้เร็วทันต่อการแข่งขันวันต่อวัน

“ขอไก่ย่างส้มตำหน่อยได้ไหม”นักสืบตะโกนลั่นแต่ไร้เสียงตอบกลับ

“ตะโกนทุกวันเมื่อไหร่มันจะเห็นใจกันบ้าง กินแต่อาหารจืดๆ ทุกวัน”ดนัยพึมพำอยู่คนเดียวก่อนที่โทรศัพท์จะสั่นเตือน

“แกจะโทรมาทำไมวะ บอกแล้วไงว่าคนอย่างนักสืบดนัยกระดูกเหล็กไม่ตายง่ายๆหรอกเพื่อน”

“ฉันจะบอกแกว่าลูกชายแกไม่ได้เป็นเจ้าชายนิทราแค่คนเดียวแล้ว มีหลานสาวท่านทูตนอนอยู่ข้างๆเหมือนจะเข้าไปเล่นเกมออนไลน์นั่นด้วยกันอีกคน คงจะสนุกกันล่ะตอนนี้”นายตำรวจใหญ่ถอนหายใจ

“แกว่ายังไงนะ แม่สาวน้อยนั่นเป็นไปด้วยอีกคน แล้วจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่กันล่ะคราวนี้”ดนัยพูดขึ้น

“เอาเถอะน่า ฉันว่าแกตั้งสติแล้วเตรียมพร้อมรับมือในวันต่อไปดีกว่า ส่วนทางนี้เดี๋ยวฉันจัดการเอง รับรองว่าเรียบร้อยแน่ หากงานนี้พลาด พวกมันถล่มเราแน่ และยิ่งตอนนี้เกมออนไลน์นรกมันติดลมบนจนพวกมันคิดที่จะสร้างหุ่นยนต์รบขึ้นมาเองแล้วตอนนี้”นายตำรวจใหญ่พูด

“กดดันกันแบบนี้ หากภารกิจล้มเหลวแล้วจะเอาหน้ากลับไปซุกไว้ตรงไหนครับท่าน”

“อย่าว่าแต่หน้าเลย ขอให้แกเอาชีวิตกลับมาให้ได้ก่อน พวกเราอาจต้องนับหนึ่งใหม่แต่ก็ไม่อยากเสียคนบ้าอย่างแกไป องค์กรเราต้องการคงไว้ซึ่งคนบ้า อ้าว! วางสายแบบดื้อๆหรือจะเกิดเรื่อง”ปลายสายถูกตัดทำให้ต้นสายงงสิครับ

โทรศัพท์ตกลงกองที่พื้น นักสืบกลางคนร้องลั่นและคุกเข่าลง เหล็กแหลมจ่อประชิดแนบหลังตามมาด้วยกลิ่นน้ำหอมที่นักสืบดนัยสูดเข้าเต็มปอดจนจำได้ว่าพวกมันเป็นใคร

“พวกแกมันปอดแหก เล่นเข้าข้างหลังแบบนี้มันกระเทยเกินไปนะเพื่อน แน่จริงมาซัดกันตัวต่อตัวสิวะ”ดนัยร้องขึ้นและพยายามเอื้อมมือกดสัญญาณฉุกเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือ

ชายในชุดดำกระชับหน้ากากสีขาวที่ปกปิดใบหน้าและใช้กำปั้นทุบลงที่บ่าทั้งสองข้างจนนักสืบวัยกลางคนฟุบลงจนหน้าแนบพื้นแล้วกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา

“รีบไสหัวกลับไปซะ ก่อนจะไม่มีหัวกลับไป”เสียงนั้นก้องในหูของดนัยก่อนที่จะสะดุ้งตื่นขึ้นมานั่งแต่เพียงลำพัง

“เผลอหลับ ตัดปลายสายโทรศัพท์แบบนี้ ไอ้ชาติมันคงจะคิดว่าเราเกิดเรื่องแน่ แต่ตอนนี้ของีบต่อดีกว่า”นักสืบดนัยบ่นอยู่เพียงลำพังก่อนที่จะหลับลงอย่างสนิทใจ

ณ ลานประลองหุ่นยนต์เกราะเหล็ก เสียงประกาศดังขึ้น บอกให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนเข้าประจำที่เพื่อรอผลการจับสลากจับคู่การประลอง และหาผู้เข้าชิงชนะเลิศ และแน่นอนว่าจะต้องมีเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้ครอบครองหุ่นยนต์รบเกราะเหล็กแบบฟรีๆไม่ต้องเสียภาษี ณ ที่จ่ายแม้แต่เพียงแดงเดียว

“คู่ที่ 1 เจพี อีศูนย์หนึ่ง กับ เจพี ทีศูนย์หนึ่ง และคู่ที่ 2 เจพี เอสศูนย์หนึ่ง กับเจพี วีศูนย์หนึ่ง ผลแพ้ชนะจะตัดสินตามมติของคณะกรรมการ จนได้คู่ชิงชนะเลิศ และทุกอย่างจะจบภายในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าครับ”เสียงประกาศจบลงด้วยการประลองของคู่ที่ 1 ที่กำลังจะเริ่มขึ้น

ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองคนเข้าประสานมือเพื่อแสดงความเคารพซึ่งกันและกัน และเป็นมารยาทในการแข่งขันของแต่ละรอบ เสียงสัญญาณดังขึ้นทุกอย่างพร้อม กล้องวงจรปิดจับภาพในทุกอริยาบทของนักสู้ทั้งสองเพื่อผลชี้ขาดและโปร่งใส

ดนัยในชุดหุ่นยนต์ทีศูนย์หนึ่งหลับตาตั้งสามาธิและกดลงที่ปุ่มเมนูเพื่อเลือกคำสั่งต่างๆในการต่อสู้ และอีกฝ่ายก็พร้อมแล้วเช่นกัน ดนัยเลือกที่จะต่อสู้แบบใช้อาวุธ และอีกฝ่ายก็ตอบสนองด้วยอาวุธด้วยเช่นกัน

การต่อสู้ผ่านไปกว่า 10 นาที ทั้งสองต่างงัดอาวุธออกมาเข้าประจันหน้ากันผลัดกันลุกและรับจนคณะะกรรมการต่างมีใบหน้าเคร่งเครียดด้วยผลคะแนนที่เท่ากัน จนดนัยงัดไม้สุดท้ายนั่นคือ ปุ่มอะไรก็ได้ตามใจนึก ซึ่งตนเองก็ยังไม่เคยใช้ปุ่มนี้ด้วยเหตุผลที่ว่าถ้าไม่จนตรอกจะไม่ยอมใช้เด็ดขาด ปลายนิ้วบรรจงลงไปที่ปุ่มสีแดง หน้าจอแสดงผลและสแกนไปที่คลื่นสมอง ร่างนักสืบหมุนวนจนกลายสภาพเป็นยอดมนุษย์ในตำนาน หน้ากากสีดำ ดวงตาทั้งสองข้างโตเท่าไข่ห่าน มีหนวดยาวๆ 2 เส้น เสื้อและกางเกงรัดเข้ารูปจนรู้สึกเหมือนโดนห่อด้วยพลาสติกแต่กระชับในทุกสัดส่วนจอประมวลผลบอกถึงระบบทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมลุยแล้วในตอนนี้

เสียงประกาศบอกให้ทั้งสองฝ่ายรีบออกอาวุธเข้าใส่กัน หากเกินเวลาที่กำหนดจะถูกตัดสินให้เสมอกันและตกรอบไปด้วยกันทั้งคู่ ฝ่ายตรงข้ามเริ่มเดินเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนนักสืบดนัยเป็นฝ่ายเดินไปตั้งหลักตรงมุมเสาเพื่อใช้ไม้เด็ดเข้าจัดการกับอีกฝ่ายแบบไม่ให้ทันตั้งตัว และเลือกที่จะใช้มือเปล่าแทนอาวุธที่กำอยู่ในมือ ซึ่งอีกฝ่ายก็เก็บอาวุธด้วยเช่นกัน

นักสืบเปล่งเสียงร้องลั่นและวิ่งเข้าหาอีกฝ่ายรั่วหมัดใส่เป็นชุดๆจนอีกฝ่ายต้องตั้งรับและหลบหลีกด้วยความเร็วจนคณะกรรมการหันซ้าย หันขวาจนคอแทบหมุนได้เป็นรอบ เสียงลมที่แหวกอากาศทำให้คำนวนถึงความเร็วที่ไร้ขีดจำกัด ดนัยมีความรู้สึกเหมือนฝ่ายตรงข้ามก็ใช้ปุ่มสีแดงเหมือนกับตนเองแต่ไม่รู้ว่าเป็นยอดมนุษย์ในตำนานตัวไหนถึงได้หลบหลีกได้เร็วขนาดนี้ แต่แปลกที่ไม่ไม่ยอมเป็นฝ่ายรุก ยอมตั้งรับและหลบหลีกเท่านั้น เสียงสัญญาณดังขึ้นให้ทั้งสองฝ่ายยุติการต่อสู้ และประกาศผล ผู้เข้ารอบต่อไป กรรมการยกแขนให้นักสืบดนัยเป็นฝ่ายชนะด้วยคะแนนที่เท่ากันแต่ฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายรับอย่างเดียวทำให้คณะกรรมการลงมติให้ฝ่ายรุกเป็นฝ่ายชนะไป ด้วยกฎที่ว่า การตัดสินของคณะกรรมการเป็นที่สุดจะไม่มีการคัดค้านใดๆเพราะเป็นกฎที่ทุกคนต้องยอมรับร่วมกันในการแข่งขันครั้งนี้ อีกฝ่ายก็ต้องเป็นฝ่ายตกรอบและเดินคอตกจบเกมของตนเองไปโดยปริยาย สรุปนักสืบดนัยเข้ารอบชิงชนะเลิศพบกับเจพี เอสศูนย์หนึ่ง จากประเทศสิงคโปร์ และจะเริ่มการแข่งขันรอบตัดเชือกในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

ดนัยก้าวเท้าออกจากหุ่นยนต์ และเดินเข้าที่พักสำรองของผู้เข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเตรียมสู้ศึกครั้งสุดท้าย ทันทีที่เข้าห้องน้ำ ภาพตัวตนในกระจกจนทำให้ดนัยหัวเราะลั่นจนน้ำตาเล็ด และตะโกนออกมาว่า “ไอ้มดดำนี่หว่า รั่วหมัดซะแขนแทบหลุด หุ่นยนต์รบหรือหุ่นยนต์ติงต๊องวะนี้” และถอนหายใจยาวกระแทกหมัดลงที่โต๊ะอย่างแรง เสมือนแรงกดดันที่เต็มเปี่ยมอยู่ในใจ

คณะกรรมการเดินขึ้นนั่งบนเก้าอี้ที่ออกแบบให้ลอยสูงขึ้นตามมุมที่ต้องการเห็นภาพได้อย่างถนัดตา เทคโนโลยีที่ญี่ปุ่นใช้มานานในการตัดสินการแข่งขันต่างๆที่นานาประเทศต่างยอมรับ เวทีการแข่งขันค่อยๆ ลอยตัวขึ้นมาจากอุโมงค์ลึกใต้ดินที่กลายเป็นพื้นราบในขณะที่เวทีการแข่งขันโดดเด่นท่ามกลางผู้คนที่เข้ามาเป็นสักขีพยานให้กับการแข่งขั้นครั้งนี้ร่วมกับกรรมการอีก 10 คนในประเทศโซนเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เสียงโห่ร้อง เป่าปาก ของกองเชียร์ที่มีใจรักในการต่อสู้และเพื่อหุ่นยนต์รบ เสริมความมั่นคงและปลอดภัยให้กับคนในประเทศที่กำลังพัฒนา

เสียงประกาศดังขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือ “เจพี ทีศูนย์หนึ่ง และเจพี เอสศูนย์หนึ่ง” เป็นคู่ที่จะหยุดโลกทั้งใบไว้ในสนามรบแห่งนี้ ซึ่งทางผู้จัดได้เพิ่มหน่วยรักษาความปลอดภัยและระบบป้องกันในทุกจุดเพื่อทำให้ผู้เข้าชมอุ่นใจและสนุกไปกับการแข่งขันรอบตัดเชือกซึ่งตอนนี้ผู้เข้าแข่งขันก็พร้อมที่จะชิงชัยและช่วงชิงหุ่นยนต์รบกลับประเทศของตนเอง

“ผมขอมอบสนามรบแห่งนี้ให้กับทุกท่าน แต่ขอเตือนหากใครมีโรคส่วนตัวระวังชีวิตของท่านด้วยครับ และต้องขอเสียงปรบมืออีกครั้งให้กับผู้รอดชีวิต ไม่สิ ผู้เข้าแข่งขันของเราด้วยครับ” เสียงปรบมือดังไล่จนพิธีกรต้องรีบหลบเข้าไปโดยเร็ว หากเมาน้ำลายมากกว่านี้อาจถูกพลังมวลชนเช็ดน้ำลายจนบวมไปทั้งตัวแน่

“สงสัยเกิดมาไม่เคยพูด โชคดีที่หลบเข้าไปก่อน เบาหวาน ความดัน หัวใจ สามสิบบาทรักษาไม่ได้ โรคเหล่านี้แฟนคลับยิ่งชอบกันจัง มุขตลกนี้สะดุดต่อมเครียดระวังจะโดนดี”ดนัยพึมพำอยู่คนเดียวแต่ก็ช่วยให้คลายความกดดันลงไปได้บ้าง

“คนไทยอย่างแก จะทำอะไรฉันได้หึ ที่ผ่านเข้ามาได้ก็แค่ปลายเล็บ จะถูกตัดทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้”เสียงพูดของฝ่ายตรงข้ามทำให้ดนัยกำหมัดไว้แน่น มีแรงฮึดสู้ขึ้นมาทันใด

“ขอบคุณที่ช่วยเตือนสติฉัน รับรองปลายเล็บที่แกจะตัดมันหนาเท่าไม้หน้าสามเสริมเหล็ก ฉันขอพูดเป็นประโยคสุดท้ายว่า ไอ้หัวสิงโตปากเหม็น!!!”กรรมการทำสัญญาณมือให้ทั้งคู่เปิดศึก

เจพี ทีศูนย์หนึ่งมาในสีน้ำเงินแกมแดง ส่วนเจพี เอสศูนย์หนึ่ง มาในสีแดงแกมขาว ยืนจ้องหน้ากันราวกับจะฟาดกันให้บรรลัยกันไปข้างหนึ่ง และทางผู้จัดเองก็เพิ่มกติกาขึ้นมาอีกว่า ฆ่ากันแบบสุดชีวิต ชุดไม่พินาศมิเลิกรา ตกเวทีก็จบเกมเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายเดินเข้าประสานมือและใช้แรงผลักเข้าหากันเสมือนวอร์มระบบทุกอย่างให้ตอบสนองกับประสาทสัมผัส แต่ด้วยความเข้มข้นของการแข่งขัน แสงไฟในที่นั่งคนดูดับลงอย่างสนิท เหลือเพียงแสงไฟบนสังเวียนสว่างจ้า ท้าสายตาของเหล่ากรรมการที่เป็นผู้พัฒนาระบบต่างๆในหุ่นยนต์รบทั้งหมดของการแข่งขันครั้งนี้

“เอาล่ะระบบน่าจะพร้อมแล้ว ฉันขอมอบกำปั้นนี้ให้ปากสิงห์อย่างแก”เสียงปลายหมัดตัดอากาศแล้วพุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างจังจนอีกฝ่ายผละร่างออกไปเพื่อตั้งหลัก

“เล่นทีเผลอแบบนี้ ฉันจะไม่ออมมือให้แก ไอ้หุ่นกระป๋องเอ้ย”เสียงร้องที่มาพร้อมกับร่างที่โผเข้ามาพร้อมปลายหมัดราวกับสับปืนกล

นักสืบประคองตัวหลบหลีกปลายหมัด และใช้จังหวะสวนกลับซึ่งต่างฝ่ายต่างหลบหลีกด้วยความเร็วจนกองเชียร์ต้องเพ่งตามองไม่ต่างจากกรรมการที่ต้องใช้แว่นความเร็วแสงสวมไว้ในทุกวินาทีที่การแข่งขันเริ่มขึ้น

“นั่น! เอาแล้วไง ระบบมีการอัพเดตข้อมูล จะมาปรับปรุงระบบอะไรกันตอนนี้ แต่แปลกที่หน้าจอแสดงผลมันมีแค่สีพื้น เป็นสีฟ้าแบบโล่งๆ แล้วเมนูต่างๆมันไปไหนหมด”ดนัยร้องอยู่คนเดียวในหุ่นยนต์รบ

“เอาล่ะครับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน เรามีเรื่องราวดี ๆ มาบอก ทางผู้จัดได้ลบเมนูและฐานโปรแกรมที่เกี่ยวกับระบบการใช้งานต่างๆ ที่ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองท่านฝึกฝนกันมาอย่างดีออกจนหมดสิ้น เพื่อให้การต่อสู้ครั้งนี้ขาวบริสุทธิ์ยุติธรรม และเกิดจากทักษะที่เติมเต็มโดยนักสู้ทั้งสองเองเท่านั้น และทางผู้จัดมีความเห็นตรงกันว่า นึกเอง ทำเอง ชนะได้ก็เอาไปแบบไม่มีเงื่อนไขใดๆ แต่จะลงเพียงโปรแกรมที่รับการสั่งการจากคลื่นสมองของผู้เข้าแข่งขันทั้งสองเท่านั้น”เสียงผู้ประกาศจบลงด้วยความเงียบสงบของทุกคนที่เฝ้ารอการต่อสู้ที่เข้มข้นแต่จบลงด้วยกติกาใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

“นึกแล้วว่าของฟรีไม่มีในโลก ล้างระบบ แล้วดันสร้างระบบขึ้นมาทำซากอะไร นึกจะออกกฎอะไรออกมาก็ตามใจนึก มันเกินไปแล้ว กล้าล้วงคอดนัยคนนี้เห็นดีแน่”นักสืบร้องลั่นอยู่ภายในชุดเกราะเหล็ก

“หุ่นยนต์รบเจพี เอสศูนย์หนึ่งได้โอกาสที่ฝ่ายตรงข้ามสติแตกเข้าโอบรัดจากข้างหลังเพื่อจะให้ปลายเท้าของเจพี ทีศูนย์หนึ่งเหยียบลงที่พื้นด้านล่างของสนามประลองแล้วครับในตอนนี้”เสียงผู้ประกาศทำให้ทุกสายตาลุกวาวขึ้นอีกครั้ง

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว