~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~-ตอนที่ 16 อำนาจแห่งกลิ่น

โดย  ws-mars

~~Sense นักสืบอย่างข้า คนบ้าเรียกพี่~~

ตอนที่ 16 อำนาจแห่งกลิ่น

ชายหนุ่มและหญิงสาวผ่านด่านไล่จับแย้มาอย่างง่ายดายจนทั้งคู่คิดว่ามันอาจเป็นเพียงความฝันที่ไม่นานก็ต้องมีคนมาปลุกให้ตื่นขึ้นจนได้แต่การเดินทางก็ยังไม่จบเพียงเท่านี้ซึ่งสิ่งที่ได้มานั้นอาจช่วยให้ศิลาและฟ้าสวยยืดเวลาที่เหลืออยู่ให้ยาวนานที่สุด

“รู้สึกแปลก ๆ ชอบกลเหมือนมีอะไรหนัก ๆ อยู่ในกระเป๋าสะพายหรือว่าจะเป็น”หญิงสาวโยนกระเป่าสะพายสีดำลงพื้นทันที

“เปื้อนหมดแล้วฟ้าสวย เราว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดหรอกนะ”

“นายรู้ด้วยหรือว่าเราคิดอะไรอยู่”ฟ้าสวยหันไปสบตาอมยิ้มเล็กๆจนฝ่ายตรงข้ามแก้เขินด้วยการหยิบกระเป๋าขึ้นมาเปิดดู

กระเป๋าสะพายสีดำถูกหยิบขึ้นมาและปัดฝุ่นออกจนหมด ชายหนุ่มค่อย ๆ ปลดกระดุมออกเผยให้เห็นภายในที่มีบางสิ่งบางอย่างดิ้นไปดิ้นมา

“แย้ แย้ มันตามเรามา รีบเอามันไปทิ้งเลย”ฟ้าสวยรีบวิ่งไปเกาะแขนชายหนุ่มหลบด้านหลัง

“ก็แค่แย้ตัวเดียว สงสัยคงเป็นรางวัลสำหรับผู้ที่ผ่านด่านมาได้”ศัลย์หยิบมันมากำไว้ในมือ

“ฮัด!ฮัด!เช้ย สงสัยจะเป็นหวัดซะแล้วเรา กระเป๋าเหม็นเป็นบ้า หัดเอาไปลากในน้ำซะบ้างจะได้กลิ่นดีกว่านี้”เจ้าแย้สับขากรรไกรปากจนมนุษย์ทั้งสองคนยืนอึ้งตาโต

“มัน มัน มันพูดได้ แย้ แย้ แย้ผีสิง”ชายหนุ่มมือสั่นเกือบจะโยนมันทิ้งไป

“ถ้าเจ้าโยนข้าออกจากมือแล้วจะเสียใจ แย้วิเศษอย่างข้าหาไม่ได้อีกแล้วนะในโลกนี้”

เจ้าสัตว์โลกหางยาวกระโดดลงจากมือชายหนุ่มก่อนที่จะโดนขว้างลงพื้น มันบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสายราวกับมนุษย์ที่อ่อนเปี้ยเพลียแรง แล้วกระโดดขึ้นไปนั่งไขว่ห้างราวกับกิ้งก่าได้ทองบนกิ่งไม้ที่สูงระดับสายตาของหญิงสาวและชายหนุ่มเพื่อแนะนำตัวเอง

“เราสองคนคงฝันไปอีกแล้ว แย้พูดได้ และนั่นมันนั่งเต๊ะท่ายังกับมนุษย์เดินดินอย่างเรา ฟ้าสวยเธอช่วยตบหน้าเราให้แรงสุดชีวิต ตบเลย”หญิงสาวกางฝ่ามือง้างสุดกำลัง

“เพี๊ยะ! เจ็บ เจ็บ มือหนักเป็นบ้าเลย เรื่องจริง มันคือเรื่องจริง เราไม่ได้ฝันไป”ศัลย์ใช้มือลูบหน้าด้วยความแสบ

“จะตกใจกันไปทำไมก็เคยเจอกันมาก่อนแล้วแต่พวกเจ้าทั้งสองไม่สนใจเองนึกว่าเป็นเสียงแว่วของพวกอึ่งอ่าง คางคกข้างทาง และขอบอกไว้ตรงนี้ด้วยว่า ข้านั้นวิเศษกว่าพวกมันหลายเท่านัก”

“สรุปแล้วเจ้าเป็นแย้พูดได้ และตามพวกเรามาทำไม”ฟ้าสวยร้องถาม

“ข้าได้รับคำสั่งจากพ่อเฒ่าศัสตราให้ติดตามเจ้าเด็กหนุ่มนั่นเสมือนแผนที่เดินทาง เดี๋ยวก่อนข้าเกือบลืม ข้ามีชื่อว่า เฮฮา แค่ชื่อก็สนุกแล้วรับรองการเดินทางครั้งนี้ต้องรื่นเริงบันเทิงใจอย่างแน่นอน แล้วพวกเจ้าจะไม่แนะนำตัวกันหน่อยหรือ”เจ้าแย้วิเศษยืนกอดอกยักคิ้วข้างเดียวอย่างน่าหมันไส้

“ผมชื่อศิลา ส่วนเพื่อนผมชื่อฟ้าสวย และท่านแย้จะติดตามไปด้วยจริง ๆ หรือขอรับ”

“ไม่ต้องพูดเพราะขนาดนั้นก็ได้ เรียกข้าว่า เฮฮา ก็พอแล้วไม่ต้องนอบน้อมจนต้องใช้คำสุภาพขนาดนั้นเดี๋ยวพ่อเฒ่าจะหาว่าข้าเป็นแย้ลืมเท้า”

“มีแต่ วัวลืม...ไม่ใช่หรือท่าน”

“บอกแล้วไง ไม่ต้องเรียกท่าน เรียกชื่อก็พอ”

“ก็ได้ ก็ได้ เรียกว่า เฮฮา เราจะเดินทางไปด้วยกัน ฟ้าสวย ฟ้าสวย”ชายหนุ่มตบที่หลังหญิงสาวเบา ๆ

“สาวน้อย เจ้าเป็นอะไรไปตะลึงในความหล่อของข้าหรือไง”เฮฮาบิดตัวไปมาราวกับนายแบบโชว์กล้าม

“หล่อมากค่ะ ท่านแย้” ฟ้าสวยถอนหายใจ

“บอกแล้วไง อย่าเรียกท่าน”

“เอาเถอะเราจะพยายามทำใจ”

“ว่าไงนะ”

“เปล่า เปล่า เราหมายถึงจะพยายามจำในสิ่งที่บอกไว้ให้ขึ้นใจ”ศิลาและฟ้าสวยหันมามองหน้ากันและอมยิ้ม

“ถ้าอย่างนั้นดีเลย ข้าว่าพวกเจ้าทั้งสองออกเดินทางกันต่อได้แล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันทาสคนอื่นโน่นวิ่งเข้าดมของดีกันแล้ว”ท่านแย้ผายมือทั้งสองหันหน้ามองตาม

ทันทีที่ประตูบานใหญ่เปิดออกกลิ่นหอมแห่งมวลไม้นานาพันธุ์เร่งเร้าให้ผีเสื้อหลากสีและหมู่ภมรดูดดื่มกันอย่างเริงร่า เหล่าทาสเองก็ไม่ต่างเข้าดอมดมหลับตานอนฝันจินตนาการราวกับอยู่ในดินแดนเทพนิยาย

“พวกทาสผู้ชายเป็นอะไรกันหมด นอนยิ้มหวาน เพ้อถึงแต่นางฟ้า นางสวรรค์ ส่วนทาสผู้หญิงก็เอาแต่พึมพำขับทำนองร่ายรำบ้างก็วิ่งไล่จับผีเสื้อหลากสีอย่างเอาเป็นเอาตาย”หญิงสาวกล่าว

“ต้องเป็นเพราะดอกไม้พวกนี้กลิ่นของมันต้องสะกดจิตให้พวกทาสเป็นแบบนี้แน่ๆ”

“ศัลย์ดูนั่น!!!”ฟ้าสวยร้องลั่น

วงแหวนขนาดใหญ่โผล่ขึ้นเหนือพื้นดินลอยตัวขึ้นอย่างช้า ๆ จนเห็นเป็นรูปกระถางต้นไม้ขนาดยักษ์ที่ใจกลางของมันเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์และฝูงผีเสื้อที่รายล้อมดูดกลืนน้ำหวานกันอย่างสำราญใจ

“มันต้องมีตัวอะไรโผล่ออกมาอีกแน่ ระวังตัวให้ดีนะฟ้าสวย”ศิลาร้องเตือนหญิงสาว

“รอบคอบมากเจ้าหนุ่มน้อย อีกไม่นานต่อจากนี้ นางพญาผีเสื้อตัวเป้งจะโผล่มาดูดน้ำหวานและวางไข่จนกลายเป็นหนอนตัวเขียวและเจริญพันธุ์เป็นผีเสื้อพิษนับสิบตัว”เจ้าแย้ร้องขึ้น

“ผีเสื้อพิษ! แสดงว่าผีเสื้อพวกนี้”ฟ้าสวยเหลือบตามองพวกมันอย่างหวาดระแวง

“ท่านแย้ พูดราวกับตาเห็น นั่นมันมาแล้วกระพือปีกยังกับนกยักษ์หลบก่อนทุกคน”

ชายหนุ่มพยายามร้องบอกให้ทุกคนหลบซ้อนตัวแต่ก็ทำได้แค่เตือนเท่านั้นด้วยพิษที่ตราตรึงให้มัวเมาในรูป รส กลิ่นเสียง ผจญกับกิเลสจนยากที่จะถอนตัวได้จึงมีเพียงแค่ฟ้าสวย และเฮฮาเท่านั้นที่ทำตาม

ผีเสื้อพันธุ์ยักษ์เข้าดูดน้ำหวานจนท้องเปล่งบวม มันวางไข่บนใบไม้ แล้วเริ่มเป็นตัวหนอนซึ่งการเจริญพันธุ์ของมันเป็นแบบก้าวกระโดดกลายเป็นดักแด้ จนเป็นตัวอ่อนดิ้นไปมาจนหลุดออกมา เป็นตัวเต็มวัยเป็นวงจรชีวิตของผีเสื้อที่รวดเร็วที่สุดที่ศิลาและฟ้าสวยเคยเห็นมา แต่โชคดีที่ขนาดของมันยังไม่เท่านางพญา

“พร้อมหรือยังสำหรับการเดิมพันด้วยชีวิต หึ หึ หึ”กรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้งบนพื้นด้านหน้ากระถางใบยักษ์เรืองแสงและมันถูกยันออกมาด้วยเท้าของผู้คุมร่างยักษ์เจ้าของเสียงหัวเราะในลำคอ

“ท่านคงจะเป็นผู้คุมด่านนี้สินะ ตัวใหญ่ขนาดนี้จนพวกข้ากลายเป็นมดไปเลย”

“ตัวเล็กตัวใหญ่ไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าพวกเจ้ากล้ารับคำท้าของข้าหรือไม่” เสียงนั้นก้องกังวานจะแสบแก้วหู

“ถ้ามันทำให้พวกข้าผ่านด่านนี้ไปได้ก็ยินดีรับคำท้า แล้วที่ว่าเดิมพันด้วยชีวิต ชีวิตใครล่ะท่าน”

“ก็ชีวิตของทาสพวกนี้ ศัสตราคงไม่ได้บอกเจ้าว่าในไม่ช้าพวกมันจะกลายเป็นกำลังพลของเจ้าในอนาคต หากผ่านสิบสามด่านนี้ไปได้ แต่นับดูแล้วก็มากพอที่จะกลายเป็นกองทัพฝึกหัดได้ในอนาคต”

“กำลังพลของข้า ทหารของข้า อีกหน่อยข้าจะกลายเป็นแม่ทัพ ฟ้าสวยเป็นรองแม่ทัพ ส่วนท่านแย้เป็นอำมาตย์ที่ปรึกษาของข้า เกมนี้คงสนุกน่าดู เอาล่ะท่านจะทดสอบอะไรก็ว่ามา”ชายหนุ่มร้องบอก

“ใช่ว่าเจ้าจะเป็นแม่ทัพได้ง่าย ๆ มันต้องอยู่ที่การยอมรับของทาสทุกคนในที่นี้ และสิ่งเดียวที่จะทำให้ทาสทุกคนยอมรับในตัวเจ้านั่นก็คือ ใจแลกใจ พละกำลังก็เพียงรูปธรรมแต่จิตใจเป็นนามธรรมที่ยั่งยืนหาสิ้นสุดไม่ และบททดสอบนี้ข้าขอมอบให้กับพวกเจ้า”ผู้คุมร่างยักษ์ผายมือไปที่พื้นดินตรงหน้าที่มีหลุมอยู่ 3 หลุม

“หลุม!!!”

“ใช่หลุม พวกเจ้ามีโอกาสใช้กิ่งไม้ทดสอบพิษในหลุมได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และเลือกได้เพียงครั้งเดียว และมีแค่หลุมเดียวที่มีต้นหมื่นพิษที่ใช้แก้พิษทุกชนิดและรวมถึงพิษซ้ำซากที่กำลังรุมเร้าพวกทาสอยู่ในขณะนี้ พวกเจ้าต้องหาทางทำให้ผีเสื้อดูดพิษจากต้นหมื่นพิษซึ่งผีเสื้อพวกนี้มันชอบดูดดื่มพิษพวกนี้อยู่แล้ว แต่จะทำยังไงให้มันเชื่อฟังและยอมคลายพิษลงในน้ำเพื่อให้พวกทาสได้ดื่มกินซึ่งข้อนี้เจ้า และเจ้า ต้องคิดเอง หากล้มเหลวนั่นหมายถึงชีวิตไพร่พลของเจ้าในอนาคต หึ หึ เริ่มได้เลยเจ้าหนุ่ม”ผู้คุมร่างยักษ์ค่อย ๆ ยอตัวลงจนเท่ากับมนุษย์ธรรมดาเดินดิน

“ทำไมไม่เป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก ปล่อยให้เงยหน้าอยู่ได้ตั้งนาน”ศิลาพึมพำ

“เราต้องพิสูจน์กลิ่นเองว่าหลุมไหนกันแน่”

“ฟ้าสวยเธอรู้หรือว่ากลิ่นต้นหมื่นพิษมันเป็นกลิ่นแบบไหน หอม เหม็น เผ็ดร้อน แล้วพิษของมันจะมีผลต่อการสูดดมของเราหรือไม่”ชายหนุ่มขมวดคิ้ว

“เราต้องเสี่ยงนะศัลย์ ผีเสื้อพวกนี้มันชอบพิษและยิ่งหมื่นพิษด้วยแล้วก็ไม่ต่างจากน้ำหวานหลากรส”ฟ้าสวยพยักหน้าเหมือนคิดอะไรบางอย่างได้

“นั่นจะทำอะไรฟ้าสวยเดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเราเองมีโอกาสแค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่จะเลือก”ศัลย์ห้ามไม่ทันหญิงสาววิ่งไปหยิบกิ่งไม้แล้วเดินไปแกว่งในหลุมทันที

“เริ่มที่หลุมนี้ก่อนดูสิว่ามันจะกินหรือไม่” หญิงสาวแกว่งไปมา

ฟ้าสวยใช้ไม้ที่หักเป็นรูปตัววีที่คว่ำลงให้ปลายที่หักชี้ขึ้นเป็นมุมแหลมแบบแกว่งได้ครั้งเดียว 2 หลุมพร้อมกันแล้วชูขึ้นฟ้าแกว่งไปมายั่วยวนกลิ่นให้เหล่าผีเสื้อตัวน้อยว่าที่ผีเสื้อยักษ์รุ่นต่อไปได้ขยับปีกเข้ามาดอมดมแต่ถือเป็นความโชคดีของหญิงสาวที่เหล่าทายาทผีเสื้อยักษ์ไม่ขยับปีกเข้ามาหาแม้แต่ตัวเดียวนั่นย่อมหมายถึงว่าต้นหมื่นพิษอยู่ในหลุมที่ 3 อย่างแน่นอน

“เก่งมากฟ้าสวยเธอทำได้ ถ้าอย่างนั้นพวกเราเลือกหลุมที่ 3”ชายหนุ่มร้องขึ้น

“ไหวพริบดีแต่จะโชคดีหรือไม่นั้น เวลาเหลือน้อยเต็มที หากปล่อยพิษซ้ำซากไว้แบบนี้พวกทาสจะเพ้อจนสิ้นสติและหลับลึกจนสิ้นใจ ว่ายังไงล่ะพวกเจ้าจะยอมหันหลังกลับไปหรือจะหาทางช่วยทาสเหล่านี้”ชายร่างกำยำร้องเตือน

“มันต้องมีทางสิ”ชายหนุ่มพยักหน้าเหลือบตามองเห็นอะไรบางอย่างที่ไหลออกมาจากกระบอกไม้ไผ่

กิ่งไม้ไผ่ถูกหักออกจากลำต้นความยาวเท่ากับแขนของชายหนุ่ม มันถูกนำมาวัดระยะจากหลุมที่ 3 จนถึงกอไผ่ที่มีน้ำไหลซึมออกมาจนรอบ ๆ โคนต้นกลายเป็นแอ่งน้ำ ศัลย์พยายามโน้มลำไผ่ที่โค้งทอดลำยาวเกือบจรดพื้นดินแล้วใช้กิ่งไผ่ในมือวัดความยาวของลำไผ่จนสุดโคน

“เราจะช่วยอะไรได้บ้าง”หญิงสาวร้องถาม

“ดีเลย ช่วยเอากิ่งไม้ขุดดินให้เป็นทางต่อจากปลายยอดลำไผ่จนถึงปากหลุมที่ 3 เพียงแค่ลำเดียวคงไม่ถึงปากหลุมแน่”

“เธอคิดจะทำอะไรล่ะศัลย์”

“ก็แค่จะทำให้น้ำไหลลงไปในหลุมที่ 3 จนเต็มโดยใช้ลำไม้ไผ่เป็นทางน้ำ ตอนแรกจะใช้ลำไผ่ต่อกันแต่ยากที่จะตัดไม้ไผ่ออกจากโคนก็เลยเอาแค่สุดปลาย แล้วขุดดินเป็นทางน้ำให้ไหลลงหลุมจะง่ายกว่า”

“เธอจะให้น้ำผสมกับพิษในหลุมโดยไม่ต้องใช้ผีเสื้อพิษพวกนี้ แล้วทำไมไม่ตักน้ำไปใส่เลยจะรออะไรอยู่”

“เวลาเหลือน้อยเต็มที หากมัวแต่ตักน้ำก็ไม่รู้ว่าจะเต็มเมื่อไหร่มีกันแค่ 2 คน อีก 1 ตัว คงไม่ทันแน่ ไม้ไผ่พวกนี้มีน้ำอยู่ในลำต้นไหลซึมออกมาเรื่อย ๆ จากโคน ไม่นานน้ำต้องเต็มหลุม คราวนี้เราจะต้องหาทางให้ทาสทั้งหมดมากินน้ำที่ผสมกับพิษ”ชายหนุ่มยักคิ้ว

“ถ้าอย่างนั้นเรารีบลงมือกันเลย”หญิงสาวร้องขึ้น

พื้นดินถูกขุดเป็นทางน้ำไหลต่อจากปลายยอดลำไผ่ที่ชายหนุ่มโน้มลงมาจนจรดพื้นแล้วใช้กิ่งไผ่บริเวณลำปักลงไปในดินเพื่อยึดไม่ให้แนวลำโน้มกลับไป น้ำไหลซึมออกมาจากปลายยอดไปตามทางแอ่งดินจนถึงปากหลุมที่ 3 จนเกิดไอลอยขึ้นมาจากหลุม และไม่นานน้ำก็เริ่มปริ่มปากหลุมจนไหลนองพื้นดิน

“สำเร็จแล้ว เราทำสำเร็จ ไม่นึกว่ามันจะง่ายดายแบบนี้”หญิงสาวกระโดดร้องด้วยความดีใจ

“ยังไม่จบแค่นี้ ต้องหาทางให้พวกทาสมาดื่มกินกันก่อน” ศัลย์ร้องบอก

“ปล่อยเป็นหน้าที่เราเอง”ฟ้าสวยร้องลั่นแล้ววิ่งไปจัดการภารกิจของตนเอง

ฟ้าสวยใช้ไม้ไผ่เรียวยาวจุ่มลงไปในหลุม แล้วยกขึ้นมาน้ำหมื่นพิษเยิ้มนองบนปลายไม้หยดลงพื้นดินจนเกิดไออากาศสีจาง ๆ แต่แปลกที่ไม้ไผ่ยังคงความสดไม่ระคายเคืองผิวแม้แต่น้อย

“ฟ้า... ฟ้า... ฟ้าสวย วางลงก่อนเถอะ นั่น ! นั่น! พวกมันมาโน่นแล้ว หมอบลง!!!” เสียงตะโกนของชายหนุ่มดังลั่นไปทั่วแต่ก็ไม่สามารถหยุดความกระหายของเหล่าผีเสื้อยักษ์ที่กระพือปีกโฉบเฉี่ยวราวกับพญาแร้งหิวโซออกล่าเหยื่อ

“เราจะเอายังไงกันดีศัลย์จะหมอบอยู่แบบนี้หรือลุยกับมันสักตั้ง”ฟ้าสวยร้องบอก

“ต้องมีทางสิ พิษเหล่านี้ต้องไม่สูญเปล่า ในวิกฤตต้องมีโอกาสเสมอ พวกมันดูเหมือนจะไม่สนใจพวกเราเลยแม้แต่น้อย ลองค่อย ๆ ยืนแล้วหลบไปอีกทางก่อนดีกว่าฟ้าสวย”

ทั้งคู่ขยับตัวไปอีกทางปล่อยให้พวกมันขยับปีกสูบน้ำพิษกันอย่างเมามัน แต่แปลกที่น้ำในหลุมกลับไม่ลดลงมีแต่จะเพิ่มปริมาณขึ้นจนนองปากหลุม

“ฟ้าสวย ระยะห่างไม่ไกลกันเท่าไหร่ ถ้าเราจะทำให้น้ำในหลุมไปถึงพวกทาสได้ก็ต้องอาศัยแรงเหวี่ยงจะกินหรือไม่นั้นก็ตามแต่โชคชะตาฟ้ากำหนด”ชายหนุ่มถอนหายใจยาวแค่จะทำให้น้ำในหลุมไปถึงพวกทาสได้ก็หนักพอตัวอยู่แล้ว จะกินกันยังไงยังไม่รู้ชะตากรรม คิดแล้วปวดตับเสียจริง

“ใช่! แล้ว ปีกของมัน แรงเหวี่ยง มันต้องแบบนี้”หญิงสาวร้องขึ้น

หญิงสาวรีบไปดึงไม้ไผ่ที่เต็มไปด้วยใบแห้งและล่วงหล่นอยู่เต็มพื้น ลากมาใกล้ ๆปากหลุมแล้วใช้ส่วนปลายที่โค้งงอบิดไปมาจุ่มลงไปในหลุมจนชุ่ม และร้องบอกให้ชายหนุ่มรีบมาช่วยจับไม้ไผ่ให้ยกขึ้นในระดับที่จะทำให้แรงเหวี่ยงกลายเป็นลมพัดพาพิษที่อาบชุ่มบนปลายไม้ให้ไปไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้

“หนูน้อยทั้งสอง พวกเจ้าจะทำอะไรก็บอกข้าบ้างถึงอันตัวเราจะเป็นแย้ แต่ก็มีจิตที่อาสา”ท่านแย้กระโดดขึ้นยืน 2 ขา กอดอกบนไหล่ขวาของชายหนุ่มราวกับผู้กล้าในตำนานยืนแสยะยิ้ม

“ท่านโผล่ออกมาได้แล้วหรือ หายไปนานนึกว่าขุดหลุมหนีไปแล้ว อย่าทำหน้าแบบนั้น ผมพูดเล่นนะท่านเฮฮา”อีกฝ่ายกระโดดไปที่ไหล่ของหญิงสาวเชิดหน้าใส่ชายหนุ่มที่ยืนอมยิ้มเล็กๆ

“ข้าก็แค่เผลองีบหลับไปเหมือนจะโดนอะไรบางอย่างกระแทกเข้าที่หัว จนมารู้สึกอีกทีก็หนาวสั่นเหมือนมีลมพัดอยู่ตลอดเวลา และข้าก็เข้าใจแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น มีอะไรให้ช่วยก็ว่ามาได้เลย เฮฮาพร้อมเสมอครับเจ้านาย”ทั้งสองคนแทบจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ปล่อยให้ท่านแย้ยืนพร่ำเซไป เซมาด้วยแรงลม

“เอาเถอะท่าน แต่ตอนนี้พวกเราต้องการให้พิษที่อยู่ปลายไม้ไผ่นั่นมันลอยไปเข้าปากพวกทาสแบบไม่ต้องเคี้ยวกลืนลงไปเลย ท่านเฮฮาจะพอมีวิธีไหนบ้าง”ไม้ไผ่เอนเอียงตามแรงลมที่โบกสะบัดมาจากปีกผีเสื้อยักษ์

“เดี๋ยวขอคิดก่อน น่าจะ... น่าจะ...”เฮอาโยกตัวไปมา เอียงคอหมุนใช้ความคิด

“เมื่อยแล้วสิ ว่าไงท่านแย้ พอมีทางหรือไม่ ฟ้าสวยเราควรวางไม้ลงดีกว่านะ”ชายหนุ่มเกร็งมือ

“คิดออกแล้ว พวกเจ้าทั้งสองเอาปลายยอดไม้ลงมาจุ่มพิษให้ชุ่มไปเลย เดี๋ยวที่เหลือข้าจัดการเอง”เมื่อสิ้นเสียงพูดเจ้าสัตว์โลกหางยาวกระโดดลงไปที่ปากหลุมทันที

เฮฮาตวัดหางควงไปมาราวกับบ่วงบาศก์จุ่มลงไปในหลุมอาบยาพิษแล้วรีบกระโดดไปหาพวกทาสที่เดินเพ้ออยู่แถว ๆ สวนดอกไม้ และใช้ปลายหางทิ่มเข้าไปในปากทาสหนุ่มทั้งหลายที่กำลังยืนหาวด้วยความเหนื่อยล้า น้ำพิษถูกกลืนลงไปอย่างรวดเร็วด้วยความกระหาย ฤทธิ์ของมันทำให้ทาสหนุ่มออกจากภวังค์วิ่งไล่ตามท่านแย้ที่กระโจนปานวอกกลับมาตรงจุดที่น้ำพิษถูกสาดลงมาด้วยแรงกระพือปีกของผีเสื้อยักษ์ เหล่าทาสพากันดูดดื่มน้ำพิษเสมือนหนึ่งได้อาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่สวรรค์ประทานลงมาจากเบื้องบน พิษที่อยู่ในตัวของเหล่าทาสค่อย ๆ สลายหายไปจนทุกคนเริ่มมีอาการเป็นปกติ บ้างยืนเกาศีรษะ บ้างก็รีบวิ่งไปหาน้ำในลำธารใกล้ๆป่าไผ่มาดื่มกิน ล้างหน้า ล้างตา และกลับมามีสติอีกครั้ง

“ไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยจริง ๆ ว่าเรื่องแบบนี้มีจริงอยู่ในโลกแห่งนี้ เราขอยกนิ้วให้ท่านแย้ผู้ฉลาดหลักแหลมสมแล้วที่เป็นเสมือนแผนที่นำแสงสว่างให้กับกองทัพของพวกเรา”ชายหนุ่มยกนิ้วโป้งให้ ส่วนเฮฮากระโดดส่ายหัวไปมาอยู่บนไหล่ด้วยอาการหนาวสั่น

แต่ยิ่งไปกว่านั้นเหล่าทาสทั้งหลายที่รอดชีวิตต่างเดินเข้ามารุมล้อมคนทั้งสองและอีกหนึ่งสัตว์ ยอตัวคุกเข่าลงกับพื้นฝ่ามือแนบกดเม็ดดินเงยหน้ามองและก้มศีรษะลงเปล่งเสียงดังกึกก้องเสมือนหนึ่งเคารพผู้เป็นนาย

เสียงปรบมือดังขึ้นเป็นจังหวะร่างอันใหญ่โตที่ถูกฉาบไว้ด้วยเหล็กมันวาว มือทั้งสองข้างแน่นิ่งค้างไว้การเคลื่อนไหวจบลงพร้อมด้วยการหลุดล่วงของชุดเกราะที่กองลงสู่พื้นจนฝุ่นตลบและมันล้อมรอบอะไรบางอย่างให้เป็นประกายเด่นชัด

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Puma1008
ขอบคุณค่ะรอๆๆๆๆ
เมื่อ 4 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Puma1008
ขอบคุณค่ะรอๆๆๆๆๆๆ
เมื่อ 4 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว