ภารกิจพลิกชะตาฟ้า-คริสตัล หม่า

โดย  Phoenix_C

ภารกิจพลิกชะตาฟ้า

คริสตัล หม่า

ยุคปัจจุบัน

หม่าซ่วนฉี หรือคริสตัล หม่า อายุยี่สิบสี่ปี เป็นสายลับมือดีของหน่วย MSS (Ministry of State Security) พ่อและแม่ของเธอเป็นสายลับมือฉกาจ ทั้งคู่รักกันระหว่างทำภารกิจ เมื่อแม่ท้องจึงเลิกเป็นสายลับ พ่อตัดสินใจรับภารกิจแฝงตัวเข้าไปในแก๊งอาชญากรค้ายาเสพติดข้ามชาติเป็นงานสุดท้าย ก่อนจะผันตัวเป็นครูฝึกสายลับเต็มตัว

แต่พ่อของเธอกลับถูกสายลับคู่แข่งเปิดโปง ทำให้เฉินหมิงฝู หัวหน้าแก๊งอีกฝ่ายส่งนักฆ่าตามล่า พวกท่านรู้ว่าไม่มีทางหนีรอดจึงฝากฝูซ่วนฉีไว้กับหม่าอี้เหยา ผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนรักและหัวหน้าMSS ขณะนั้นเธออายุเจ็ดขวบ คริสตัลต้องเปลี่ยนชื่อแซ่มาใช้แซ่เดียวกับพ่อบุญธรรม และปลอมแปลงประวัติทั้งหมดเพื่อหนีจากการตามล่า

หม่าอี้เหยารักหม่าซ่วนฉีเหมือนลูกแท้ ๆ เขาอยากให้ลูกสาวของตนใช้ชีวิตปกติเหมือนเด็กสาวทั่วไป แต่เป็นคริสตัลเองที่อยากเป็นสายลับเพื่อจับคนที่ฆ่าพ่อแม่มารับโทษ

หม่าอี้เหยารู้ดีว่า ลูกสาวของตนได้พรสวรรค์มาจากพ่อแม่ที่เสียไป ในฐานะพ่อ ไม่มีพ่อคนไหนอยากให้ลูกทำงานเสี่ยงอันตราย แต่ถ้ามองในฐานะของหัวหน้าหน่วย เด็กที่มีพรสวรรค์เช่นนี้ หากไม่รับเข้ามาฝึก ก็เท่ากับว่าทางหน่วยสูญเสียบุคคลากรที่มีความสามารถไป สุดท้ายเขาจึงยอมให้หม่าซ่วนฉีมาเป็นสายลับ พ่ออย่างเขาจึงต้องเตรียมพร้อมทุกอย่าง เพื่อให้แน่ใจว่าลูกสาวของตนเก่งพอที่จะเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์

คริสตัลถูกส่งไปเรียนหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย กังฟู เทควันโด ยูโด คาราเต้ หรือแม้กระทั่งคราฟมาก้า[1] ซึ่งล้วนแต่ได้ระดับสูงสุด เธอเรียนทั้งแพทย์แผนโบราณ อย่างการใช้สมุนไพร การฝังเข็ม และแพทย์แผนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นวิธีปฐมพยาบาล การผ่าตัดที่ไม่ใหญ่มาก เพื่อนำไปรักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้นของตนเอง เมื่อคริสตัลอายุได้สิบหกปี พ่อบุญธรรมก็ส่งเธอไปฝึกกับหน่วยรบพิเศษของจีน

การอยู่ในหน่วยรบพิเศษซึ่งเก้าสิบห้าเปอร์เซนต์เป็นผู้ชาย นอกจากการฝึกอันหนักหน่วงแล้ว หญิงสาวยังต้องคอยรับมือกับพวกผู้ชาย ที่คอยแต่จะหาโอกาสเข้าหาเธอ แม้กฎระเบียบจะเข้มงวดแต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย

ช่วงแรก ๆ ที่หม่าซ่วนฉีเข้ามาฝึก ความสวยของเธอสะกดทุกสายตา ดวงตารียาวฉายแววเฉลียวฉลาด จมูกโด่งได้รูปรับกับริมฝึกปากบางเป็นกระจับ ยิ่งเวลาเธอยิ้มจะเห็นเขี้ยวเล็ก ๆ และลักยิ้มบริเวณแก้มทั้งสองข้าง ทำให้โลกดูสดใส รอยยิ้มที่ดึงดูดใครต่อใครให้เคลิ้มอย่างง่ายดาย ด้วยวัยสิบหกปีซึ่งถือว่าเป็นสาวแรกแย้ม ผิวพรรณจึงเปล่งปลั่งขาวเนียนน่าสัมผัส ประกอบกับการฝึกอย่างหนักมาตั้งแต่เด็ก ทำให้คริสตัลมีรูปร่างสูงโปร่งได้สัดส่วน ไม่แปลกเลยหากผู้ชายจะรู้สึกอยากเป็นเจ้าของ

หม่าซ่วนฉีรู้ดีว่า เมื่อเข้ามาที่นี่จะต้องเจอกับอะไรบ้าง สายตาของหัวหน้าและเพื่อนร่วมทีมซึ่งมีต่อเธอไม่ต่างจากที่คิดไว้ นอกจากหื่นกามยังดูถูกอีกด้วย อาจเป็นเพราะคริสตัลเป็นผู้หญิงคนเดียวในทีม A ของหน่วยรบพิเศษ มีแต่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถผ่านบททดสอบมหาโหดได้ แถมคะแนนรวมยังต้องสูงกว่าเก้าสิบเปอร์เซนต์ ทำให้ทุกคนไม่เชื่อว่า ผู้หญิงที่สวยและบอบบางอย่างเธอ จะมีความสามารถสอบผ่านได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นจึงมีข่าวลือหลายกระแส บางข่าวก็บอกว่าเป็นเด็กเส้นของผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ บางข่าวก็ว่ามีการแอบโกงข้อสอบข้อเขียน ทำให้คะแนนรวมเกินเกณฑ์กำหนด

ข่าวลือยิ่งลือยิ่งเกินจริง ทุกคนพร้อมจะเชื่อแม้ว่าลึก ๆ ในใจของหลายคนรู้ดีว่า การโกงหรือการใช้เส้นเข้ามายังหน่วยรบพิเศษอาจเป็นไปได้ แต่การใช้เส้นมาอยู่ในทีมแข็งแกร่งที่สุดนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ แต่อีโก้ในใจของผู้ชายก็ทำให้ยอมรับไม่ได้ ว่ามีผู้หญิงที่เก่งกว่าตัวเอง

ถึงขั้นมีการพนันขันต่อกันว่า หม่าซ่วนฉีจะทนได้นานแค่ไหน หลายคนพนันไม่เกินอาทิตย์ แต่ส่วนใหญ่จะพนันว่าเธออยู่ได้ไม่เกินสามวัน ดังนั้นเพื่อนร่วมทีมหลายคน จึงพยายามเข้ามาก้อร่อก้อติก บางคนพูดจาแทะโลมโดยไม่เกรงใจ แต่คนอย่างคริสตัล หม่า ไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสา เธอถือคติดีมาดีตอบ ร้ายมาร้ายกลับเท่าทวีคูณ

การจัดที่พักในหน่วยแยกหอชายหญิงออกจากกันชัดเจน การดูแลหอพักก็เป็นไปอย่างเข้มงวด แต่ยังไม่วายมีคนดอดเข้าไปลวมลามคริสตัลถึงในหอหญิงตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาในหน่วย

หม่าซ่วนฉีกำลังเตรียมตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อจะได้รีบเข้านอนแต่หัววัน เนื่องจากพรุ่งนี้เด็กใหม่จะต้องรายงานตัวและออกกำลังฝึกร่างกายตั้งแต่ตีสี่ เมื่อเดินใกล้ถึงทางเข้าหน้าห้องอาบน้ำ เธอก็เห็นไฟหน้าห้องน้ำติด ๆ ดับ ๆ จู่ ๆ ลางสังหรณ์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กก็ร้องเตือนว่ามีสิ่งผิดปกติ ทำให้หญิงสาวเริ่มระวังตัวและหยุดยืนอยู่ตรงนั้น ยังไม่ทันได้คิดว่าจะทำอย่างไร ก็มีเสียงเรียกจากด้านหลัง

“คริสตัล ทำไมมายืนตรงนี้ล่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า” หลิงจื่อจิงเพื่อนร่วมห้องของเธอถามขึ้นอย่างแปลกใจ

“ไม่มีอะไรหรอกจื่อจิง พอดีเห็นไฟติด ๆ ดับ ๆ เลยกำลังคิดว่าจะไปบอกผู้ดูแลให้มาเปลี่ยนหลอดไฟ เดี๋ยวไฟดับคนที่จะใช้ห้องน้ำจะลำบาก”

“อื้อ จริงด้วย คริสตัลนี่รอบคอบจริง ๆ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน แล้วเราค่อยมาอาบน้ำพร้อมกันก็ได้”

ทั้งคู่สวนกับเพื่อนห้องข้าง ๆ ที่กำลังจะไปอาบน้ำ สามสาวยิ้มให้กันตามมารยาทก่อนจะเดินแยกไป หลังจากสองสาวแจ้งผู้ดูแลหอพักทราบเรื่องแล้ว ทั้งสองคนจึงเดินกลับมายังห้องอาบน้ำอีกครั้ง ยังไม่ทันถึงดีก็ได้ยินเหมือนคนกรีดร้อง หม่าซ่วนฉีและจื่อจิงสบตากันแล้วรีบวิ่งไปยังห้องน้ำทันที

เมื่อถึงปรากฎว่าไฟในห้องน้ำดับสนิท คริสตัลหยิบไฟฉายอันเล็กซึ่งพกติดตัวเป็นประจำขึ้นมาเปิด แม้จะไม่สว่างมาก แต่ก็ยังดีกว่ามองไม่เห็นอะไรเลย เธอบอกให้หลิงจื่อจิงไปตามคนมาช่วย เพื่อนร่วมห้องลังเลเล็กน้อยด้วยความเป็นห่วง แต่รู้ดีว่าคนที่อยู่ในห้องน้ำต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และเพื่อนร่วมห้องก็น่าจะเก่งพอตัว ไม่งั้นคงไม่ได้อยู่ทีมเอ หลิงจื่อจิงจึงตัดสินใจรีบวิ่งไป

หลังจากหม่าซ่วนฉีเห็นเพื่อนวิ่งไปขอความช่วยเหลือแล้ว หญิงสาวจึงค่อย ๆ เดินเข้าไป โดยอาศัยเพียงแสงสว่างจากไฟฉาย พร้อมทั้งส่งเสียงถามเพื่อเรียกความสนใจจากผู้บุกรุกมาที่ตัวเธอ

“นั่นใคร ออกมาเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อยากเจอดี”

ผู้บุกรุกได้ยินเสียงฝีเท้าก็รู้ว่าคนที่เข้ามาใหม่มีเพียงคนเดียว จึงคิดว่าคงจัดการไม่ยาก อีกอย่างเหยื่อก็หมดสติไปแล้ว เขาคิดอย่างดูถูก ฮึ ฝีมือแค่นี้ยังมีหน้าอยากอยู่ทีมเอ ท่าทางจะใช้เต้าไต่แน่ เขาจึงค่อย ๆ วางเหยื่อลง จังหวะนั้นแสงจันทร์ลอดผ่านช่องหน้าต่างทำให้เขาหน้าเปลี่ยนสี ฉิบหายแล้ว นี่ไม่ใช่คนสวยในทีมเอนี่ ถึงจะผิดตัวแต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว คงต้องปล่อยเลยตามเลย ได้แต่หวังว่าพรรคพวกที่รออยู่ข้างล่างจะไม่กระทืบเขาเสียก่อน

คริสตัลได้ยินเสียงกุกกักเบา ๆ จึงค่อย ๆ เดินไปตามทางที่ได้ยินเสียง ยังไม่ทันถึงหางตาก็เห็นว่ามีเงาวูบหนึ่งอ้อมไปด้านหลัง การระวังตัวจึงเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า จังหวะที่อีกฝ่ายเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้ เธอทำเป็นไม่รู้ว่ามีใครอยู่ข้างหลังเพื่อรอให้อีกฝ่ายลงมือ

ชายผู้บุกรุกเห็นหญิงสาวจากแสงไฟฉายที่เจ้าตัวเปิด เขาแอบดีใจไม่คิดว่าเหยื่อจะเดินมาติดกับเอง คราวนี้คงไม่โดนเพื่อนรุมด่าแล้ว แถมยังได้ผู้หญิงมาให้พวกเขาสนุกเพิ่มอีกหนึ่งคนด้วย ก่อนเหยื่อจะไหวตัวทันชายหนุ่มก็รีบพุ่งเข้าชาร์จจากด้านหลังทันที

หม่าซ่วนฉีซึ่งรอจังหวะนี้อยู่ พออีกฝ่ายเข้ามาล็อคคอตนเองหญิงสาวก็เอนตัวพลางก้าวเท้าไปด้านหลัง ก่อนจะคุกเข่าย่อตัวแล้วจับอีกฝ่ายเหวี่ยงไปด้านหน้า

คนร้ายไม่คิดว่าเหยื่อของตนจะไหวตัวทัน ประกอบกับเขาประมาทคู่ต่อสู้เกินไปทำให้พลาดท่า ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อตั้งตัวได้ทั้งคู่ก็สู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร คริสตัลแม้จะเสียเปรียบเรื่องพละกำลัง แต่ก็ได้เปรียบเรื่องความไวและคล่องตัว ที่สำคัญเธอเก่งคารฟมากา ศิลปะการป้องกันตัวแบบทหารอิสราเอล ซึ่งเน้นการจู่โจมจุดอ่อนของร่างกายด้วยความรวดเร็ว หนักหน่วง หญิงสาวโจมตีจุดตายทั้งนั้น สู้กันเพียงไม่นานอีกฝ่ายก็เพลี่ยงพล้ำล้มลงกองกับพื้น หม่าซ่วนฉีไม่ปล่อยโอกาสดี ๆ ให้หลุดมือ เธอเตะสีข้างอีกฝ่ายติด ๆ กัน จนเห็นว่าคู่ต่อสู้ลุกไม่ขึ้นแน่ ๆ จึงกระทืบยอดอก อีกฝ่ายไอออกมาเป็นเลือดแล้วสลบไป

หลิงจื่อจิงซึ่งไปตามคนมาช่วย เมื่อมาถึงก็อ้าปากค้างเมื่อเห็นสภาพของผู้บุกรุก

“คริสตัล อย่าบอกนะว่าเธอจัดการหมอนั่นคนเดียวด้วยมือเปล่า”

“ก็ใช่น่ะสิ ในนี้มีฉันคนเดียว นอกจากไฟฉายกระบอกจิ๋วนี่ ฉันก็หาอาวุธอย่างอื่นไม่ทัน” คริสตัลตอบหน้าตาเฉย ทำเอาเพื่อนสาวและผู้ที่ตามเข้ามาช่วยถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ บอกกับตัวเองว่าจะไม่ล่วงเกินอีกฝ่ายแน่นอน

ครูฝึกเมื่อเข้ามาช่วยพอเห็นหน้าคนร้ายก็ตกใจ คิดไม่ถึงว่าคนลอบเข้ามาจะเป็นผู้ช่วยครูฝึก การลอบเข้ามาในหอพักหญิงไม่ใช่ว่าจะเข้ามาง่าย ๆ แสดงว่าต้องทำเป็นขบวนการแน่นอน ดังนั้นรองหัวหน้าหน่วยซึ่งอยู่เวรคืนนี้จึงออกคำสั่งให้ปิดเรื่องนี้ไว้ก่อน ผู้ช่วยครูฝึกที่สลบไปนั้น ให้กักตัวอยู่ในห้องขังของหอหญิงโดยจัดทหารเฝ้าไว้ ส่วนเด็กใหม่ที่ได้รับบาดเจ็บให้หม่าซ่วนฉีและหลิงจื่อจิงพาไปห้องพยาบาล ก่อนรองหัวหน้าหน่วยจะออกไปจัดการกับคนที่เหลือ เขาก็หันมาทางคริสตัลแล้วพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงชื่นชม

“หม่าซ่วนฉี ครั้งนี้ถือว่าคุณได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าคุณมีดีและเก่งจริง ผมเชื่อว่าต่อจากนี้คงไม่มีใครกล้าดูถูกคุณแน่นอน”

เป็นอย่างที่รองหัวหน้าพูด หลังจากรองหัวหน้าจับกุมพรรคพวกของผู้ช่วยครูฝึก พวกเขาก็ถูกสอบสวนอย่างหนัก จนรับสารภาพว่าตั้งใจจะเข้ามาฉุดคริสตัลไปข่มขืน พวกมันมีกันสี่คนแต่ส่งผู้ช่วยครูฝึกซึ่งเก่งเรื่องไฟฟ้าขึ้นตึกไปคนเดียว โดยครูฝึกของทีมบีเรียกทหารเฝ้าเวรมาช่วยยกของเพื่อเปิดทางให้ผู้ช่วยลอบขึ้นไป แต่พวกเขาคิดไม่ถึงว่าผู้หญิงที่พวกเขาคิดว่าใช้เส้นเข้ามาในทีมเอจะเก่งจริง ดูจากสภาพของผู้ช่วยครูฝึกซึ่งต้องส่งไปโรงพยาบาลในค่ายทหาร แขนหัก ซี่โครงหักสามซี่ กรามหัก ทำให้ไม่มีใครกล้าดูถูกเธออีกเลย แต่เหตุการณ์นี้ทำให้ความรู้สึกดีต่อผู้ชายในใจของคริสตัลต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก

หลิงจื่อจิงเคยถามหม่าซ่วนฉีว่าทำไมวันนั้นถึงไม่เข้าไปอาบน้ำ ทั้ง ๆ ที่ไฟในห้องอาบน้ำก่อนเกิดเรื่องเสียแค่ดวงเดียวและเป็นดวงที่อยู่หน้าห้องอาบน้ำไม่ใช่ในห้องน้ำ คริสตัลยิ้มแต่ไม่ได้ตอบอะไร

ความจริงแล้วหม่าซ่วนฉีมีลางสังหรณ์แม่นยำ ทุกครั้งเมื่อจะเกิดเรื่อง หญิงสาวจะรู้สึกได้ว่ามีสิ่งผิดปกติ แม้จะไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่ก็เป็นการเตือนภัยชั้นยอดซึ่งทำให้เธอรอดพ้นอันตรายมาได้ ตอนแรกคริสตัลก็ไม่เชื่อลางสังหรณ์ของตนเองเท่าไหร่ หลังจากพิสูจน์มาหลายครั้งไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ทุกครั้งที่เธอเมินลางสังหรณ์ของตัวเอง สุดท้ายเรื่องร้าย ๆ ก็เกิดขึ้นจริง ๆ

แม่ของหม่าซ่วนฉีเคยเล่าให้ฟังว่าก่อนจะท้องเธอ แม่ฝันเห็นผู้ชายแก่คนหนึ่งนำเด็กทารกผู้หญิงหน้าตาน่ารักมาให้ แล้วบอกว่าเป็นเด็กมีบุญต้องเลี้ยงดูให้ดี ตอนแรกแม่ก็ไม่ได้เชื่อเรื่องพวกนี้ หลายปีผ่านไป ทุกครั้งที่พาเธอออกไปข้างนอก หากใครมีสัมผัสพิเศษ หรือมีพระฝึกการนั่งสมาธิเข้าฌาน ทุกคนจะพูดกับแม่ว่า เบื้องบนฝากเด็กคนนี้มาให้เลี้ยง ชะตากำหนดมาแล้วว่า สักวันหนึ่งเด็กคนนี้จะต้องกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง แล้วยังบอกว่าให้ฝึกฝนเธอให้เก่งเหมือนกับพ่อและแม่

จากไม่เชื่อก็กลายเป็นหวาดกลัวว่าลูกสาวของตัวเองจะต้องจากไป จึงไม่เคยพาเธอไปไหนมากนักนอกจากโรงเรียน สิ่งที่คนอื่นเตือนแม่ก็ไม่เคยทำ ไม่ยอมให้เธอรู้เรื่องเกี่ยวกับอาชีพของพ่อและอาชีพเก่าของแม่ สุดท้ายพ่อและแม่ก็ต้องจากไป เรื่องนี้เป็นปมในใจของคริสตัลมาโดยตลอด

หม่าซ่วนฉีจบหลักสูตรของหน่วยรบพิเศษโดยใช้เวลาเพียงปีเศษ เมื่อครูฝึกสอนทุกคนส่งใบประเมินผลคะแนน ปรากฏว่าคริสตัลได้คะแนนสูงสุดของกลุ่ม ทางหน่วยจึงส่งเธอ อิริคและจางเซี่ยที่ได้คะแนนระดับสูงสุดในหน่วยไปปฏิบัติภารกิจเป็นทีม

หัวหน้าทีมอธิบายภาพรวมเกี่ยวกับภารกิจครั้งนี้ เป้าหมายคือ บริษัทผลิตยาปฏิชีวนะและวัคซีนป้องกันโรครายใหญ่ของจีน เนื่องจากมีสายรายงานมาว่า เบื้องหลังของบริษัทแห่งนี้มีการสร้างห้องลับเพื่อทำการทดลองเชื้อไวรัสตัวใหม่ เพื่อจะสร้างโรคระบาดแล้วค่อยผลิตวัคซีนป้องกันไวรัส สุดท้ายก็จะผลิตยาปฏิชีวนะรักษาโรคระบาดตัวนี้

เมื่อทุกคนเข้าใจภาพรวมของภารกิจนี้แล้ว หัวหน้าทีมก็แจกแจงลึกลงไปถึงขั้นตอนของบริษัท และมอบหมายงานให้แต่ละคนในทีมแฝงตัวเข้าไปในแผนกต่าง ๆ

เริ่มจากการสร้างไวรัสที่จะใช้ในการสร้างโรคระบาด โดยจับเด็กจรจัด วัยรุ่นใจแตกมาทดลอง พวกมันจะฉีดไวรัสเข้าสู่ร่างกายของเหยื่อเพื่อดูระยะเวลาในการเพาะเชื้อว่าใช้เวลาเท่าไหร่ และอาการหลังได้รับไวรัสแล้วเป็นอย่างไร เหยื่อกลุ่มนี้จะถูกกักตัวไว้ในห้องพิเศษเพื่อกันไม่ให้แพร่เชื้อออกมา เมื่อสังเกตอาการแล้วพวกมันก็จะดูว่าเหยื่อจะตายภายในกี่วันหากไม่ได้รับยารักษา

เหยื่อกลุ่มแรกนั้นถือว่าเป็นกลุ่มชะตาขาดไม่มีใครรอดออกมาเลยสักคนเดียว พวกมันจะทดลองจนกว่าผลจะออกมาน่าพอใจ จากนั้นบริษัทจะนำเชื้อไวรัสที่สมบูรณ์ที่สุดมาเข้าสู่กระบวนการผลิตเพื่อใช้เป็นเชื้อโรคระบาด

ขั้นที่สอง บริษัทจะนำเชื้อไวรัสมาเพาะเพื่อทำเป็นวัคซีนป้องกันโรคระบาด เหยื่อกลุ่มที่สองจะถูกฉีดไวรัสป้องกันก่อนสองสัปดาห์เพื่อให้มีภูมิคุ้มกัน เมื่อพ้นระยะเวลาสองสัปดาห์จึงปล่อยเชื้อโรคระบาดและดูผลว่าสามารถป้องกันไวรัสตัวนี้ได้หรือไม่ แต่ไม่มีการทดลองใดสำเร็จในครั้งแรก ดังนั้นเหยื่อทดลองรอบแรก ๆ จึงมีไม่ถึงสิบเปอร์เซนต์ที่รอดชีวิต หลังจากนั้นก็ทดลองจนกว่าจะมีผู้เสียชีวิตน้อยลงบริษัทถึงจะผลิตวัคซีนออกมาทำตัวอย่างเก็บไว้

ขั้นที่สาม พวกมันจะใช้เหยื่อกลุ่มแรกมาทำการทดสอบยาฆ่าเชื้อไวรัส นักวิจัยจะทดลองจนกว่าจะได้ยาที่ฆ่าไวรัสได้สมบูรณ์ที่สุด

เมื่อทดลองจนครบทุกขั้นตอนจึงจะปล่อยเหยื่อติดเชื้อออกไปแพร่โรคระบาด บางครั้งก็กระจายไวรัสไปตามอากาศ เมื่อเกิดโรคระบาดขึ้นก็ต้องรอไปสักระยะหนึ่งให้เกิดการตื่นตัวขององค์การอนามัยโลก (WHO) บริษัทจะเริ่มปล่อยยาปฏิชีวนะบรรเทาอาการติดเชื้อ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ ปล่อยตัวต่อไป แต่อาจจะบริษัทที่เป็นนอร์มินีเพื่อไม่ให้โดนสงสัยแล้วจีงปล่อยยาปฏิชีวนะที่สามารถรักษาอาการให้หายเป็นปกติ ส่วนเรื่องของวัคซีนป้องกันนั้นเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพียงเท่านี้บริษัทก็จะได้เงินมหาศาล รวมถึงหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งพุ่งสูงจนเกือบติดเพดาน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บริษัทผลิตยาเหล่านี้ทำ เพียงแต่ยังไม่สามารถหาหลักฐานมาเอาผิดได้

หัวหน้าทีมอธิบายขั้นตอนเรียบร้อยก็ส่งทีมของเธอไปยังแผนกต่าง ๆ ของบริษัท โดยปลอมแปลงประวัติเพื่อให้ทีมของหม่าซ่วนฉีแฝงตัวเข้าไปได้อย่างสะดวก

ทีมของคริสตัลแฝงเข้าไปในบริษัทนานสี่เดือน แต่ละคนได้ข้อมูลและตัวอย่างที่ต้องการ ทั้งยังวาดแผนที่ตำแหน่งคุมขังของคนโดนจับมาทดลอง ภารกิจกำลังสำเร็จไปได้ด้วยดี วันที่กำลังจะเสร็จสิ้นภารกิจ ทางเอ็มเอสเอสประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ เตรียมเข้าจับกุมหลังจากทุกคนซึ่งแฝงตัวอยู่ภายในบริษัทออกมาพร้อมหลักฐานทั้งหมด

หม่าซ่วนฉีลอบออกมาจากบริษัทพร้อมข้อมูลแล้วรีบไปยังจุดนับพบ แต่จู่ ๆ เธอก็รู้สึกตาพร่าแล้วทุกอย่างก็ดับวูบ ไม่นานความรู้สึกเย็นเฉียบก็ปลุกให้คริสตัลค่อย ๆ ลืมตาขึ้น จนกระทั่งภาพตรงหน้าชัดเจนจึงรู้ว่าเธอโดนพวกมันจับได้ และความรู้สึกเย็นเฉียบเมื่อครู่คือน้ำเย็นที่พวกมันสาดเพื่อปลุกให้เธอฟื้น

หลังจากสติกลับมาครบถ้วน หญิงสาวพบว่าตัวเองอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ มือเท้าโดนมัดไว้ พวกมันพยายามเค้นข้อมูล แต่หม่าซ่วนฉีแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ เมื่อไม่ได้ข้อมูลที่ต้องการ เธอจึงถูกซ้อมอย่างหนักเพื่อให้บอกว่าใครเป็นคนส่งมา หลักฐานอยู่ที่ไหน และยังมีคนอื่นแฝงมาอีกหรือไม่

คริสตัลไม่ยอมพูดอะไรแม้แต่คำเดียว เท่าที่สังเกต ทางนั้นไม่ได้มั่นใจว่าใครเป็นหนอน เหมือนลองสุ่มจากความน่าจะเป็น หญิงสาวจึงเลือกทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร ตลอดเวลาที่ถูกจับอยู่ในห้องลับ เธอเอาแต่พูดประโยคเดิมซ้ำไปมา ว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ ฆ่าไปก็เปล่าประโยชน์ สู้เอาเวลาไปหาหนอนตัวจริงดีกว่า หม่าซ่วนฉีขอร้องให้พวกมันปล่อยเธอไป

พวกมันจึงเปิดกล้องวงจรปิดให้คริสตัลดู ว่าหนึ่งในสองคนนี้ซัดทอดมาว่า เธอเป็นหนึ่งในสายลับที่ถูกส่งมาแฝงตัว ถ้าไม่อยากตายก็ให้บอกมาว่าใครส่งมา ส่งมาทั้งหมดกี่คน

หม่าซ่วนฉีไม่เชื่อว่าทั้งคู่เป็นคนซัดทอด และถึงจะซัดทอดจริง รับก็ตาย ไม่รับก็ตาย หญิงสาวยอมตายคนเดียวดีกว่าจะดึงเพื่อนร่วมทีมไปตายด้วย

ที่สำคัญ เอริคดีกับคริสตัลมาตลอด เขาแอบชอบเธอ แม้หญิงสาวจะไม่ได้คิดอะไรเกินเลยไปกว่าเพื่อน แต่ก็มั่นใจว่าคนทรยศต้องไม่ใช่เขา ส่วนอีกคนก็เป็นเพื่อนที่ดี ร่วมฝึกด้วยกันมานาน ไม่น่าจะเป็นไปได้ว่าสองคนนั้นจะหักหลัง พวกมันน่าจะสงสัยพวกเธอทุกคน แต่เลือกที่จะให้ซัดทอดกันเอง

หม่าซ่วนฉีปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมทั้งร้องไห้อย่างน่าสงสาร จนชายหนุ่มที่มาสอบสวนหญิงสาวใจอ่อนและยื่นโอกาสเป็นครั้งสุดท้ายให้

“สาวน้อย ลองคิดดูให้ดี เธอโดนเพื่อนหักหลังแล้ว จะปากแข็งไปเพื่ออะไร ฉันจะให้โอกาสเป็นครั้งสุดท้าย พรุ่งนี้ก่อนเที่ยงเป็นวันชี้ชะตาของเธอ”

ก่อนไปชายหนุ่มยังบอกว่า ถ้าเธอยอมบอกทุกอย่างว่าทำงานให้ใคร และมีใครบ้างที่แฝงตัวเข้ามาพวกมันก็จะไม่ฆ่าแต่จะทำให้ลืมความทรงจำไปบางช่วง โดยจะฉีดยาโรไฟนอฟ (Rohypnol) ยาตัวนี้เป็นยาระงับประสาท ทำให้นอนหลับ สูญเสียความทรงจำชั่วขณะ แต่ถ้าใช้ในปริมาณมากอาจทำให้ความทรงจำบางส่วนหายไป

วันต่อมาคนที่มาสอบสวนหญิงสาวเป็นผู้ชายหน้าตาท่าทางจืดชืดแต่ดูเจ้าเล่ห์ คริสตัลแกล้งทำเป็นกลัวและน่าสงสาร ขอให้ปล่อยไป เธอยอมทุกอย่าง ชายคนนั้นจึงพูดว่า ถ้ายอมนอนด้วยและจนเป็นที่พอใจมันจะยอมปล่อยเธอไป

ฟังดูก็รู้ว่านี่คือคำโกหก อีกฝ่ายแค่เห็นเธอยังสาวและสวยมาก เลยคิดจะหลอกฟันแล้วฆ่าทิ้ง เพราะมันคงไม่อยากให้ใครรู้ว่าตัวเองมีความสัมพันธ์กับเหยื่อ ถึงจะรู้ว่าโดนหลอกแต่ก็ต้องแกล้งโง่เชื่อว่ามันจะช่วยเธอจริง ๆ หญิงสาวแกล้งทำเป็นยอม ชายหนุ่มที่มีหน้าที่มาสอบสวนเธอพอใจอย่างมากที่จะได้เคลมผู้หญิงซึ่งหมายตามานาน

“สาวน้อย รอเดี๋ยว ฉันไปปิดกล้องก่อน แล้วเราค่อยมาสนุกกัน รับประกันว่าเธอจะติดใจจนต้องร้องขออีกรอบ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” มันมองเธอด้วยสายตายหื่นกระหาย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

คริสตัลพยายามคิดหาทางเอาตัวรอด การที่ต้องโดนซ้อมอยากหนักมาถึงสองวัน กินอาหารกับน้ำเพียงวันละมื้อเพื่อไม่ให้เหยื่อตายก่อนจะได้ความจริง เป็นคนอื่นถ้าไม่ตายก็คงยอมคายความจริงออกมา แต่ไม่ใช่กับเธอที่ถูกฝึกอย่างหนักจากหน่วยรบพิเศษ เรื่องแบบนี้ถือว่าธรรมดามาก

หม่าซ่วนฉีชอบซ่อนของมีคมอันเล็กแต่สรรพคุณไม่เล็กเอาไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ใบมีดคมสามารถตัดเชือกหนา ๆ ขาดได้ ปลายแหลมของมันสามารถสะเดาะกุญแจได้ทุกชนิด นี่เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่พวกหน่วยรบพิเศษต้องมี หญิงสาวค่อย ๆ เอามือที่ถูกมัดไขว้อยู่ข้างหลังเลื่อนขึ้นมาใกล้ขอบกางเกง เธอพยายามเอานิ้วสอดเข้าไปเพื่อหาช่องที่ซ่อนมันเอาไว้ และก็หาเจอ

หญิงสาวรีบตัดเชือกที่มือออก แต่ยังไม่ให้ขาดสนิทเพราะถ้าเชือกหลุดแล้ว หากไอ้หน้าจืดยังไม่ได้ปิดกล้อง งานเข้าแน่ เพื่อความแน่นอนต้องรอจนกว่าไฟแดงจากกล้องวงจรปิดดับลง คริสตัลก็ตัดเชือกให้ขาดออกจากกันทันที เมื่อมือเป็นอิสระแล้ว ก็รีบตัดเชือกที่ขาแต่ยังไม่ปลดออก และนำเชือกกลับมาพันมือไว้หลวม ๆ รอให้มันกลับมาเพื่อสอบถามให้แน่ใจว่ามีใครเฝ้าอยู่บ้าง พวกที่เหลืออยู่ที่ไหน

ไอ้หน้าจืดเดินเข้ามาด้วยสายตาหื่นกระหาย “เอาล่ะ เรามาสนุกด้วยกันได้แล้ว หุ่นเธอนี่น่าฟัดจริงๆ” พูดจบก็ถอดเสื้อตัวเองออกแล้วเริ่มปลดกางเกง

“เดี๋ยวก่อน! ฉันจะแน่ใจได้อย่างไรว่าคุณจะไม่พาใครมารุมโทรมแล้วอัดคลิปไว้” หม่าซ่วนฉียังไม่อยากเห็นของอุบาทว์ตอนนี้

“ฉันไม่มีรสนิยมแบบนั้น แล้วก็ไม่ได้อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ ไม่ต้องกังวลไปหรอก” เขาก็ทำท่าจะถอดกางเกงอีก

“เดี๋ยวก่อน! แล้วถ้าเราทำอะไรกันในนี้ ข้างนอกจะไม่ได้ยินหรือ ฉันกลัวแล้วก็อายด้วย ฉันยังไม่เคย” เธอพยายามยื้อเวลาพลางหลอกถามว่าข้างนอกมีใครเฝ้าอยู่หรือเปล่า

“เรื่องมากจริง! ข้างนอกฉันไล่ไปหมดแล้ว อีกอย่างนี่ก็เป็นห้องเก็บเสียงด้วย เอาละ ทีนี่เลิกท่ามากและถ่วงเวลาได้แล้ว” คริสตัลพยักหน้า ใช้จังหวะที่ไอ้หน้าจืดกำลังปลดเข็มขัดและถอดกางเกงรีบแก้มัดให้ตัวเองแล้วจัดการอีกฝ่ายทันที ไม่ถึงสองนาทีมันก็สลบเหมือด

หม่าซ่วนฉีค้นตัวก็เจอคีย์การ์ด ปืนและขวดยาเล็ก ๆ ขวดหนึ่ง มันคือยาโรไฟนอล แสดงว่ามันคงเตรียมยาไว้เผื่อเธอเปลี่ยนใจ ในนี้น่าจะมีเข็มฉีดยา เมื่อลองค้นอย่างละเอียดก็เจอเข็มฉีดยากับสลิง หญิงสาวจึงคว้ามันมาฉีดไอ้หน้าจืด เมื่อจัดการคนในห้องเรียบร้อยคริสตัลก็ค่อย ๆ เลาะไปตามทางอย่างระมัดระวัง มันแปลกที่คนคุมน้อยผิดปกติ ไม่รู้ว่าเป็นกับดักหรือไม่ แต่คงต้องลองเสี่ยง จะให้ออกไปคนเดียวแล้วทิ้งเพื่อนสองคนไว้เธอก็ทำไม่ลงเพราะทั้งคู่ดีกับเธอโดยเฉพาะอีริค

อีริคเข้ามาฝึกเป็นสายลับรุ่นเดียวกับหม่าซ่วนฉี พวกเรามักถูกจับคู่ฝึกด้วยกันเพราะคะแนนใกล้เคียงกัน อีริคใส่ใจเธอมากจนหญิงสาวรู้สึกได้ว่าเขาน่าจะคิดอะไรเกินเพื่อน เขาคอยมาดูแลคอยห่วง ดีจนเธอละอายใจ คริสตัลไม่เคยคิดอะไรเกินกว่าความเพื่อน แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่พูด เธอเองก็สบายใจ

มีครั้งหนึ่งอิริคพลาดท่าระหว่างการฝึกจนทำให้เขาเกือบตกหน้าผาตาย หม่าซ่วนฉีได้ช่วยชีวิตเขาไว้ หลังจากรอดตายอิริคจึงรู้สึกว่าชีวิตคนเราสั้นเกินกว่าจะปล่อยให้เวลาผ่านไป ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะสารภาพความในใจ

คริสตัลไม่คิดว่าอิริคจะมาสารภาพรักกับตนเองทำให้เธอวางตัวไม่ถูก ถ้าเป็นคนอื่นหญิงสาวคงจะปฏิเสธแบบไร้เยื่อไย แต่ไม่ใช่กับอีริค หญิงสาวกลัวจะสูญเสียเพื่อนรักไปจึงไม่ตอบรับและปฏิเสธ อิริครู้มานานแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดอะไรกับตน และการที่เขาสารภาพความรู้สึกออกไปก็อาจทำให้ผู้หญิงที่เขาชอบอึดอัด

เพื่อให้คนที่ตนหลงรักไม่ลำบากใจ อีริคตัดสินใจที่เรียกเธอออกมาพบเพื่อที่จะเคลียร์ทุกอย่าง

“คริสตัล ผมรู้ว่าดีว่าความรักมันบังคับกันไม่ได้ ถ้าสิ่งที่พูดออกไปวันนั้นทำให้คุณต้องลำบากใจ ผมอยากให้คุณคิดไว้ว่า ความรักของผมเป็นเหมือนสายลม คุณไม่จำเป็นต้องรับรู้การมีตัวตนของสายลม แต่ยามใดที่คุณเหนื่อยล้า ร้อนใจ คุณก็จะสัมผัสถึงความรักของผมได้เสมอ ไม่ว่าคุณจะมีใครในใจ ผมก็ยังคงเป็นสายลมอยู่ข้างกายคุณ ผมจะไม่มีวันทิ้งคุณไปไหน”

หลังจากที่หม่าซ่วนฉีเข้าไปช่วยจางเซี่ยและอิริคออกมาได้ ถึงได้รู้ว่าการโดนจับตัวไปครั้งนี้เป็นการทดสอบครั้งสุดท้ายก่อนเข้าบรรจุเป็นสายลับ การสอบครั้งนี้ไม่มีการแจ้งให้รู้ล่วงหน้า สถานการณ์ทุกอย่างเหมือนจริง เพราะทางหน่วยต้องการทดสอบด้านจิตใจ ความซื่อสัตย์ ไหวพริบ ทีมเวิร์ค ความมั่นคงในอารมณ์

ทุกทีมที่ทำภารกิจหลักสำเร็จถึงจะได้รับการสอบด่านสุดท้าย แต่ละทีมจะได้สถานการณ์ไม่เหมือนกัน สิ่งที่เหมือนกันคือแรงกดดันมหาศาล การซ้อมที่ให้คายความจริง บางคนได้ข้อเสนอเป็นเงิน บางคนโดนเอาคนรักหรือครอบครัวมาข่มขู่ แล้วแต่หัวหน้าที่ปฏิบัติภารกิจนั้นจะสรรหามาทดสอบเด็กใหม่

ผ่านไปสิบวัน หน่วยเอ็มเอสเอสเรียกคนที่สอบผ่านเข้าไปยังหน่วยงานใหญ่ เพื่อรับการบรรจุและส่งตัวให้กับแผนกต่าง ๆ ตามความโดดเด่นของแต่ละคน

คริสตัลเข้าไปรายงานตัวกับหัวหน่ายหน่วยทีมเอพร้อมจางเซี่ย ทั้งคู่ไม่พบอิริค ทีแรกทั้งสองคนเข้าใจว่าอิริคได้ไปอยู่ทีมอื่น ทั้งคู่เข้าไปสอบถามครูฝึกว่าอิริคอยู่หน่วยไหน แต่ไม่มีครูฝึกคนไหนยอมตอบ

หม่าซ่วนฉีและจางเซี่ยยังมองโลกในแง่ดีว่ามันอาจเป็นความลับที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ท้ายที่สุดอิริคฝากจดหมายมาให้พวกเธอคนละฉบับ

เนื้อหาในจดหมายอธิบายทุกอย่างได้ดี เขาเขียนมาขอโทษที่สุดท้ายก็ทรยศเธอและจางเซี่ย ชายหนุ่มเพิ่งรู้ว่า เมื่อตัวเองและคนในครอบครัวยื่นขาข้างหนึ่งก้าวเข้าสู่ประตูผี ทำให้เขารู้ว่าความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจจะตายเป็นเช่นไร ประกอบกับทางฝั่งนั้นยื่นข้อเสนอเป็นเงินก้อนโต ที่จะทำให้เขาและครอบครัวสบายไปทั้งชาติ สุดท้ายความกลัวตายและความโลภครอบงำจนมองไม่เห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างไป พวกมันโอนเงินจำนวนห้าล้านเหรียญเข้าบัญชีเขาทันทีหลังจากที่เขายอมสารภาพความจริงทั้งหมด ผลสุดท้ายเขาถึงเพิ่งมารู้ว่านี่คือบททดสอบ อีริคไม่กล้าสู้หน้าคริสตัลและจางเซี่ย ยิ่งหญิงสาวเขายิ่งไม่กล้าสู้หน้าเข้าไปใหญ่ การหักหลังคนที่ตัวเองบอกว่ารักและจะปกป้องนั้นทำให้เขาละอายใจ เขารู้สึกว่าตัวเองเลวเกินกว่าจะโผล่หน้ามาให้เธอเห็น

เมื่ออ่านจดหมายฉบับนี้จบลง หม่าซ่วนฉีถึงกับช็อคไปครู่ใหญ่ แม้ว่าเธอจะไม่ได้รักอิริคเหมือนคนรัก แต่ชายหนุ่มเป็นคนที่เธอเชื่อใจ อาจเพราะคริสตัลอ่อนต่อโลกมากเกินไปจึงทำให้เชื่อว่าผู้ชายที่ยอมเราทุกอย่าง ดูแลไม่เคยห่างจะไม่มีวันทรยศหักหลัง ขนาดยังไม่ได้รักยังเจ็บขนาดนี้ ถ้าปล่อยให้ตัวเองรักล่ะจะเจ็บปวดมากขนาดไหน ความรู้สึกที่ติดลบเกี่ยวกับผู้ชายยิ่งเพิ่มมากขึ้น

คริสตัล หม่า หรือหม่าซ่วนฉีทำงานเป็นสายลับได้เกือบหกปี ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์หรือทักษะเธอมาเป็นอันดับหนึ่ง หากงานไหนยากและอันตราย ชื่อของคริสตัลจะเป็นตัวเลือกแรก ๆ ของหน่วยเสมอครั้งนี้ก็เช่นกัน

ในที่สุดโอกาสที่เธอรอคอยก็มาถึง เมื่อมีสายรายงานว่าเฉินหมิงฝู ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ชื่อดัง เบื้องหลังคือพ่อค้ายาและมนุษย์ เขากำลังร่วมทุนกับต่างชาติเพื่อการฟอกเงินและค้ายาเสพติด หม่าซ่วนฉีจึงรับอาสาจัดการภารกิจนี้เพื่อทำให้คนที่ฆ่าพ่อแม่เธอให้ได้รับผลกรรมที่ก่อไว้

กองถ่ายภาพยนตร์ มังกรสะท้านแผ่นดิน

วันนี้เป็นการถ่ายวันสุดท้ายของหนังร่วมทุนสร้าง ระหว่างเฉินหมิงฝูและแฮรี่ มาคาร์ด (Henrry Macard) หุ้นส่วนทำภาพยนตร์และงานผิดกฎหมายทุกชนิด พวกเขามาที่กองถ่ายและช่วงเย็นจะมีการจัดงานแถลงข่าวของบริษัท เธอกับดีน่า หรือ เย่หรูปิง คู่หูรุ่นพี่ จึงแยกกันไป ดีน่าขึ้นไปจัดการคัดลอกข้อมูลการกระทำผิดและการฟอกเงิน พวกเธอสืบทราบมาว่าอยู่ที่เซฟนิรภัยในห้องทำงานของเฉินหมิงฝู ส่วนคริสตัลซึ่งวันนี้ต้องปลอมเป็นสแตนด์อินของนางเอกเพื่อจะได้เข้าไปในงานแถลงข่าวซึ่งแสดงฉากต่อสู้ให้นักข่าวเก็บภาพ เธอทำหน้าที่ประสานงานกับเย่หรูปิงและหน่วยรอจับกุม

“คริสตัล มีปัญหานิดหน่อย เซฟตัวนี้ฉันเปิดไม่ได้ มันเป็นระบบใหม่ล่าสุด เธอขึ้นมาจัดการได้ไหม”

เย่หรูปิงที่หาที่ซ่อนเจอ แต่ไม่สามารถจัดการกับเซฟได้

“ได้ ฉันจะขึ้นไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” คริสตัลรีบติดต่อกับหน่วยของเธอ

“คริสตัลเรียกหัวหน้า ตอนนี้เราพบที่ซ่อนเซฟแล้วแต่ดีน่าเปิดไม่ได้ ฉันจะขึ้นไปจัดการเอง ขอให้ทางฐานส่งสแตนด์อินมาแทนและจัดการกล้องวงจรปิดด้วย เมื่อได้หลักฐานแล้วจะรีบแจ้งให้ทราบทันที”

“ทางหน่วยทราบแล้วจัดการได้เลย ระวังตัวด้วย”

หม่าซ่วนฉีจัดการกับคนเฝ้าลิฟต์แล้วรีบขึ้นไปชั้นบนสุดของตึก เธอลอบเข้าไปในห้องทำงานของเฉินหมิงฝูที่ตอนนี้ดีน่ารออยู่แล้ว

“คริสตัล เซฟตัวนี้ต้องทำการปลดล็อคสี่ชั้น พลาดได้แค่ครั้งเดียว ฉันไม่มั่นใจ”

“ฉันจัดการเองดีน่า เธอไปดูต้นทางไว้” คริสตัลหลับตาทำสมาธิ เธอต้องรีบจัดการเซฟให้เสร็จภายในเวลาสามนาทีก่อนเสียงเตือนภัยจะร้อง เริ่มจากทาบลายนิ้วมือที่ไปขโมยมาจากเฉินหมิงฝู แล้วใส่คอนเทคเลนส์เลียนแบบม่านตาของเฉินหมิงฝูเพื่อสแกนม่านตา สุดท้ายคือการกดรหัสปลดล็อคสองชุด ถ้าพลาดเพียงตัวเดียวต้องเริ่มต้นใหม่

รหัสชุดแรกเป็นการหมุนเซฟซึ่งต้องหมุนหกครั้ง พอหมุนผ่านจึงกดรหัสชุดที่สองแปดตัว หม่าซ่วนฉีฝึกหมุนเซฟทุกวัน ทั้งยังมีเพื่อนในวงการนี้ ทำให้เธอสามารถจัดการทุกอย่างผ่านตั้งแต่ครั้งแรก เมื่อเปิดได้แล้วพวกเธอรีบเปิดโน้ตบุ๊กเพื่อหาข้อมูลที่ต้องการ และกวาดยารวมถึงเงินสดทั้งหมดลงกระเป๋าเพื่อเป็นหลักฐาน เมื่อได้ทุกอย่างแล้ว หญิงสาวก็ให้เย่หรูปิงติดต่อฐานเพื่อเรียกหม่าอี้เหยามารับจากนั้นจึงให้คนของเอ็มเอสเอสที่แฝงตัวอยู่ในงานเข้าทำการจับกุม

ทั้งคู่ขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อรอเฮลิคอปเตอร์ เมื่อเฮลิคอปเตอร์มาถึงปรากฏร่างของแฮรี่หรือ เซี่ยงชี่เฉิง สายลับรุ่นพี่ทั้งยังเป็นคนรักของเย่หรูปิง คริสตัลหันกลับไปมองเพื่อนรัก

ดีน่าเห็นสายตาของคู่หูก็ถึงกับหน้าเสีย หญิงสาวอธิบายว่าแฮรี่อยากจะเป็นคนมารับพวกเธอด้วยตัวเองเพราะเป็นห่วงและต้องการกลับฐานพร้อมกัน เพื่อจะแจ้งให้ทางหน่วยทราบว่าทั้งคู่จะแต่งงานกันพร้อมทั้งให้เธอลาออกจากหน่วยทันที

หม่าซ่วนฉีไม่พูดให้เพื่อนรักใจเสีย แต่ลางสังหรณ์บอกเธอว่า เซี่ยงชี่เฉิงกำลังจะหักหลังพวกเธอ และจริงตามคาด เพราะชายหนุ่มสั่งให้เฮลิคอปเตอร์ของหน่วยกลับไปก่อน

แฮรี่เห็นว่ากระเป๋าเอกสารอยู่กับคริสตัลวูบหนึ่งสายตาของเขามีร่องรอยของหงุดหงิดพาดผ่านแล้วก็หายไป ดีน่าอาจจะไม่สังเกตเห็น แต่เธอที่ระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเห็นเต็มสองตา หญิงสาวกระชับกระเป๋าในมือให้แน่นขึ้น

“ดีน่า คริสตัล หัวหน้าให้ผมมารับพวกคุณและนำหลักฐานกลับไป” เซี่ยงชี่เฉิงพูดจบก็ยื่นมือออกมาเพื่อรับกระเป๋า

เย่หรูปิงเริ่มรู้แล้วว่าทุกอย่างผิดปกติ เพราะเธอไม่ได้แจ้งไปที่หน่วยเลยแต่ทำไมชายหนุ่มจึงบอกว่าหัวหน้าเป็นคนส่งเขามา ทำไมต้องโกหกหม่าซ่วนฉี ที่สำคัญทำไมไม่ให้เฮลิคอปเตอร์รอแล้วให้พวกเธอขึ้นไป ตอนนี้ถึงไม่อยากจะเชื่อว่าคนรักจะหักหลังตัวเอง แต่ก็ไม่สามารถทนหลอกตัวเองว่าทุกอย่างเป็นปกติ

ดีน่าหันไปมองเพื่อนรัก สายตาของคริสตัลที่มองกลับมานั้นเต็มไปด้วยความเห็นใจ เท่านี้เย่หรูปิงก็รู้แล้วว่าหม่าซ่วนฉีอ่านเกมส์ออก ถึงเธอจะไม่ได้มีความคิดจะหักหลังเพื่อนและหน่วย แต่ก็หนีความจริงไปไม่ได้ว่าเธอกำลังทำให้เพื่อนได้รับอันตราย ทำให้หน่วยเดือดร้อน

แฮรี่ก็รู้เช่นเดียวกันว่าทั้งคู่ไหวตัวทันแล้ว จึงไม่รอให้โอกาสหลุดมือ เขาวิ่งเข้าเพื่อจะแย่งกระเป๋าหลักฐาน แต่ดีน่าวิ่งมาขวางไว้ก่อน จังหวะนั้นคริสตัลก็กดสัญญาณฉุกเฉินที่ติดกับตัวสองครั้ง เพื่อติดต่อหม่าอี้เหยา เป็นที่รู้กันว่าถ้าหนึ่งในพวกเธอกดปุ่มฉุกเฉินสองครั้ง แสดงว่าทั้งคู่ตกอยู่ในอันตราย แต่ได้หลักฐานมาแล้ว ให้รีบจับกุมเฉินหมิงฝูและพวก

เซี่ยงชี่เฉิงเห็นดังนั้นก็คว้าเย่หรูปิงที่เข้ามาขวางไว้เป็นตัวประกันเพื่อจะให้อีกฝ่ายส่งกระเป๋าหลักฐานมาให้ หญิงสาวตกใจมากที่คนรักทำกับตัวเธอแบบนี้

“แฮรี่ ทำไม” ดีน่าถามด้วยเสียงตัดพ้อแล้วหันไปมองคนรักที่เอาปืนจ่อหัวเธออยู่ น้ำตาที่ค่อย ๆ ไหลออกมาทำให้แฮรี่ตอบด้วยความรำคาญ

“ดีน่า ผมไม่คิดว่าคุณจะไร้เดียงสาขนาดนี้ มีใครบ้างไม่อยากรวย”

“คุณคิดว่าจะหนีรอดหรือแฮรี่ คุณเปลี่ยนใจซะเถอะ ฉันจะคุยกับคริสตัลเองไม่ให้เอาเรื่องคุณ ได้ไหมแฮรี่ คิดซะว่าเห็นแก่ฉัน”

“ดีน่า คุณสำคัญตัวเองผิดไปแล้ว ใช่ถึงผมจะรู้สึกดีกับคุณ แต่ก็ไม่มากไปกว่าผู้หญิงคนอื่นที่ผมควงอยู่ ผมคิดไม่ถึงเลยว่าสายลับมือดีของหน่วยอย่างคุณจะมองโลกสวยได้ขนาดนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

เย่หรูปิงหันกลับไปมองคนรักอีกครั้งเหมือนไม่เชื่อสายตา นี่ไม่ใช่เซี่ยงชี่เฉิงที่เธอรู้จัก ชายหนุ่มเหมือนเปลี่ยนไปเป็นอีกคนหนึ่ง อาจจะจริงอย่างที่เขาพูด ชายหนุ่มไม่ได้เปลี่ยนไปแต่เป็นเธอต่างหากที่โง่มองเขาไม่ออก

หม่าซ่วนฉีมองคู่หูของตัวเองที่ถูกจับเป็นตัวประกันด้วยสีหน้านิ่ง ๆ ถึงแม้ใจเธอจะกังวลแค่ไหน แต่ในสถานการณ์ที่ความตายมารออยู่ตรงหน้า หญิงสาวไม่สามารถให้ตัวเองแสดงอารมณ์ใด ๆ ออกไปได้แม้เสี้ยววินาที เพราะนั่นหมายถึงชีวิตของเธอและเพื่อนรัก

“แฮรี่ ฉันว่าคุณเชื่อที่ดีน่าพูดดีกว่า คิดว่าทางรัฐบาลและหน่วยของเราจะปล่อยคุณไปงั้นหรือ ไหนจะพวกของเฉินหมิงฝูอีก ถ้าพวกมันรู้ว่าหลักฐานทุกอย่างอยู่กับคุณ รวมถึงเฮโรอีนมูลค่ามหาศาลนั่นอีก ถ้าเราไม่มีหลักฐานก็จับกุมมันไม่ได้ ฝ่ายนั้นรอด มันคงไม่คิดว่าคุณมีบุญคุณกับมันหรอก”

หญิงสาวเอ่ยต่ออย่างใจเย็น “คิดว่าทางหน่วยไม่รู้หรืออย่างไรว่าคุณโจรกรรมข้อมูลของสายลับฝั่งเรา แล้วยังเอาหลักฐานที่เราหาได้ไปขายต่อให้ฝั่งอเมริกา เพื่อให้ทางนั้นมีหลักฐานจับแฮรี่ มาคาร์ด แลกกับการลี้ภัยและเงินมหาศาล ฉันจะบอกให้เอาบุญคนที่ไร้เดียงสาไม่ใช่ดีน่าหรอก เป็นคุณต่างหาก”

หม่าซ่วนฉีสูดลมหายใจลึก ๆ ขณะค่อย ๆ พูดสิ่งที่คาดการณ์ไว้ออกมา “ข้อมูลความลับขนาดนั้น คิดว่าฝีมืออย่างคุณกับคู่ควงคนใหม่จะเหนือชั้นขนาดเจาะเข้าฐานระบบของเราได้ง่ายดายงั้นหรือ คุณต่างหากที่พลาด สิ่งที่ได้ไปมันก็แค่ข้อมูลลวงที่ติดไวรัส เริ่มเห็นภาพหรือยังว่าขายข้อมูลนี้ คุณก็ตาย ไม่ขาย คุณก็ตาย โลกนี้ไม่มีที่ให้คนทรยศอยู่หรอกนะ แต่ถ้ายอมมอบตัวตอนนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ฉันกับดีน่าจะไม่พูดถึงอีก โทษจะได้รับก็เบาลง ที่สำคัญฉันกับดีน่าจะหาทนายเก่ง ๆให้เอง ดังนั้นปล่อยดีน่าซะ"

แฮรี่คิดไม่ถึงว่าคริสตัลจะรู้เรื่องทุกอย่างที่เขาทำ มิน่าใคร ๆ ถึงเตือนเขาเสมอว่าอย่าเข้าใกล้เธอนัก แม่นี่ตัวอันตรายชัด ๆ ตอนนี้ทางหน่วยน่าจะรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว เขาไม่มีทางเลือกอื่นให้เดินอีกแล้ว ถึงจะมีเขาก็ยังขอเลือกเดินทางนี้ ชายหนุ่มไม่เชื่อว่าคนมีฝีมืออย่างเขาจะไม่มีประเทศไหนไม่อยากรับเขาไว้ พวกประเทศเล็ก ๆ ถ้าเขามีเงินมากพอ ทำไมเขาจะขอลี้ภัยไม่ได้ เมื่อคิดได้แบบนี้ น้ำเสียงที่ตอบกลับไปนั้นมีร่องรอยของความอวดดี

“คริสตัล คุณไม่ต้องมาทำเป็นรู้มากอวดฉลาด ถ้าคุณยังไม่อยากให้เพื่อนรักตายทั้งเป็นส่งกระเป๋ามา ถ้าคุณยังดื้อผมจะส่งเพื่อนคุณไปขายในซ่อง คุณก็น่าจะรู้กว่าคุณจะตามเพื่อนรักเจอ สภาพของเธอจะเป็นอย่างไร”

เย่หรูปิงหันไปมองคนรักอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว แต่ในใจหลั่งเลือดแทน นี่หรือคนที่สัญญาว่าจะรักและดูแลกันไปชั่วชีวิต ฮึ ดีน่า นังโง่ทำตัวเองเดือนร้อนไม่พอ ยังลากเพื่อนรักมาเดือดร้อนด้วย หญิงสาวหันกลับไปมองสบตาเพื่อนรัก

“คริสตัล ไม่ต้องสนใจ หนีไป คนอย่างแฮรี่เชื่อไม่ได้” เซี่ยงชี่เฉิงเอาปืนฟาดไปที่หน้าของอดีตคนรักทันที ด้วยความโมโหทำให้เขาไม่ออมแรงแม้แต่นิดเดียว เย่หรูปิงที่โดนฟาดด้วยด้ามปืนถึงกับตาพร่าเลือดไหลออกจากขมับและมุมปาก แต่เธอก็ไม่ปริปากร้อง

ดีน่าหันมาสบตากับคริสตัล ทั้งคู่ทำงานรวมกันมาหลายครั้งทำให้รู้จักกันดี สายตาของเธอนั้นบอกให้คู่หูเบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อให้หญิงสาวอาศัยจังหวะนั้นจัดการกับแฮรี่

หม่าซ่วนฉีเข้าใจความหมายของสายตาที่เพื่อนรักสื่อ เธอเปิดกระเป๋าแล้วหยิบของบางอย่างออกมา

“นี่ใช่ไหมที่นายต้องการ” พูดจบก็โยนเฮโรอีนบริสุทธิ์หนักสองกิโลกรัม มูลค่ากว่าสิบล้านหยวนออกไป แฮรี่รีบกระโดดออกมารับเฮโรอีน จังหวะนั้นคริสตัลยิงปืนสวนไป แต่ชายหนุ่มเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เขาเบี่ยงตัวหลบทำให้กระสุนถากแค่หัวไหล่ เซี่ยงชี่เฉิงถือว่าเป็นสายลับหัวกระทิของหน่วยเช่นกัน ดังนั้นความไวของเขาก็นับว่าเป็นเลิศพอตัว เขายิงสวนกลับไปอย่างรวดเร็ว

เย่หรูปิงเห็นดังนั้นจึงวิ่งเข้ามาขวางทางกระสุน เธอโดนกระสุนทะลุหลัง หม่าซ่วนฉีรีบยิงสวนกลับ เขาหลบก่อนจะยิงสวนมาโดนหัวไหล่ของคริสตัล ระหว่างกำลังยิงกัน ดีน่าซึ่งฟุบอยู่ค่อย ๆ หยิบปืนออกมา จังหวะที่แฮรี่มัวแต่สู้กับคู่หูของเธอ หญิงสาวก็เล็งปืนไปที่อดีตคนรัก ยิงกระสุนเจาะเข้าท้องชายหนุ่มหนึ่งนัด อีกนัดเข้าที่หัวใจ ชายหนุ่มหันมามองด้วยสายตาที่ไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงที่รักเขามากมายจะกล้ายิง

เมื่อเห็นเซี่งชี่เฉิงล้มลงหม่าซ่วนฉีก็รีบวิ่งเข้าไปดูเพื่อนรัก

“ดีน่า ทำใจดี ๆ ไว้ ฉันมียาห้ามเลือดอยู่” ยาห้ามเลือดตัวนี้เธอศึกษาพัฒนามาจากสมุนไพรและสารเคมี นำมาสกัดเป็นผงเอาไว้โรยแผล คริสตัลรีบเปิดขวดขณะที่กำลังจะโรยผงลงบนแผลของดีน่า เพื่อนรักกลับยกมือขึ้นห้าม

“ไม่ต้องหรอกคริสตัล ฉันไม่ไหวแล้ว เธอเก็บไว้ใช้เถอะ ดูสิเลือดไหลเยอะขนาดนี้” หญิงสาวพูดเสียงแผ่ว เธอหลุบตาลงไม่กล้ามองหน้าเพื่อนรัก

“คริสตัล ฉันขอโทษ ถ้าไม่เป็นเพราะฉัน เธอคงไม่ต้องเจ็บตัวขนาดนี้ ฉันผิดเองที่เปลี่ยนแผนกระหันโดยไม่บอกล่วงหน้า ฉันไว้ใจแฮรี่มากเกินไป” เย่หรูปิงร้องไห้และพยายามยื่นมือเปื้อนเลือดมาจับใบหน้าของหม่าซ่วนฉี คริสตัลจับมือดีน่าไว้แนบแก้ม

“ดีน่าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฉันเข้าใจดี เธอต้องไม่เป็นอะไร อีกไม่นานหัวหน้าก็จะส่งคนมารับเรา”

“คริสตัล ไม่ต้องปลอบฉันหรอก เราสองคนผ่านเหตุการณ์แบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน เธอก็รู้ดีพอ ๆ กับฉัน แผลแบบนี้อย่างไรก็ไม่รอด สิ่งที่ฉันห่วงที่สุดก็คือเธอ เมื่อฉันไม่อยู่แล้วคริสตัล เธอต้องดูแลตัวเอง อย่าไว้ใจใครและอย่ายกหัวใจให้ใครง่าย ๆ เหมือนกับฉัน รับปากฉัน เธอต้องมีความสุข อย่ารักใครจนลืมรักตัวเองจำไว้” เย่หรูปิงขาดใจตายในอ้อมแขนของเธอ

คริสตัลได้ยินเสียงหม่าอี้เหยาเรียกจากวิทยุว่าทุกอย่างเรียบร้อย พ่อบุญธรรมกำลังจะมารับด้วยตัวเอง

เสียงพูดคุยของผู้หญิงสองคนทำให้เซี่ยงชี่เฉิงที่สลบไปค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ฮึ คิดว่าจะฆ่าเขาได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ กิติศักดิ์ของคริสตัลทำให้ชายหนุ่มเตรียมตัวมาอย่างดี เขาใส่เสื้อเกราะกันกระสุน ถึงแม้จะยิงไม่เข้าแต่แรงของปืนก็ทำให้เขาจุกจนสลบไป เมื่อได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์ลำเดิมวนกลับมารับ แฮรี่ค่อย ๆ เล็งปืนไปยังจุดตายของอีกฝ่าย

น่าแปลกที่ครั้งนี้ลางสังหรณ์ของหม่าซ่วนฉีไม่ส่งเสียงเตือน คริสตัลจึงไม่ทันสังเกตว่าชายหนุ่มเริ่มขยับตัว จนกระทั่งหางตาเลือบไปเห็นว่าแฮรี่เล็งปืนมาที่ตนเองมันก็สายไปแล้ว ต้องโทษตัวเองประมาท เพราะมัวแต่ห่วงเพื่อนจึงไม่ได้สังเกตว่าตรงจุดที่ดีน่ายิงไม่มีเลือดออกมา กว่าจะรู้ตัวแฮรี่ก็เหนี่ยวไกปืนเรียบร้อยแล้ว กระสุนยิงเข้าบริเวณหน้าอกข้างขวา ก่อนสติจะดับวูบ หญิงสาวได้ยินปืนและเสียงพ่อบุญธรรมที่เรียกชื่อเธอ หม่าซ่วนฉีรู้ดีว่าเซี่ยงซ่วนฉีต้องไม่รอดแน่ อย่างน้อยเย่หรูปิงก็ไม่ตายเปล่า

สายตาของคริสตัลเริ่มเลือนราง เธอจ้องไปยังร่างไร้ลมหายใจของดีน่า ความคิดสุดท้ายก่อนตัวเองต้องตายดังก้องอยู่ในใจ นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้เห็น คนโดนคนรักทรยศ จบสิ้นกันทีกับเรื่องบ้า ๆ แบบนี้ หม่าซ่วนฉีทำงานสายลับเต็มตัวมากว่าหกปี เรื่องที่เห็นซ้ำ ๆ เดิม ๆ คือการทรยศหักหลัง ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ช่วงเวลาความเป็นความตายและผลประโยชน์ ไม่มีใครคิดถึงความรักซึ่งเคยมีให้กัน สุดท้ายคำว่ารักมันก็เป็นแค่ลมปาก

____________________________________________________________________________________________

[1] คราฟมากาเป็นภาษาฮิบรู แปลว่า “การต่อสู้ระยะประชิด” ซึ่งเป็นวิธีป้องกันตัวที่คิดค้นขึ้นในหมู่ทหารชาวอิสราเอล ปัจจุบันมีการนำไปฝึกในฟิตเนสต่างๆ รวมทั้งสตูดิโอสอนศิลปะการป้องกันตัวทั่วโลก คราฟมากาต้องอาศัยการผสมผสานเทคนิคหลายอย่างทั้งไอคิโด ยูโด มวย และมวยปล้ำ รวมถึงการฝึกฝนเพื่อต่อสู้ในสถานการณ์จริง ซึ่งเป็นแก่นสาระสำคัญของการฝึกศิลปะป้องกันตัวประเภทนี้

ต้องขอโทษด้วยนะคะที่หายไปนานมากกกกกกก ตอนนี้สลับมิติลิขิตรักย้ายมาเป็นภารกิจพลิกชะตาฟ้า ไรท์จะพยายามลงทุกวัน เรื่องนี้จะมีการแก้ไขและรีไรท์จากเรื่องเก่ามา เพื่อให้รีดอ่านแบบไม่งง ไรท์จึงต้องเปลี่ยนชื่อและขึ้นมาเป็นเรื่องใหม่ ฝากติดตามด้วยนะคะ

ใครคิดถึงเรื่องนี้ขอเสียงหน่อยค่า

อยากอ่านคอมเม้นท์จากรีด เพื่อเป็นกำลังใจ ส่งมาหน่อยนะคะ

special thanks

ขอบคุณรีดที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ ถ้าไม่มีพวกคุณคอยให้กำลังใจ ช่วยคิด ช่วยแก้ไขงาน เรื่องนี้คงไม่ออกมาดีแบบนี้ ไรท์ขอบคุณจากใจค่ะ

รีดที่น่ารักคะ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเขียนทุกคน ถ้าชอบ กด Like Share และ Favoriteให้ด้วย จะได้รู้ว่ามีคนอยากอ่านเรื่องของเราอยู่

กราบขอบพระคุณค่า

ไรท์

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Momotaromon
สนุก.... ต้องติดตามต่อเลยยย
เมื่อ 1 ปี 3 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย AppleBlue
มันส์มาก.....เหมือนดูหนังเลย
เมื่อ 1 ปี 6 เดือนที่แล้ว

รีวิว