ภารกิจพลิกชะตาฟ้า-การรวมตัวของผู้สูงวัยทั้งสามและความหนักใจของเหล่าผู้เฒ่า

โดย  Phoenix_C

ภารกิจพลิกชะตาฟ้า

การรวมตัวของผู้สูงวัยทั้งสามและความหนักใจของเหล่าผู้เฒ่า

หม่าซ่วนฉีที่ใช้วิชาตัวเบาเหาะจากมา ก็รู้สึกได้ว่ามีคนตาม จึงใช้วิชากายไร้เงาสลัดคนพวกนั้น

หม่าซ่วนฉีให้เฟิ่งอวี่พานางไปค่ายเมืองเหอไป่ เฟิ่งอวี่พาหม่าซ่วนฉีมาที่ห้องของนาง หม่าซ่วนฉีก็เข้าสู่การหลับใหล หม่าซ่วนฉีใช้เสียงเข้มเรียกสองแสบให้ออกมา

"ฉีเอ๋อ พญาราชสีห์อยากได้แค่ตราคืน เราก็คืนตราสัญลักษณ์ก็จบ ทำไมฉีเอ๋อต้องทำหน้าดุด้วยล่ะ" หยางหลงไม่เข้าใจ

"หยางหลง ทำไมเจ้าไม่บอกข้าให้หมดว่าเอาอะไรมาบ้าง"

"ก็ฉีเอ๋ออยากรู้แค่ว่าข้าเอาอะไรมาที่ทำให้พญาราชสีห์ตามมา ข้าก็ตอบไปตามนั้น เพราะอย่างอื่นพญาราชสีห์ หาได้สนใจไม่" หยางหลงพยายามเอาสีข้างแถไป

"ไม่ต้องมาแถ เจ้าเข้าใจความหมายข้า เอาทุกสิ่งที่เจ้าแอบนำมา ส่งมาให้ข้าให้หมด" หม่าซ่วนฉีแบบมือให้สองแสบ เอาของมาคืน

สองแสบแอบคุยกันทางกระแสจิต แล้วยื่นของให้พร้อมกัน หม่าซ่วนฉีก็ยื่นมือออกไปสองข้าง แล้วจู่ ๆ หม่าซ่วนฉีก็รู้สึกเจ็บแปลบที่มือทั้งสองข้าง แสงสว่างก็คลุมร่างทั้งสามเอาไว้

หม่าซ่วนฉีรู้ดีว่านี่คือการทำพันธสัญญากับกริชตัดอาคม และ กริชสะบั้นรัก ทำให้ของทั้ง 2 สิ่งเป็นของนางอย่างถาวร เนื่องจากเจ้าสองแสบเอาชนะผู้ดูแลของวิเศษทั้งสองชิ้นแล้ว ดังนั้นเจ้าสองแสบนี่ก็คือเจ้าของ เนื่องจากมันกลัวจะโดนแย่งชิง และที่สำคัญพวกเจ้าตัวแสบรู้ดี ว่าฉีเอ๋อต้องสั่งให้เอาไปคืน ดังนั้น เจ้าสองตัวนี้จึงทำพันธสัญญากับ กริชตัดอาคมและกริชสะบั้นรัก เพื่อให้พวกมันได้เป็นเจ้าของครึ่งหนึ่ง แต่จะเป็นเจ้าของได้เต็มร้อยก็ต่อเมื่อคนที่ทำพันธสัญญากับพวกมัน ต้องร่วมทำพันธสัญญากับเจ้ากริชสองเล่มนี้ด้วย

"พวกเจ้า ทำไมถึงทำแบบนี้ แล้วถ้าเจ้าของตามมาจะทำยังไง ในเมื่อเจ้าไม่เชื่อฟังพรุ่งนี้ข้าจะวานท่านผู้เฒ่าดูแลอสูรส่งพวกเจ้ากลับไปหาพ่อแม่เจ้า เตรียมตัวกลับถ้ำไปได้เลย" หม่าซ่วนฉีกำลังโกรธจัด

หยางหลงและเย่วเฟิ่งที่ไม่เคยเห็นหม่าซ่วนฉีโกรธมาก่อนก็ถึงกับอึ้งไป ทั้งสองตัวเข้ามาเลื้อยพันแข่งพันขา ขอโทษนางกันใหญ่พร้อมสัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่องอีก หม่าซ่วนฉีที่คราวนี้ใจแข็งก็ไม่สนใจ นางออกมาจากการหลับใหล ก็ได้ยินเสียงสะอื้นของเย่วเฟิ่งและเสียงปลอบน้องแบบเศร้าๆของแสบพี่

"คุณหนูจะส่งเจ้าสองแสบกลับจริงๆหรือ" เฟิ่งอวี่ถามด้วยความเป็นห่วง

"จริง ถ้าทำผิดกฏก็ต้องโดนลงโทษเจ้ารู้หรือไม่ว่าเมื่อก่อนถ้าข้าไม่ทำตามกฏ ข้าจะต้องโทษหนักและบางครั้งก็อาจทำให้ตัวข้าหรือคนรอบตัวเกิดอันตรายเหมือนเช่นคราวนี้ ดังนั้นเจ้าห้ามมายุ่งกับเรื่องนี้" หม่าซ่วนฉีสั่งด้วยเสียงเฉียบขาด

"คุณหนูข้าเข้าใจแล้ว เอ่อเย่วเฟิ่งร้องไห้"

หม่าซ่วนฉีนึกเสียดายน้ำตาเย่วเฟิ่ง เพราะน้ำตาของลูกหงส์ฟ้า มีสรรพคุณมากกว่าน้ำตาจากวิหคเพลิงถึง 3 เท่า แต่ก็ใจแข็งไม่พูดอันใดออกมา

"แต่คุณหนูมิต้องเป็นกังวล เย่วเฟิ่งกับหยางหลงช่วยกันเอาขวดมารองน้ำตาให้ท่านแล้ว" หม่าซ่วนฉีได้ยินก็เกือบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ แล้วหม่าซ่วนฉีก็ให้เฟิ่งอวี่พานางกลับไปที่งานประลอง

ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม

หม่าซ่วนฉีในคราบหนุ่มน้อยก็มาถึงลานประลอง ผู้คนที่ไม่บาดเจ็บก็มารอดูหนุ่มน้อยว่าทำสัญญาอะไรพญาราชสีห์

"ท่านพญาราชสีห์ ข้านำของมามอบคืนท่านแล้ว" หม่าซ่วนฉียื่นตราสัญลักษณ์คืนให้

พญาราชสีห์รับมาแล้วพยักหน้า "เจ้าสั่งสอนเจ้าตัวแสบแล้วใช่หรือไม่ว่าอย่าหยิบฉวยสิ่งของ ของผู้อื่น"

"ท่านหมายความเยี่ยงไร แล้วกระบี่เล่าข้าต้องรีบเอาไปคืน" หม่าซ่วนฉีพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของพญาราชสีห์

"หึ หึ นังหนู ข้ารู้แล้วว่าเจ้าตัวนั่นเป็นสัตว์ในพันธสัญญาของเจ้า แต่ข้าเข้าใจว่าเจ้าไม่รู้เรื่อง เมื่อครู่ท่านเทพดูแลอสูรมาหาข้า แล้วบอกหมดแล้ว ส่วนดาบข้าจะคืนให้เจ้า แต่เจ้าต้องตามข้าเข้าไปที่ป่าต้องห้าม เพราะท่านเทพต้องการพบเจ้า" พญาราชสีห์กล่าว

"ได้ ข้าจะไปกับท่าน" หม่าซ่วนฉีรับคำ ระหว่างที่หนึ่งคนกับหนึ่งสัตว์อสูรกำลังสนทนาทางกระแสจิต หลายคนก็พยายามเพ่งดูของที่หนุ่มน้อยส่งให้พญาราชสีห์ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ พญาราชสีห์ก็ลุกขึ้นมา ทำเอาผู้คนหวาดผวา มันเดินอย่างสง่างามออกจากเมือง ผู้คนมัวแต่สนใจพญาราชสีห์ หันมาอีกทีหนุ่มน้อยก็หายไปแล้ว

เหล่าบรรดาองค์ชายและท่านอ๋อง ที่หันไปแล้วไม่เห็นหนุ่มน้อยที่พวกเขาหมายตาอยากให้อยู่ช่วยที่แคว้นของตน แต่ละพระองค์ก็เดินออกมาแล้วเรียกองค์รักษ์เงาออกมาถาม องครักษ์เงาไม่รายงานว่าพวกตนตามไม่ทันเพราะอีกฝ่ายมีเวทย์สูงกว่าพวกตนมาก ฟ่งซื่อหยวน ไท่หยางหมิง และไป่อี้จิ้งที่พอจะเดาได้แต่แรกว่าองค์รักษ์เงาไม่สามารถหาข่าวได้ จึงทำได้แต่เสียดาย

เมื่อทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย ผู้ดูแลการประลองก็จัดการเก็บกวาดและซ่อมแซม โดยจะต้องเลื่อนการแข่งขันเป็นพรุ่งนี้

ฟ่งซื่อหยวน ฟ่งจิ่น ไท่หยางหมิง ไป้อี้จิ้ง กำลังคิดจะไปรับเย่หรูปิง(ลั่วเหยียน) ก็เห็นนางเดิมมาพอดี ฟ่งจิ่นจึงแจ้งข่าวให้เย่หรูปิง(ลั่วเหยียน) ว่าการแข่งเลื่อนเป็นพรุ่งนี้ ทำให้ลั่วเหยียนโล่งอก เพราะคุณหนูของนางยังไม่กลับมา ถ้านางต้องขึ้นแข่งแทน ทุกคนต้องสงสัยแน่นอน แล้วอีกอย่างนางเองก็ต้องลงแข่งด้วยเช่นกัน

ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่ ก็มีเสียงโวยวาย แล้วทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันก็ประกาศว่ากระบี่เวทย์หายไป ดังนั้นทุกคนต้องถูกค้น แล้วก็ลงเวทย์ไว้ไม่ให้ผู้ใดเข้าออก ทำใหลั่วเหยียนร้อนใจ นางจึงหันไปปรึกษาเจี่ยงเชา เจี่ยงเชาเชื่อว่าคุณหนูสามารถปลดเวทย์แล้วเข้ามาได้อย่างแน่นอน ที่สำคัญพวกเขาคิดว่ากระบี่ที่หายไปต้องเกี่ยวกับคุณหนูของตน

ทางด้านหม่าซ่วนฉีที่มาถึงป่าต้องห้ามก็เดินตามพญาราชสีห์เข้าไป ในป่าต้องห้ามมีสมุนไพรมากมายที่หายาก ตามที่หยางหลงบอก นางจึงเดินไปเก็บไป พอเข้าไปถึงกลางป่า หม่าซ่วนฉีก็ถามขึ้น "ท่านพญาราชสีห์ ท่านพาข้ามาที่นี่มีเรื่องอันใดจะชี้แนะข้าหรือ"

พญาราชสีห์ได้ยินก็ชอบใจ ถ้าเป็นคนอื่นคงตื่นตระหนก มีเพียงนางเท่านั้นที่มีจิตใจกล้าแข่ง

"ก่อนอื่นข้าจะคืนกระบี่ให้เจ้า พูดจบก็ยื่นกระบี่ออกมา พอหม่าซ่วนฉีก็ยื่นมือออกมารับ ความรู้สีกเจ็บที่ปลายนิ้วอีกครั้งแสดงว่านางทำพันธสัญญากับกระบี่เล่มนี้เรียบร้อยแล้ว

หม่าซ่วนไม่พอใจที่พญาราชสีห์ทำแบบนี้ เหมือนกับนางเป็นโจรเพราะเมื่อกระบี่ทำพันธสัญญาแล้วก็ไม่สามารถเอากลับไปคืนได้

"นังหนูอย่าเพิ่งโกรธ ที่ข้าต้องเยี่ยงนี้เพราะท่านเทพอสูรสั่งมา ข้ารู้ว่าใจเจ้าอยากจะได้กระบี่มาด้วยความสามารถ แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้าเปิดเผยฝีมือมากเกินไป ตอนนี้มีแต่คนตามหาตัวเจ้า ทั้งเจ้าที่ใส่หน้ากากบุรุษ แล้วก็เจ้าที่เป็นเย่หรูปิง ดังนั้นข้าจึงจำเป็นต้องทำเช่นนี้ ส่วนสองแสบนั่นเจ้าก็อย่าไปโกรธพวกมันเลย พวกมันรักเจ้ามาก จะทำอะไรก็นึกถึงแต่เจ้า เจ้ารู้รึไม่ว่า เจ้าสองแสบรวมตัวกันเพื่อไปเอากริชสะบั้นรักมาเพื่อเจ้า เพราะพวกมันรู้ว่าเจ้าไม่อยากมีคนรัก มันสองตัวโดนเวทย์ของธิดาไร้รักจนสะบักสะบอม มันก็ยังฮึดสู้ จนสุดท้ายก็ชนะธิดาไร้รักได้ มันมิใช่ขโมยหรือแย่งชิงแต่เป็นการเอาชนะเพื่อได้มาต่างหาก"

หม่าซ่วนฉีได้ยินก็รู้สึกผิดในใจ แล้วก็ได้ยินเสียงสองแสบดังออกม "ฉีเอ๋อ อย่าโกรธเลยนะ กักบริเวณหรือสั่งให้เราทำอะไรก็ได้ แต่อย่าส่งเราพี่น้องกลับเลย" เย่วเฟิ่งอ้อนวอน

"คราวนี้ข้ายกโทษให้แต่ไม่มีคราวหน้าอีกแล้วนะ แต่พวกเจ้ายังต้องรับโทษอยู่รอข้าเสร็จเรื่องยุ่งๆนี่แล้วเราค่อยมาว่ากัน"

"ท่านพญาราชสีห์แล้วผู้เฒ่าดูแลสัตว์อสูรเล่าไยจ้าไม่เห็น" หม่าซ่วนฉีที่มารอได้พักนึงก็ยังไม่เห็นเฒ่าดูแลสัตว์อสูร พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา

ผู้เฒ่าดูแลสัตว์อสูรก็มาพร้อมเฒ่าดูแลดวงชะตาและเฒ่าจันทรา ทำเอาหม่าซ่วนฉีงง วันนี้วันคนชราหรือ ทั้งสามผู้เฒ่าถึงมากันครบ แต่ก็แปลกทำไมบนสวรรค์ถึงมีแต่คนแก่ๆ คนหนุ่มนี่ไม่มีใครได้ขึ้นสวรรค์หรือไงนะ เฮ้อ เสียดาย ถือว่าเจอญาติผู้ใหญ่ก็แล้วกัน หม่าซ่วนฉีกำลังคิดเล่นๆ อยู่ๆก็มีไม้เท้าสามอันมาเคาะหัวนาง "โอ้ย พวกท่านเคาะหัวข้าทำไม"

"ฮึ นังหนูก็เจ้านินทาพวกข้าก่อน วันนี้ไม่ใช่วันคนชรา แต่ที่เรียกเจ้าที่นี่เพื่อไม่ให้ใครส่งคนตามเจ้ามาได้" เฒ่าดูแลดวงชะตาบอก

แต่ยังไม่ได้ทันพูดอะไร ก็เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อเลือดของนางที่หยดลงกระบี่ คราวนี้พญาราชสีห์สะกิดโดนแผลเก่านางจึงทำให้เลือดไหลเยอะกว่าปกติ ดังนั้นเลือดจึงหยดจากกระบี่ ผืนป่าสะเทือน ท่านผู้เฒ่าทั้งสามตกใจมาก เพราะพอรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น พื้นที่เลือดของนางหยดลงไปก็แยกออกจากกัน อาวุธศักดิ์สิทธิ์และตำราเวทย์ที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ป่าต้องห้ามก็พุ่งขึ้นมาแล้วมาลอยวนข้างตัวนาง ผู้เฒ่าทั้งสามจึงรีบจัดการเก็บอาวุธและตำรากลับขึ้นสวรรค์ แต่มีตำราและอาวุธบางส่วนที่มิยอมกลับไป มันวนเวียนข้างตัวนางดั่งรอเจ้าของให้มารับไปอยู่ด้วย

"ท่านผู้เฒ่าทั้งสามเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ แล้วข้าต้องทำเยี่ยงไร" ผู้เฒ่าดูแลดวงชะตากำหนดขึ้นไปถามองครักษ์ประจำกายขององค์เง็กเซียนว่าจะให้ทำเยี่ยงไร แต่ก็ไม่มีการตอบ จึงเลือกไปถามองครักษ์อีกองค์หนึ่งที่ไม่ได้สนิทกันมา เพียงแวบเดียวเหมือนเวลายังไม่ได้ผ่านไปเลย ผู้เฒ่าก็บอกให้นางทำพันธสัญญากับตำราและอาวุธพวกนี้

อาวุธศักดิ์และตำราเวทย์ที่รอนางมาทำพันธสัญญาก็คือ กระบี่เวทย์สุริยัน-จันทรา และตำราฝึกกระบี่ และมีคัมภีร์โบราณที่สาบสูญไปนาน *คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น ( 易筋經; พินอิน: Yì Jīn Jīng) เมื่อนางทำพันธสัญญาเรียบร้อยแล้วก็เก็บทุกอย่างเข้าในมิติ

"เอาเป็นว่าไม่ให้เสียงเวลาทั้งเจ้าและพวกข้า ข้าจะพูดธุระข้าก่อน เจ้าแสดงฝีมือมากเกินไปจนเป็นที่จับตามอง ดังนั้นพอเจ้าออกจากป่าต้องห้ามเจ้าต้องทำลายหน้ากากนี้ทิ้งทันที ส่วนหน้ากากอีกอันที่เจ้าตั้งใจจะใช้ไว้สำหรับออกหน้าเรื่องการตั้งค่าย ตั้งพรรคของเจ้า ทำการค้าขาย และเอาไว้ลองใจหนุ่มๆ ของเจ้าก็ยังใช้ได้อยู่

พอเจ้ากลับไปเปลี่ยนตัวกับสาวใช้เจ้าแล้ว การประลองจะถูกยกเลิกเพราะตอนนี้พวกนั้นรู้แล้วว่ากระบี่โดยขโมยและมีคนทำพันธสัญญากันมันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าต้องหาวิธีออกจากเมืองนี้แล้วกลับจวนให้เร็วที่สุด ก่อนที่คนพวกนั้นจะกลับมา แล้วเจ้าก็หาวิธีเข้าสำนักศึกษาด้วย และเรื่องสำคัญที่สุดและน่าปวดหัวที่สุด อีก 2-3 วัน ข้าจะให้เจ้าพบคุณหนูหม่า เพราะนางต้องมีเรื่องให้เจ้าช่วย เอาล่ะเรื่องของข้าหมดแล้ว" เฒ่าดูแลดวงชะตาสั่งยาว

"ข้าจะได้เจอคุณหนูหม่า ถ้าอย่างนั้นข้าอยากรบกวนท่านให้คุณหนูหม่านำของบางสิ่งมาให้ข้าได้หรือไม่" หม่าซ่วนฉีดีใจมากเพราะกำลังนึกว่าอยากได้หนังสือและของบางอย่างจากมิตินู้นพอดีเลย

เฒ่าดูแลดวงชะตาถอนหายใจ " เฮ้อ ข้านึกไว้แล้วเชียว เจ้าอยากได้อะไรก็จดมาข้าจะเอาไปให้คุณหนูหม่าเอง อย่าเยอะล่ะ และของบางอย่างข้าต้องตรวจก่อนว่าจะส่งผลกระทบอันใดกับชะตาผู้คนหรือไม่"

"ตาข้าบ้างละ เจ้าสองแสบเอากริชสะบั้นรักไปจากธิดาไร้รัก และเจ้าก็ได้ทำพันธสัญญากับกริชเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งทำให้ข้าหนักใจมาก ข้าคงจะสั่งเจ้าไม่ได้ แต่ข้าขอเตือนให้เจ้าคิดให้ดีก่อนตัดสินใจทำอะไรเพราะถ้าเจ้าตัดด้ายแดงแล้ว เจ้าจะไม่มีวันมีเนื้อคู่อีก และคนที่ผูกด้ายแดงกับเจ้าที่เขายอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อตามเจ้ามา ก็จะไร้คู่เช่นเดียวกัน และที่สำคัญข้าอยากให้เจ้าเก็บกริชนี้ไว้ที่ตัวและลงเวทย์ไม่ให้เจ้าสองแสบยุ่งเพราะเดี๋ยวมันจะตัดด้ายแดงคนอื่นมั่วไปหมด ข้าไม่อยากต้องทำงานหนักโดยการมาผูกใหม่ เจ้าเข้าใจหรือไม่" เฒ่าจันทราที่ไม่สบายใจกลัวสองแสบเอามาเล่น

"ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะเก็บไว้เอง ส่วนเรื่องตัดด้ายแดงของตัวเอง ข้าจะเก็บคำพูดของท่านไปคิด แต่ข้าขอถามท่านผู้เฒ่าจันทรา คนที่ผูกด้ายแดงกับข้าปรากฏหรือยัง แล้วข้าจะรู้เมื่อใดว่าใครที่ยอมทิ้งทุกอย่างมาเพื่อข้า"

"ถึงเวลาที่ด้ายแดงต้องผูกกันวันนั้นเจ้าจะรู้เอง ส่วนเรื่องเจ้าเจอหรือยังข้าคงไม่ตอบ แต่ข้าว่าเจ้ารู้แก่ใจดี ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นผู้ใด"

"เอาล่ะ ตาข้าบ้าง ข้าตั้งใจจะมาให้พรเจ้าเพิ่ม เจ้าสามารถที่จะใช้งานสัตว์อสูรเวทย์ให้ช่วยเจ้าได้ แต่เจ้าไม่สามารถเรียกรวมพลได้ และการเรียกใช้งานต้องไม่ทำร้ายใคร มีข้อยกเว้นคือ สัตว์อสูรเวทย์สวรรค์เจ้าไม่สามารถเรียกใช้ได้" เฒ่าดูแลสัตว์อสูรที่โดนดราม่าของหม่าซ่วนฉีเข้าไปถึงกับสงสาร

หม่าซ่วนฉีดีใจมาก "ขอบคุณผู้เฒ่าดูแลสัตว์อสูรมากเลยเจ้าค่ะ"

“ไม่ต้องมาขอบใจข้า เจ้าต้องขอบใจตาเฒ่าดวงชะตาโน่น มาเล่าความลำบากของเจ้าจนข้าน้ำตาซึม"

หม่าซ่วนฉีหันไปหาเฒ่าดูแลดวงชะตา "ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะที่เอ็นดูข้ามาตลอด"

"เอาล่ะ ไม่ต้องทำซึ้งแค่เจ้าไม่ก่อเรื่อง ข้าก็ดีใจแล้ว สายละเจ้ากลับไปได้" แล้วเฒ่าดูแลดวงชะตาก็โบกแขนเสื้อทีนึง หม่าซ่วนฉีก็หายไป

"ตาเฒ่าดวงชะตามีเหตุใดเกิดขึ้นหรือ ดูสีหน้าเจ้าแปลก ๆ" เฒ่าจันทราที่สังเกตสีหน้าเพื่อนซี้มาตลอดจึงถามขึ้น

"เมื่อครู่ข้าติดต่อองครักษ์ประจำองค์เง็กเซียนแต่ข้าติดต่อท่านไม่ได้ ข้าจึงติดต่ออีกผู้หนึ่ง และถามว่าท่านองครักษ์เป็นเยี่ยงไร ทำไมช่วงนี้ข้าไม่เจอท่านองครักษ์ พวกเจ้าหรือรู้ไม่ว่าท่านองครักษ์ตามท่านเทพธิดาลงไปเกิด" จบคำสหายสนิท เฒ่าจันทราก็สีหน้ามิสู้ดี เฒ่าดวงชะตากับเฒ่าจันทราที่เป็นสหายสนิทกันและไม่เคยมีความลับต่อกัน จึงเข้าใจเรื่องนี้ดีที่สุด ผิดกับเฒ่าดูแลอสูรที่พอทราบเรื่องแต่ไม่ทั้งหมดจึงถามขึ้น

"เกิดเหตุใดขึ้นไฉนพวกเจ้าจึงดูกลุ้มอกกลุ้มใจ ถ้ายังเห็นข้าเป็นสหาย ก็แบ่งปันความทุกข์ให้ข้าฟังเผื่อจะได้ช่วยแก้ไข"

ผู้เฒ่าทั้งสองสบตากัน เฒ่าจันทราจึงตัดสินใจเล่าขึ้นมา "เจ้ารู้หรือไม่ว่าหลานชายข้าผู้เป็นหนึ่งในแม่ทัพสวรรค์ ขอองค์เง็กเซียนไปเกิดเพื่อช่วยเหลือนาง" เฒ่าอสูรพยักหน้า เฒ่าจันทราจึงเล่าต่อ

"คนที่ผูกด้ายแดงให้พวกเขาก็คือข้า แต่องค์ไทเฮา (องค์กิมบ้อเนี่ยเนี้ย) และองค์เง็กเซียนยังไม่ทรงทราบ แต่เฒ่าดวงชะตาเพิ่งบอกข้าว่าท่านองครักษ์เอกประจำองค์เง็กเซียนก็ตามไปเกิด ข้าไม่ทราบว่าพระองค์คิดเยี่ยงไร แต่ที่ข้ารู้ท่านองครักษ์ประจำพระองค์ก็มีใจให้นางเช่นเดียวกัน ถ้าทั้งสองพระองค์รู้ว่าข้าทำอะไรลงไป ข้าไม่อยากจะคิดเลย ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" เล่า สามผู้เฒ่าก็ถอนหายใจพร้อมกัน

ส่วนตัวต้นเรื่องที่ไม่รู้อะไรเลย จู่ ๆ โผล่มาอยู่ในห้องที่โรงเตี๊ยม

"ว้าย ผีหลอก" เวิ่นลั่วเหยียนที่นั่งหลบอยู่แต่ในห้อง ก็ตกใจที่อยู่ๆ หม่าซ่วนฉีก็โผล่มา

"เบาๆ ลั่วเหยียน เดี๋ยวคนข้างนอกก็แห่กันเข้ามาหรอก"

"ก็คุณหนูจู่ๆก็โผล่มาจะไม่ให้บ่าวตกใจได้อย่างไร"

"เอาล่ะ เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว เจ้าฟังนะ เจ้าเก็บข้าวของเตรียมตัวเดินทาง เดี๋ยวคืนนี้ข้าจะไปจัดการค่ายโจรนอกเมือง ส่วนเจ้าปลอมเป็นเย่หรูปิงรับหน้าพวกพี่ชายข้าก่อน พรุ่งนี้คนที่จัดการประลองบอกยกเลิกการแข่ง เจ้าก็เอาจดหมายนี่วางไว้ แล้วให้เฟิ่งอวี่พาเจ้ามาเจอข้าที่ค่าย แต่ก่อนเข้าไปในค่ายให้ถอดหน้ากากแล้วให้เฟิ่งอวี่ทำลาย เพราะข้าทำใหม่อีกอันแล้ว เดี๋ยวผู้คนจะสับสน" หม่าซ่วนฉีพูดเป็นงานเป็นการ

"เจ้าค่ะ คุณหนู"

ยามอิ่ว (17.00-19.00) หม่าซ่วนฉีที่ถึงค่ายโจรนอกเมืองเทียนเหมิน ก็เรียกองค์รักษ์เงาออกมา

"มีความเคลื่อนไหวหรือไม่"

"เรียนคุณหนู เมื่อวานลูกสมุนของพวกมันไปดักปล้นรถม้าบรรทุกสินค้า ฆ่าคนคุ้มกันรวมถึงบ่าวไพร่ที่มากับกับรถม้าด้วยขอรับ ส่วนสาวใช้ก็โดนฉุดคร่ามาให้หัวหน้าพวกมันเลือกก่อนทีเหลือค่อยให้ลูกน้องขอรับและวันนี้มีงานเลี้ยงฉลองขอรับคุณหนู” องครักษ์เงารายงาน

"เลวแบบนี้ข้าชอบ นรกจะได้มีงานทำ" พูดจบนางก็ยิ้มเหี้ยมเกรียม

"เจี่ยงเชา ฟั่นเหอ คนของเราที่ค่ายโน้นเป็นอย่างไรบ้าง วันนั้นข้าก็ไปเพียงครู่เดียวเลยไม่ได้ดูเลยว่าไปถึงไหน"

"เรียนคุณหนูตอนนี้ องครัษ์เงาทั้ง 3 คนฝึกองครักษ์เงาได้เพิ่มอีก 13 คน รอให้คุณหนูเรียกใช้งาน ส่วนองครักษ์เงาสำหรับหาข่าวมี 8 คน ที่เหลือก้าวหน้าไปมากแล้วขอรับ" เจี่ยงเชารายงาน

"คุณหนูขอรับ เรื่องร้านที่คุณหนูต้องการอยู่ตรงแหล่งการค้าของเมืองเหอไป่ มีเรือนหลังใหญ่และมีสวน มีเรือนหลังเล็กอีก 3 เรือน ทุกเรือนมีสวนหมด เป็นเรือนขุนนางเก่า ขุนนางผู้นี้เป็นตงฉินแต่ที่ร่ำรวยเพราะสมบัติพ่อแม่ และฮูหยินก็มีฐานะร่ำรวย แต่น่าเสียดายไม่มีบุตร พวกเขาอยากกลับไปอยู่ที่บ้านฮูหยินที่ต่างเมืองเลยคิดจะขายทิ้ง แต่ราคาสูงอยู่ขอรับสามพันตำลึงทอง" ฟั่งเหอ รายงานในส่วนของตัวเอง

"ราคาสูงเหมือนกันเดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะกลับเมืองเหอไป่ แล้วข้าจะแวะไปดูแล้วต่อรองดู" หม่าซ่วนฉีมีแผนการจะทำการค้าอยู่ในใจ แผนของนางต้องใช้เงินทุนไม่น้อยแต่ถ้าสำเร็จ ก็จะได้เป็นกอบเป็นกำ

"เอาล่ะ นี่ก็จะเข้า ยามซวีแล้ว (19.00-21.00) รีบจัดการให้เรียบร้อย หม่าซ่วนฉี เจี่ยงเชา ฟั่นเหอ และองครักษ์อีก 8 คน ก็เร้นกายเข้าจัดการกับกลุ่มโจร ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วยาม(2ชั่วโมง) ทุกอย่างก็เรียบร้อย

หม่าซ่วนฉีให้เย่วเฟิ่งดูว่าใครจิตใจดี ซื่อสัตย์ และไม่ได้เลวโดนสันดานออกมาและให้โอกาสพวกนั้นกลับตัว เมื่อจัดการวัดพลังและแยกออกมาว่าแต่ละคนเหมาะกับการฝึกแบบใด หม่าซ่วนฉีก็ให้เจี่ยงเชาและหยางหลงช่วยกันดูแลค่ายนี้ และให้องครักษ์เงา 3 คน อยู่ช่วยฝึกสอน

ยามซี่อ (09.00-11.00)

เวิ่นลั่วเหยียนก็มาสมทบกับหม่าซ่วนฉี ลั่วเหยียนก็รายงานเรื่องต่าง ๆ ให้คุณหนูของนางทราบ

"คุณหนูเจ้าคะ เป็นอย่างคุณหนูบอก ผู้ที่จัดการแข่งขันบอกเพียงว่ามีคนบาดเจ็บมากมายจากการที่สัตว์อสูรเวทย์เข้ามาทำร้ายผู้คน ดังนั้นจึงขอยกเลิกการแข่ง พอมีประกาศบ่าวก็เอาจดหมายของคุณหนูวางไว้บนโต๊ะ แล้วบ่าวก็ออกมาพร้อมเฟิ่งอวี่ ส่วนหน้ากากของเย่หรูปิง บ่าวให้เฟิ่งอวี่ทำลายเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ"

โรงเตี๊ยมเทียนอันเหมิน

ไท่หยางหมิงที่ขึ้นไปตามแม่นางเย่ด้วยตัวเอง ก็เคาะประตูห้องเรียก เคาะเรียกอยู่ครู่หนึ่งก็ยังไม่เสียงตอบกลับมา แต่พระองค์ก็ไม่กล้าบุ่มบ่ามเปิดประตูเข้าไป จึงให้คนไปถามเสี่ยวเอ้อดูว่าเห็นแม่นางเย่ออกไปหรือไม่

"ทูลองค์ชายห้าเสี่ยวเอ้อบอกไม่เห็นแม่นางเย่ออกไปไหนเลยพะย่ะค่ะ" องครักษ์ประจำตัวรายงาน

"ข้าเข้าใจแล้ว" องค์ชายห้าก็เดินลงไปข้างล่างโรงเตี๊ยม ก็พบสหายทั้งห้าคนนั่งรออยู่

"องค์ชายห้าพระองค์ทรงเห็นแม่นางเย่บ้างหรือไม่" หม่าซ่งชิงถามแทนทุกพระองค์ เพราะตั้งแต่ชายหนุ่มลงมานั่งข้างล่าง พระสหายองค์ไหนลงมาก็ถามคำถามเดียวกัน ที่จริงไม่ได้ถามเขาหรอก แต่ท่ามากกันทั้งนั้น แต่ละพระองค์อยากรู้ว่าอีกฝ่ายเจอแม่นางเย่หรือไม่

"ไม่พบ" องค์ชายห้าตอบสั้น ๆ

ครู่นึงสาวใช้ขององค์ไท่จื่อก็หน้าตื่นลงมา ในมือถือจดหมายสี่ฉบับ

"ถวายบังคมเพคะ องค์ไท่จื่อ, ท่านอ๋องสิบสาม, องค์ชายห้า, ท่านอ๋องสาม คารวะคุณชายหม่า,คุณชายหลี่"

"รีบลุกขึ้น ไม่ต้องมากพิธี นั่นจดหมายอะไร แล้วแม่นางเย่เล่า" องค์ไท่จื่อเห็นจดหมายก็พอเดาได้

"ทูลไท่จื่อ ข้าน้อยเข้าไปที่ห้องแม่นางเย่ ก็ไม่พบแม่นาง อีกทั้งข้าวของก็ไม่อยู่ พบแต่จดหมายถึงพวกท่านเพคะ" แล้วสาวใช้ก็ยื่น จดหมายสี่ฉบับที่จ่าหน้าซองถึงแต่ละพระองค์

-------------

Gossip กะ Write

นางเอกสายทรูเราได้ของวิเศษมาบานเลย แต่สองแสบคิดไรอยู่ เอาให้นางเอาไรท์ทำพันธสัญญากับกริชสะบั้นรัก แล้วพระเอกไรท์ละ แต่ไม่เป็นไร ท่านอ๋อง และองค์ชายทั้งหลาย ถ้าฉีเอ๋อสะบั้นรักไรท์รออยู่

นางเอกเราหนีหนุ่มๆ กลับจวนแล้ว ทิ้งแต่จดหมายต่างหน้า 555 ไรท์บอกแล้วว่าฉีเอ๋อไม่สน แต่ไรท์สน มาซบอกไรท์เถอะ

Talk กะ Read

ไรท์ต้องขอโทษด้วยตั้งใจจะให้ฉีเอ๋อ กลับจวนแล้วเจอเหล่าหนุ่ม ๆ ในฐานะหม่าซ่วนฉี แต่เขียนเพลินจบไม่ลง

แต่ตอนหน้ากลับแน่ เพราะไรท์เขียนจบแล้ว ลงพร้อมกัน จะได้ไม่โดนรีดตบ

*คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นมาจากนิยายกำลังภายในของกิมย้ง

อย่าลืมเข้ามาเล่นเกมส์ด้วยนะคะ

ตอนนี้กลุ่มภารกิจพลิกชะตาฟ้าเปิดกลุ่มไลน์แล้วค่ะ ใครสนใจพูดคุย Add Line Phoenix-c แอดแล้วทักด้วยนะคะว่าอยากอยู่กลุ่มภารกิจพลิกชะตาฟ้า

ไรท์กำลังรีไรท์บางช่วงที่เวิ่นเว้อออก และใส่ช่วงหนุ่มขนอ้อย และเวทย์ที่นางเอกฝึก ช่วงนี้อาจทำผลโหวตเยอะนิดนึงนะคะ อย่าลืมมากดติดตามกันเยอะ ๆ นะคะ จะได้เป็นกำลังให้ไรท์สู้ต่อไป

อยากอ่านคอมเม้นท์จากรีด เพื่อเป็นกำลังใจ ส่งมาหน่อยนะคะ

special thanks

ขอบคุณรีดที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ ถ้าไม่มีพวกคุณคอยให้กำลังใจ ช่วยคิด ช่วยแก้ไขงาน เรื่องนี้คงไม่ออกมาดีแบบนี้ ไรท์ขอบคุณจากใจค่ะ

รีดที่น่ารักคะ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเขียนทุกคน ถ้าชอบ กด Like Share และ Favoriteให้ด้วย จะได้รู้ว่ามีคนอยากอ่านเรื่องของเราอยู่

กราบขอบพระคุณค่า

ไรท์

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย goong_cute
ตามอ่านอยู่นะคะ
เมื่อ 1 ปี 1 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย แมวเหมียว
อ่านเพลินเลยยยยย
เมื่อ 1 ปี 4 เดือนที่แล้ว

รีวิว