ภารกิจพลิกชะตาฟ้า-การกลับมาของสองแสบและเหตุวุ่นวายในงานประลอง

โดย  Phoenix_C

ภารกิจพลิกชะตาฟ้า

การกลับมาของสองแสบและเหตุวุ่นวายในงานประลอง

การแข่งขันนั้นจะแข่งพร้อมกันหมด โดย จะเพิ่มเวทีขึ้นมา อีก 1 เวที ฟ่งจิ่นที่ลำบากใจเล็กน้อยที่ต้องสู้กับเย่หรูปิง(หม่าซ่วนฉี)

นางเดินเข้าไปหาฟ่งจิ่น

"ถวายพระพรท่านอ๋องสิบสามเพคะ หม่อมฉันรู้ว่าพระองค์ลำบากพระทัย แต่หม่อมฉันไม่อยากให้พระองค์ทรงออมมือ ถ้าพระองค์ทำเช่นนั้นก็เหมือนพระองค์ทรงดูถูกหม่อมฉันและดูถูกตัวพระองค์เองด้วย หม่อมฉันอยากให้พระองค์คิดว่าหม่อมฉันเป็นเพียงคู่ต่อสู้มิใช่สหาย หวังว่าพระองค์จะทรงเข้าพระทัย แล้วอีกอย่าง พระองค์ทรงคิดหรือว่าพระองค์จะสามารถเอาชนะหม่อมฉันได้จริง ๆ"

ฟ่งจิ่นที่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะหึ หึ ทำเอาทุกคนในที่นั้น มองตาเหลือก วันนี้ต้องเกิดเรื่องร้ายขึ้นแน่ๆเลย

ขณะที่ทุกคนคิด ก็เหมือนคิดถึงโจโฉ โจโฉ* ก็มา จู่ ๆ ก็เหมือนแผ่นดินสะเทือน ผู้คนกรีดร้องวิ่งเข้ามาที่ลานประลอง แล้วก็มีสัตว์อสูรเวทย์ระดับแปดขึ้นไป วิ่งเข้ามาในลานประลองเช่นกัน ผู้ที่สามารถใช้เวทย์อสูรได้ แต่ละคนก็พยายามเหาะตามมาเพื่ออยากจับไปทำพันธสัญญาบ้าง จับเพื่อเอาไปประมูลหรือเอาไปแลกผลประโยชน์บ้าง แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถจับได้

หม่าซ่วนฉีที่ได้ยินเสียงสองแสบร้องเรียกให้ช่วย ก็พยายามใช้กระแสจิตจับเพราะมองไม่เห็นแสบน้อย เฟิ่งอวี่กี่เปิดเนตรทิพย์ให้หม่าซ่วนฉีชั่วคราวเพื่อจะได้เห็นหยางหลง และเย่วเฟิ่ง หญิงสาวเห็นสองพี่น้องเหาะหนีสัตว์อสูรเวทย์ที่ตามมาก็ตกใจ

หยางหลง เย่วเฟิ่ง ที่ต้องหนีด้วยพลางตัวด้วยก็เริ่มอ่อนกำลังลง หม่าซ่วนฉีจึงตัดสินใจ ดึงตัวลั่ว เหยียนเข้ามาแล้วใช้วิชากายไร้เงารีบกลับไปที่โรงเตี๊ยม ลั่วเหยียนที่ยังงงๆอยู่ กำลังจะอ้าปากถาม หม่าซ่วนฉีก็ดึงหน้ากากออก แล้วยื่นให้ลั่วเหยียน

ลั่วเหยียนเข้าใจได้ทันทีจึงรีบถอดหน้าอันเดิมใส่หน้ากากใหม่ และเปลี่ยนชุดของคุณหนูมาใส่ไว้ แล้วก็ช่วยคุณหนูใส่เสื้อบุรุษก็จะก้าวผมทรงบุรุษ ระหว่างนั้น หม่าซ่วนฉีก็เอาหน้ากากบุรุษที่เตรียมไว้ค่อยๆใส่ให้ดูเนียนมากที่สุด ทั้งหมด 2 นายบ่าวใช้เวลา ครึ่งเค่อ (7-8 นาที) ทำเอาเหงื่อชุ่ม

หม่าซ่วนฉีก็ใช้วิชากายไร้เงาอีกครั้งเพื่อกลับไปยังที่เดิม เจี่ยงเชาเห็นบุรุษที่ไหนไม่รู้โอบคุณหนูไว้ก็จะเข้ามาทำร้าย "ข้าเองเจี่ยงเชา"

เจี่ยงเชาชะงัก "คุณหนู ทำไมท่านถึงแต่งตัวเป็นบุรุษ"

"ไม่ต้องถามให้มากความ ดูแลลั่วเหยียนด้วย" เจี่ยงเชารับคำสั่ง แต่ยังไม่ได้ทันได้ดูแล ฟ่งจิ่น ไป๋อี้จิง ฟ่งซื่อหยวน ไท่หยางหมิง ที่ตามหาหม่าซ่วนฉีอยู่ก็รีบพุ่งเข้ามาหมายจะปกป้องคุ้มครอง เมื่อทั้งสี่พระองค์มาถึงเกือบพร้อมกัน ก็ต่างมองพระพักต์กันแวบหนึ่ง ก่อนฟ่งจิ่นและไป่อี้จิ้งจะพูดพร้อมกัน พวกท่านดูแลแม่นางเย่ด้วย ข้าจะไปปราบอสูรเวทย์ แล้วทั้งสอง พระองค์ก็ใช้วิชาตัวเบาไปทางที่อสูรเวทย์อาละวาด ไท่จื่อและไท่หยางหมิงก็คุ้มกันลั่วเหยียนที่ใส่หน้ากากเย่หรูปิง

ฟ่งจิ่น และ ไป่อี้จิ้งที่มาถึงก็เห็นหม่าซ่วนฉีที่ในรูปของบุรุษกำลังต่อสู้กับอสูรเวทย์ ทั้งสองพระองค์รู้สึกไม่คุ้นหน้าแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน มีมิตรดีกว่ามีศัตรู แล้วฝีมือของหนุ่มน้อยก็เก่งพอตัว

หม่าซ่วนฉีที่เอาสองแสบมาเก็บไว้ในมิติเรียบร้อยแล้วก็หันมาเผชิญหน้ากับอสูรเวทย์ เหล่าอสูรเวทย์ทั้งหลายเห็นหม่าซ่วนฉีก็ไม่อยากยุ่งด้วยเพราะร่างนางถูกกำกับด้วยเวทย์ของท่านผู้เฒ่าดูแลอสูร

เหล่าอสูรเหล่านั้นก็หันไปทำร้ายผู้อื่นแทน หม่าซ่วนฉีเห็น หลี่ฟางเทียนและหม่าซ่งชิงกำลังช่วยอพยพชาวบ้านออกจากบริเวณนี้ จู่ ๆ พญาราชสีห์เป็นสัตว์อสูรเวทย์ระดับสิบเอ็ดก็พุ่งเข้าใส่หม่าซ่งชิง

หม่าซ่วนฉีรีบพุ่งเข้าไปช่วยโดยร่ายเวทย์สะกดอสูรและใช้เวทย์สร้างอาณาเขตกักมันไว้

"เจ้าเด็กน้อย เอาอาณาเขตเวทย์ออกไปซะ เรื่องนี้เจ้าไม่เกี่ยว เจ้าจำไม่ได้หรือว่าพรของท่านเทพดูแลสัตว์อสูรให้พรแค่ไม่ให้พวกข้าทำร้ายเจ้า แต่ถ้าเจ้าทำร้ายพวกข้า พรนี้ก็จะไม่เป็นผล ดังนั้นเจ้าจงปล่อยข้าไปซะ ข้าจะเห็นแก่ท่านเทพจะละเว้นเจ้า" พญาราชสีห์ส่งเสียงไม่พอใจมาทางกระแสจิต

"ข้าต้องขอโทษท่านด้วย ข้าทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะคนที่ท่านจะทำร้ายคือพี่ชายของเจ้าของร่างนี้ก็เปรียบเหมือนพี่ชายของข้า ถ้าท่านยอมปล่อยมือข้าก็จะยอมปล่อยมือเช่นกัน แล้วอีกอย่างมนุษย์พวกนี้ไม่ได้ทำอะไรท่านแล้วท่านจะทำร้ายพวกเขาทำไม"

"ข้าไม่รู้เจ้าตัวแสบพี่น้องอยู่ไหน ข้าจับหาพลังจิตพวกมันไม่เจอ ดังนั้นพวกข้าจึงต้องตามหาจากมนุษย์ทุกคนที่พวกข้าเจอ แล้วเจ้าล่ะ เจอพวกมันหรือไม่” พญาราชสีห์อธิบายเหตุผลให้ฟังพร้อมกับตั้งคำถามหม่าซ่วนฉี

"สองแสบที่ท่านหมายถึงคือสิ่งใด แล้วท่านตามหามันเพื่ออะไร" หม่าซ่วนฉีทำเป็นไม่รู้

"มันเป็นลูกพญามังกรเทพ กับลูกพญาหงส์ฟ้า พวกมันมาขโมยของวิเศษของพวกข้ามา สรุปเจ้าเห็นมันหรือไม่"

หม่าซ่วนฉีได้ยินก็ได้แต่ทอดถอนใจ เจ้าสองแสบเผลอแป๊ปเดียวก่อปัญหาขึ้นจนได้ จะเอาไงดีทีนี้

นางที่แยกจิตเข้าไปที่มิติธาตุของตัวเอง ก็ตะโกนเรียกสองแสบที่แอบซ่อนตัวอยู่ "พวกเจ้าสองพี่น้องออกมาเดี๋ยวนี้ ถ้าเจ้าไม่ออกมาข้าจะให้พ่อแม่เจ้ามารับกลับไป" คำ ๆ นี้ถือเป็นประกาศิต สองแสบติดนางมาก และไม่อยากกลับไปจำศีลอยู่ในถ้ำ จึงค่อย ๆ โผล่หัวออกมา

"หยางหลง เย่วเฟิ่ง อย่าออกมาแต่หัว เอาตัวออกมาด้วย ข้านับ 1-3" เสียงเด็ดขาดของหม่าซ่วนฉีทำให้นางยังไม่ทันนับหนึ่ง ทั้งสองพี่น้องก็ออกมาทั้งตัว

"ฉีเอ๋อ ข้าผิดไปแล้ว ลงโทษแต่ข้าอย่าลงโทษเย่วเฟิ่งเลยนะ คราวนี้ข้าเล่นสนุกไปหน่อย ข้าเจอสมุนไพรหายากมากมาย ไหนยังจะมีสมุนไพรที่หายสาบสูญอีก ข้าอยากหามาให้ฉีเอ๋อปรุงยา เก็บไปเก็บมา ข้าก็เข้าไปในเขตป่าต้องห้าม ข้าพยายามส่งกระแสจิตติดต่อพวกท่าน แต่ข้าติดต่อไม่ได้ ข้าเลยพยามหาทางออกมาเอง เผอิญข้าดันไปเจอตราสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของพญาราชสีห์ ตรานี้สามารถสั่งการสัตว์อสูรเวทย์ทุกตัวที่อยู่ในป่าต้องห้ามแต่ต้องมีเวทย์ไม่เกินขั้น 10 ส่วนสัตว์อสูรเวทย์เกินขั้น 10 ขึ้นไปในป่าต้องห้าม รับคำสั่งโดยตรงกับพญามังกรศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นญาติกับพ่อข้า แต่ข้าลืมนึกถึง ออกจากป่าท่านพ่อเลยเอ็ดใหญ่ว่าทำไมไม่ไปตามท่านอามาช่วย แต่ตอนนี้ไม่ทันแล้ว ข้าออกมาไกลเกินกว่าจะขอความช่วยเหลือ" หยางหลงสารภาพและเล่าเรื่องราวทั้งหมด

"เจ้านี่นะ หยางหลงเสร็จเรื่องนี้แล้วข้าจะต้องลงโทษเจ้า หยางหลงเจ้าเอาของอันตรายนั้นมาให้ข้า ข้าจะคืนให้พญาราชสีห์" หม่าซ่วนฉีสั่งเสียงเข้ม

"ฉีเอ๋อ แต่ถ้ามีตรานี้ภารกิจที่ฉีเอ๋อต้องทำมันจะง่ายขึ้นนะ" หยางหลงพยายามเกลี้ยกล่อม

"เจ้ารู้หรือว่าข้าต้องทำภารกิจใด ถึงได้รู้ว่ามีตราพญาราชสีห์แล้ว ข้าจะทำภารกิจได้ง่ายขึ้น"

หม่าซ่วนฉีจ้องไปหยางหลงเพื่อเค้นเอาความจริง

"บอกจริง ๆ ฉีเอ๋อ ข้าไม่รู้ แต่ที่ข้ารู้คือว่าฉีเอ๋อต้องแข่งแกร่งมีกองทัพของตัวเองที่เข้มแข็งและต้องเอาชนะพ่อแม่ข้าให้ได้ ข้ารู้เพียงเท่านี้" หยางหลงตอบพร้อมไม่หลบตาเพื่อแสดงความจริงใจ

"ข้าเข้าใจแล้วขอบใจในความหวังดี แต่ข้าไม่อยากให้พวกเจ้าเดือดร้อนกับการตามล่าของพญาราชสีห์ที่สำคัญข้าไม่อยากให้คนบริสุทธิ์ต้องเดือดร้อน ดังนั้นเอามาให้ข้า" หยางหลงจึงจำใจหยิบตราส่งให้หม่าซ่วนฉี

นอกมิติ

"ท่านพญาราชสีห์ ท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่าของวิเศษของท่านคือสิ่งใด เผื่อข้าจะช่วยท่านหา" หม่าซ่วนฉีลองหยั่งเชิงดู

พญาราชสีห์หลี่ตาลงประเมินหม่าซ่วนฉี "ข้าบอกเจ้าก็ได้ เจ้ามังกรตัวพี่ขโมยเอาตราสัญลักษณ์ของข้า และไข่ปราณของข้ามา 20 ใบ แล้วเจ้าหงส์ตัวน้องก็ไปเอากริชตัดอาคมในถ้ำต้องห้ามออกมา และที่ร้ายที่สุดสองพี่น้องก็รวมตัวกัน เข้าไปในถ้ำศักดิ์สิทธื์ที่มีธิดาไร้รักอยู่ เจ้าสองตัวไปเอากริชสะบั้นรักมา"

หม่าซ่วนฉีอ้าปากค้าง เจ้าตัวแสบสองพี่น้องน่าตายนี่ เอาของวิเศษมาตั้งเยอะ แต่บอกนางแค่อย่างเดียว

"เอ่อ ท่านพญาราชสีห์ ท่านจะมาเอาคืนทุกอย่างเลยหรือ ข้าเกรงว่าจะช่วยท่านหาได้ไม่ครบ" หม่าซ่วนฉีหยั่งเชิง

"เฮ้อ ข้าอยากได้ตราของข้าคืน ส่วนไข่ปราณก็ช่างมันเถอะข้ามีเยอะ ส่วนดาบกับกริชไม่ใช่เรื่องของข้า ข้าเล่าให้ฟังเฉย ๆ"

หม่าซ่วนฉีได้ฟังก็สบายใจ "ท่านพญาราชสีห์ ข้าขอเวลา 2 ชั่วยาม(4ชั่วโมง) ข้าสัญญาว่าจะหาตรามาให้ท่าน แต่ท่านต้องปล่อยผู้คนและสั่งให้ลูกน้องท่านกลับเข้าป่าต้องห้าม ส่วนท่านอยู่รอที่นี่ได้ ตกลงหรือไม่"

"แล้วข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเจ้าจะทำตามสัญญา" พญาราชสีห์ไม่ไว้วางใจ

"ท่านอยากได้อะไรเป็นประกัน"

"กระบี่เวทย์ ถ้าเจ้าเอากระบี่เวทย์มาได้ข้าจะยอมให้สัตว์อสูรกลับไปป่าต้องห้าม" พญาราชสีห์ตั้งเงื่อนไขที่คิดว่าหม่าซ่วนฉีมิอาจทำได้ เพราะกระบี่เวทย์ได้ถูกเวทย์ปิดผนึกอยู่ ต้องเป็นคนปิดผนึกหรือคนที่สามารถใช้เวทย์อาคมที่สูงกว่าคนลงอาคมถึงจะเปิดผนึกออกมาได้

"ได้ท่านรอสักครู่" หม่าซ่วนฉีพูดจบก็ใช้วิชาตัวเบาเหาะไป

ทางด้านหม่าซ่งชิงกับหลี่ฟางเทียนที่เห็นหนุ่มน้อยหน้าตาหล่อเหลาทำการลงอาณาเขตเวทย์กับพญาราชสีห์ซึ่งเป็นสัตว์อสูรเวทย์ขั้น 11 ก็ตกใจ อย่าว่าแต่พวกเขาทั้งสองคนเลย คนอื่น ๆ ที่เห็นเหตุการณ์ด้วยเช่นกัน แต่อยู่ ๆ หนุ่มน้อยที่กำลังคุยกับพญาราชสีห์ก็ใช้วิชาตัวเบาเหาะไป ทำเอาพวกเขาแปลกใจ แต่ลึก ๆ หม่าซ่งชิงกับหลี่ฟางเทียนแน่ใจว่าหนุ่มน้อยผู้นี้ไม่ได้หนีไป แต่น่าจะทำข้อตกลงกับพญาราชสีห์

ทางด้านฟ่งจิ่น กับ ไป่อี้จิ้ง กำลังสู้กับอสูรเวทย์ตัวอื่น ๆ และพยายามไล่ต้อนพวกมันให้ห่างออกไปนอกเมือง พวกเขาบาดเจ็บไม่น้อย เพราะอสูรเวทย์ที่มามากมาย มีเวทย์ขั้น 8 ขึ้นไปทั้งนั้น

ฟ่งซื่อหยวน กับไท่หยางหมิง ก็พาลั่วเหยียนที่ใส่หน้ากากเย่หรูปิง ออกไปนอกเมือง เมื่อหาที่ซ่อนให้ได้แล้วทั้งสองพระองค์ก็กลับมาช่วยสหายสู้กับอสูรเวทย์และคนอื่น ๆ สู้กับอสูรเวทย์ ระหว่างที่สู้ไปและไล่ต้อนพวกมันให้ออกนอกเมือง ทั้งสอง พระองค์ก็เห็นหนุ่มน้อยกำลังใช้จิตสื่อสารกับพญาราชสีห์ ขั้น 11 ก็อึ้งไป เด็กหนุ่มผู้นี้พลังช่างเก่งกล้าสามารถลงอาณาเขตเวทย์กักอสูรเวทย์ขั้น 11 และยังสามารถใช้พลังจิตสื่อสารได้ ช่างน่าสนใจนัก แต่ทำได้เพียงคิด เพราะ เวลานี้เหล่าอสูรเวทย์ที่เข้าทำร้ายผู้คน ทำให้ทั้งสองพระองค์ ต้องเข้าไปช่วยสหายของพระองค์สู้กับพวกมัน

ทางด้านหม่าซ่วนฉีที่ใช้เวลาเพียงไม่ถึงช่วงจิบชา (2-3 นาที) ก็เอากระบี่เวทย์ออกมาให้พญาราชสีห์ แต่นางลงอาคมบังตาไว้ เพราะไม่งั้นอาจจะเกิดปัญหาซ้อนทับได้

พญาราชสีห์ถึงกับอึ้งไปได้แต่มองหน้าหม่าซ่วนฉีอย่างไม่อยากเชื่อสายตา แต่เมื่อพูดไปแล้วก็มิอาจคืนคำ หม่าซ่วนฉีที่เห็นพญาราชสีห์รับกระบี่เวทย์ไปแล้ว ก็พยักหน้าว่าจะยอมให้เหล่าสัตว์อสูรกลับเข้าป่าต้องห้าม หม่าซ่วนฉีจึงปลดอาณาเขตเวทย์

พญาราชสีห์ที่เห็นอาคมเวทย์ถูกปลดออกก็ส่งเสียงคำรามดังกึกก้อง สัตว์อสูรทุกตัวกลับไป พริบตาเดียวทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ปกติยกเว้นความเสียหายที่เกิดขึ้นในเมืองนี้

ทางด้านคนอื่น ๆ ที่กำลังสู้อยู่ ก็ได้ยินเสียงคำรามของพญาราชสีห์ จึงหันมามองก็เห็นหนุ่มน้อยปลดอาณาเขตเวทย์ ทุกคนต่างไม่เข้าใจว่าทำไมหนุ่มน้อยถึงปลดอาณาเขตเวทย์เพราะเท่าที่ดู พลังของหนุ่มน้อยเหนือกว่าพญาราชสีห์มาก สิ้นเสียงคำรามของพญาราชสีห์ สัตว์อสูรทุกตัวก็หันหลังแล้วมุ่งหน้ากลับไปที่ป่าต้องห้าม เหลือเพียงพญาราชสีห์ที่ยังคงอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน และไม่มีทีท่างจะทำร้ายใคร

อยู่ ๆ หม่าซ่วนฉีก็ได้ยินเสียงเย่วเฟิ่งร้องขึ้นมา ฉีเอ๋อ ระวังมีคนจะฉวยโอกาสสร้างอาณาเขตเวทย์กักพญาราชสีห์

หม่าซ่วนฉีก็หันไปทางที่เย่วเฟิ่งบอก ก่อนปล่อยพลังอัคคีพยัคฆ์ ระดับไพลิน(ระดับ7) ขั้นต้น ลูกไฟดวงใหญ่พุ่งใส่ร่างคนที่พยายามจะฉวยโอกาส เมื่อดวงไฟหายไป ก็เห็นแต่เถ้ากระดูกของคนผู้นั้นท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คนที่เด็กหนุ่มก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงอันดัง

"ข้าขอเตือนทุกท่าน ถ้ายังไม่อยากเป็นอย่างคนผู้นี้ก็อย่าได้คิดฉกฉวยโอกาสกับพญาราชสีห์ ตอนนี้พญาราชสีห์เป็นแขกของข้า เมื่อข้ากับพญาราชสีห์ทำตามสัญญาที่ให้ไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านพญาราชสีห์ก็จะกลับเข้าป่าต้องห้าม ดังนั้นถ้าใครบังอาจล่วงเกิน ก็อย่าหาว่าข้ากับพญาราชสีห์ไร้น้ำใจ" สิ้นสุดคำพูดของเด็กหนุ่ม ทุกคนในที่นั้นก็ไม่มีใครกล้าล่วงเกินพญาราชสีห์อีกเลย

พญาราชสีห์ได้ยินหม่าซ่วนฉีกล่าวก็พอใจและชื่นชม "เจ้าเด็กน้อย ข้านับถือน้ำใจเจ้า ทั้ง ๆ ที่เจ้าเป็นเพียงหญิงสาวแต่ก็กล้าหาญมาก"

"ขอบคุณมากท่านพญาราชสีห์ ข้าขอตัวไปหาของที่ท่านต้องการก่อน" แล้วหม่าซ่วนฉีก็ลงเวทย์ล้อมพญาราชสีห์ไว้

"ข้าจะต้องไปทำตามข้อตกลงที่ให้กับท่านพญาราชสีห์ แต่อย่าคิดว่าถ้าข้าไม่อยู่พวกท่านจะสามารถล่วงเกินแขกของข้าได้" พูดจบหม่าซ่วนฉีก็ใช้พลังวายุ ระดับมรกต(ระดับ4) ขั้นสูง เข้าไปที่พญาราชสีห์นั่งอยู่ ปรากฎว่าพลังวายุนั้นถูกกระแทกกลับมาอย่างแรก แต่นางรู้อยู่แล้ว จึงใช้วิชาสลายพลังเข้าทำรายพลังวายุ

ผู้คนที่มองมายังหม่าซ่วนฉีที่อยู่ในคราบของหนุ่มน้อย เหมือนเห็นปีศาจจำแลง หล่อเหลาและร้ายกาจ นี่อาจเป็นเพียงแค่หนุ่มน้อย ถ้าเติบโตขึ้นคงหล่อเหลาน่าดู สาวน้อยทั้งหลาย รวมถึงฮูหยินทั้งหลายหมายมั่นปั้นมืออยากได้เป็นเขย แล้วหม่าซ่วนฉีก็ใช้วิชาตัวเบาเหาะไป

ฟ่งซื่อหยวน ฟ่งจิ่น ไท่หยางหมิง ไป่อี้จิ้ง หลี่ฟางเทียน และ หม่าซ่งชิง ที่มารวมตัวกันอีกครั้ง ฟ่งจิ่น กับไป่อี้จิ้งก็ถามถึงหม่าซ่วนฉี ฟ่งซื่อหยวนจึงบอกนางปลอดภัยดี แล้วทั้งหมดก็คุยกันเรื่องหนุ่มน้อยผู้นั้นคุยกันสักพัก ทั้งหกหนุ่มก็แยกออกไปดูความเสียหายและดูแลคนเจ็บ ฟ่งซื่อหยวนเรียกองครักษ์เงา ให้ไปสืบประวัติหนุ่มน้อยผู้นั้น ไท่หยางหมิง และไป่อี้จิ้งก็เช่นกัน

ทั้งสามพระองค์ อยากได้ผู้มีความสามารถเช่นนี้ให้กลับราชสำนักเพื่อจะเสริมความแข็งแกร่งให้แคว้นของพระองค์ ในเมื่อความคิดตรงกัน คงต้องอยู่ที่ความสามารถ ทุกพระองค์ได้แต่หนักใจ นอกจะแข่งกันเรื่องหัวใจแล้วยังต้องแข่งกันเพื่อแย่งหนุ่มน้อยมากความสามารถ แต่ที่พระองค์ไม่รู้เคย ทั้งสองคนคือคน ๆ เดียวกัน

------------------------------

Gossip กะ Write

ตอนนี้แฟนตาซีมากหน่อยนะคะ นางเอกเราสายทรูเก่งเว่อร์

สองแสบนี่แสบใช้ได้หายไปคืนเดียวป่วนป่าต้องห้าม ชนิดที่ยกพวกกันมาตามล่าทีเดียว 555

แต่แสบพี่นี่ก็นะ ไม่โกหก ฉีเอ๋อนะ แต่แค่บอกไม่หมดเท่านั้นเอง

แต่ของวิเศษที่ สองแสบอุส่าห์ รวมร่างกันไปเอา คือ กริชสะบั้นรักของธิดาไร้รักมา 2แสบคิดไรอยู่ ไรท์เสียวแทนหนุ่ม ๆ โถโถโถ ยังไม่ได้เจอตัวจริงนางเอกสายทรูเราเลย แถมจีบก็ยังไม่ติด เห็นแววแห้วมาแต่ไกล จริง ๆ สองแสบไม่ได้หวงฉีเอ๋อ นะ ไม่ได้หวงจริงจริ๊ง (อ่านเสียงสูง) 555

Talk กะ Read

รีดทั้งหลายคะ อย่าเพิ่งเซ็งนะ เดี๋ยวตอนนี้ฉีเอ๋อ เรากลับจวนแล้ว และเตรียมตัวเข้าสำนักศึกษา

มาลุ้นกันว่าแซบแค่ไหน ที่คุณหนูใหญ่ผู้อ่อนแอ ไม่สามารถเรียนวรยุทธ์ได้ กลับเข้าจวนที่มีน้องรองที่เตรียมตัวถากถาง และกลั่นแกล้ง และนางเอกเราจะกลับไปสภาพใด

รอลุ้นตอนหน้านะคะ ถ้าเม้นท์เยอะ ต้องเยอะจริง ๆ นะ จะมาต่อให้เลย 555 เรียกเรทติ้งหน่อย

อย่าลืมเข้ามาเล่นเกมส์ด้วยนะคะ

ตอนนี้กลุ่มภารกิจพลิกชะตาฟ้าเปิดกลุ่มไลน์แล้วค่ะ ใครสนใจพูดคุย Add Line Phoenix-c แอดแล้วทักด้วยนะคะว่าอยากอยู่กลุ่มภารกิจพลิกชะตาฟ้า

ไรท์กำลังรีไรท์บางช่วงที่เวิ่นเว้อออก และใส่ช่วงหนุ่มขนอ้อย และเวทย์ที่นางเอกฝึก ช่วงนี้อาจทำผลโหวตเยอะนิดนึงนะคะ อย่าลืมมากดติดตามกันเยอะ ๆ นะคะ จะได้เป็นกำลังให้ไรท์สู้ต่อไป

อยากอ่านคอมเม้นท์จากรีด เพื่อเป็นกำลังใจ ส่งมาหน่อยนะคะ

special thanks

ขอบคุณรีดที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ ถ้าไม่มีพวกคุณคอยให้กำลังใจ ช่วยคิด ช่วยแก้ไขงาน เรื่องนี้คงไม่ออกมาดีแบบนี้ ไรท์ขอบคุณจากใจค่ะ

รีดที่น่ารักคะ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเขียนทุกคน ถ้าชอบ กด Like Share และ Favoriteให้ด้วย จะได้รู้ว่ามีคนอยากอ่านเรื่องของเราอยู่

กราบขอบพระคุณค่า

ไรท์

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย goong_cute
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
เมื่อ 9 เดือน 1 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย แมวเหมียว
สนุกอ่าาาาาาาาา
เมื่อ 1 ปี 4 เดือนที่แล้ว

รีวิว