[อ่านฟรี] หัวใจร้อยดาว

ตอนที่ 3

โมนาลืมตาด้วยอาการง่วงงุน ฝืนกะพริบเปลือกตาที่หนักอึ้งถี่ ๆ แต่แล้วเพดานสีขาวไม่คุ้นตามีไฟดาวน์ไลต์สองดวงเจาะฝังอยู่บนฝ้าก็ทำให้หญิงสาวกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง

“โอ๊ย...” เสียงร้องครวญครางดังลั่นเมื่อเจ้าตัวรู้สึกว่าแขนขาปวดเมื่อยราวกับถูกทุบด้วยหินจนน่วม เธอหมุนคอผ่อนคลายกล้ามเนื้ออย่างยากเย็น แต่ไม่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลย

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอหันไปทางต้นเสียง ทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น

“ลิซ่า คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงนุ่มนวลตะโกนลอดประตูเข้ามาเป็นภาษาอังกฤษ

โมนาขมวดคิ้ว คนเดียวที่เรียกเธอเช่นนี้และพูดภาษาอังกฤษก็คือเพื่อนใหม่ซึ่งเพิ่งรู้จักกัน แล้วเขามาอยู่หน้าห้องเธอได้ยังไง

เอ๊ะ ! ที่นี่ไม่ใช่ห้องเธอนี่นา หญิงสาวก้มสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองทันที แล้วเสื้อยืดตัวหลวมกับกางเกงเลสีเข้มที่เธอสวมอยู่...ก็เรียกย้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าให้กลับเข้ามาในสมองช้า ๆ

หลังออกกำลังกายเธออาบน้ำแต่งตัวด้วยสูทสีน้ำเงินหม่นทับเชิ้ตขาวเช่นทุกวัน ทว่าระหว่างลงลิฟต์ไปยังล็อบบี้ เธอมัวแต่อ่านข้อความจากโทรศัพท์มือถือ ทำให้ไม่ทันสังเกตเห็นพนักงานของโรงแรมที่เข็นรถบรรทุกกระเป๋าเดินทางออกจากลิฟต์ตัวข้าง ๆ จึงชนรถเข็นคันนั้นเข้าอย่างจังจนเสียหลักหงายหลังเซแซด ๆ

เป็นคราวเคราะห์ที่โรงแรมจัดนิทรรศการอาหารนานาชาติอยู่ และพนักงานกำลังเร่งขนอาหารจากภัตตาคารผ่านลิฟต์ไปยังห้องจัดงาน โมนาจึงหงายหลังไปนั่งก้นจ้ำเบ้าบนพื้น ไหล่และศีรษะโขกขอบรถเข็นอีกคันที่มีถาดทรงกลมสูงสามชั้นเต็มไปด้วยอาหารนานาชนิด แรงชนที่ฐานด้านล่างทำให้ถาดล้มครืน หมูติดมันชิ้นใหญ่จำนวนมากหล่นลงบนศีรษะเธอ ขณะน้ำเกรวี่ในเหยือกปากกว้างกระฉอกหกรดเสื้อผ้าและเนื้อตัวจนแทบไม่เห็นสภาพเดิม

เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ หญิงสาวจึงรีบยกแขนขึ้นดมเพื่อสำรวจว่ายังมีกลิ่นอาหารติดตามตัวอยู่หรือไม่ โชคดีที่เธอได้แต่กลิ่นสบู่อาบน้ำขวดโปรด

โมนามองหากระเป๋าที่โต๊ะข้างเตียง ล้วงโทรศัพท์มือถือมาดู ก็พบว่าหลังโทร.ลางานแล้ว มีอีเมลจากลูกน้องสามฉบับ ขณะกล่องข้อความแทบระเบิดเพราะชัชวินส่งเอสเอ็มเอสมาอ้อนวอนให้เธอยอมรับสายจากเขา !

เสียงเคาะดังอีกครั้ง โมนาหย่อนโทรศัพท์คืนที่ ฝืนลุกไปปลดล็อกและเปิดประตู เผยให้เห็นผู้ชายสุดหล่อยืนอยู่ตรงหน้าดังคาด โนแอลสวมเชิ้ตสีขาวพับแขนไว้ที่ข้อศอกกับกางเกงสแล็คเนื้อดี เรือนผมหวีเข้าทรงเนี้ยบไปทุกกระเบียดนิ้ว

“โอ้โห...คนฝรั่งเศสนี่ใช้ชีวิตประณีตจริง ๆ ขนาดอยู่ในห้องส่วนตัวยังต้องแต่งตัวจัดเต็มขนาดนี้” เธอเปรยด้วยความทึ่ง

“เฮ้ย ! ไม่ใช่แล้วคุณ ที่เห็นอยู่เนี่ย ผมไปทำงานมาแล้วต่างหาก” เขายกข้อมือขึ้นดูเวลา “ผมมาเรียกคุณตั้งแต่ตอนอาบน้ำเสร็จแล้ว แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบ เดาว่าคุณคงเพลียและอยากพักผ่อน เลยปล่อยให้นอนก่อน ผมไปประชุมที่บริษัทเสร็จก็รีบกลับ กลัวคุณตื่นมาไม่เจอใครแล้วจะตกใจ เมื่อกี้ผมได้ยินเสียงคุณร้อง เป็นอะไรหรือเปล่า”

“ฉันแค่ปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัวน่ะค่ะ น่าอายจังที่ฉันหลับเป็นตายเลย” โมนายิ้มแห้ง เสมองไปทางอื่น รู้สึกเก้อที่เธอวางใจคนแปลกหน้าถึงเพียงนี้

“หลังออกกำลังกายขนาดนั้น แถมยังเจอเรื่องแย่ ๆ อีก ไม่แปลกหรอกที่คุณจะปวดเมื่อยและต้องการพักผ่อน นี่คุณคงหิวแล้ว ล้างหน้าล้างตามากินข้าวกันดีกว่า ผมสั่งอาหารไว้เผื่อละ”

“ขอบคุณมากค่ะโนแอล แล้วฉันจะชดใช้...”

ชายหนุ่มยกมือห้าม “ผมไม่ได้ต้องการให้คุณชดใช้ ที่ช่วยก็เพราะเราเป็นเพื่อนกัน อย่าคิดมาก”

สีหน้าและแววตาของเขาจริงใจจนโมนายิ้มกว้าง “ขอบคุณค่ะ คุณเป็นกัลยาณมิตรของฉันจริง ๆ ”

คิ้วเข้มของผู้ชายตรงหน้าขมวดเข้าหากัน ดวงตาไม่ปิดบังความสงสัย โมนาหัวเราะร่วนรีบอธิบาย “กัลยาณมิตร ถ้าเทียบกับฝรั่งคงเหมือนเทวดาผู้พิทักษ์ ประมาณว่าการ์เดียนแองเจิ้ลน่ะค่ะ”

คนฟังพยักหน้ายิ้มกว้าง “คุณให้เกียรติผมมากเลย”

โมนารู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก ทั้งรอยยิ้ม แววตา และอุ่นไอของความปรารถนาดีจากโนแอลช่างทรงพลังนัก นี่คงเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอไม่ได้ถูกมองด้วยความสมเพช !

“คุณใจดีจัง ขอบคุณนะคะ”

ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกัน

“พูดอย่างกับเจอคนใจร้ายมามากอย่างนั้นแหละ”

“ค่ะ ฉันเจอแต่คนใจร้าย”

“ผมไม่รู้ว่าคุณเคยเจออะไรมา แต่ผมคิดว่าสมองของคนพวกนั้นต้องผิดปกติแน่ ๆ เพราะที่ประเทศผม ผู้หญิงไม่ได้มีไว้ให้ใจร้ายด้วย แต่มีไว้ให้คนรอบข้างปกป้อง ดูแล และ...รัก”

“แหม...คุณพูดซะจนฉันอยากมีแฟนเป็นชาวฝรั่งเศสเลย”

“โอ้ลาล่า นี่คุณกำลังจีบผมอยู่หรือเปล่าเนี่ย” คนพูดเลิกคิ้วนิด ๆ อย่างล้อเลียน

โมนาหัวเราะคิก หลังเกิดเหตุน่าอับอายที่ล็อบบี้ โนแอลซึ่งยังคงแต่งชุดออกกำลังกายและบังเอิญอยู่บริเวณนั้นพุ่งเข้ามาช่วยปัดเศษอาหารจากตัวเธอโดยไม่มีท่าทีรังเกียจ ทั้งยังช่วยเก็บโทรศัพท์ให้เธอด้วย ผู้จัดการโรงแรมรีบปรี่เข้ามาขอโทษ และแม้จะเป็นความซุ่มซ่ามของเธอเอง แต่อีกฝ่ายก็แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เธอปฏิเสธข้อเสนอของโรงแรมโดยขอรับแค่บริการซักรีดเสื้อผ้าเท่านั้น โดยตั้งใจไปใช้ห้องน้ำของฟิตเนสอาบน้ำผลัดเสื้อผ้าออกมาซัก ในความโชคร้ายยังมีเรื่องดีอยู่บ้างที่เธอตั้งใจจะออกกำลังกายเบิ้ลสองรอบ จึงเตรียมเสื้อผ้ามาสองชุด ไม่งั้น...ระหว่างรอซักเสื้อผ้า เธอคงต้องสวมชุดออกกำลังกายเหม็นเหงื่อแหง ๆ

ทว่าเมื่อโนแอลช่วยหิ้วกระเป๋ามาส่งที่ฟิตเนส เธอพบว่ามีคนคอยคิวใช้ห้องน้ำหนาตา เพื่อนใหม่รูปหล่อจึงเสนอให้เธอขึ้นมาใช้ห้องน้ำที่ห้องพักของเขา กุญแจห้องสวีตของโรงแรมที่เขาหยิบมาให้ดูไม่ทำให้เธอตาโตหรือไว้ใจเขามากขึ้นสักนิด โมนาจึงปฏิเสธไปตามประสาผู้หญิงไทยที่ระมัดระวังเรื่องความไม่เหมาะสม

โนแอลคะยั้นคะยอซ้ำ ขณะฝรั่งอีกคนที่เดินตามโนแอลมาส่งเธอถึงฟิตเนสด้วยกันคว้าไหล่เขาไว้ แล้วคุยกันด้วยภาษาหนุงหนิงซึ่งเธอฟังไม่เข้าใจ สุดท้ายโนแอลก็ผายมือไปทางผู้ชายข้างตัวแล้วเปลี่ยนมาใช้ภาษาอังกฤษ

‘นี่ฟรองซัวส์ ส่วนนี่โมนาลิซ่า รู้จักกันไว้สิ’

โมนาถูมือกับกางเกงให้หมดกลิ่นแล้วยื่นไปตรงหน้า สัมผัสกับมือที่คอยอยู่แล้ว ‘อ็องช็องเตค่ะฟรองซัวส์’

คำทักทายภาษาฝรั่งเศสที่เพิ่งเรียนมาหมาด ๆ ถูกนำมาใช้ และนั่นเป็นผลให้ฟรองซัวส์เลิกคิ้ว ขณะริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อย คลายความระมัดระวังตัว

‘อ็องช็องเตเช่นกันครับ โมนาลิซ่า’ เขาตอบเป็นภาษาอังกฤษพลางบีบมือเธอเบา ๆ ก่อนคลายออก

หญิงสาวส่ายหน้า ‘ฉันชื่อโมนาค่ะ เพื่อนคุณล้อเลียนฉันน่ะ’

‘โนแอลเสนอให้คุณไปใช้ห้องน้ำที่ห้องพักเขาไม่ใช่เหรอ เชื่อผม ไปเถอะ’ เขายกมือที่เพิ่งจับกับหญิงสาวมาอังที่ปลายจมูกห่าง ๆ พลางทำหน้าเหยเก ‘ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะยอมทำทุกวิธีเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องทนดมน้ำหอมกลิ่นหมูย่างอย่างนี้แม้แต่นาทีเดียว

โมนากลอกตาไปมาอย่างชั่งใจ สุดท้ายจึงส่ายศีรษะ ‘อย่าดีกว่าค่ะ ฉันเกรงใจ’

‘สุภาพสตรีไม่ควรปฏิเสธความหวังดีของสุภาพบุรุษครับ’ ฟรองซัวส์ส่ายนิ้วชี้ไปมาอย่างล้อเลียน ก่อนดูเวลาที่ข้อมือแล้วเปลี่ยนท่าทีให้กระฉับกระเฉงขึ้น ‘โนแอล ฉันคงขึ้นไปห้องนายไม่ได้ละ มีนัดประชุมตอนแปดโมงครึ่ง ถ้าไม่ไปตอนนี้มีหวังสายแหง ๆ ไว้ฉันมา ‘เอา’ วันหลังนะ’

โมนามองผู้ชายสุดหล่อสองคนยื่นหน้ามาปัดแก้มผ่านกันทั้งขวาและซ้ายด้วยสีหน้าตกตะลึง เมื่อฟรองซัวส์บอกลาเธอสั้น ๆ และหมุนตัวเดินไปยืนคอยหน้าลิฟต์ด้วยมาดสง่างาม โนแอลก็หันกลับมายกมือปัดผ่านหน้าเธอเรียกร้องความสนใจ พลางเปรยด้วยความจงใจ

‘มองตามตาปรอยเชียว ฟรองซัวส์เขาไม่ชอบผู้หญิงสไตล์คุณหรอก’

‘ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ อย่ามาหาเรื่องแซวกันนะ’ โมนาค้อนคนช่างค่อนขอดอย่างอดไม่ได้

โนแอลหัวเราะขำ ‘ผมล้อเล่นน่า อย่าเพิ่งเคืองสิ ไป ! เราไปที่ห้องผมกันดีกว่า คุณจะได้ผลัดชุดหมูย่างนี่ออก คราบน้ำเกรวี่พวกนี้ยิ่งทิ้งไว้นานจะยิ่งซักยากนะ’

แม้จะเสียดายที่ผู้ชายหล่อ ๆ สองคนหันไป ‘กิน’ กันเองซะแล้ว แต่ก็เพราะรู้อย่างนั้น เธอจึงยอมมาใช้ห้องพักของเขาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า โชคดีที่ห้องสวีตของเขามีสองห้องนอน แต่ยังไงโมนาก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเธอจะปลอดภัย เพราะเธอไม่ใช่สเป็คของผู้ชายคนนี้ไม่ว่าวันไหนก็ตาม

มาบัดนี้หนึ่งในสองผู้ชายสีม่วงสุดหล่อถามว่าเธอคิดจะจีบเขาหรือเปล่า โมนาจึงตอบได้ง่ายโดยไม่ต้องหยุดคิดสักวินาที “ไม่หรอกค่ะ ฉันรู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง คงไม่ทำเรื่องที่เสียเวลาเปล่าแบบนั้นแน่”

โนแอลยิ้มกว้าง ยกนิ้วโป้งให้พร้อมสายตาชื่นชม “คุณเป็นผู้หญิงฉลาด และผมก็ชอบมีเพื่อนฉลาด ๆ ซะด้วย”

โมนายักไหล่ละม้ายได้ยินคำชมแบบนี้จนเบื่อแล้ว เธอเม้มปากพยายามกลั้นรอยยิ้มภูมิใจ ขณะบอกแค่ “ตอนนี้คนฉลาดกำลังหิวมาก ขอเวลาฉันล้างหน้าสองนาที เดี๋ยวฉันออกไปค่ะ”

หลังรับประทานอาหารมื้อบ่ายจนอิ่มแล้ว ชายหนุ่มก็อาสาพาโมนามาเลือกซื้อชุดออกกำลังกาย ผู้หญิงเชย ๆ เฉิ่ม ๆ ทำหน้าดีใจอย่างเห็นได้ชัด แถมยังกระตือรือร้นจนเขานึกเอาใจช่วย อยากให้เธอผอมสวยสมใจเร็ว ๆ

เกือบสองชั่วโมงแล้วที่เขาพาโมนาตระเวนช็อปปิ้ง ตั้งแต่กระเป๋าสะพายสำหรับใส่ข้าวของ ถุงเท้า รองเท้า ผ้าขนหนู ผ้าคาดมือคาดหน้าผากสำหรับเช็ดและกันเหงื่อ ทุกด่านผ่านฉลุย แม้โมนาจะโอดบ้าง งอแงบ้าง แต่เธอก็ฟังคำแนะนำของเขาอย่างตั้งใจ และรูดบัตรเครดิตจ่ายค่าสินค้าโดยไม่สะดุ้งสะเทือนสักนิด

“เสื้อตัวนี้ผ้าไม่ค่อยดี สวมแล้วแน่นแนบเนื้อ คุณเอาพวกนี้ไปลองแทนดีกว่า” โนแอลยัดเยียดชุดในไม้แขวนหลายชุดใส่มือผู้หญิงที่ยืนหน้าบู้อยู่หน้าห้องลอง “ผมเลือกกางเกงมาให้ลองด้วย คุณสวมแล้วออกมาให้ผมดู”

ดวงตากลมโตคู่นั้นตวัดฉับขึ้นมองเขาทันที “อะไรนะ ฉันต้องสวมกางเกงพวกนี้ให้คุณดูด้วยเหรอ บ้าไปแล้ว”

“ไม่บ้าหรอก ขนาดใส่ให้ผมดูยังไม่กล้า แล้วคุณจะใส่เข้าฟิตเนสได้ยังไง...ลิซ่า ! ”

“ฉันชื่อโมนาย่ะ”

“เหมือนกันแหละ ชื่อเต็ม ๆ มาจากโมนาลิซ่า เพราะฉะนั้นผมจะเรียกลิซ่า คุณจะทำไม”

“นิสัยไม่ดี มาเที่ยวซี้ซั้วตั้งชื่อให้คนอื่นแบบนี้ได้ไง”

“เลิกเถียงได้แล้ว ไปลองกางเกงซะ”

“แล้วทำไมฉันต้องใส่กางเกงรัด ๆ มาให้คุณดูด้วย นี่คิดจะหลอกดูหุ่นฉันหรือไง”

“ผมเคยเห็นที่น่ามองกว่านี้มาเยอะแล้ว เชื่อเถอะ” ชายหนุ่มพยักหน้าย้ำให้คนมองมั่นใจว่าเขาตั้งใจพูดเช่นนั้น “คุณไม่เคยออกกำลังกาย คุณดูเองไม่เป็นหรอกว่าเสื้อผ้าแบบไหนใส่แล้วคล่องตัวมากน้อยแค่ไหน ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ คุณต้องไว้ใจผม” คนวางตัวเป็นกูรูแฟชั่นอวด

โมนาชูไม้แขวนขึ้นดูกางเกงผ้ายืดเนื้อบางเฉียบ “ฉันไม่มีวันใส่ของแบบนี้มาให้คุณดูเด็ดขาด น่าเกลียดจะตาย”

“คุณเห็นสายตาพวกพนักงานขายที่ผลัดกันเอาเสื้อผ้ามาให้คุณลองหรือเปล่า” โนแอลเปลี่ยนเรื่อง

“ค่ะ เขาคงสมเพชที่ฉันไม่เจียมตัว หุ่นยังกับช้าง ยังริจะมาลองเสื้อผ้าตัวจิ๋ว ๆ พวกเขาคงจับตามองกันเขม็ง กะว่าถ้าฉันทำตะเข็บเป็นรอย คงบังคับให้ซื้อไปเลย”

“คุณเห็นแต่สิ่งที่ตัวเองอยากเห็นต่างหากล่ะลิซ่า ผมว่าพวกเขามองคุณด้วยความอิจฉามากกว่านะ คงคิดว่า ‘บอยเฟรนด์’ ของคุณน่ารักชะมัด ที่มาช่วยเลือกเสื้อผ้าออกกำลังกายให้ด้วย”

“บอยเฟรนด์ ! เขาคิดว่าคนหน้าตาอย่างคุณจะมาเป็นบอยเฟรนด์ผู้หญิงอย่างฉันเนี่ยนะ ! ”

ชายหนุ่มยักคิ้วล้อเลียน “หรือคุณจะคิดเป็นอย่างอื่น”

“แฟนบ้าอะไร ถ้าบอกว่า ‘เพื่อนสาว’ สิค่อยน่าเชื่อหน่อย ! ” โมนาอุบอิบเป็นภาษาไทย

กระนั้นคนหูดีก็ยังอุตส่าห์ได้ยิน “ว่าไงนะ เมื่อกี้คุณไม่ได้พูดภาษาอังกฤษนี่นา”

โมนายิ้มหวาน “คุณหูฝาด ฉันไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย” เจ้าตัวยกไม้แขวนในมือขึ้น “เดี๋ยวฉันไปลองพวกนี้ดูก่อน คุณคอยตรงนี้นะ ถ้าพนักงานเอากางเกงมาเพิ่มให้ก็ฝากบอกให้เขารอเดี๋ยว”

ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ เขามองผู้หญิงตัวกลมหมุนตัวเข้าไปในห้องผลัดเสื้อผ้า แล้วจึงเดินไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามประตูห้องลอง อีกยี่สิบนาทีถัดมาโมนาก็ได้ชุดออกกำลังกายสี่ชุดสี่สี ซึ่งเขาให้เหตุผลว่า

“ขืนซื้อดำหมด คุณจะลืมว่าตัวไหนใส่บ่อยแค่ไหน พานใส่ซ้ำแล้วซักอยู่แค่สองตัว เอาสี่สีนี่แหละ จะได้ใส่สลับกัน เลือกเป็นสีประจำแต่ละวันเลยก็ได้”

หลังจากหญิงสาวชำระเงินเรียบร้อย โนแอลก็แย่งถุงกระดาษไปถือไว้ แล้วก็มาถึงของใช้จำเป็นที่สุด ซึ่งเขาจงใจเก็บไว้เป็นลำดับสุดท้าย ของสิ่งนั้น...ชุดชั้นใน !

เขาหิ้วสัมภาระพะรุงพะรังไว้มือหนึ่ง ลากโมนาไปยังแผนกชุดชั้นใน “คุณควรสวมบราสำหรับออกกำลังกายโดยเฉพาะ” เขาชี้โปสเตอร์ข้างเสาใหญ่แล้วอธิบาย “บราพวกนี้ออกแบบมาเพื่อประคองเนื้อและควบคุมให้อยู่ในที่ทางอันเหมาะสม เวลาคุณวิ่ง กระโดด ปั่นจักรยาน หรือทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวเยอะ ๆ จะได้คล่องตัว”

โมนาอ้าปากค้าง แต่ชายหนุ่มไม่สนใจ เขาคว้าข้อมือพาเธอตรงไปหาพนักงานขายทันที “เอาสปอร์ตบราทุกแบบที่มีมาให้คุณผู้หญิงเลือกหน่อยซิ” เขาสั่งง่าย ๆ ทั้งยังยืนกอดอกบอกด้วยท่าทางว่าจะปักหลักอยู่ตรงนั้น

“คุณออกไปคอยข้างนอกเถอะ ผู้หญิงคนอื่นที่มาซื้อของที่นี่จะอึดอัดนะ” โมนาขอร้องเสียงอ่อย

“ถ้าผมไม่อยู่ แล้วใครจะช่วยคุณดูว่าแบบไหนใช้ได้ไม่ได้”

“ฉันให้พนักงานแนะนำก็ได้”

โนแอลกลอกตาไปมา สุดท้ายจึงหันไปทางพนักงานขาย แจ้งความต้องการด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ชัดเจน และมั่นใจอย่างยิ่ง โดยพูดทีละคำช้า ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายเข้าใจครบถ้วน

“เลือกแบบที่ไม่ต้องเน้นสวย แต่ขอผ้าหนา ๆ ประคองเนื้อทั้งหมด แล้วก็เก็บทรงไว้ให้แนบตัวมากที่สุด เวลาออกกำลังกายจะได้ไม่กระแทก เดี๋ยวกล้ามเนื้อจะหย่อนยานหมด เอามาให้คุณผู้หญิงลอง แล้วคุณช่วยดูด้วยว่าแบบไหนเหมาะกับสรีระเธอ เธอจะต้องวิ่ง เต้นแอโรบิก แล้วก็อาจเล่นโยคะด้วย เลือกแบบที่ดีที่สุด เอาทุกสีเลยนะ”

พนักงานสาวพยักหน้าหงึก สอบถามสองสามประโยค ทั้งยังยิ้มพลางแอบมองเธอด้วยความอิจฉา

โมนาหน้าร้อนฉ่า อายจนแทบจะให้พื้นตรงหน้าแหวกออก จะได้กระโดดหนีสถานการณ์อันน่ากระอักกระอ่วนนี้ เดาได้ว่าเด็กสาวที่กุลีกุจอไปหาเสื้อชั้นในคงคิดว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนรักของเธอแน่ ๆ ไม่งั้นคงไม่สั่งอะไรที่ชวนให้คิดลึกซึ้งขนาดนั้นหรอก

หญิงสาวรุนหลังเขาออกจากแผนก “คุณคอยตรงนี้ เดี๋ยวฉันจะรีบซื้อแล้วรีบออกมา”

“ไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ เลือก เชื่อผม นี่เป็นส่วนสำคัญไม่แพ้รองเท้า ถ้าเลือกผิด ตอนผอมแล้วคุณอาจต้องมานั่งเสียใจทีหลังไม่รู้ด้วย เพราะหนังสติ๊กที่หย่อนยานไปแล้ว บริหารยังไงก็ไม่มีวันกลับมาเต่งตึงอย่างเดิมได้หรอก”

โมนาอ้าปากค้าง มองอีกฝ่ายอย่างตกตะลึง “คุณ...ทะลึ่ง ! ”

“ผมไม่ได้พูดคำไหนที่ไม่สุภาพสักคำเลยนะ” ชายหนุ่มตาแป๋วหน้าซื่อเสียจน...

“โอเค...ฉันผิดเอง” โมนายอมแพ้ ชี้ถุงกระดาษในมืออีกฝ่าย “อย่าเชิดของฉันหนีไปล่ะ ฉันรู้นะว่าคุณพักที่โรงแรมไหน ห้องอะไร แล้วฉันก็รู้ชื่อคุณด้วย” หญิงสาวแกล้งขู่

“ใครจะหนีให้โง่ ผมอุตส่าห์เหนื่อยมาช่วยให้คำแนะนำคุณซื้อของตั้งนาน รับรองว่าจะรอให้คุณเลี้ยงมื้อใหญ่จุใจก่อนถึงจะยอมกลับครับ” เขาทำท่าตะกละ ทั้งยังใจป้ำพอที่จะดึงโทรศัพท์มาส่งให้เธอ “เอ้า ! ยึดไปเป็นตัวประกัน ราคาน่าจะแพงกว่าสมบัติที่คุณขนซื้อมา”

โมนาชะงัก แหงนขึ้นสบตาอีกฝ่ายนิ่ง ๆ ก็เห็นสายตาจริงใจของเขา

“ฉันเชื่อใจคุณ คุณพักห้องสวีตที่คีรีธารา ห้าดาวเชียวนะนั่น อีกอย่าง...” เธอชี้เชิ้ตสีขาวไม่มีกระเป๋า ด้านในคอเสื้อและปลายแขนเป็นสีแดงเลือดหมู บัดนี้แขนเสื้อทั้งสองข้างพับเรียบร้อยไว้ใต้ข้อศอกเนี้ยบสุด ๆ ตัวเสื้อเข้ารูปอวดหุ่นหล่อล่ำสอดชายลงในกางเกงสแล็คผ้าเนื้อดี โดยมีเข็มขัดหนังสีดำหัวเป็นตัวอักษรทำจากโลหะ “เชิ้ตดิออร์ เข็มขัดก็ยี่ห้อเดียวกัน เท่าที่ฉันรู้มา ฝรั่งส่วนใหญ่ไม่ใช้ของปลอมเพราะเคารพเรื่องลิขสิทธิ์ ฉะนั้นฉันสันนิษฐานว่าคุณใช้ของจริง คนใช้ของระดับนี้ไม่น่าจะเป็นขโมยค่ะ”

“ไม่คิดเหรอว่าของพวกนี้ผมได้มาอีกทีน่ะ” เขาอดยิ้มไม่ได้ที่เธอช่างสังเกต

โมนาส่ายหน้า ปัดมือที่ถือโทรศัพท์ยื่นมาตรงหน้าออกห่างตัว “เอาเป็นว่าฉันเลือกรับความเสี่ยงเองละกัน”

“คุณนิสัยเหมือนผู้ชาย” โนแอลชมจากใจ

“ฉันถือว่าเป็นคำชมนะ”

“แล้วผู้หญิงชอบคำชมแบบนี้ไหม”

“คนอื่นไม่รู้ แต่ฉันชอบ”

“ดีแล้ว เพราะผมไม่อยากให้คุณไม่ชอบ”

โมนาอมยิ้ม “รู้ไหม ถ้าคุณหล่อน้อยกว่านี้สักนิด และฉันสวยกว่านี้สักหน่อย ฉันคงคิดว่าคุณจีบฉันแน่ ๆ เลย”

ใบหน้าหล่อเหลาแต้มยิ้มกว้าง ก่อนเขาจะทำกิริยาที่กระทั่งตัวเองยังคาดไม่ถึง โนแอลใช้มือข้างว่างหยิกแก้มอิ่มตรงหน้าเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว “โอ้ลาล่า ดีจังที่คุณสวยแค่นี้ เพราะถ้าคุณสวยมากกว่านี้ ผมคงกลัวคุณ ! ”

หญิงสาวคว้ามือเขาออกจากใบหน้า บ่นกระปอดกระแปด “ฉันไม่ใช่เด็กสามขวบนะ ถึงมาหยิกแก้มกันอย่างนี้น่ะ” ดวงตาคมตวัดค้อนแสนงอน “อีกอย่าง...คุณนี่หลงตัวเองชะมัด คิดว่าผู้หญิงทุกคนจะต้องพิศวาสคุณหรือไง”

“คุณไปซื้อของก่อนดีกว่า เดี๋ยวเสร็จแล้ว ระหว่างที่เราไปกินข้าวกัน ผมมีเรื่องจะโม้ให้คุณฟังอีกเพียบเลย” นอกจาก ‘ไม่ถ่อมตัว’ เขายังข่มเธอกลับอีก

โมนาบิดริมฝีปากด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็ยอมหมุนตัวเดินกลับไปแต่โดยดี

โนแอลมองตามหญิงสาวจนเห็นเธอเข้าไปสมทบกับพนักงานขายแล้ว จึงเหลียวหาเก้าอี้นั่งพัก ไม่เพียงบรรยากาศโดยรอบของกรุงเทพฯจะเปลี่ยนไปจากครั้งสุดท้ายที่มาเยือน ผู้คนที่ผ่านไปมาก็มีลักษณะแปลกตาเช่นกัน ร้านค้าหรูหราผุดขึ้นราวดอกเห็ด หนุ่มสาวแต่งตัวด้วยแฟชั่นหวือหวาไม่แพ้เมืองที่เขาจากมา ขณะเทคโนโลยีเข้ายึดครองพื้นที่ชีวิตคนเมือง จอโทรทัศน์แขวนจากเพดานฉายภาพสินค้าทันสมัย แทบไม่เหลือกลิ่นอายความเป็นไทยที่เขาชื่นชมให้เห็นแล้ว

ชายหนุ่มถอนใจ นึกเสียดายที่ความนุ่มนวล งดงาม อ่อนหวาน และสง่างาม บัดนี้ถูกความศิวิไลซ์กลืนกินจนแทบไม่เหลือกลิ่นอายเดิม ๆ อีกต่อไป

“คิดอะไรอยู่คะ” เสียงแจ้วดังขึ้นจากเหนือศีรษะ เมื่อเงยขึ้นมองก็พบว่าผู้หญิงตัวกลมกำลังยิ้มจนแก้มกางอยู่ตรงหน้า โมนาแหวกถุงกระดาษในมือยื่นมาหน้าเขา “จะตรวจก่อนไหมคะคุณครู”

โนแอลไม่รังเกียจถ้าต้องหยิบของในถุงขึ้นมาพิจารณา แต่เขาไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้อาย จึงแค่ล้วงมือลงไปจับความหนาและความยืดหยุ่นของเนื้อผ้า จากนั้นผลักมือเธอออกห่าง “คุณเลือกของเก่ง”

“แปลว่าคุณให้ผ่าน”

“ผมให้เอบวกเลยด้วย” โนแอลขัน รูปร่างหน้าตาของเขาไม่มีผลกับผู้หญิงคนนี้สักนิด เธอไม่หวั่นไหวเขินอายเวลาถูกมองหรือพูดหวาน ๆ ใส่ แถมยังทำราวกับเขาไม่ใช่ผู้ชายด้วย นี่เจ้าหล่อนคิดว่าเขาเป็นเพื่อนผู้หญิงหรือไร จึงยื่นถุงเสื้อผ้าส่วนตัวมาให้อนุมัติเช่นนี้ !

“คุณพาผู้หญิงมาซื้อของแบบนี้บ่อยไหมคะ” หญิงสาวถามราวกับสนิทสนมกันมาแรมปี

“ถ้าบอกว่าคุณเป็นคนแรกจะเชื่อไหม”

“ฮ้า ! จริงอะ” โมนาตาโต “หลอกให้ฉันปลื้มหรือเปล่าเนี่ย”

“ไม่หลอกหรอก พูดจริง ผมไม่ค่อยถนัดเลือกว่าผู้หญิงควร ‘ใส่’ อะไร เพราะผมจะเน้นไปทาง...” เขาชะงักเล็กน้อย ระลึกได้ว่าต่อให้โมนาทำให้เขานึกถึงเพื่อนผู้ชายที่แซวเล่นกันในวงสนทนาเพียงใด แต่อย่างไรเสียเธอก็เป็นผู้หญิง และนิสัยเขาก็ไม่นิยมนินทาผู้หญิงให้เพศเดียวกันฟังด้วย

โมนาผงกศีรษะทำหน้าเคร่งขรึม ทว่าเห็นชัดว่าพยายามกลั้นยิ้ม “ฉันพอจะเดาออกค่ะ คุณคงไม่ถนัดเรื่องผู้หญิง แต่จะเน้นไปทาง...ผู้ชาย” คำสุดท้ายเธอขยับริมฝีปากเป็นคำโดยไม่ให้เสียงลอดออกมา “มากกว่าใช่ไหมล่ะ”

โนแอลชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนส่ายหน้าเมื่อเดาบางสิ่งออก “นี่คุณคิดว่าผมเป็นเกย์เหรอ”

หญิงสาวหน้าเหลอหลา ท่าทางแตกตื่น “อ้าว...แล้วไม่ใช่เหรอ”

หนุ่มปารีเซียงเม้มปากกลั้นยิ้ม ขณะใช้สองมือจับปกเสื้อสูทของหญิงสาวทั้งสองข้าง ดึงเธอโน้มตัวลงมาจนศีรษะอยู่ระดับเดียวกัน แล้วกระซิบ “ของอย่างนี้น่ะบอกไม่ได้ ต้องพิสูจน์ คุณคิดว่าไงล่ะ”

โมนาปัดมือเขาออก ยืดตัวตรง ใบหน้าแปรเป็นสีแดงก่ำ บอกยากว่าอายหรือโกรธกันแน่ นิ้วอวบกลมชี้หน้าเขาอย่างคาดโทษ ละม้ายจงใจทำทั้งที่รู้แก่ใจว่าเสียมารยาท “คุณเป็นเสือไบเหรอเนี่ย ! ”

เจ้าหล่อนหาว่าเขาชอบทั้งหญิงและชาย กรรม ! โนแอล เดอแบร์มองต์ ผู้ชายที่สาว ๆ ทั่วยุโรปเคยเข้าคิวให้หิ้วขึ้นเตียงไม่ขาดสาย กลับถูกผู้หญิงตัวกลมเข้าใจว่าชอบเสพสมทั้งหญิงและชายเนี่ยนะ รู้ไปถึงไหนคงขำกันไปถึงนั่น !

“ผมเคยไปชอบผู้ชายให้คุณเห็นตอนไหนเหรอ” เขาข้องใจ

“อ้าว...ก็เมื่อเช้าไง ฟรองซัวส์บอกว่าไว้ค่อยไป...” หญิงสาวตะกุกตะกัก

“บอกว่าอะไร พูดดี ๆ นะ” เขาชักขันท่าทางเขิน ๆ ที่ไม่เหมาะกับบุคลิกของเธอสักนิด

“ก็...เขาบอกว่าไว้ค่อยไป ‘เอา’ วันหลัง แถมตอนที่คุณบอกลากัน ก็ออกจะชัดแจ้งแดงแจ๋ซะขนาดนั้น ใครก็ดูออกว่าคุณกับฟรองซัวส์เป็นแฟนกัน”

โนแอลไม่แก้ความเข้าใจผิด แต่คว้าปกคอเสื้อหญิงสาวอีกครั้ง คราวนี้ดึงเธอโน้มมาใกล้กว่าเดิม ปัดแก้มเฉียดพวงแก้มอีกฝ่ายทั้งซ้ายขวาโดยระวังไม่ให้แตะต้องโดนแก้มเธอตรง ๆ เลียนแบบท่าทางที่บอกลากับฟรองซัวส์

“คุณ ! ” โมนาผลักอกเขา ผงะออกห่าง ใบหน้าแดงก่ำ

“แค่นี้ก็แปลว่าผมเป็นแฟนคุณแล้วเหรอ” ชายหนุ่มถามหน้าซื่อตาใส ลุกขึ้นไปยืนค้ำศีรษะอีกฝ่าย จากนั้นเคาะปลายนิ้วชี้ที่หน้าผากนูนเกลี้ยงเบา ๆ “ช่างจินตนาการมากเกินไปแล้วนะคุณน่ะ ส่วนที่เขาจะไปเอาน่ะ ไม่ใช่ขึ้นไปฟาดกันสุดเหวี่ยงอย่างที่คุณคิด แต่ผมมีของฝากมาให้เขา และเขาต้องขึ้นไปรับจากผมต่างหาก”

หญิงสาวค้อนเขาตาคว่ำ ขณะเม้มปากแน่น ดูท่าว่าคงไม่อยากยอมรับข้อกล่าวหานั้นเท่าไร แต่แล้วเพียงเสี้ยววินาทีเธอก็คลายริมฝีปากออก แบมือมาตรงหน้าอย่างยอมแพ้ “โอเค...ฉันเข้าใจผิดไปเอง”

โนแอลชี้มือที่แบอยู่ตรงหน้า “แล้วนี่อะไร”

“ค่าเสียหายสิยะ คุณเป็นผู้ชาย มาซี้ซั้วหอมแก้มฉันได้ยังไง”

ชายหนุ่มส่ายหน้า ตีมือเธอดังแปะเบา ๆ อย่างล้อเลียน “คนฝรั่งเศสเรียกว่าการทักทายต่างหาก อย่ามั่ว ! ”

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

หยุดปีใหม่ไปเที่ยวไหนกันบ้างค้าาาา

สำหรับสิริณ อยู่บ้านนะ

เดี๋ยวจะโพสต์นิยายให้อ่านกันแก้เหงา อิอิ

หัวใจร้อยดาว เคยตีพิมพ์สองครั้งกับ สำนักพิมพ์อรุณ

ตอนนี้สิริณนำมาจัดทำเป็นฉบับอีบุ๊ก

หยิบมาโพสต์ให้ทดลองอ่านก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ

(สิริณโพสต์สลับกันระหว่างรอยตะวัน-ใต้ปีกรักสีเพลิง- หัวใจร้อยดาว

วันละเรื่องนะคะ ชวนนักอ่านไปกดติดตามเรื่องอื่นไว้ด้วย

จะได้มีนิยายอ่านทุกวันไม่ขาดตอน อิอิ)

sds

หัวใจร้อยดาว ความยาว 501 หน้า ราคา 315 บาท

mebmarket >>https://goo.gl/VrsXdA

ookbee >>https://goo.gl/fbwrar

Hytexts >>https://goo.gl/726gtc

ตอนนี้โหลดอีบุ๊ก

สามารถนำไปลดหย่อนภาษีในโครงการช็อปช่วยชาติได้ด้วยน้า

ขาดเรื่องไหน ตามไปโหลดกันโลดเลยจ้า

ใต้ปีกรักสีเพลิง >> https://goo.gl/Xbezzr

พยศดอกฟ้า >> https://goo.gl/o9FXn6

รอยตะวัน >> https://goo.gl/vSr8Gt

แผนก่อการรัก >> https://goo.gl/a3LMdw

บุหงาซ่อนกลิ่น >> http://bit.ly/2tqjPWW

หัวใจร้อยดาว >> https://goo.gl/VrsXdA

เอื้อมวิมาน >> https://goo.gl/TP8weL

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่จำนวนไม่มาก

สามารถสอบถามได้ที่m.me/SirinFC

หน้าปกฉบับตีพิมพ์ค่ะ

sds

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Walai Saelee-chaisongkram
ขอบคุณมากค่ะ ติดตามค่ะ
เมื่อ 7 เดือน 4 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Yoko
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 8 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว