[อ่านฟรี] หัวใจร้อยดาว

ตอนที่ 9

หลังจากเผลอออกปากให้โนแอลใช้ห้องพักของเธอชั่วคราวได้หนึ่งคืน โมนาจึงพบว่าคนบางคนไล่ยังไงก็ไม่ไป ! ไม่เพียงขนกระเป๋าเข้ายึดห้องนอนห้องหนึ่งไปเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองเท่านั้น เขายังเอากุญแจของเธอไปทำกุญแจสำรองไว้อีกด้วย ส่วนบัตรผ่านเข้าคอนโดฯ ซึ่งเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ โนแอลก็เรียกประวัติพนักงาน ‘ทุกคน’ จากณรงค์ไปดู แล้วแอบถ่ายสำเนาบัตรประชาชนของเธอไปทำหนังสือมอบอำนาจ ส่งให้นิติบุคคลของคอนโดฯ ทำบัตรผ่านเพิ่มให้เขาอีกใบเสร็จสรรพ นี่ถ้าเขาไม่ใช่ซีอีโอที่บริษัท เธอคงคิดว่าตัวเองพาโจรเข้าบ้านแล้วแน่ ๆ

สุดท้ายโมนาจึงยอมให้เขาแบ่งเช่าห้องนอนห้องหนึ่ง โดยแลกกับการลบคลิปที่เธอถูกหมูย่างถล่มใส่ทิ้ง ชายหนุ่มส่งโทรศัพท์มาให้เธอลบไฟล์ด้วยตัวเอง ทั้งยังนำคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กมาให้เธอทำลายสำเนาข้อมูลที่เขามีอีกด้วย เช่นนี้แล้วโมนาจะหาข้ออ้างใดปฏิเสธเขาได้

“ผมมีข้อเสนอใหม่มาแลกเปลี่ยนกับคุณด้วยนะ” โนแอลบอกขณะรับประทานอาหารเช้าที่เขาเป็นผู้ปรุงก่อนออกมาทำงาน

“อะไรอีกล่ะ” สีหน้าเจ้าของห้องมีรอยหวาดระแวง ตั้งแต่มีเพื่อนร่วมห้องคนใหม่ โมนาพบว่าผู้ชายคนนี้ช่างขยันหาเรื่องมาให้เธอปวดหัวได้ไม่เว้นแต่ละวัน

“ผมจะจีบคุณอย่างจริงจังต่อหน้าพนักงานทั้งบริษัท ชอบไอเดียนี้ไหม”

หญิงสาวส่ายหน้าดิก “ไม่ชอบเลยสักนิด”

“เหตุผลล่ะ” คนอยากได้ความดีความชอบฉงน

“เพราะฉันรู้ว่าคุณต้องมีเรื่องยาก ๆ มาแลกเปลี่ยนด้วยแน่นอน คนอย่างคุณไม่เคยทำอะไรให้ฉันฟรีหรอก ขนาดอาหารเช้าพวกนี้ คุณยังแลกกับการที่ฉันต้องล้างจานเลย”

“ฉลาด” เขายกนิ้วโป้งให้เธอ “และคุณจะฉลาดกว่านี้นะเชรี ถ้าตอบตกลงให้ผมจีบคุณออกสื่อน่ะ” เพียงเธอตั้งท่าเถียง เขาก็รีบยกมือห้าม “เหตุผลก็เพราะ คุณจะได้มากกว่าเสียแน่นอน ประการแรกถ้าผมจีบคุณ นั่นแสดงว่าผมต้องเมินใส่แสงดาว คุณไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องที่สะใจดีหรอกหรือ”

เห็นหญิงสาวหยุดคิด โนแอลก็รู้แล้วว่าเหยื่อที่โยนลงน้ำกำลังถูกจับตามองด้วยความสนใจ เขาจึงรีบเสนอ “ส่วนข้อถัดมา คนทั้งบริษัทจะเกิดคำถามว่าผมเห็นอะไรในตัวคุณ ถึงได้ตั้งหน้าตั้งตาจีบคุณขนาดนี้ มันจะทำให้พวกเขาเปิดใจเรียนรู้คุณมากกว่าแค่ภาพลักษณ์โหด ๆ ที่คุณมีอยู่” ชายหนุ่มยักคิ้ว “เริ่มน่าสนใจเพิ่มขึ้นแล้วใช่ไหม”

“ฉันไม่เห็นแคร์เลยว่าใครจะคิดกับฉันยังไง ฉันรู้ตัวเองว่าเป็นยังไงก็พอแล้ว”

“คุณลืมปฏิบัติการลงจากคานในเก้าสิบวันของคุณไปแล้วหรือไง สิ่งที่ผมเสนอเนี่ย จะเป็นทางลัดชั้นดีให้คุณสลัดโสดได้เร็วขึ้นด้วยนะ”

“ตรงไหนอีกล่ะ”

“ก็...นอกจากจีบคุณออกอากาศให้เห็นกันทั้งออฟฟิศแล้ว ผมจะเปลี่ยนคุณให้เป็นสาวทรงเสน่ห์อย่างที่ผู้ชายคนไหนก็ต้องมองตามจนเหลียวหลังเลยน่ะสิ”

“คราวก่อนฉันปฏิเสธไปแล้ว คุณยังไม่ลืมเรื่องนี้อีกเหรอเนี่ย”

“ไม่ลืมสิ คนจะเป็นซีอีโอได้น่ะ ความจำดีนะ คุณไม่รู้เหรอ”

เพราะเถียงไม่ออก โมนาจึงจิ้มไส้กรอกที่พ่อครัวจอมยุ่งบรรจงผ่าก่อนต้มในน้ำจนบานเป็นดอกไม้สวยงามเข้าปากอย่างกระแทกกระทั้นแทน

“เคี้ยวช้า ๆ สิเชรี รู้หรือเปล่าว่าถ้าคุณเคี้ยว ๕๐ ครั้งก่อนกลืน มันจะช่วยให้คุณอิ่มเร็วขึ้น กินน้อยลง แล้วก็ดีกับแผนลดความอ้วนของคุณด้วยนะ”

“ช่างหัวความอ้วนเหอะ ฉันไปฟิตเนสมาสองอาทิตย์แล้ว แต่เอวฉันยังไม่เล็กลงเลยแม้แต่มิลลิเมตรเดียว”

“นี่ไง...คุณถึงต้องให้ผมช่วย ผมจัดการให้ได้หมดเลยนะ ทั้งหาแฟน ลดหุ่น แล้วยังทำให้คุณมีเสน่ห์ขึ้นด้วย”

“ดูเหมือนคุณจะจงใจขุดทุกเรื่องมาหลอกล่อให้ฉันตกปากรับคำคุณให้ได้เลยนะ” เจ้าของห้องดักคอ หน้ามุ่ย แม้จะชักเอนเอียงมาทางสนใจข้อเสนอ แต่ก็ยังพยายามเก็กขรึมไว้ก่อน

โนแอลยิ้มรับข้อกล่าวหา “ธีโอดอร์ รูสเวลท์ บอกว่า ถ้าคุณทำมันไม่สำเร็จในครั้งแรก ให้พยายามและพยายามอีกครั้ง ไม่เคยได้ยินเหรอ”

“แต่คนไทยบอกว่า ตื๊อไม่ได้ครองโลกเสมอไปย่ะ” โมนาสวนกลับทันควัน

“ก็ตามใจคุณนะ นับจากวันที่เพื่อนคุณแต่งงาน นี่มันก็ผ่านมา...” เขาแสร้งวางส้อมกับมีด แล้วหันมานับนิ้วแทน “สิบสองวันแล้ว แปลว่าคุณเหลืออีกแค่เจ็ดสิบแปดวันที่จะต้องหาแฟน แล้วก็ลงจากคาน ฟังดูเป็นเรื่องง่ายเนอะ สำหรับคนตัวกลมหน้าโหดที่คนทั้งออฟฟิศเกรงกลัว”

ดวงตากลมโตที่ตวัดมองหน้าเขาอย่างชั่งใจ บอกให้โนแอลรู้ว่าเกมนี้...เขาชนะตามเคย !

“ถ้าฉันจะให้คุณช่วยทั้งหมดนั่น ฉันต้องแลกเปลี่ยนด้วยอะไรคะ” น้ำเสียงอ่อย ๆ นั้นทำให้เขาใจอ่อน แต่เข้ามาถึงถ้ำเสือขนาดนี้แล้ว เขาต้องค้นหาคำตอบให้ได้ว่าโมนาคือต้นตอของการทุจริตจริงหรือไม่ เขาต้องทำตามความตั้งใจแรกให้ได้ ห้ามเปลี่ยนใจเด็ดขาด !

“คุณต้องดูแลเรื่องเสื้อผ้าให้ผม ทั้งซักแล้วก็รีดให้เรียบร้อยด้วย”

แค่ข้อเสนอแรกโมนาก็อ้าปากค้าง “จะบ้าเหรอ ! ฉันไม่ใช่แม่บ้านนะ”

“ก็...ตอนอยู่โรงแรม ผมให้เมดจัดการเรื่องนี้ให้ ตอนนี้ไม่มีเมดแล้ว คุณก็ต้องจัดการให้ผมสิ”

“คุณหาแฟนมาจัดการให้เองเหอะ”

“ก็คุณออกกฎเองว่าห้ามพาผู้หญิงมาค้างที่นี่ แล้วอย่างนี้ผมจะไปมีแฟนได้ไงล่ะ”

หญิงสาวหน้ามุ่ย ดูก็รู้ว่าเถียงไม่ออก เขาจึงเอ่ยต่อ “ข้อถัดมา ผมชอบทานอาหารไทย เพราะฉะนั้นคุณต้องทำอาหารให้ผมทาน ขอแค่วันละมื้อก็พอ มื้อเย็น”

“ตลกละ อย่าว่าแต่ทำอาหารไทยเลย อาหารชาติไหนฉันก็ทำไม่เป็นทั้งนั้น คุณไม่เห็นเหรอว่าฉันไม่เคยทำอาหารเช้าเลย ที่ผ่านมาฉันแวะหาของรองท้องจากร้านกาแฟก่อนเข้าออฟฟิศตลอดแหละ”

“นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ดีที่สุด ที่คุณจะต้องไปเรียนทำอาหารไง”

“นี่คุณแกล้งฉันใช่ไหมเนี่ย” โมนารวบส้อมกับมีด เงยขึ้นมองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง “ฉันไม่ตกลง ! ”

“จะไม่ฟังเหตุผลของผมก่อนเหรอ”

“ไม่ฟังอะไรทั้งนั้นแหละ คุณหาข้อแม้ยาก ๆ มาให้ฉันทำมากขึ้นทุกที มันไม่มีคำอธิบายไหนจะเข้าท่าไปกว่าคุณจงใจแกล้งฉัน ปั่นหัวฉัน จะให้ฉันทำเรื่องทุเรศ ๆ ให้คุณเก็บไปหัวเราะเยาะลับหลังน่ะสิ”

“ผมไม่ใช่คนโรคจิตนะเชรี”

“พอเลย ถ้าคุณเรียกฉันอย่างนั้นอีกครั้งเดียว ฉันชกคุณแน่” โมนาชูกำปั้นขู่ด้วยสีหน้าจริงจัง

โนแอลเอื้อมมากุมมือเธอที่กำแน่น พร้อมทั้งบีบเบา ๆ ไม่สนใจแม้อีกฝ่ายพยายามสลัดมือเขาออก เขาขืนจับมือเธอไว้ พร้อมทั้งเอ่ยช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลปลอบประโลม “การไปเรียนทำอาหารจะทำให้คุณเข้าใจกระบวนการการปรุงเมนูแต่ละจาน คุณจะได้คิดมาก ๆ ก่อนหยิบอะไรใส่ปาก มันส่งผลดีทางด้านโภชนาการของตัวคุณเอง

“นอกจากนี้การทำอาหารที่ต้องใช้สมาธิ จะทำให้คุณใจเย็น ยอมรับกับความผิดพลาดได้บ้าง และรู้จักให้อภัยกับความผิดพลาดของคนอื่นได้ง่ายขึ้น ส่วนเหตุผลสำคัญข้อสุดท้ายก็คือ...คุณจะได้เจอคนใหม่ ๆ ไปได้ยินคำชื่นชมที่ใคร ๆ จะมีต่อผู้หญิงที่จบดอกเตอร์จากเมืองนอก แล้วก็เป็นถึงผู้อำนวยการของบริษัทข้ามชาติตั้งแต่อายุยังไม่สามสิบ ได้ยินคำชมเรื่องความเก่งที่ไม่เกี่ยวกับรูปร่างของคุณ มันจะช่วยปรับทัศนคติที่คุณชอบดูถูกตัวเองออกไป เห็นไหม...แค่การเรียนทำอาหารอย่างเดียว มีข้อดีตั้งหลายข้อเลยนะ”

มือที่พยายามดึงคืนจากมือเขาลดอาการต่อต้านลงทีละน้อย โนแอลจึงบีบเบา ๆ “มะรืนนี้วันหยุด ผมจะไปเป็นเพื่อนคุณหาคอร์สเรียนทำอาหารเอง”

“ฉันต้องจ่ายเงินไปเรียนทำอาหารเพื่อมาทำให้คุณกินเนี่ยนะ เป็นข้อเสนอที่คุณมีแต่ได้นี่นา”

“เชรี...เชื่อผมเถอะ หลังวันเกิดครบรอบสามสิบปี คุณจะต้องมาขอบคุณผมสำหรับเรื่องนี้แน่นอน”

ชายหนุ่มอมยิ้มขณะมองใบหน้ากลมที่ยู่ยี่ด้วยความไม่พึงใจ วัตถุประสงค์แอบแฝงของการส่งโมนาไปเรียนทำอาหาร ก็คือทุกวันเสาร์ยามเธอไปเข้าชั้นเรียน เขาจะมีเวลาอย่างน้อยก็ครึ่งวัน และนั่นน่าจะมากพอสำหรับการค้นหาหลักฐานใด ๆ ก็ตามที่เธออาจเก็บไว้ทั้งในห้องทำงานที่ออฟฟิศ หรือในห้องนอนที่คอนโด

สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ เอากุญแจทุกดอกของโมนาไปก๊อบปี้ไว้ก่อน !

ภาพที่หนุ่มฝรั่งรูปหล่อหุ่นเท่เดินเคียงคู่กับหญิงสาวตัวกลมแต่งตัวเชย ๆ มาทำงานด้วยกัน และขากลับก็แวะฟิตเนสพร้อมกัน เริ่มเป็นที่คุ้นตาพนักงานในบริษัทและผู้คนที่ทำงานอยู่ในอาคารสำนักงานเดียวกันมากขึ้นทุกที คนเดียวที่ใจกล้าพอจะตั้งคำถามก็คือแสงดาว เพียงเห็นซีอีโอไปส่งโมนาที่หน้าห้องและกำลังกลับไปที่ห้องทำงานส่วนตัว หญิงสาวก็ออกมายืนขวางทางเขาไว้ สบโอกาสที่เขาอยู่ลำพังไขข้อข้องใจทันที

“ทำไมคุณโนแอลถึงมาทำงานพร้อมกับโมนาทุกวันได้คะ”

“จะไปเข้าใจยากตรงไหนละครับ ก็ผมกำลังจีบเธออยู่ ผมก็ต้องหาเรื่องไปรับ-ส่งเธอสิ ไม่งั้นเขาจะเรียกว่าเป็นการจีบเหรอ” โนแอลประกาศเสียงดัง ราวกับต้องการให้ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นรับรู้ด้วย มิใช่เพียงแสงดาวคนเดียว

“คุณมีปัญหาในการมองหรือไง ถึงได้จีบผู้หญิงขี้เหร่อย่างนั้น”

“ถ้าไม่ให้จีบลิซ่า แล้วคุณคิดว่าผมควรจีบใครล่ะ คุณเหรอ” โนแอลยิ้มขัน ลดเสียงให้เบาลงจนได้ยินเฉพาะบริเวณที่เขายืนอยู่เท่านั้น “ถ้าคุณมั่นใจว่าผมสมควรจีบคุณมากกว่า คุณก็ต้องแสดงความน่าสนใจออกมาให้ผมเห็นมากกว่านี้มุก ‘เต่าล้านปี’ นั่น ขอตัวนะ ผมมีงานต้องทำ” เขาเดินผ่านเธอ มุ่งตรงไปที่ห้องทำงาน โดยหยุดสั่งการผู้ช่วยส่วนตัวแค่ “ผมมีประชุมทางโทรศัพท์กับผู้บริหารค่ายรถยนต์ตอนสิบโมง ใครโทร.มาช่วงนั้นไม่รับสายนะ แล้วก็เอาบันทึกการจ่ายเงินปีที่แล้วที่ผมสั่งไว้เข้ามาให้ด้วย”

วสันต์หอบแฟ้มทั้งปึกใส่รถเข็นตามเข้าไปในห้องทำงาน ครั้นอยู่กันตามลำพัง คนอายุมากกว่าก็ติง “คุณโนแอลไม่น่าจะพูดจารุนแรงกับคุณแสงดาวแบบนั้น”

คนเป็นเจ้านายเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ “คุณได้ยินเหรอ”

“ครับ ! ถึงตอนนี้คุณแสงดาวจะมีฐานะเป็นเพียงผู้อำนวยการฝ่ายขาย เป็นลูกน้องคนหนึ่งของคุณ แต่ในอดีตเธอเคยดำรงตำแหน่งซีอีโอของบริษัท อย่างน้อยคุณก็น่าจะให้เกียรติเธอบ้าง”

“คุณเคยทำงานเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของเธอไหม”

“ไม่เคยครับ ตอนที่คุณแสงดาวเป็นซีอีโอ ผมถูกเธอสั่งพักงานชั่วคราวครับ เป็นการลาพักซึ่งบริษัทยังจ่ายค่าจ้างให้ตามปกติ[1]”

“พักงานตั้งหนึ่งปีครึ่งเชียว ไม่คิดว่ามันนานไปหน่อยหรือ”

“นานครับ ผมคิดลาออกและไปทำงานที่อื่นแล้วด้วยซ้ำ แต่พอมีการขายหุ้นบริษัทและลียองฝรั่งเศสเข้ามาควบรวมกิจการ ซีอีโอคนใหม่ก็เรียกตัวผมกลับมาทำหน้าที่เดิมครับ”

“อืม...แปลกนะ ที่คุณไม่ยักจะเกลียดชังผู้หญิงที่สั่งพักงานคุณตั้งปีครึ่ง แถมยังแก้ต่างให้เธอ ปกป้องเธอจากการเสียหน้าอีกด้วย มีอะไรที่ผมควรต้องรู้หรือเปล่าครับคุณวสันต์” โนแอลถามตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม

“ไม่มีครับ ผมแค่พูดไปตามเนื้อผ้า คนไทยประนีประนอมกว่าฝรั่ง การที่คุณใช้วิธีตรงเป็นไม้บรรทัดอย่างนี้ จะไม่กระทบเฉพาะความรู้สึกของคุณแสงดาว แต่จะทำให้ลูกน้องที่ยังรักและศรัทธาในตัวเธอรู้สึกต่อต้านคุณไปด้วย”

โนแอลโบกมือห้าม “เอาเป็นว่าผมรับฟังคำเตือนของคุณ จากนี้ผมจะระวังให้มากเวลาพูดจากับแสงดาว”

“หวังว่าคุณคงไม่คิดว่าผมก้าวก่ายหรือบังอาจมาสั่งสอน”

“ไม่หรอก ผมเข้าใจดีว่ามันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมของแต่ละสังคม ผมต้องขอบคุณคุณต่างหากที่ตักเตือน”

หลังจากผู้ช่วยส่วนตัวค้อมศีรษะและหมุนตัวออกจากห้องไปแล้ว แต่โนแอลกลับไม่สามารถสลัดความสงสัยที่ผุดขึ้นมาในใจออกไปได้เลย เขาแน่ใจว่าการทุจริตครั้งมโหฬารที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่การกระทำของคนคนเดียว แต่มันทำกันเป็นขบวนการ ที่ต้องหาคำตอบให้ได้ก็คือ นอกจากโมนาแล้ว ในขบวนการนั้นมีใครรวมอยู่บ้าง !

แม้จะเป็นบริษัทสาขาประเทศไทย ลียองก็ยังคงมีการบริหารและจัดการตามแบบสาขาแม่ที่ฝรั่งเศสเต็มอัตรา ดังนั้นตารางการนัดหมายของพนักงานทุกคนจะต้องถูกบันทึกไว้บนระบบออนไลน์ เพื่อให้เพื่อนร่วมงานสามารถนัดหมายกันและกันได้อย่างง่ายดายเพียงตรวจหาเวลาว่างจากระบบ

ชัชวินยิ้มสมใจเมื่อเห็นซีอีโอคนใหม่มีกำหนดต้องออกไปประชุมข้างนอกไกลคนละมุมเมืองตอนบ่ายโมง นั่นหมายความว่าหากโนแอลต้องการไปให้ทันตรงตามเวลานัด เขาจะต้องรีบรับประทานอาหารกลางวันตอนสิบเอ็ดโมง แล้วใช้เวลาพักเที่ยงเดินทาง หรือไม่ก็ออกจากออฟฟิศตั้งแต่สิบเอ็ดโมงและไปทานข้าวแถวสถานที่นัดแทน ซึ่งไม่ว่าเจ้านายจะใช้ทางเลือกใด มันหมายความว่าวันนี้โมนาจะไม่ต้องถูกเจ้าหมอนั่นยึดไว้อย่างวันอื่น ๆ

ชัชวินมองตารางนัดของโมนาด้วยแววตาหมายมาด ยังไงก็จะไม่ยอมให้เธอหลบหน้าเขาได้ตลอดไปหรอก ไม่ว่าจะคนหรือของสิ่งใดที่เขาต้องการ เขาไม่มีวันยอมปล่อยให้หลุดมือไปได้ง่าย ๆ เด็ดขาด และแทนที่จะสั่งให้พิชญาคอยส่งข่าวว่าโมนาออกไปรับประทานอาหารกลางวันตอนไหน เขากลับหยิบแฟ้มเอกสารมานั่งหน้าห้องผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี ไม่ว่าเจ้าของห้องจะเข้าออกเมื่อไร ก็ไม่มีทางเล็ดลอดจากสายตาเขาไปได้แน่นอน !

หลังจากคอยอยู่เกือบสี่สิบห้านาที ประตูห้องทำงานของโมนาก็เปิดออก ชัชวินรีบลุกขึ้นปั้นยิ้มไว้คอยรอรับหญิงสาว ผู้ร่วมประชุมสามคนเดินออกจากห้องผ่านเขาไปโดยพยายามซ่อนยิ้มไว้สุดความสามารถ คนเดียวที่ทำหน้าบึ้งเมื่อเห็นเขาก็คือ...โมนา

“วันก่อนผมไปร้านอาหารอิตาลีเปิดใหม่ที่อีกสองซอยถัดไป เขาทำอาหารอร่อยมากเลย และคนแรกที่ผมนึกถึงก็คือโม จำได้ว่าคุณชอบพาสต้า วันนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะ”

“ฉัน...”

“คุณโนแอลไปประชุมข้างนอก ถือว่าให้เกียรติผมสักมื้อนะโม” เขาทำเสียงอ้อนวอน พร้อมทั้งแววตาขอร้อง

หลังจากกวาดตามองไปรอบ ๆ ชั่วครู่ เธอก็ตอบรับอย่างจำใจ

“ก็ได้ค่ะ”

ชัชวินยิ้มกว้าง “งั้นไปกันเลยนะครับ”

ทว่าเพียงก้าวออกมาสู่ส่วนประชาสัมพันธ์ เห็นคนที่นั่งอยู่ตรงโซฟารับแขกลุกขึ้นยืนมองมาที่เขาด้วยสายตายินดี ชัชวินก็ชะงักทำตัวไม่ถูก ชายหนุ่มครางแผ่วเบา “สิรี...”

สิริวิมลผวาเข้ามาเกาะแขนเขา ฉะอ้อนเสียงหวาน “ชัช สิรีคิดถึงคุณจัง”

ชัชวินเหลือบมองปฏิกิริยาของโมนาที่ยืนอยู่อีกข้างหนึ่งทันควัน แล้วก็เป็นดังคาด

“คุณมีเพื่อนทานข้าวแล้ว งั้นฉันขอตัวนะคะ” เธอยกมุมปากนิด ๆ สีหน้าบอกยากว่าโกรธเขาหรือสมเพชสิริวิมล หญิงสาวเดินตึง ๆ ออกไปทันที

“โม เดี๋ยวสิ รอผมก่อน ! ” ชัชวินสลัดแขนจากการเกาะกุมของสิริวิมล รีบวิ่งตามโมนา ไม่สนใจว่าจะมีใครวิ่งตามหลังมาอีกทอด ทั้งยังโหวกเหวกเรียกเขาอีกด้วย โชคดีที่ลิฟต์ยังไม่มา ทำให้โมนาไม่สามารถหนีไปทางไหนได้ เขาจึงตามไปคว้าต้นแขนเธอไว้ “โม...ผมไม่ได้ชวนเขามาที่บริษัทจริง ๆ นะ คุณต้องเชื่อผม”

สิริวิมลก้าวมาเกาะแขนเขาแสดงความเป็นเจ้าของออกนอกหน้าเงียบ ๆ ด้วยรอยยิ้มมีชัย

ดูเหมือนโชคร้ายจะไม่ได้มาแค่หนเดียว เพราะแสงดาวเดินมาสมทบเป็นกองมุงด้วยท่าทางเตรียมก่อกวนเต็มที่ “อุ๊ย ! มีศึกชิงผู้ชายกันตรงนี้ด้วย”

“ขอร้องละคุณดาว อย่าทำให้เรื่องวุ่นไปกว่านี้เลย” ชัชวินปราม

“ดาวไม่ได้มาทำให้วุ่นนะคะ แค่จะมาช่วยไกล่เกลี่ยเท่านั้นเอง อีกอย่าง...เรามันคนบริษัทเดียวกัน ดาวก็ต้องมาให้กำลังใจคุณโมหน่อยสิ”

“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันไม่ต้องการ” โมนาบอกปัด และเพียงประตูลิฟต์เปิด เธอก็ก้าวเข้าไปในนั้นทันที

“โม...รอผมด้วย” ชัชวินพยายามปลดมือตุ๊กแกที่เกาะแขนเขาอย่างยากเย็น

โมนาหันกลับมาบอกเขาเป็นคำสุดท้ายแค่... “โชคดีค่ะ คุณชัชวิน”

ชายหนุ่มมองประตูลิฟต์ปิดลงพร้อมกับหายใจแรงด้วยความโกรธ เขาคว้าข้อมือสิริวิมลออกจากท่อนแขนตัวเอง หากไม่ข่มอารมณ์ไว้ ก็คงเหวี่ยงร่างบอบบางออกห่างแล้วด้วยซ้ำ

“คุณมาทำบ้าอะไรที่นี่อีก” เขาตวาดเสียงดัง หน้ามืดจนไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีพนักงานบางส่วนที่ทยอยกันออกมาพักกลางวันยืนเงี่ยหูฟังอยู่ห่าง ๆ ระหว่างรอลิฟต์

“สิรีก็แค่มาหาชัช ทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วยล่ะ”

“ผมบอกแล้วไงว่าเรื่องของเรามันจบไปแล้ว”

“แต่สิรีไม่จบนี่คะ สิรีคิดถึงชัช คุณจะคบยายอ้วนนั่นไปด้วยก็ได้ ขอแค่อย่าทิ้งสิรีก็พอ สิรีรักคุณนะคะ”

“สิรี...นี่ไม่ใช่ละครหลังข่าว อย่ามาดราม่าแถวนี้ ผมไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะรักผมน่ะ”

“ทีคุณยังบอกว่ารักยายอ้วนนั่นได้เลย ทำไมสิรีจะรักคุณไม่ได้”

ชัชวินไม่เคยรู้สึกอยากหักคอใครอย่างนี้มาก่อน ถูกละ...เหตุผลของอีกฝ่ายเป็นไปในตรรกะเดียวกับที่เขาเคยบอกโมนา แต่เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าสิริวิมลจะรักเขามากมายจากการพบกันแค่ไม่กี่ครั้ง ถ้าบอกว่าติดใจรสชาติใหม่ ๆ ที่เขาปรนเปรอให้บนเตียงยังน่าเชื่อกว่าอีก

ชายหนุ่มมัวแต่หุนหันโกรธกับสิ่งที่ไม่ได้ดังใจ จนลืมตั้งข้อสงสัยไปว่าเหตุใดสิริวิมลจึงรู้เรื่องที่เขาพูดคุยกับโมนาในห้องทำงานตามลำพังสองต่อสอง !

“คุณชัชใจเย็น ๆ ก่อน คุยกันดี ๆ เถอะค่ะ” แสงดาวยังไม่ละความพยายามที่จะเล่นบทนางเอก

“ยายนี่ใครหรือคะชัช” สิริวิมลกรีดนิ้วชี้ไปทางผู้หญิงอีกคน

“เพื่อนร่วมงานผม คุณแสงดาว”

“อ๋อ...ที่มายืนอยู่ตรงนี้ คงจะแอบชอบชัช แล้วก็คิดจะมากีดกันสิรีละสิ” เจ้าหล่อนพูดชัดถ้อยชัดคำ ตอนท้ายหันมาทางแสงดาว “โทษทีนะ ฉันมาก่อน แล้วฉันก็ไม่ยอมให้ชัชทิ้งฉันง่าย ๆ ด้วย”

“ที่นี่เป็นอาคารสำนักงานนะคุณ ไม่ใช่ตลาดสด ถึงจะได้มาประกาศเรื่องทุเรศ ๆ แบบนี้” แสงดาวเหยียดริมฝีปากเย้ยหยัน

“กล้าดียังไงมาหาว่าฉันเป็นแม่ค้าปากตลาดน่ะ ต่อเป็นเพื่อนร่วมงานของชัช ฉันก็ตบเอาเลือดออกมาดูได้นะ” สิริวิมลเตรียมถลันเข้าหาอีกฝ่ายทันที

ชัชวินรีบคว้าแขนหญิงสาวไว้ “จะบ้าหรือไง นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณจะมาอาละวาดไร้สาระอย่างนี้นะ กลับไปซะสิรี ไม่ต้องมาที่นี่อีก เรื่องของเรามันจบไปแล้ว คุณเลิกมาราวีผู้หญิงที่ผมรักเสียที”

สิริวิมลหัวเราะเล็กน้อยอย่างขบขัน “ผู้หญิงที่คุณรักงั้นเหรอ คุณหมายถึงยายอ้วนนั่น หรือแม่เพื่อนร่วมงานหวงก้างคนนี้คะชัช”

ชัชวินจ้องตาอีกฝ่ายนิ่ง เพิ่งรู้สึกตัวว่ามิใช่แค่สิริวิมลและแสงดาวเท่านั้นที่รอฟังคำตอบ แต่รอบกายเขา พนักงานที่ยืนรอลิฟต์เพื่อลงไปรับประทานอาหารกลางวันทุกคนพร้อมใจกันเงียบเสียงอย่างพร้อมเพรียง

ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ริมฝีปากแต้มยิ้มอย่างที่อ่านไม่ออกว่ามีความหมายใดแอบแฝง ก่อนประกาศด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ผมรักโมนา แล้วก็ไม่ต้องถามถึงเหตุผลด้วย เพราะผม...ใช้หัวใจ ! ”

[1] ในบริษัทข้ามชาติ เรียกการสั่งพักงานเช่นนี้ว่า leave with pay

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

sds

หัวใจร้อยดาว ความยาว 501 หน้า ราคา 315 บาท

mebmarket >>https://goo.gl/VrsXdA

ookbee >>https://goo.gl/fbwrar

Hytexts >>https://goo.gl/726gtc

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่จำนวนไม่มาก

สามารถสอบถามได้ที่m.me/SirinFC

หน้าปกฉบับตีพิมพ์ค่ะ

sds

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย blue2560
ขอบคุณ​มาก​ก​ก​
เมื่อ 6 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย เฟิง เฟิง
มาอ่านนนนนน
เมื่อ 6 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว