[อ่านฟรี] หัวใจร้อยดาว

ตอนที่ 22

นี่ต้องเป็นเช้าวันทำงานแรกหลังปีใหม่ที่ดีที่สุดในชีวิตของโมนาแน่นอน เธอออกจากห้องนอนด้วยยูนิฟอร์มท่านผู้อำนวยการตามเคย แต่วันนี้แทนที่จะปล่อยผ่าน โนแอลกลับเดินอ้อมโต๊ะในครัวมายืนยิ้มแล้วส่ายหน้า

“เสื้อผ้าที่เราไปซื้อด้วยกันตอนคุณนัดกับนายกฤตนั่นไปไหนหมด ทำไมไม่เอามาใส่ซะล่ะ”

“มันดูไม่เป็นทางการนะโนแอล” คงต้องเป็นเพราะเรื่องที่เขาสารภาพเมื่อวานแน่ ๆ จู่ ๆ โมนาจึงรู้สึกเหมือนไม่กล้าสบตาชายหนุ่มขึ้นมาดื้อ ๆ

ผู้ชายที่สวมผ้ากันเปื้อนทับชุดนอนจูงมือเธอเข้าไปในห้องนอน แล้วถือวิสาสะเปิดตู้เสื้อผ้าทันที เขาเลือกเชิ้ตแขนยาวสีชมพูอ่อนกับกางเกงสี่ส่วนสีกรมออกมายื่นให้หญิงสาว “เดี๋ยววันนี้ผมจะสวมเชิ้ตสีชมพูผูกไทสีกรมด้วย เราจะได้ใส่สีเดียวกัน ดีไหม”

“ถ้าไม่ได้ใส่สูท ฉันรู้สึกแปลก ๆ น่ะ” โมนาอุบอิบอธิบาย

“ก็เตรียมไปด้วย แต่เอาไว้ใส่เฉพาะตอนอยู่ในออฟฟิศเท่านั้นก็พอ”

“ถามจริง ทำไมฉันต้องแต่งตัวอย่างนี้”

“เวลาเราลงไปข้างล่างหรือไปทำงานด้วยกัน คนจะได้มองตาม แล้วก็เดาได้ว่าเราเป็นแฟนกันไง”

“นี่คุณจะแกล้งฉันตั้งแต่เช้าเลยใช่ไหมเนี่ย” โมนาโวยอีกคำรบ แต่หน้าเริ่มมีรอยระเรื่อ

“เห็นผมเป็นคนขี้แกล้งไปได้” เขาส่ายหน้าระอา “คุณเปลี่ยนชุดสิ เดี๋ยวจะได้ออกไปทานข้าวเช้า อ้อ...ขาเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง”

“ดีขึ้นมากแล้ว แทบไม่เหลืออาการเจ็บแล้วละ ว่าแต่คุณเถอะ ไหล่ยังเจ็บอยู่ไหม”

“ไม่เจ็บแล้วเหมือนกัน ตอนนี้อุ้มคุณได้สบาย ๆ เลย”

“พอเถอะโนแอล คุณพูดน่ะไม่อาย แต่ฉันฟังแล้วยังไม่ชินนะ” ถึงจะปราม แต่เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวเม้มปากเพื่อกลั้นยิ้ม

“งั้นแปลว่าผมต้องพูดให้บ่อยกว่านี้ คุณจะได้ชิน ดีไหมเชรี” ชายหนุ่มแกล้งคุกคามด้วยการขยับเข้ามาใกล้ หญิงสาวถอยไปจนหลังชนผนังตู้เสื้อผ้าโดยไม่รู้ตัว

“เฮ้ย ๆ ๆ นี่มันใกล้ชิดเกินไปแล้วนะโนแอล” มือที่ไม่ได้ถือไม้แขวนเสื้อรีบยกขึ้นยันอกอีกฝ่าย โมนาหน้าร้อนฉ่ายิ่งกว่าเหล็กเผาไฟ

โนแอลเท้ามือทั้งสองข้างที่ตู้เสื้อผ้าด้านหลัง ล็อกหญิงสาวไว้ตรงกลาง แล้วก้มศีรษะมาใกล้ ๆ ขณะตั้งคำถาม

“เราต้องเป็นแฟนกันนานเท่าไหร่เหรอ ผมถึงจะจูบคุณได้น่ะ”

“ก็จนกว่าฉันจะพอใจนั่นแหละ” โมนาไม่กลัว ทั้งยังเชิดหน้าตอบคำถามอีกด้วย เธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้ไว้ใจได้ เขามีความเป็นสุภาพบุรุษมากกว่าผู้ชายคนไหน ๆ ที่เธอเคยรู้จักมาเลยด้วยซ้ำ

“ว่าไงก็ต้องว่าตามกันอยู่แล้ว อ้อ...เผื่อคุณยังไม่รู้ ผู้ชายฝรั่งเศสน่ะต้องจูบแบบเฟรนช์คิสนะ

โมนาซึ่งหน้าแดงแล้วแดงอีก แก้มร้อนแล้วร้อนอีกจนไม่รู้จะอธิบายอย่างไร มาถึงขีดสุดของความอดทนตอนนี้เอง เธอใช้มือข้างที่ว่างหยิกท่อนแขนชายหนุ่มอย่างอดไม่อยู่ ทั้งยังปราม “คุณนี่ชักจะทะลึ่งใหญ่แล้วนะโนแอล”

“เวลาเอ็ดทำไมไม่สบตาผมล่ะ อายเหรอ”

“เออ ! ฉันอาย พอใจหรือยัง” คนอายกระชากเสียงแข็ง แต่กระนั้นรอยร้อนฉ่าบนใบหน้าก็ไม่ได้จางลงสักนิด

“ผมชอบเวลาคุณโหดมากกว่า แต่เวลาอายก็น่ารักไปอีกแบบเหมือนกันนะ” เขายอมลดมือลง แล้วถอยหลังออกห่างแต่โดยดี “เชรี...ผมทำอาหารเช้าเสร็จแล้ว เรารีบแต่งตัวแล้วไปกินข้าวกันดีกว่า แค่นึกภาพเราแต่งตัวเหมือนกันไปทำงานด้วยกันก็สนุกแล้ว คุณว่าไหม”

โมนาหัวเราะหึ ๆ พยักหน้าเห็นด้วย สิ่งที่เขาพูดน่ะถูกต้องตรงความจริงที่สุด ก่อนหน้านี้คนในออฟฟิศเห็นแค่ว่าโนแอลพยายามจีบเธอออกอากาศ แต่วันนี้ทุกคนจะได้เห็นพัฒนาการก้าวใหม่

หญิงสาวก้มลงมองมือที่ถือไม้แขวนเสื้อ ขณะใจลอยลิบไปไกล อยากรู้เหมือนกันว่าการเดินจูงมือกับใครสักคนจะให้ความรู้สึกเป็นอย่างไร !

เพราะอาการที่ข้อเท้าเพิ่งทุเลา โนแอลจึงเลือกรองเท้าไม่มีส้นออกจากตู้มาวางให้เธอสวมแทนรองเท้าหุ้มส้นแบบเรียบที่ใช้ประจำ แถมเขายังใช้บริการแท็กซี่สาธารณะแทนรถไฟฟ้าอีกด้วย ระหว่างขึ้นลิฟต์สำนักงานมาด้วยกันเขากุมมือเธอไว้เงียบ ๆ จนกระทั่งออกจากลิฟต์มานั่นแหละจึงออกตัว

“เดี๋ยวพักกลางวันผมจะไปที่ศูนย์ดูคาติ เอาแอร์เมสมาคืนคุณก่อน คุณกินข้าวกลางวันคนเดียวได้ไหม”

“ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม เผื่อจะได้ช่วยเป็นล่ามแปลอะไรต่อมิอะไรให้คุณยังไงล่ะ”

“เอ้อ...” เขาอึกอักเล็กน้อย “ไม่ต้องหรอก ผมจัดการเองได้” เขาแตะข้อศอกโมนาก้าวเข้าไปในสำนักงาน

“ตามใจนะคะ” โมนาเดินไปตามแรงรุนเบา ๆ นั้น แล้วก็ต้องแปลกใจ เพราะจู่ ๆ อุ้งมือแข็งแรงของอีกฝ่ายซึ่งแตะอยู่ตรงข้อศอกก็เกร็งเล็กน้อย หญิงสาวกำลังจะอ้าปากถาม แต่ก็ไม่ทัน...

“เชรี ทำตามที่ผมบอกช้า ๆ นะ เริ่มจากยิ้มให้หวานที่สุดแล้วพยักหน้าทีนึง” เขาคอยจนเธอทำตามที่บอกแล้วจึงกำกับต่อ “จัดเน็คไทให้ผมหน่อยสิ ผมไม่แน่ใจว่ามันเบี้ยวหรือเปล่า”

โมนาเดาได้ทันทีว่านี่ต้องเป็นละครอีกฉากที่มีผู้ชมมองอยู่จากมุมไหนสักแห่งแน่นอน เธอเลื่อนมือขึ้นไปจับปมเน็คไทผ้าไหมสีกรมซึ่งก็อยู่ในที่ทางดีอยู่แล้ว

“คุณผูกเน็คไทไม่แน่นเลยนะคะโนแอล เดี๋ยวฉันจัดการให้ดีกว่า” ผู้อำนวยการสาวเอ่ยเสียงหวาน ขณะแกล้งขยับปมให้แน่นขึ้นเพื่อแกล้ง ‘ลูกไก่ในกำมือ’

มันน่าขำชะมัดที่อุ้งมือเขาบีบข้อศอกเธอแน่นเป็นการแก้แค้น ขณะที่ดวงหน้าหล่อเหลายังยิ้มอ่อนโยนเรียกคะแนนสุดชีวิต “นี่คุณจะฆ่าผมหรือไงนะเชรี” เขากัดฟันเอ่ยถามลอดไรฟันทั้งที่ริมฝีปากยังแต้มยิ้ม

“เอาละ หล่อสมบูรณ์แบบแล้ว” เธอปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงตรงบ่าเสื้อของชายหนุ่มเบา ๆ พลางขยับเข้าไปใกล้เพื่อกระซิบ แต่แล้วกลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่โชยมาสัมผัสฆานประสาทก็ทำให้ชะงัก เพราะมันเป็นกรุ่นกลิ่นหอมสะอาดรบกวนจิตใจแบบเดียวกับที่เธอจำได้จากเสื้อหนังที่สวมวันซ้อนบิ๊กไบค์ของเขานั่นเอง

“ฉันชอบน้ำหอมของคุณนะ” โมนาพึมพำเบา ๆ หน้าร้อนจนคร้านจะนับแล้วว่า ตั้งแต่เช้ามีอาการเช่นนี้กี่ครั้ง

“ผมดีใจที่คุณชอบ” เขาอดใจไม่ได้ ใช้มือข้างหนึ่งจับแก้มอิ่มนั้นด้วยความมันเขี้ยว

“เขาไปหรือยังคะ” โมนาก้มหน้างุด ถามเสียงสั่น

“คุณหมายถึงใครเหรอ”

“ก็...คุณให้ฉันจัดเน็คไทให้ ไม่ใช่จะแกล้งเล่นละครอวดใครหรอกเหรอ” โมนาเงยขึ้นสบตาเขาด้วยความฉงน

จอมวายร้ายส่ายหน้าทำทีเจ้าเล่ห์ “ไม่มีใครมองอยู่หรอก ผมแค่อยากให้คุณจัดเน็คไทให้ผมก็แค่นั้นเอง”

โมนาเพิ่งตระหนักว่าเสียรู้คนแผนเยอะเข้าแล้ว เธอจึงกำหมัดตุ๊ยท้องอีกฝ่ายเบา ๆ “เยอะนักนะโนแอล คราวหน้าลูกเล่นมากอย่างนี้ ฉันจัดเต็มแน่” หญิงสาวตวัดค้อนใส่ “ฉันไปทำงานก่อนละ”

“ตกลงจ้ะเชรี ผมรักคุณนะ”

โมนาไม่ตอบ แต่หมุนตัวเดินปราด ๆ ไปที่ห้องทำงานอย่างรวดเร็ว เธอมองประตูห้องแล้วนึกได้ว่ากุญแจทั้งหมดอยู่ในกระเป๋า และตอนนี้กระเป๋าของเธอก็อยู่ในกล่องเก็บของท้ายรถของโนแอลอีกทอด หญิงสาวเท้าเอวด้วยความหงุดหงิดไม่ได้ดังใจ

พิชญาซึ่งมีโต๊ะอยู่ใกล้ประตูห้องเธอที่สุดหันมาส่งยิ้มและถามอย่างมีน้ำใจ “มีอะไรหรือเปล่าคะคุณโม”

“ลืมกุญแจห้องน่ะ เซ็งชะมัด” โมนาบอกพลางยักไหล่

“ให้พีชโทร.หาคุณณรงค์ไหมคะ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลต้องมีกุญแจ ‘ทุกห้อง’ ในออฟฟิศ”

โมนาขมวดคิ้วกับความรู้ใหม่ “เขามีกุญแจทุกห้องจริงเหรอ”

“จริงสิคะ” พิชญาย้ำ ก่อนเรียกโทรศัพท์ไปยังห้องผู้จัดการฝ่ายบุคคล ครั้นได้ยินแต่เสียงสัญญาณสายว่าง จึงมองนาฬิกา ก็เห็นว่าอีกเกือบยี่สิบนาทีกว่าจะถึงเวลาเข้างาน “คุณณรงค์น่าจะยังไม่มาค่ะ สายว่างแต่ไม่มีคนรับ”

ผู้อำนวยการสาวจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะของนิสาซึ่งอยู่ไม่ห่างอย่างจำใจแทน หญิงสาวเคยอ่านตำรามานานแล้วว่าอยากรู้นิสัยของใคร ให้เริ่มจากสำรวจโต๊ะทำงานของฝ่ายนั้น เธอจึงอมยิ้มนิด ๆ เมื่อเห็นหลอดพลาสติกสีชมพูบรรจุโลชั่นทาผิวฉลากบอกยี่ห้อของเครื่องสำอางดังจากฝรั่งเศสซึ่งวางแอบอยู่ข้างแจกันเปล่าบนโต๊ะของนิสา

“ขนาดโลชั่นยังใช้กลิ่นมิราเคิลของลังโคมเชียว หลอดนึงไม่ใช่ถูก ๆ นะเนี่ย” โมนาส่ายหน้า มองไปทางพิชญาซึ่งกำลังจับตาเธออยู่ “เพิ่งรู้ว่าพนักงานของฉันรสนิยมดีมาก”

พิชญายิ้มบาง ๆ ถามอย่างเอาใจแทน “คุณโมดื่มกาแฟพลาง ๆ ไหมคะ เดี๋ยวพีชไปสั่งแม่บ้านให้”

“ไม่ต้องหรอก ขอบใจ ว่าแต่ไปเที่ยวปีใหม่เป็นไงบ้าง เห็นคุณวสันต์วางแผนไปถึงวังน้ำเขียวเลยนี่”

“ก็ดีค่ะ อากาศหนาวดี” อีกฝ่ายตอบสั้น ๆ แล้วหันไปเปิดคอมพิวเตอร์แทนการตัดบท

โมนาประหลาดใจที่อีกฝ่ายดูไม่กระตือรือร้นที่จะคุย แต่ก็ปัดความสงสัยออกจากใจ ที่ผ่านมาใช่ว่าเธอเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดีนัก บางทีพนักงานอาจอึดอัดที่จะพูดคุยเรื่องอื่นนอกเหนือจากงานก็เป็นได้

ต้องโทษโนแอลแหละที่ทำให้เธอมีความสุขจนอยากพูด อยากบอกใครสักคน !

เมื่ออีกฝ่ายหันไปสนใจงานของตน โมนาจึงหยิบโทรศัพท์เครื่องใหม่มากดเล่นทำความคุ้นเคยไปพลาง ๆ เธอเพิ่งเห็นว่าข้อความที่จะส่งกลับไปให้กฤตยังค้างอยู่ในกล่อง ไม่ได้ถูกส่งออกไป ทำให้นึกได้ว่าถูกขัดจังหวะโดยสายเรียกเข้าของเอกชัยนั่นเอง

แค่นึกว่าต้องไปพบเอกชัยเย็นนี้ตามที่อีกฝ่ายขอร้อง โมนาก็เผลอเบ้หน้าอย่างอดไม่ได้ เรื่องที่เคยรับปากเขาไว้ มาบัดนี้กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เสียแล้ว มันช่างเป็นสถานการณ์น่ากระอักกระอ่วนซึ่งเธอไม่รู้จะอธิบายรายละเอียดให้เอกชัยฟังอย่างไรจึงจะทำร้ายความรู้สึกอีกฝ่ายน้อยที่สุด

ยังไม่แปดโมงครึ่งดี โมนาลองโทร.ไปหาผู้จัดการฝ่ายบุคคลอีกครั้ง คราวนี้ปลายทางรับสายรวดเร็ว และเมื่อได้รับแจ้งความประสงค์ ฝ่ายนั้นก็รีบนำกุญแจสำรองมาไขห้องทำงานให้เธอทันใจ ทั้งยังตามเข้ามารายงานว่า

“เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่คุณโมมอบหมายให้ลูกน้องไปธุระที่ธนาคารน่ะ น้องเขาถูกกระชากกระเป๋าแล้วก็เป็นลมอยู่แถว ๆ หน้าธนาคารนั่นเอง”

โมนาตกใจ “แล้วเป็นอะไรมากไหมคะ”

“หมดสติไปไม่นานหรอกครับ แต่กระเป๋าสตางค์ถูกกระชากไป โทรศัพท์ก็ไม่มี เลยติดต่อใครไม่ได้สักคน สุดท้ายเขานึกอะไรไม่ออก เลยโทร.เข้าบริษัทให้คอลเซ็นเตอร์ติดต่อผมไปจัดการแทน ผมพยายามโทร.หาคุณโมขออนุมัติค่าใช้จ่ายกรณีฉุกเฉิน แต่คุณปิดเครื่อง ผมเลยตัดสินใจเอาบัตรเครดิตบริษัทไปจัดการชำระค่ารักษาพาเขาออกจากโรงพยาบาลเลย เดี๋ยวผมจะทำเอกสารเบิกเข้ามาอีกทีนะ”

น้ำเสียงของณรงค์มีแววตำหนิชัดเจน โมนามองสบตาเขานิ่ง ๆ แปลกใจเล็กน้อยที่พบร่องรอยเย้ยหยันบางเบาแฝงอยู่ในนั้น หญิงสาวถอนหายใจ ดูเหมือนในสำนักงานนี้จะไม่มีใครชอบหน้าเธอเลยสักคน !

“ได้ค่ะ ส่งเข้ามาเลย เดี๋ยวโมจัดการให้ แล้วน้องเป็นยังไงบ้างคะ” โมนาจดข้อความใส่สมุดโน้ตช่วยจำ

“หายดีแล้วละ เดี๋ยววันนี้ก็คงจะเข้ามาทำงาน ผมสั่งไว้แล้วว่าให้เข้ามารายงานตัวกับคุณโมด้วย”

โมนาพยักศีรษะรับรู้ คอยจนอยู่ตามลำพังในห้องทำงานอีกครั้ง แล้วจึงใคร่ครวญรายละเอียดของเหตุการณ์ทั้งหมดช้า ๆ บังเอิญหรือเปล่าที่พนักงานของบริษัทถูกกระชากกระเป๋า หลังจากฝ่ายนั้นแจ้งความเรื่องเช็คหาย แถมโทรศัพท์ของเธอก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ทำให้ใครหลายคนติดต่อเธอไม่ได้

หากนี่เป็นแผนของใครสักคนที่จงใจยื้อเวลาเรื่องการตามรอยเช็คที่หายไป ก็ต้องนับว่าคนบงการทำสำเร็จดังที่ตั้งใจ โมนาชั่งใจเล็กน้อยจึงตัดสินใจเรียกสายในไปหาเจ้านาย “ขอคุยด้วยห้านาที คุณสะดวกไหมคะโนแอล”

“ผมกำลังจะประชุมทางโทรศัพท์กับสาขาสิงคโปร์ ถ้าเรื่องด่วนคุยกันทางนี้เลยก็ได้”

โมนาจึงเล่ารายละเอียดเรื่องเช็คที่หายไปให้เขาฟังอย่างรวบรัด พร้อมทั้งลงท้ายว่า “ทางแบงก์จะให้รายละเอียดของบัญชีที่รับเงินก้อนนั้นไปก็ต่อเมื่อมีหนังสือจากบริษัทแจ้งขอเข้าไปเท่านั้น”

“เรื่องนั้นไว้ผมให้คุณวสันต์จัดการให้ คุณไม่ต้องห่วง มีอะไรอีกไหม”

“ไม่มีอะไรแล้วละ ขอบคุณนะคะโนแอล”

“ไม่ว่าในฐานะเจ้านายหรืออย่างอื่น ผมก็ยินดีเสมอ” เขาทิ้งท้ายสั้น ๆ แล้ววางสายไปอย่างอ้อยอิ่ง

ปล่อยให้คนปลายสายอมยิ้มกับตัวเอง นี่ถ้ารู้ว่ามีแฟนแล้วโลกสดใสน่าอยู่อย่างนี้ เธอคงมีแฟนไปตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว !

พิชญาคอยจนเพื่อน ๆ และเจ้านายลงไปรับประทานอาหารกลางวันกันหมดแล้ว จึงหยิบแฟ้มที่เตรียมไว้ เข้าไปในห้องทำงานของโมนาสลับกับเล่มที่หมายตา

หญิงสาวก้มลงไปถอดการ์ดหน่วยความจำจากเครื่องดักฟัง สลับหน่วยความจำเปล่าสอดไว้ในเครื่องแล้วติดตั้งกลับที่เดิมด้วยความคล่องแคล่ว เธอเสียบการ์ดแผ่นเล็กใส่โทรศัพท์มือถือแทน สำรวจจนแน่ใจว่าในสำนักงานยังคงว่างเปล่า จึงรีบหอบแฟ้มออกจากห้องของโมนาเงียบเชียบเท่ากับตอนที่เข้าไป ไร้สายตารู้เห็นของใครแม้แต่คนเดียว เอกสารที่ถูกสับเปลี่ยนออกมาถูกซุกไว้ในลิ้นชักก่อนชั่วคราว รอเวลาย้ายมันไปยังสถานที่ปลอดภัยอีกครั้ง

เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พิชญาจึงหยิบกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์ออกจากสำนักงานลงไปสมทบกับเพื่อน ๆ ที่ร้านอาหาร โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำทั้งหมดอยู่ในสายตาของใครคนหนึ่งมาโดยตลอด

ณรงค์ซึ่งกำลังจะลงไปรับประทานอาหาร หลบเข้าไปที่ด้านหลังพาร์ติชั่นเตี้ย ๆ เพื่อสังเกตการณ์ทุกสิ่งที่หญิงสาวกระทำด้วยความไม่พอใจ เขาเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็นแล้ว สงสัยก็แต่ว่ามีใครอีกกี่คนที่ ‘เห็น’ อย่างที่เขากำลังสังเกตอยู่อีกบ้าง !

“พีช เมื่อกี้ฉันโทร.เชิญคุณชัชมาพบนะ ถ้าเขามาแล้วให้เข้ามาได้เลย” โมนากล่าวแล้วจึงเดินไปเคาะโต๊ะของนิสา “บันทึกการสั่งจ่ายบริษัทรถลากสามแห่งที่ฉันให้หา เจอเมื่อไหร่เอาเข้ามาทันทีเลยนะ” โมนาสั่งจบก็เข้าไปในห้องทำงาน ไม่ถึงสิบนาที คนที่เธอนัดไว้ก็มาถึง เขาเคาะประตูที่เปิดกว้างอยู่ แล้วก้าวเข้ามาโดยไม่รอฟังคำอนุญาต เมื่องับประตูและรูดม่านปิดเรียบร้อย ชัชวินก็มานั่งเอกเขนกตรงหน้าเจ้าของห้อง โดยมีโต๊ะทำงานคั่นกลาง

โมนาวางมือจากงานที่ทำ ทว่าเมื่อหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มก็ต้องอึ้งงันไป เมื่อเห็นเขาล้วงโทรศัพท์ของเธอออกมาวางไว้บนโต๊ะ

“ต้องให้ผมย้ำอีกไหมว่าคุณควรทำยังไงกับเรื่องนี้” เขาบุ้ยใบ้ไปยังกองเอกสารบนโต๊ะ “หยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ซะ เวลาของคุณหมดแล้ว ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ”

โมนาเลื่อนแฟ้มกองหนึ่งไปตรงหน้าชัชวินแทนคำตอบ “คุณส่งนิสาเข้ามาสับเอกสารในห้องฉัน โดยเอาขยะพวกนี้มาวางไว้แทน ฉันว่าเวลาของคุณต่างหากที่กำลังจะหมดลงแล้ว ฉันจะไม่เอาเรื่อง ขอแค่ให้คุณเอาเงินทั้งหมดมาคืนบริษัท แล้วฉันจะถือว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”

“ใส่ความกันง่าย ๆ เลยหรือโม อย่างนี้ผมฟ้องหมิ่นประมาทได้นะ” เขาขู่เสียงเข้ม ขณะผุดลุกขึ้นยืนเท้ามือบนโต๊ะมองอีกฝ่ายอย่างคุกคาม เมื่อโน้มตัวมาใกล้หญิงสาว เขากลับกระซิบ “ไปซะโม ลาออกไปซะ เชื่อผม”

โมนาผวาลุกขึ้นยืนเพื่อรักษาความได้เปรียบทางชัยภูมิบ้างเช่นกัน “ฉันให้โอกาสคุณถึงแค่วันศุกร์นี้ ถ้าคุณยังดื้อรั้นไม่ยอมหาเงินมาคืนบริษัท ฉันจะเปิดเผยหลักฐานทั้งหมดที่มีอยู่”

“ถ้าคิดว่าผมจะยอมอยู่เฉย ให้คุณเอาเรื่องทุเรศ ๆ นั่นมาโยนใส่ตักง่าย ๆ ก็ลองดูสิ” ชัชวินขู่ด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม ดวงตาวาวจ้าบอกชัดถึงความโกรธเกรี้ยว

แม้จะหวั่นใจอยู่บ้าง แต่โมนาก็ยังฝืนเชิดหน้าแสดงว่าไม่กลัว เสียงคลิกเบา ๆ ของคันเปิดประตูที่ดังขึ้นทำให้โมนาใจชื้น โล่งใจว่าในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านิสาคงจะเข้ามาขัดจังหวะพร้อมด้วยเอกสารที่เธอสั่งให้หาแน่นอน

ทว่าหญิงสาวคาดผิด เพราะประตูเปิดผาง วินาทีเดียวกับที่ชัชวินเอื้อมมาคว้าคอเธอบีบ ทั้งยังคำรามเสียงต่ำ “เลิกพยายามโยนความผิดของคุณมาให้ผมได้แล้ว เพราะถ้าคุณไม่หยุด ครั้งต่อไปคุณไม่โชคดีอย่างนี้แน่”

อุ้งมือแข็งราวกับคีมเหล็กดันเธอถอยหลัง ก่อนจะผลักจนโมนาเสียหลักหงายหลัง โชคดีที่มีเก้าอี้รองรับ ไม่งั้นเธอคงก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้นแล้ว

ชัชวินไม่รอดูผลงาน แต่เดินตึง ๆ ออกจากห้องไปทันที นิสาหน้าตื่น มองตามหลังชายหนุ่มไปด้วยท่าทางตกตะลึง ครั้นได้สติก็รีบวิ่งมาวางแฟ้มที่โต๊ะ แล้วปราดเข้ามาหาโมนา “คุณโมเป็นอะไรไหมคะ”

โมนาชะงักเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมที่โชยมาจากตัวอีกฝ่าย หลังกลับจากพักกลางวัน เธอได้กลิ่นน้ำหอมแบบเดียวกับโลชั่นบนโต๊ะของนิสา จึงคาดว่านิสาเป็นคนที่เข้ามาแอบสลับเอกสาร แต่วันนี้นิสาใช้น้ำหอมกลิ่นอื่น เพราะฉะนั้นคนที่เข้ามาสลับเอกสารไม่ใช่นิสา !

“ฉันไม่เป็นไร ขอบใจมาก เธอออกไปได้ละ ฉันจะทำงานต่อ” โมนามองตามหลังผู้หญิงอีกคนหนึ่งไปด้วยความผิดหวัง เธอเดินตามไปงับประตู แล้วใช้ไฟฉายแบ็กไลต์ส่องหาตำหนิที่ทำไว้บนแฟ้มทุกฉบับบนโต๊ะ จึงได้รู้ว่ามันถูกสับเปลี่ยนไปจริง ๆ

ถ้าไม่ใช่นิสา แล้วใคร?

หญิงสาวถอนหายใจ หยิบกระจกเล็ก ๆ จากลิ้นชักมาส่องดูร่องรอยรอบลำคอ ก็พบว่าผิวขาว ๆ บัดนี้เป็นจ้ำเห็นเป็นรอยนิ้วมือชัดเจน เธอแตะมือที่หน้าอกกดเบา ๆ เพื่อคลายความตกใจ คาดไม่ถึงว่าชัชวินจะน่ากลัวขนาดนี้

หญิงสาวหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่ามาเปิดสำรวจความเรียบร้อยก็พบว่า ทุกอย่างยังอยู่ในที่ทางของมัน ยกเว้นเพียงอย่างเดียว...พื้นหลังของหน้าจอซึ่งเธอเคยตั้งไว้เป็นรูปบ้านไม้ทรงไทยของคุณย่า บัดนี้ถูกเปลี่ยนเป็นพื้นสีขาว มีเพียงตัวอักษรสีแดงที่เขียนว่า

‘ไปซะโมนา ก่อนที่จะสายเกินไป เชื่อผม’

เพียะ ! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่น พร้อมกับที่ร่างบอบบางของพิชญาถลาลงไปกองกับพื้น หญิงสาวยกมือขึ้นกุมแก้มซึ่งบัดนี้แดงเป็นปื้น โดยมีเลือดหยดเล็ก ๆ ซึมมาจากมุมปากชัดเจน

“นังโง่ ทำงานประสาอะไรถึงปล่อยให้ยายอ้วนนั่นจับได้ นี่ขู่จะเปิดโปงพวกเราขนาดนี้ก็เพราะความโง่ของมึงคนเดียว ! แค่สับเอกสารออกมา เอาของปลอมไปใส่ไว้แทน มันยากนักหรือไง”

“พีชไม่ได้ตั้งใจ พีชก็ดูแล้วว่าไม่มีใครเห็น พีชก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณโมรู้ได้ยังไง” หญิงสาวหดศีรษะหลบเมื่ออีกฝ่ายเงื้อมือสูง ทำท่าจะตบลงมาอีกครั้ง

“นังคนนี้มันร้ายนัก คงคิดว่าควงกับไอ้โนแอลแล้วจะไม่มีใครกล้าแตะมันละสิ อวดดีนัก คอยดูก็แล้วกัน กูนี่แหละจะจัดการให้ไอ้โนแอลเป็นคนเฉดหัวมันออกจากบริษัทด้วยตัวเองเลย”

พิชญาก้มหน้ากรีดเช็ดน้ำตา เหลือบมองผู้ที่ยืนตระหง่านวางท่าผยองยโสอยู่ข้าง ๆ ก่อนเสยกมือขึ้นเช็ดหยดเลือดที่มุมปาก ซ่อนรอยยิ้มสมใจไว้จากสายตาของอีกฝ่าย !

-----------------------------------------------

อิจโมนาอย่างแรงงงงง

อยากได้สาย ฝ มาเป็นของตัวเองบ้างเลยอ้ะ

ขิมคราม (จากรอยตะวัน) จะรู้ตัวไหมเนี้ย

ว่าตัวเองพลาดอะไรไป ฮ่าๆๆๆ

หัวใจร้อยดาวยาว 501 หน้า

ตอนนี้ลงมาครึ่งเล่มแล้วค่า

ใครอยากหวานแบบไม่สะดุด

จัดอีบุ๊กกันได้เล้ยยยยยย

หรือถ้าใครไม่สะดวกโหลดอีบุ๊ก

อย่างน้อยก็ขอกำลังใจ

ไปรีวิวหรือให้หัวใจโนแอลกันคนละไม้ละมือ

ที่ตรงนี้>>https://goo.gl/VrsXdA

sds

หัวใจร้อยดาว ความยาว 501 หน้า ราคา 315 บาท

mebmarket >>https://goo.gl/VrsXdA

ookbee >>https://goo.gl/fbwrar

Hytexts >>https://goo.gl/726gtc

นักอ่านท่านใดสนใจฉบับหนังสือ

สิริณยังพอมีเหลือเล่มอยู่จำนวนไม่มาก

สามารถสอบถามได้ที่m.me/SirinFC

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Walai Saelee
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 7 เดือน 5 วันที่แล้ว

รีวิว