(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร-บทที่ 17 แรงโน้มถ่วง 10 เท่า

โดย  จาตุรนต์ ตาแว่นฟ้า โพธิ์ศรี

(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร

บทที่ 17 แรงโน้มถ่วง 10 เท่า

บทที่ 17 แรงโน้มถ่วง 10 เท่า

ณ หุบเขาที่เงียบสงบ ในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยอาวุธที่แตกหัก ลั่วฮ่าว จ้าวชินและคนอื่น ๆกำล้อมรอบ มูหยู่เตี๋ยอยู่ เพื่อป้องกันการจู่โจมที่รุนแรงของผู้ที่มาจากโลกทมิฬ

ชายร่างผอมสูงในชุดสีเทาที่ไหล่ปักด้วยรูปจันทร์เสี้ยวสีเงิน เขาเป็นผู้ออกคำสั่งให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาทั้ง 8 ทุกคนยืนล้อมทั้ง 4 ทิศ พวกมันมีดวงตาที่เย็นชาและน่ากลัวภายใต้หน้ากากสีขาว

" แม่นางมู่ เจ้ามากับพวกเราสะและกลับไปหาจักพรรดิ์แห่งโลกทมิฬเดี๋ยวนี้ เจ้าคงไม่อยากให้พวกข้าลงไม้ลงมือหลอกจริงหรือไม่ . " ชายร่างผอมตัวสูงในชุดสีเทา ที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า กล่าวอย่างเย็นชา ขณะออกคำสั่งกับคนเหล่านั้น

น่ารังเกียจนักนัก ! ,มู่หยู่เตี๋ยส่ายหัวของเธอและพูดอย่างหนักแน่น " ข้ายอมตายดีกว่าจะยอมกลับไปกับพวกเจ้า "

" เช่นนั้นเจ้าตัดสินใจจะไม่ให้ความร่วมมือสินะ แม่นางมู่ งั้นข้าต้องขออภัยด้วยที่ต้องล่วงเกินเจ้า ! "มันหยุดชะงั้กชั่ววินาที และยิ้ม " ลั่วฮ่าว ! เจ้าก็รู้ว่าโลกทมิฬนั้นทรงพลังแค่ไหน ! ถ้าเจ้าไปกับเรา ข้าขอรับรองว่าเจ้าจะปลอดภัยและอาจจะมอบกองกำลังเล็กๆน้อยๆให้อีกด้วย "

" ฮ่า ฮ่า " ลั่วฮ่าว ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา . เสียงของเขาดังกังวาน . " ข้าชอบอยู่คนเดียวมากว่า ถ้าเจ้าต้องการจะฆ่าข้าละก็เข้ามาเลย ! เจ้าจะต้องสูญเสียพลังเป็นอย่างมากแน่นอนหากประมือกับข้า เจ้าเป็นนักฆ่าจันทร์เสี้ยวจากโลกทมิฬ ด้วยพลังในนภาที่ 2 ของระดับหายนะ นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ข้าลากเจ้าให้ตกตายไปด้วยได้ "

" เจ้าคิดว่าเจ้าแข็งแกร่งพอที่จะมอบความตายให้แก่ข้าได้เช่นนั้นรึ ? " นักฆ่าจันทร์เสี้ยว ส่ายหัว และพลันหายไปในอากาศ

เวลาต่อมา มันก็ปรากฏตัวยืนอยู่ที่ด้านหน้าของ ลั่วฮ่าว ด้วยระยะห่างเพียง 3 เมตร . มันยืดแขนซ้ายของมันออกไป นิ้วมือทั้งห้าของมันคมดุจกรงเล็บ ; ระหว่างนั้นก็ปรากฏแสงสีเขียวเหมือนกับภูตผีวิญญาน ซึ่งมันพุ่งไปที่ลั่วฮ่าว , และมันเริ่มที่จะบิดหมุนกันเป็นเกียวเหมือนริบบิ้น

" [ กรงเล็บมรกต ] ! " ลั่วฮ่าว สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาพูดอย่างใจเย็น " จ้าวชิน เจ้าทั้งสามคน จงปกป้องเตี๋ยเอ๋อสะ ! "

" ตูม ตูม ตูม ! "

หัวใจของ ลั่วฮ่าว เต้นเร็วขึ้นหลายครั้ง รอบๆตัวของเขาพลันหนักขึ้นสิบเท่า แรงโน้มถ่วงสิบเท่า !

จู่ๆ คนทั้ง 8 ที่อยู่รอบๆลั่วฮ่าว พลันรู้สึกถึงแรงกดดันอันมหาศาลเหมือนกับว่าพวกมันถูกกดทับด้วยภูเขาขนาดใหญ่ แรงกดดันนี่เกือบจะทำให้พวกมันคุกเข่าลงกับพื้น แม้แต่นักฆ่าจันทร์เสี้ยวก็ยังได้รับผลกระทบไปด้วย อย่างไรก็ตาม มันถอนหายใจ และพูดว่า " ลั่วฮ่าว , น่าประทับใจนัก ! [ วิจิตรแรงโน้มถ่วง ]ของเจ้า เป็นวิชาระดับสูงอย่างแท้จริง ! ! แรงโน้มถ่วงสิบเท่างั้นรึ ! ข้าไม่แปลกใจเลย ที่เจ้าจะหยิ่งพยองเช่นนั้น "

" ฮ่า ฮ่า ฮ่า หากข้าไม่สามารถทำได้ ข้าคงไม่บอกหรอกว่าข้าจะลากเจ้าให้ตกตายไปด้วย " ลั่วฮ่าว ตอบอย่างสงบ ด้วยรอยยิ้มที่มีบนใบหน้าของเขา ในขณะเดียวกัน ดาบใหญ่บนไหล่ของเขาส่องแสงสีฟ้าประกายออกมา , แรงกดดันก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

ลั่วฮ่าว หัวเราะเสียงดัง เขาควงดาบในมือของเขาและเดินตรงไปที่ข้างหน้าของมู่หยู่เตี๋ย เพื่อขัดขวาง นักฆ่าจันทร์เสี้ยวที่กำลังจะจู่โจมมา

หลังจากนักฆ่าจันทร์เสี้ยวแสดง [ กรงเล็บมรกต ] ออกมามันก็ปรากฏแสง สีเขียว มืดมนอบอวลในอากาศ แต่มันดูเหมือนว่าจะได้รับผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้น นั่นจึงทำให้นักฆ่าจันทร์เสี้ยวควบคุมพลังของมันได้ยากขึ้น มันโค้งนิ้วมือของเขา แล้วผลักไปด้านหน้า ล้อมไปรอบๆ ลั่วฮ่าว กับอีกสามคน .

" จ้าวชิน พาแม่นางมู่หนีไป ! " ลั่วฮ่าว ตะโกน และดาบใหญ่ในมือของเขาก็ส่องแสงสว่างสีฟ้าสดใส ดูคล้ายดาวตกเมื่อฟันออกไป มันสามารถขัดขวางศัตรูและกรีดกันพวกมันให้ออกไปได้

ฉื่อหยานซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้เก่าแก่ ห่างออกไป50เมตร เห็นบางส่วนจากการต่อสู้นี้ เขาจ้องมองไปที่การต่อสู้ที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าเอาจริงเอาจัง ด้วยดวงตาของเขาที่ส่องแสงในที่มืด

ทุกคนจากโลกทมิฬนั้นอยู่ในระดับก่อตั้ง . และนักฆ่าจันทร์เสี้ยวได้ไปถึงนภาที่ 2 ของระดับ หายนะ นั้นมันมากเกินไปสำหรับเขา ถ้าเขาลงมืออย่างพลีพลาม เขาจะต้องถูกฆ่าตายอย่างง่ายดายแน่ๆ ก่อนที่เขาจะได้เข้าไปใกล้ๆมู่หยู่เตี๋ย

ฉื่อหยาน นึกถึงสถานการณ์ต่าง ๆ และวิธีที่ดีที่สุดที่สามารถเป็นไปได้

ไม่กี่วินาทีต่อมา ดวงตาของเขาเปล่งประกาย . เขาหยิบกระเป๋าออกมาอย่างรอบคอบ และหยิบผงตัดกระดูกออกมาซึ่งห่ออยู่ในผ้าที่นุ่มนิ่ม เขาลดร่างกายของเขา จากนั้นเขาก็ค่อยๆปีนขึ้นไปบนกิ่งไม้

ผ่านกิ่งยาวบนต้นไม้ ฉื่อหยาน ก็ค่อยๆเคลื่อนที่อย่างรอบคอบไปทางกลุ่มคนที่ต่อสู้กันอยู่

ผงยาตัดกระดูก เป็นผงยาพิษ ที่คิดค้นโดย การู ,และถูกลั่นสกัดโดยมัน

ผงนี่จะทำให้เส้นเลือดและกระดูกส่วนหนึ่งของผู้ที่ถูกมันรู้สึกชา และลดพลังอำนาจของพวกเขาลง มันจะออกฤทธิ์เป็นเวลานานสุด 3 ชั่วโมง นี่เป็นเวลาที่ เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงผลของการต่อสู้ได้

" จ้าวชิน ! หนีไป ! " ลั่วฮ่าว คำรามออกมา ดาบของเขาเปล่งประกายด้วยแสงสีฟ้า เขาคนเดียวกำลังต่อสู้รับมือกับนักฆ่าจากโลกทมิฬ

" แม่นางมู่ " จ้าวชินเป็นกังวล เขาก้าวเดินไปและพูดว่า " รีบไปกันเถอะ ! "

มู่หยู่เตี๋ยดูเงียบสงบ แต่แววตาของนางกลับแสดงความดื้อรั้นออกมา และนางก็พูดเบาๆ " ข้าไม่ไป ถ้าเจ้าทั้งสามคนช่วยกันสู้ เราก็จะชนะได้แน่ แต่หากเราหลบหนีไปหละก็ ลุงลั่วจะต้องตกตายแน่นอน หากไม่มีลุงลั่วแล้ว เราก็ไม่สามารถรอดพ้นจากพวกโลกทมิฬอยู่ดี เราจะต้องถูกจับได้อย่างแน่นอน ! "

" ดี ! ! ! งั้นก็สู้จนกว่าตัวจะตาย ! " จ้าวชินเป็นคนฉลาด เมื่อได้ยินคำพูดของมู่หยู่เตี๋ย เขาได้ตัดสินใจทันที และตะโกน , " ตี่ย่าหลาน ! หู้หลง ! เราจะสู้กับพวกมัน ! "

พวกเขาล้อม มู่หยู่เตี๋ยไว้ และหยิบอาวุธที่แหลมคมออกมา และพุ่งจู่โจมไปที่นักฆ่าจากโลกทมิฬด้วยพลังทั้งหมดที่พวกเขามี .

" เจ้าทั้งสี่คน ไปรับมือกับเจ้าเด็กสามคนนั่น " นักฆ่าจันทร์เสี้ยวขมวดคิ้วและสั่งอย่างเย็นชา " อย่าได้ทำร้ายแม่นางมู่ ท่านจักพรรดิ์ได้สั่งไว้ว่า แม่นางมู่ต้องกลับไปแบบมีชีวิต และจะต้องไม่ได้รับบาดเจ็บ ! "

" ขอรับ ! " นักฆ่าคนนึงตอบ และไม่นานก็วิ่งตามสามคนก่อนหน้านี้ไป

หลังจากนั้น

ทันทีก็มีเสียงเล็กๆดังมาจากด้านบน นักฆ่าจันทร์เสี้ยวระมัดระวังตัวมากขึ้น ทันทีที่มันเงยหน้าขึ้น มันก็ตะโกนออกมาทันที " บัดซบ ! ! ! ! หนีเร็ว ! "

นี่ย่อมสายเกินไป !

ผงสีเทาลอบลงมาจากบนฟ้าเหมือนกับเม็ดฝนและแผ่กระจายไปทั่วพื้นที่ ทุๆกคน รวมทั้งผู้ที่มาจากโลกทมิฬถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่น และไม่มีใครสามารถรอดพ้นได้

นักฆ่าจันทร์เสี้ยวตระหนักได้ถึงสถานการณ์อย่างรวดเร็ว มันกลั้นหายใจ และหลบหนีออกมาทันที แต่ก็ยังคงมีผงจำนวนมากติดอยู่บนเสื้อของมัน ผงนี่มีฤทธิ์ที่ร้ายแรงเป็นอย่างมาก ผงตัดกระดูกทะลวงเข้าไปในร่างกายของมันผ่านเข้าไปที่ผิวหนังของมัน ในตอนนั้นมือและเท้าของมันก็ชาทันที มันคิดอย่างรวดเร็ว , และโคจรพลังปราณลึกลับของมันเพื่อป้องกัน

แต่พวกนักฆ่าคนอื่นๆไม่รอบคอบเช่นมัน พวกมันหลายคนสูดดมผงตัดกระดูกเข้าไปเต็ม ซึ่งได้ซึมซับเข้าไปในร่างกายของพวกมันแล้ว และทำให้หัวใจกับปอดของพวกมัน รู้สึกชา กระดูกของพวกมันกลายเป็นอ่อนระทวย และความแข็งแกร่งของพวกมันก็ลดลง

ใบหน้าของ ลั่วฮ่าว ดูคล้ำลงทันที เขาเองก็ได้รับผลของมันด้วยเช่นกัน ด้วยความเหนื่อยจากการต่อสู้ เขาโคจรพลังปราณลึกลับที่เหลืออยู่น้อยนิดของเขาอย่างรอบคอบ ให้มันลอยออกปกคลุมร่างกายของเขาเพื่อป้องกันผงยาพิษ เขาเงยหน้ามองไปที่ท้องฟ้าด้วยสายตาที่เย็นชา

ปรากฏเป็นร่างผอมแห้งโผล่มาจากกิ่งไท้เหนือหัวพวกเขา เขามีสีหน้าเฉยเมย คนคนนั้นค่อยๆลอยลงมาจากต้นไม้ และมายืนอยู่ข้างหน้ามู่หยู๋เตี๋ย นางรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก และเขาหยิบถุงยาออกมาทันที และพูดเบา ๆ " สูดดมกลิ่นหอมนี้สะ มันจะช่วยถอนพิษให้กับเจ้า ”

" นี่เจ้า ? " สีหน้าตกตะลึงปรากฏอยู่บนใบหน้ที่งดงามของมู่หยู่เตี๋ย นางไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็นฉื่อหยานที่ลอยลงมาจากเบื้องบน

นางมองไปที่ฉื่อหยานอย่างรอบคอบ และมู่หยู่เตี๋ยก็ต้องแปลกใจ เพราะฉื่อหยานได้บรรลุถึงระดับก่อตั้งแล้วโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน บนโลกมีวิธีเช่นนั้นด้วยรึ ? !

" เจ้าได้ช่วยชีวิตข้าไว้ถึงสองครั้ง ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่ได้ตั้งใจช่วย และไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น แต่สำหรับข้านั้น ข้าจดจำมันได้อย่างไม่ลืมเลือน " ฉื่อหยานยิ้ม และเห็นว่า มู่หยู่เตี๋ยคว้ากระเป๋ายาไปไปดม เขาก็พูด , " ฤทธิ์ของผงตัดกระดูกจะหมดลงเมื่อผ่านไป 3 ชั่วโมง ไม่นานไปมากกว่านี้ เจ้าสมควรรู้วิธีที่จะจัดการกับมันนะ แม่นาง . . . " ดวงตาสีเข้มของเขาจู่ๆก็พลันกลายเป็นเย็นชา

" ข้าจะรับมันไว้ " เมื่อมู่หยู่เตี๋ยได้ยินสิ่งที่ฉื่อหยานกล่าว นางก็สูดลมหายใจลึกนำกลิ่นหอมเข้าไปและจากนั้นนางก็ส่งกระเป๋าให้จ้าวชินที่อยู่ข้างๆ " เร็วเข้า ! "

นักฆ่าจัทร์ทมิฬยังโคจรพลังปราณลึกลับของเขาเพื่อป้องกันผลของยาตัดกระดูก เมื้อเห็นสถานการณ์เช่นนั้นมันก็ตะโกนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด " ไป หยิบยาในกระเป๋ามา ! ถ้าหากได้รับยาแก้พิษ พวกเจ้าก็จะรอด ! "

หลังจากพูดแบบนั้น เขาก็บังคับพลังปราณลึกลับของเขาให้พุ่งไปทางลั่วฮ่าว .

ทันที่ที่เหล่านักฆ่าได้รับคำสั่ง พวกมันเริ่มล้อมจ้าวชินอีกครั้ง ถึงแม้จะยังมีพิษในร่างกายของพวกมันก็ตาม

ก่อนที่จ้าวชินจะรับกระเป๋ายามาจากมู่หยู่เตี๋ย เขาถูกโจมตีรอบด้านอยู่หลายครั้ง

ใบหน้าเขาเริ่มซีด และเขาก็ปฏิเสธที่จะรับกระเป๋ายานั้นมา เขาเริ่มสนใจไปที่การโจมตีและเผลิญหน้ากับนักฆ่าเหล่านั้นแทน

ดังนั้น หู้หลง และ ตี่ย่าหลาน . ที่ภายใต้การโจมตีที่รุนแรงของนักฆ่า พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะสูดดมยาแก้พิษ จากกระเป๋ายาได้เช่นกัน

มู่หยู่เตี๋ยเป็นผู้ถือกระเป๋ายา แต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะส่งมันไปให้ผู้อื่น ดังนั้นนางจึงกังวลเป็นอย่างมาก

อย่างหมดหนทาง มู่หยู่เตี๋ยมองไปที่ฉื่อหยานด้วยดวงตาคู่งามของนางเพื่อขอความช่วยเหลือจากเขา

ทุกคนล้วนถูกยาพิษผงตัดกระดูก และ นางเองก็ไม่สามารถโคจรพลังปราณลึกลับของนางได้มากมายนัก แม้ว่าฉื่อหยานจะมีระดับพลังที่ต่ำ แต่ในเวลานี้เขานั้นสำคัญนัก

เมื่อเห็นมู่หยู่เตี๋ยอ้อนวอนดวยดวงตาของนาง ฉื่อหยานยิ้มและถามอย่างเป็นธรรมชาติ " แม่นาง ข้าขอทราบชื่อของเจ้าได้หรือไม่ ? "

" มู่หยู่เตี๋ย”

" เป็นชื่อที่ไพเราะนัก "

ฉื่อหยานพยักหน้า และตราตรึงชื่อนั้นในใจของเขา ภายใต้การมองของมู่หยู่เตี๋ย เขาพุ่งออกไปทันที !

ด้วยมีดที่อยู่ในมือของเขา ฉื่อหยานบุกเข้าไปยังกลุ่มนักฆ่าเหล่านั้นและกวัดแกว่งมีดของเขาด้วยใบหน้าเย็นชา กริชของเขาฟันผ่านอากาศอย่างเยือกเย็น

ในเวลาไม่นาน กลุ่มนักฆ่าที่ได้รับพิษมากที่สุดจากผงตัดกระดูก ร่างของพวกมันก็ปรากฏแผลลึกที่คอและพวกมันก็ล้มลงกับพื้นไปด้านหลัง

ฉื่อหยานเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในกลุ่มนักฆ่าเหล่านั้นและทิ้งบาดแผลลึกไว้ให้พวกมัน ร่างของเขากลายเป็นประกายแสงที่รวดเร็วและแหลมคม

" นี่ . . . . . . . " มู่หยู่เตี๋ยสางผมข้างหูเบาๆ ด้วยมือของนาง . พลันปรากฏความประหลาดใจแวบผ่านเข้ามาในดวงตาของนาง และสีหน้าของนางกลายเป็นประหลาดใจ " ข้าแค่ . . ข้าแค่อยากให้เขาส่งกระเป๋ายาไปให้ผู้อื่นเท่านั้นเอง . . . . . . . " (TL . ฉื่อหยานเล่นใหญ่มาก เขาจะให้ส่งยาให้คนอื่นเฉยๆ นี่ไปไล่ฆ่าเขาหมดเลย5555555)

––––––––––––––––––––––––

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว