(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร-บทที่ 186 การปรับแต่งที่ทรหด

โดย  จาตุรนต์ ตาแว่นฟ้า โพธิ์ศรี

(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร

บทที่ 186 การปรับแต่งที่ทรหด

บทที่ 186 การปรับแต่งที่ทรหด

ฉื่อหยาน ก็ค่อย ๆเข้าใกล้หยกผลึกไฟ ที่ลอยอยู่

ความร้อนจากพลังไฟที่ไหลออกมาจากผลึก ค่อยๆแทรกผ่านเข้ามาในน้ำแข็ง ฉื่อหยาน ร่างกายก็รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังถูกเผาอยู่กลางกองเพลิง

น้ำแข็งที่ถูกสร้างโดยเปลวเหมันเยือกแข็งไม่สามารถต้านทานความร้อนจากแกนเพลิงหมื่นปีได้และพลังไฟที่รุนแรงก็พุ่งทะลุเข้ามา

ฉื่อหยานหยิบไข่มุกรวมวิญญานออกมาอย่างระวัง

ห่างจากหยกผลึกไฟสิบเมตร เขาสงบจิตใจของเขาและตั้งสมาธิไปที่พลังวิญญานของเขา แล้วก็ส่งมันไปที่ไข่มุกรวมวิญญานและส่งมันออกไป

ไข่มุกรวมวิญญานทันทีก็ลอยลงไป

" ชิ ชิ ชิ ! "

ม่านพลังสีขาวที่ปกคลุมไข่มุกรวมวิญญานก็ถูกเผา และเพียงชั่วครู่ม่านพลังนั่นก็หายไป

ในเวลาเดียวกันพลังวิญญานมหาศาลจู่ๆก็ลอยออกมาจากไข่มุกรวมวิญญาน

ฉื่อหยานก็ตกใจ และจู่ๆภาพลวงตามากมายก็ออกมาจากร่างของเขา เขารีบตั้งสมาธิไปที่จิตใจของเขาและควบคุมลมหายใจ โดยไม่กล้าส่งพลังวิญญานออกไป

ไข่มุกรวมวิญญานที่สูญเสียม่านพลังไป วิญญานที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในก็ค่อยๆลอยออกมาข้างในไข่มุกเหมือนกับผ้าไหมสีดำนับพันที่พันกันยุ่งเหยิง มันสามารถทำให้คนที่มองปวดหัวได้

" เต้ง ! "

ไข่มุกรวมวิญญานก็ถูกวางลงไปที่หยกผลึกไฟ

ฟึบ !

หมอกสีดำที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาก็ลอยออกมาจากไข่มุกรวมวิญญานและกระจายออกไปในลาวา ก่อนที่มันจะค่อยๆหายไป

พลังวิญญานมหาศาลที่แผ่กระจายออกมาจากไข่มุกรวมวิญญานก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ไข่มุกรวมวิญญานหล่นไปบนหยกผลึกไฟ และดูเหมือนว่ามันจะเกาะติดอยู่กับผลึก เปลวไฟก็ลุกโชนออกมาจากผลึก , และมันก็เข้าไปพัวพันกับไข่มุกรวมวิญญานเพื่อเผามัน

แกนเพลิงที่อยู่ในหยกผลึกไฟแสดงอาการผิดปกติออกมา , รูปร่างของมันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับปล่อยความร้อนที่น่าหวาดหวั่นออกมา

แกนเพลิง ดูเหมือนจะรู้ว่ามีอะไรบางอย่างอยู่บนหยกผลึกไฟ โดยธรรมชาติมันเป็นจิตสำนึกที่อารมร์ร้อนอยู่แล้วดังนั้นทันทีมันก็ปล่อยพลังไฟออกมา และพยายามจะเผาไข่มุกรวมวิญญานให้เป็นเถ้าถ่าน

ภายใต้การเผาไหม้ของแกนเพลิง สิ่งชั่วร้ายสีดำที่อยู่ในไข่มุกรวมวิญญานก็ถูกเผาไหม้อย่างรวดเร็วและกลายเป็นควันสีดำลอยออกมา และเมื่อควันลอยออกมา ทันทีมันก็ถูกห้อมล้อมด้วยลาวาและจางหายไปอย่างรวดเร็ว

ด้วยความร้อนที่พุ่งออกมา ทำให้ฉื่อหยานรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย และร่างกายของเขาก็มีเหงื่อไหลออกมา

เขาใช้พลังปราณลึกลับของเขาเพื่อลอยอยู่เหนือหยกผลึกไฟ หลังจากฉื่อหยานหยุดไปพักหนึ่ง เขาก็พบว่าไข่มุกรวมวิญญานทั้งลูกก็ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวไฟแล้ว และหลังจากปรึกษากับเปลวเหมันเยือกแข็ง เขาก็รู้ว่าไม่เป็นอะไร ดังนั้นเขาจึงสงบลง

ฉื่อหยานก็มองไปที่หยกผลึกไฟเงียบๆ และอยู่ห่างจากมันสามสิบเมตร

ไม่ไกลจากที่นั่น ไข่มุกรวมวิญญานถูกปกคลุมด้วยแกนเพลิงหมื่นปีและสิ่งสกปรกของมันก็ถูกลั่นและละลายหายไปในลาวา

ฉื่อหยานรู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย หลังจากมองไปที่ไข่มุกรวมวิญญานที่แสงสีดำกำลังค่อยๆจางหายไปและกลายเป็นโปร่งใส ในหัวใจของเขาก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างมากจนพูดไม่ออก

" ไข่มุกรวมวิญญานจะไม่เปลี่ยนแปลงอีกต่อไป เปลวไฟจากแกนเพลิงหมื่นปีก็เพียงพอที่จะปรับแต่งมันและทำให้พลังวิญญานของมันบริสุทธิ์แล้ว ตอนนี้เจ้าวางใจเรื่องของไข่มุกรวมวิญญานได้เลย ถึงเวลาของเจ้าแล้วระวังด้วย "

เปลวเหมันเยือกแข็งก็พูดขึ้น

ฉื่อหยาน ก็ตะลึงเล็กน้อย ด้วยความสงสัยเขาก็ถามออกไป " มีอะไรที่ข้าต้องระวังด้วยรึ ? "

"เจ้าคิดว่าไงหละ ? "

ในช่วงเวลาต่อมา

พลังงานไฟที่เข้มข้นก็พุ่งเข้ามาหาฉื่อหยานอย่างรวดเร็ว ฉื่อหยานที่อยู่ในน้ำแข็ง จู่ๆร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยสีแดง

พลังไฟทะลุผ่านน้ำแข็งและลอยเข้ามาโดยตรง

ฉื่อหยาน , ผู้ที่ร่างอยู่ในน้ำแข็ง ก็พบว่าเขากำลังถูกล้อมรอบไปด้วยพลังไฟและเหมือนกับว่าร่างกายของเขากำลังถูกหลอมโดยไฟนั่น

เขารู้สึกเจ็บแสบไปทั่วทุกเซลล์ในร่างกาย

ความเจ็บปวดที่ไม่สามารถทนได้ก็กระจายไปทั่วร่างกายของเขาเหมือนกับกระแสน้ำ และฉื่อหยานที่กำลังถูกหลอมด้วยเปลวไฟก็ ร้องคำรามออกมา

" นี่เป็นเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น "

เปลวเหมันเยือกแข็งพูดขึ้นมาอย่างเย็นชา " ข้าบอกเจ้าแล้วว่า ข้าจะช่วยให้เจ้าหลอมรวมเข้ากับแกนเพลิงหมื่นปีได้โดยการปรับแต่งร่างกายของเจ้า และตอนนี้มันก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว "

" นี่มันกระทันหันเกินไป ! "

ฉื่อหยานร้องคำรามออกมา ร่างกายของเขาที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งก็เต็มไปด้วยเหงื่อ และเหงื่อของเขาที่ไหลออกมาก็ถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็วและมันก็ปกคลุมผิวของเขาด้วยอำนาจของเปลวเหมันเยือกแข็ง

อย่างไรก็ตาม น้ำแข็งนี่ดูเหมือนจะไม่สามารถป้องกันพลังไฟที่เข้ามาหาฉื่อหยานได้เลย เขาไม่รู้สึกเย็นเลยสักนิด และร่างกายของเขาก็ยังมีเหงื่อไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง

" มันเริ่มขึ้นแล้ว ! "

เปลวเหมันเยือกแข็งก็มองด้วยความพึงพอใจ และกล่าวว่า " เจ้าไม่ได้บอกข้าหลอกรึ ว่าขีดจำกัดของความอดทนที่เจ้ามีนั้นมากกว่าคนธรรมดา ? หึหึ ตั้งแต่แรก ข้าก็ไม่คิดว่าเจ้าธรรมดาอยู่แล้ว และข้าก็ไม่อยากให้เจ้าปรับตัวเข้ากับมันได้ทีละนิด แต่ต้องการให้เจ้าปรับเข้ากับมันได้ทันที ! "

ฉื่อหยาน ก็แอบเสียใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ และเขาก็คำรามออกมา : " ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้เจ้าก็บอกวิธีการปรับแต่งร่างกายได้แล้วไม่ใช่รึ ? "

" วิธีการปรับแต่งนี้เป็นของนักรบนภาที่สามของระดับพระเจ้า ซึ่งมันถูกเรียกว่า " หลอมทรหด " มันจะผลักดันให้เจ้าต้องทนฝืนข้ามผ่านขีดจำกัดของเจ้า ! เจ้าต้องจำไว้ว่า จงมีสติไว้ และห้ามหมดสติเด็ดขาด ! หากเจ้าหมดสติหละก็ เจ้าก็จะไม่มีวันฟื้นขึ้นมาอีก ! "

" เจ้าต้องคงสติของเจ้าไว้แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม! "

" ใจเย็นๆ ข้าจะช่วยในส่วนของข้าเอง แต่หากเจ้าสิ้นหวังและหมดสติไประหว่างขั้นตอน ข้าก็ไม่สามารถช่วยเจ้าได้ "

" เอาล่ะ บอกข้ามาได้แล้วว่า หลอมทรหด นั้นต้องทำเช่นไร ! ! "

" เจ้าต้องฟังให้ดี วิธีการปรับแต่งนี้เป็นเหมือนกับการหลอมอาวุธพระเจ้า โดยใช้เปลวไฟเพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย จากนั้นก็ส่งพลังไฟเข้าไปในเส้นชีพจรของเจ้า ข้าจะบอกเจ้าเองเมื่อถึงเวลานั้น จากนั้นเจ้าก็ต้องกระจายพลังไฟในไปทั่วร่างกายของเจ้าผ่านเส้นชีพจร และหลอมรวมพลังไฟเข้ากับจิตใจของเจ้าและส่งมันไปเผาไหม้ กระดูก เส่นชีพจร กล้ามเนื้อ อวัยวะภายใน และเซล์ทุกๆเซล์ของเจ้าซ้ำไปซ้ำมา "

ฉื่อหยานก็สั่นสะท้าน

" ร่างกายของเจ้านั้นแตกต่างจากคนอื่น มันไม่มีสิ่งสกปรกอยู่ภายในร่าง ข้าไม่รู้ว่าเจ้าทำได้อย่างไร แต่ตอนนี้ เจ้าจะต้องทำตามคำแนะนำของข้าและส่งพลังไฟเข้าสู่ร่างกายของเจ้าผ่านเส้นชีพจรสะ เจ้าต้องทำทีละขั้นตอน จำไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เจ้าจะต้องคงสติไว้และห้ามหมดสติเด็ดขาด ! "

" ร่างกายของข้าแตกต่างจากคนอื่น ? "

" ใช่ เมื่อเจ้ากำลังฝึกบ่มเพาะอยู่บนเกาะเหมินลั่ว ร่างกายของเจ้าก็ดูดซับพลังความเย็นที่แพร่ออกมาอย่างแปลกประหลาด ตอนนั้นทันทีข้าก็พบว่าร่างกายของเจ้านั้นปราศจากสิ่งสกปรกเหมือนกับว่าร่างของเจ้าได้ถูกปรับแต่งมาแล้ว ดังนั้นข้าจึงคิดจะฉวยโอกาศนี้ โดยการปล่อยพลังของข้าให้หลอมร่วมกับร่างของเจ้าเพื่อให้ร่างกายของเจ้าปรับตัวเข้ากับพลังของข้าได้ หลังจากที่ข้ายึดร่างของเจ้า "

ฉื่อหยาน ก็อึ้งไปสักพัก และทันทีก็นึกถึงบางอย่าง

บ่อโลหิต !

ตอนที่เขามาถึงโลกนี้เป็นครั้งแรก เขาพบว่าเขาอยู่ในถ้ำ

บ่อโบหิตภายในถ้ำนั้นมีพลังชั่วร้ายอยู่มากมาย เขากระโดดลงไปในบ่อโลหิตนั่นโดยไม่ลังเล และร่างกายของเขาก็ได้ดูดซับเลือดที่อยู่ในบ่อโลหิตทั้งหมดเข้ามา หลังจากที่เขารู้สึกตัว ร่างกายของเขาก็กลายเป็นรังไหมเลือด

หลังจากนั้น เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าได้เกิดใหม่อีกครั้ง และในตัวของเขาก็เริ่มมีพลังปราณลึกลับโคจร

เลือดจากในบ่อโลหิตไม่เพียงแต่ ทำให้เขามีจิตวิญญานต่อสู้ลึกลับ แต่มันยังปรับแต่งร่างกายของเขาและชำระสิ่งสกปรกที่อยู่ในร่างกายเขาทั้งหมด ทำให้การโคจรพลังปราณลึกลับของเขาราบลื่นขึ้น

ทุกอย่างที่เขาได้มาจนถึงวันนี้ล้วนเป็นเพราะจิตวิญญานลึกลับนั่น และ จิตวิญญานลึกลับ นั่นก็มาจากบ่อโลหิต

" เจ้าสับสนอะไรอยู่รึ ? หืม ดูเหมือนว่าพลังไฟในร่างของเจ้าจะเพิ่มขึ้น "

เปลวเหมันเยือกแข็งพูดขึ้น และทันทีมันก็ปล่อยพลังไฟให้ไหลเข้ามามากขึ้น แล้วจู่ๆ พลังไฟที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากก็พุ่งเข้าไปในร่างของฉื่อหยาน !

ตัวฉื่อหยานทันทีก็กลายเป็นสีแดงเข้ม เหมือนกับหัวของอีแร้งที่ถูกย่าง

ความร้อนประทุขึ้นภายในร่างกายของเขา

ทันทีเขก็าคำรามออกมาด้วยเสียงที่แหบแห้ง และดูน่ากลัว

ความเจ็บปวดนี้มันรึนแรงกว่าตอนที่เขาฝึกบ่มเพาะบ้าคลั่งในนภาที่สองและการหลอมรวมพลังงานเชิงลบเข้ากับเลือดของเขาเสียอีก

ความเจ็บปวดนี้เป็นความเจ็บปวดที่คนทั่วไปไม่สามารถทนได้ หากเป็นคนอื่นก็คงหมดสติไปแล้ว

แต่นี่คือฉื่อหยาน เขาร้องคำรามออกมาพร้อมกับตาของเขาที่กลายเป็นสีแดง แววตาของเขายังคงชัดเจน

" เจ้าไม่ได้โกหกข้าจริงๆ ด้วยความร้อนเช่นนี้คนส่วนใหญ่ จะหมดสติหรือกลายเป็นบ้าคลั่งไปแล้ว และบางคนอาจจะกลายเป็นพิการทันทีและไม่สามารถก้าวหน้าได้อีก แต่เจ้านั้นเป็นเหมือนกับปีศาจ ด้วยระดับการบ่มเพาะปัจจุบันของเจ้า เจ้ายังสามารถทนต่อพลังนี้ได้ ดูเหมือนเจ้จะเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดในการฝึก " หลอมทรหด " จริงๆ

ฉื่อหยาน เอาแต่คำรามออกมาและไม่ได้ตอบอะไร

" วิชาในการปรับแต่งนั้นข้ามีมากกว่าหนึ่งวิชา แต่วิชานี้เป็นวิชาที่อันตรายและยากลำบากที่สุด ตอนแรกข้าแค่อยากจะทดสอบว่าเจ้าจะทนมันได้หรือ ถ้าเจ้าทนมันไม่ได้ ข้าจะสอนอีกวิชาให้เจ้า แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องใช้มันแล้ว ยินดีด้วย หากเจ้าสามารถอดทนต่อการปรับแต่งที่ยากลำบากนี้ได้ เจ้าก็จะเห็นผลของมันได้อย่างชัดเจนและการปรับแต่งนี้ยังเป็นวิชาที่เห็นผลได้เร็วที่สุดอีกด้วย ข้าแน่ใจเลยว่า พื้นฐานของเจ้าจะต้องแข็งแกร่งอย่างแน่นอน "

ฉื่อหยานรู้ได้ยินคำพูดจากเปลวเหมันเยือกแข็ง แต่เขาไม่สามารถตอบกลับไปได้

เพราะเปลวเหมันเยือกแข็งได้ลดทอนพลังป้องกันลงอีกครั้ง และปล่อยให้พลังไฟไหลเพิ่มเข้าไป

ฉื่อหยานคำรามออกมาเหมือนกับสัตว์ป่าที่บ้าคลั่ง เสียงคำรามของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ไม่มีสิ้นสุด แม้แต่ จมูก ตา และ ปากของเขาก็ยังมีไฟลุกออกมาเหมือนกับอสรพิษเพลิง

ฉื่อหยาน ดูเหมือนกับว่าเขากำลังถูกแผดเผาจากภายใน ร่างของเขากลายเป็นสีแดงและสามารถมองเห็นเป็นเปลวไฟเล็กๆลุกโชนไปมาได้จากร่างของเขา

" พอแล้ว ตอนนี้ ฟังให้ดี ข้าจะบอกขั้นตอนต่อไป "

เปลวเหมันเยือกแข็งก็อธิบายรายละเอียดต่างๆของ หลอมทรหด ให้แก่ฉื่อหยานฟัง มันเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายใจจิตใจของฉื่อหยานอย่างเงียบๆ

ไฟที่อยู่ในร่างกายของฉื่อหยานก็กระจัดกระจายไปทั่ว เขาดูดุร้ายเป็นอย่างมาก แต่วิญญานของเขายังคงปกติดีอยู่

เปลวเหมันเยือกแข็งก็แอบหวาดหวั่น

ถึงแม้มันจะไม่เคยฝึก หลอมทรหด แต่มันก็รู้จักความน่ากลัวของวิธีการปรับแต่งนี้ดีจากความจำของคนๆนั้น

เพราะ หลอมทรหด เดิมทีแล้วไม่ใช่วิชาปรับแต่งของนักรบที่เป็นมนุษย์

คนที่คิด หลอมทรหด นี้ขึ้นมาคือ ช่างตีเหล็กปีศาจ การปรับแต่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการหลอมอาวุธพระเจ้าโดยการใช้ไฟ

หลังจากที่ หลอมทรหด ถูกคิดค้นขึ้น มันก็ถูกนำมาใช้ปรับแต่งร่างกายโดยช่างตีเหล็กเท่านั้น พวกเขาจะใช้จิตวิญญานไฟที่อยู่ในร่างของพวกเขาในการฝึกฝน หลอมทรหด !

โดยไม่ได้ใช้เปลวไฟปฐพี !

เปลวไฟปฐพีนั้นรุนแรงกว่าเปลวไฟมนุษย์เป็นอย่างมาก

แม้ว่าเปลวเหมันเยือกแข็งจะช่วยลดพลังไฟของเปลวไฟปฐพีแล้ว แต่มันก็ยังเป็นเปลวไฟปฐพี

ด้วยพลังธาตุที่รุนแรง แม้จะเปลวเหมันเยือกแข็งก็ยังยากที่จะควบคุมมัน เมื่อพูดถึง หลอมทรหด มันนั้นไม่ต้องการให้ฉื่อหยานฝึกฝนวิธีนี้เท่าไหร่นัก จริงๆแล้วมันต้องการจะบอกวิธีการปรับแต่งวิธีอื่นแก่ฉื่อหยานมากกว่า

แต่ ฉื่อหยานกลับสามารถทนมันได้ !

นั่นจึงช่วยไม่ได้ที่มันจะประหลาดใจ

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว