(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร-บทที่ 18 ถูกไล่ล่า

โดย  จาตุรนต์ ตาแว่นฟ้า โพธิ์ศรี

(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร

บทที่ 18 ถูกไล่ล่า

บทที่ 18 ถูกไล่ล่า

นักฆ่าเกือบทั้งหมดล้มลงบนพื้น และพลังปราณลึกลับของพวกมันก็ถูกดูดออกไป

ฉื่อหยานยังคงเคลื่อนไหววนไปรอบๆ และเขาก็พยายามดูดพลังปราณลึกลับให้เข้ามาในเส้นชีพจรของเขามากขึ้น

มีดของเขาส่องแสงออกมา และร่างกายของฉื่อหยานก็ปกคลุมไปด้วยแสงสีดำ เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่ในกลุ่มนักฆ่า หลบหลีกทุกการโจมตี และทิ้งบาดแผลลึกไปที่ร่างของพวกมัน

นักฆ่าทั้ง 3 ที่ถูกยาพิษผงตัดกระดูก มือและเท้าของพวกมันกำลังสูญเสียความแข็งแรงไป อย่างช้าๆ และการเคลื่อนไหวของพวกมันก็ช้ามากขึ้นเรื่อยๆ

ฉื่อหยานเคลื่อนไหวไปที่พวกมันสลับกันเป็นรูปสามเหลี่ยม , ทำให้พวกมันสับสนพวกเดียวกันเอง .

ฉื่อหยานดูไม่แยแสเขาเคลื่อนไหวไปมาเหมือนผี มีดของเขาปลดปล่อยคลื่นพลังเย็นยะเยี่ยบระเบิดออกมา

" อ๊าาาา ! "

หนึ่งในนักฆ่าที่ถูกฟัน มันไม่สามารถทำอะไรได้ มันตะโกนออกมาทันที " ฆ่าเจ้านี้ก่อน ! "

นักฆ่าอีกสองคนพยักหน้าอย่างเกลียดชัง และทิ้งจ้าวชิน ตี่ย่าหลาน และ หู้หลง ไว้ นักฆ่าทั้งสามพยายามที่จะไม่โคจรพลังปราณลึกลับของพวกมัน พวกมันทำอะไรบางอย่างและdHปรากฏแสงสีรุ้งสามเส้น พุ่งออกมาจากมือพวกมัน

แสงสีรุ้งพุ่งไปที่ฉี่เหยียนเหมือนลูกศรที่เงียบเฉียบ นั่นทำให้รู้ได้ทันทีว่าพวกมันมาจากที่แห่งใด

" ระวัง ! ! ! นั่นคือ [หอกราชันย์ทมิฬ ] จากโลกทมิฬ " มู่หยู่เตี๋ยร้องออกมา " เจ้าอย่าได้คิดว่ามันมีตัวตนหรือมันกำลังไล่ตามเจ้า จงอย่าเพ่งความสนใจไปที่พวกมัน "

ฉื่อหยานเคลื่อนไหวอย่างเฉียบคมออกมาจากการพัวพันทันที ปล่อยวางความคิดของเขา และหยุดต่อสู้ และทำจิตใจให้ว่างเปล่า

ในทันที [ หอกราชันย์ทมิฬ ] ทั้งสามต่างก็สูญเสียทิศทางของพวกมันและพุ่งออกไปที่ทุ่งหญ้าที่อยู่ห่างออกไป ทุ่งหญ้าบริเวณนั้นกลายเป็นบิดเกลียวและระเบิดออกมา

" บัดซบเอ้ย ! " นักฆ่าคนหนึ่ง พูดกนด่าออกมา และเตรียมที่จะใช้เคล็ดลับอื่นๆ

ในตอนนั้นเอง จ้าวชินก็ได้สูดดมยาที่อยู่ในกระเป๋า และค่อย ๆหายจากพิษผงตัดกระดูก, ในตอนนี้เขาพร้อมที่จะรับมือกับนักฆ่าแล้ว และเขาก็พุ่งจู่โจมไปที่มันทันที

จ้าวชินเหวี่ยงแขนของเขาออกไป แขนของเขาเริ่มที่จะยืดและตวัดกลับไปมาเหมือนงู จ้าวชินเข้าไปพัวพันกับนักฆ่า และผูกมัดมันจากทุกทิศ

" หู้หลง ! "มู๋ยู่เตี๋ยตะโกนออกมาและโยนกระเป๋าไปที่หู้หลง และเขาก็สูดดมยาที่อยู่ในกระเป๋าและรีบวิ่งออกไปทันที

เป็นจ้าวชิน และหู้หลง เป็นทั้งสองที่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ ในตอนนี้ฉื่อหยานหยานรู้สึกกดดันน้อยลงอย่างมาก หลังจากทั้งสองสูดดมยาแก้พิษพวกเขาก็กลับมาแข็งแกร่งเช่นเดิม แต่นักฆ่าทั้ง 3 ยังคงอ่อนแรงจากยาพิษผงตัดกระดูกอยู่ ในไม่ช้า พวกมันก็ถูกสังหารโดยจ้าวฉิน และหู้หลง

" ตี่ย่าหลาน ออกมาจากพื้นที่การต่อสู้สะ ! เอาถุงยานี่ไปให้ลุงลั่วเดี๋ยวนี้ "มู่หยู่เตี๋ยเรียก ตี่ย่าหลานออกมา ส่วน นางเองก็เตรียมที่จะเข้าร่วมการต่อสู้แล้วในตอนนี้

ตี่ย่าหลาน เข้าใจสิ่งที่มู่หยู่เตี๋ยหมายถึง เธอวิ่งออกไปที่ ลั่วฮ่าว อย่างรวดเร็ว .

ฉื่อหยานหยุดการต่อสู้ลง และ เดินเข้าไปที่มู่หยู่เตี๋ยและยืนอยู่ข้างๆเธอ เขาดูไม่สนใจสิ่งใด แล้วดวงตาของเขาก็จ้องไปที่ ตี่ย่าหลาน .

นางมี ผมยาว , ผิวสีทองแดง ; ตี่ย่าหลาน สวมเกราะสีแดงเข้มซึ่งคลุมหน้าอกใหญ่ๆของเธอเอาไว้เป็นพื้นที่สามเหลี่ยม สะโพกของเธอดูอ้อนช้อย หน้าท้องแบนราบและขาของเธอก็ยาวเงางามส่วนต่างๆถูกเปิดเผยให้เห็น

ถึงแม้หน้าตาของตี่ย่าหลานจะไม่งดงามเท่ามู่หยู่เตี๋ย แต่รูปร่างของเธอนั้นช่างเร่าร้อนจริงๆ และการแต่งตัวของเธอยังเพียงพอที่จะทำให้ชายหนุ่มทุกคนบ้าคลั่งได้

ทั้งๆที่เขากำลังยืนอยู่ข้างๆมู่หยู่เตี๋ย แต่ฉื่อหยานนั้นไม่ได้มองไปที่เธอเลย ในทางตรงกันข้าม เขาไม่สามารถย้ายตาของเขาให้ห่างจากตี่ย่าหลานได้ เขาไม่แม้แต่จะซ่อนสัญชาตญาณความเป็นชายของเขาไว้ได้

" นางดูงดงามมากมั้ย ? "มู่หยู่เตี๋ยขมวดคิ้ว และสุดลมหายใจเข้า . เห็นได้ชัดว่านางดูไม่มีความสุข

ฉื่อหยานเขารู้สึกได้ จึงยิ้มออกไปให้เธอ " ชายหนุ่มทุกคนจะถูกดึงดูดโดยหญิงสาวที่เร่าร้อนเช่นนี้ .

มู่หยู่เตี๋ยมีแสงประกายในดวงตาของนางขณะที่เธอจ้องหน้าเขาสักพัก แล้วนางก็หัวเราะคิกคัก . " เจ้านี่น่าขันจริงๆ เจ้าอายุเท่าไหร่เชียว ? เจ้าโตพอจะเป็นชายหนุ่มแล้วงั้นรึ ? "

ฉื่อหยาน ก็แปลกใจที่เห็นนางเตือนเขาเช่นนั้น ร่างกายของเขาตอนนี้มีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น และเนื่องจากเขาดูผอมแห้งเป็นอยากมาก ทำให้เขาดูเหมือนเด็กอายุ 14

การที่อยู่ในร่างกายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและเรียกตัวเองว่าเป็นชายหนุ่มเช่นนี้ อีกทั้งยังพูดเรื่องลามกกับเพศตรงข้าม นั่นเป็นเรื่องประหลาดอย่างมาก

ฉื่อหยานหยานส่ายหัวเบาๆและไม่ได้อธิบายอะไร เขาแกล้งทำเป็นเดินหนีมู่หยู่เตี๋ยไปอย่างเป็นธรรมชาติ และเดินไปทางจ้าวชิน และหู้หลง

ด้วยเสียงร้องโหยหวนของนักฆ่า เลือดของมันไหลออกมาจากปาก และหัวใจของมันก็ถูกฉีกกระชากโดย [ อสรพิษนภา ] ของจ้าวชิน มักชักกระตุกเช่นนั้นอยู่สักพัก แล้วมันจึงตกตายไป

ฉื่อหยานค่อยๆดูดซึมพลังปราณลึกลับจากศพนักฆ่าคนนั้น เข้าไปในร่างกาย นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เขาจะทำในตอนนี้ แววตาของฉื่อหยานหยานเริ่มปรากฏความกระหายเลือดและความปรารถนาทางเพศออกมา เขาพยายามควบคุมพวกมันอยู่ในจิตใจ

เขารู้ดีว่าก่อนที่พลังเหล่านี้จะถูกกลั่นและหลอมรวมกับพลังปราณลึกลับของเขา ความปรารถนาพวกนี้จะไม่หายไป

แต่ด้วยการที่ฉื่อหยานหยานได้พบเจอเหตุการณ์เช่นเดียวกันมาแล้ว ในตอนที่ดูดซับพลังจากการู ในตอนนี้เขาจึงสามารถที่จะควบคุมมันไว้ได้

หลังจากที่เขาควบคุมมันอย่างระมัดระวัง สักพัก เขาก็พบว่าตั้งแต่ที่เขาได้บรรลุถึงระดับก่อตั้ง , เขาก็สามารถหยุดยั้งความปรารถนาพวกนี้ได้ และเขายังสามารถรักษาเหตุผลและตัวตนของเขาไว้ได้ หลังจากที่เขาดูดซึมพลังปราณลึกลับจากคนสองคนที่มีพลังในระดับเดียวกันแล้วอีกด้วย

ฉื่อหยาน เดาว่านั่นคงเป็นเพราะระดับของเขาได้เพิ่มขึ้น เขาไม่ได้นักรบในระดับเริ่มต้น ที่ดูดซับพลังในระดับก่อตั้งอีกแล้ว , เขาดูดซับพลังที่ต่างชั้นกันมากเกินไปจาก การู ดังนั้นเขาจึงเกิดอาการบ้าคลั่งขึ้น

" ตามมันไป ! "

ขณะที่ฉื่อหยานขบคิด จ้าวชินตะโกนและวิ่งออไปพร้อมกับหู้หลงทิศทางเดียวกับที่พวกนักฆ่าหลบหนีไป .

" อย่าได้ไล่ตามพวกมันไป ! ตอนนี้ปล่อยมันไปก่อน ! " เมื่อเห็นว่าผู้นำนักฆ่าจันทร์เสี้ยวก็หนีเช่นกัน ,ลั่วฮ่าวจึง ตะโกนใส่จ้าวชิน และหู้หลง

" เหตุใดกันลุงลั่ว ? ! ! ! " จ้าวชินก็ไม่สามารถเข้าใจอะไรได้จึงถามออกไป

ลั่วฮ่าว หายใจเอากลิ่นหอมจากกระเป๋ายาและพูดออกมา " มีคนกำลังมาทางนี้ จะต้องเป็นคนที่มาจากโลกทมิฬแน่ มันจะสายเกินไปหากเราจะหลบหนีจากศัตรูสองกลุ่ม จำไว้ ! สิ่งที่สำคัญไม่ใช่การฆ่านักฆ่าเหล่านั้น แต่เป็นการปกป้องเตี๋ยเอ่อ ! "

ได้ยินว่ากองกำลังอื่นกำลังมาจ้าวชินก็ประหลาดใจ จึงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ลั่วฮ่าวไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่ม ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่ได้รับการฟื้นฟูทั้งหมด เขาก็มันเดินมาจับที่แขนของมู่หยู่เตี๋ยและบอกกล่าวกับฉื่อหยาน " เด็กน้อย ขอบใจเจ้ามาก อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้า อย่ได้ามายุ่งเกี่ยวเลย ลาก่อน . "

" ข้าเป็นเจ้าของชีวิตของแม่นางมู่ ”

ฉื่อหยานพูดออกไปเหมือนกับไม่รู้ความโหดร้ายของโลกทมิฬ เขาดูไม่ใส่ใจสิ่งใด และกล่าวว่า " จะต้องตอบแทนบางอย่างแม้สิ่งนั้นจะเป็นเพียงน้ำหนึ่งหยดที่ตกลงไปในทะเลสาบก็ตาม และก็แม่นางมู่ได้ช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าแยกแยะได้ระหว่างมิตรหรือศัตรู ถ้าใครทำดีกับข้ามากเท่าไร ข้าจะตอบแทนกลับเป็นสิบเท่าโดยปราศจากความเกลียดชัง ถ้ามีใครช่วยชีวิตข้าหนึ่งครี่ง ข้าก็จะช่วยชีวิตคนนั้นคืนสิบชีวิต ด้วยความกตัญญูกตเวที ข้าอยากจะร่วมเดินทางไปกับพวกท่านมานานแล้ว หวังว่าข้าจะสามารถช่วยพวกท่านได้นะ ? .

" เจ้าแน่ใจรึเจ้าหนุ่ม ? " หู้หลงยกย่อง

ตี่ย่าหลาน ปรากฏประกายแสงในดวงตาของนาง และหัวเราะคิกคักออกมา " เจ้าเด็กน้อย เจ้าไม่เพียงจะลามก แต่เจ้ายังมีความยุติธรรม และกล้าหาญ ข้าเห็นว่าเจ้าได้แอบจ้องมาที่ข้ามาเป็นเวลานานพอสมควร เอางี้เป็นอย่างไร ข้าจะสอนบทเรียนที่้เข้มงวดให้กับเจ้าเอง หากเจ้าไม่ว่าอะไรหละนะ ! "

" เจ้า . . . . . . . " มู่หยู่เตี๋ยตะลึง นางไม่ได้คาดหวังว่าฉื่อหยานจะเป็นคนมีคุณธรรมในใจ นางเดินบิดตัวเล็กน้อย

" อืม ถ้าเจ้ายืนยันเช่นนั้น ข้าก็จะไม่ห้ามเจ้า " ลั่วฮ่าว ตอบแล้วพยักหน้า เขาจับมู่หยู่เตี๋ยไว้และเริ่มออกวิ่ง

และอีกสามคนก็ตามไปอย่างรวดเร็ว ฉื่อหยานสูดลมหายใจเข้า และตามไปทันที

. . . . .

ด้วยกองกำลังนักรบของตระกูลโม่ โม่ช่าวเก้อ ที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วผ่านป่าทมิฬ จู่ๆ เขาก็หยุดลงกลางคัน และจ้องไปที่นักฆ่าจากโลกทมิฬ ที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่คาดคิด อย่างไม่วางตา

นักฆ่าจันทร์เสี้ยวดูสับสนเช่นกัน เขาสังเกตไปที่โม่ช่าวเก้อ และนักรบของมันด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง พวกมันไม่รู้ว่ากลุ่มตระกูลโม่มาจากที่ใด พวกนักฆ่าจึงเป็นกังวลเล็กน้อย บางทีพวกเขาอาจจะมาเพื่อช่วยเหลือ ลั่วฮ่าวก็เป็นได้ .

" ลุงสอง . . . . . . . " โม่หยานหยู่พึมพำ สัญชาตญาณของเธอบอกกับเธอว่าคนเหล่านี้ไม่ได้มาด้วยเจตนาที่ดี เธอจึงอยากจะเตือนโม่ช่าวเก้อ .

โม่ช่าวเก้อ จ้องมองไปที่นักฆ่าจันทร์เสี้ยวสักพัก และกล่าวว่า " เป้าหมายของเราคือเด็กร่างกายผอมอายุประมาณ 15 ปี ปัจจุบัน มันแบกกระเป๋าไว้ด้านหลัง เราไม่มีเจตนาที่จะสร้างปัญหาให้พวกเจ้า”

ทูตนักฆ่าจันทร์เสี้ยวแอบโล่งใจ ในตอนนี้มันถูกพิษผงตัดกระดูกอยู่และฤทธิ์ของผงนั่นยังในร่างกายของมัน ในตอนนี้มันจึงสามารถใช้ความสามารถของมันได้เพียง 30 เปอเซนต์เท่านั้น ถ้ามันต้องต่อสู้กับโม่ช่าวเก้อ ผลลัพธ์จะออกมาไม่ดีแน่นอน

เมื่อได้ยินที่ โม่ช่าวเก้อพูด มันก็ปรากฏความคิดบางอย่างขึ้น และมันก็พูดอย่างเจ้าเล่ห์ "โอ้ เราพบเจ้าเด็กนนั้นพอดี และมันยังอยู่รวมกับเป้าหมายของเราเช่นกัน "

" จะบอกข้าได้หรือไม่ว่าเจ้าเด็กนั่นอยู่ที่ใด ? " โม่ช่าวเก้อ ถามอย่างสุภาพ

มันนั้นไม่ได้สังเกตว่านักฆ่าจันทร์เสี้ยวกำลังถูกพิษผงตัดกระดูก แต่ด้วยบรรยากาศที่อึมครึ่มของคนๆนั้น มันจึงคิดได้ว่านักฆ่าจันทร์เสี้ยวต้องเป็นคนเจ้าเลห์คดโกงอย่างแน่นอน ดังนั้น มันงเก็บความยโสของมันเอาไว้

" ทางนั้น ! "นักฆ่าจันทร์เสี้ยวชี้ไปทิศทางที่จากมาและตอบอย่างเย็นชา " เจ้าจะต้องระวังเจ้านั้นให้มากนัก ถึงแม้ว่าเจ้านั่นจะมีพลังในระดับต่ำ แต่มันก็มีนักรบ นภาแรกของระดับหายนะอยู่ด้วย และเจ้านั่นยังมีวิชาต่อสู้ [ แรงโน้มถ่วงสิบเท่า ] อีกด้วย มันไม่ง่ายที่จะจัดการนัก . "

" นภาแรกในระดับหายนะ " เมื่อได้ยินว่า โม่ช่าวเก้อ ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพยักหน้า " ขอบคุณสำหรับข้อมูลของเจ้า "

" ไปกันเถอะ ! " โม่ช่าวเก้อ โบกมือแล้วรีบจากไปกับนักรบตระกูลโม่ทันที

" ชายคนนั้นเองก็อยู่ในระดับหายนะเช่นกัน . " หลังจากที่พวกตระกูลโม่จากไป นักฆ่าจันทร์เสี้ยวดวงตาก็เปิดสลัว เขาแสยะยิ้ม " เจ้าบัดซบนั่น บังอาจทำลายแผนการของข้า ข้าจะไปสังหารมันแน่เมื่อข้าหายดี”

––––––––––––––––––––––––

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว