(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร-บทที่ 31 เปลวเพลิงอัคคีคราม

โดย  จาตุรนต์ ตาแว่นฟ้า โพธิ์ศรี

(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร

บทที่ 31 เปลวเพลิงอัคคีคราม

บทที่ 31 เปลวเพลิงอัคคีคราม

มู่หยู่เตี๋ยทำตามที่พูด และปิดปากลง

อย่างไรก็ตาม เมื่อมู่หยู่เตี๋ยเริ่มเงียบ บรรยากาศระหว่างตี่ย่าหลานกับฉื่อหยานก็กลายเป็นขายหน้า เพราะเขาได้ทำเรื่องอย่างว่ากัน ระหว่างที่มีคนอื่นดูอยู่ พวกเขาไม่รู้จะพูดสิ่งใดดี

" เมื่อถึงรุ่งเช้า " ฉื่อหยาน เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พยายามที่จะทำให้เกิดการสนทนาสบาย ๆ " เจ้าจะเป็นยังไง ? พลังปราณลึกลับจะฟื้นฟูแล้วหรือไม่ ? "

" พลังปราณลึกลับของข้าจะไม่ใช่แค่ฟื้นคืนอย่างเดียวเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่ามันยังได้พัฒนาขึ้นอีกด้วย "

ตี่ย่าหลาน ตรวจสอบร่างกายนางอย่างลับๆ สายตาของนางพลันสว่างขึ้นด้วยความตื่นเต้น นางพูดด้วยเสียงเบาๆ พร้อมกับความเขินอายบนใบหน้า " ตอนนั้น . . . ตอนนั้นมันเหมือนมีพลังบางอย่างแปลกๆไหลเข้ามาในร่างกายของข้า และพลังแปลกๆนั่น มันก็ได้ผสานเข้ากับพลังปราณลึกลับของข้า จากนั้นมันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้นที่หน้าอกของข้า " .

นางขมวดคิ้วเล็กน้อยและพยายามอย่างหนักเพื่อสัมพัสความรู้สึกนั้น นางคิดว่ากระแสพลังแปลกๆนั้นดูเหมือนจะได้มาจากฉื่อหยาน " หรือเป็นเพราะพลังแปลกๆนั้นมาจากพลังปราณลึกลับของเจ้าที่ปลดปล่อยเข้ามาในตัวข้ากัน ? "

ฉื่อหยานคิดสักพัก และกระซิบกับตัวเองว่า " มันเป็นเช่นนั้นจริงๆด้วยสินะ . . . . . . . "

ตี่ย่าหลาน ดวงตางดงามของนางสว่าง และเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่เพิ่มมากขึ้น นางกล่าวอย่างยืนกรานว่า " ทั้งหมดต้องเป็นเพราะเจ้าแน่ๆ "

ฉื่อหยานพยักหน้า และอธิบายด้วยรอยยิ้ม " ตัวข้านั้นเคยได้รับยาจากนักกลั่นสกัดมา แต่เมื่อข้าได้กินมันเข้าไปตั้งแต่ตอนนั้น ถึงตอนนี้ขาก็ยังดูดซับมันไม่หมด อย่างไรก็ตาม ผลและพลังของยาพวกนั้นยังคงอยู่ในร่างกานของข้า และในตอนนั้น . . . ตอนนั้นดูเหมือนว่าพลังของยาเหล่านั้น มันได้ผสานกับพลังปราณลึกลับของข้า และเมื่อข้าได้ปลดปล่อยมันไปในตัวเจ้า มันก็ได้เติบโตขึ้นในร่างกายของเจ้า "

เรื่องการดูดซับพลังปราณลึกลับจากคนตายนั้นเป็นเรื่องที่น่ากลัวและน่าขนลุก เขาจึงเลือกที่จะไม่พูดถึงมันและฉื่อหยาน เองก็ไม่อยากให้ใครมารับรู้ความลับของเขาเช่นกัน ดังนั้น เขาจึงใช้ยาของ การู มาเป็นข้ออ้าง และอ้างว่าพลังแปลกๆของเขานั้นได้มาจากยาเหล่านั้นแทน

" ยาเหล่านั้นต้องเป็นของที่ล้ำค่าเป็นแน่ . " ตี่ย่าหลาน พยักหน้า ดูเหมือนว่านางจะเชื่อเรื่องที่ฉื่อหยานเล่า ด้วยการร่วมเดินทางด้วยกันมา , ฉื่อหยานได้ใช้ยาพิษอยู่หลายครั้ง ดังนั้น นางจึงสงสัยว่าฉื่อหยานนั้นคงจะมีสัมพันธ์บางอย่างกับนักกลั่นสกัด .

" ถูกต้อง ข้าเองก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น " ฉื่อหยานยิ้มโดยไม่ชี้แจ้งโดยระเอียดอะไรมากเกินไป ระหว่างความสัมพันของเขากับอาจารย์การุ . เขาคิดอยู่ซักพักแล้วจึงบอกว่า " ท่านบอกว่า มีกระแสพลังแปลกๆได้เปลี่ยนแปลงกล้ามเนื้อและเส้นเลือดภายในทรวงอกของท่านงั้นรึ ? ท่านสามารถโคจรพลังปราณลึกลับไปรอบๆหน้าอกของท่านได้หรือไม่ และมาดูกันว่าจะมีอะไรเกิด ? "

ฉื่อหยานคิดว่าจิตวิญญานกายาแข็งของเขาได้ถูกกระตุ้นอย่างน่าอัศจรรย์ในร่างกายของเขา ดูเหมือนว่ากระแสพลังแปลกๆนั้นจะไม่เพียง แต่เพิ่มพลังปราณลึกลับให้ แต่มันยังกระตุ้นจิตวิญญานต่อสู้ให้เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งอีกเ่วย

เพราะพลังแปลกประหลาดนั่นได้ไปกระตุ้นจิตวิญญานกายาแข็งที่สงบอยู่ในร่างกายของเขาให้ตื่นขึ้นมาอย่างกระทันหัน หรือแม้กระทั่งจิตวิญญานอมตะยังได้รับผลบางอย่างจากกระแสพลังงานประหลาดนั่นเช่นกัน และเมื่อได้ฟังที่ตี่ย่าหลานพูด เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงแปลกๆที่หน้าอกของนาง ฉื่อหยานก็คิดถึงความเป็นไปได้ขึ้นมา

" ตกลง ข้าจะลองดู " ตี่ย่าหลาน ค่อยๆพยักหน้า นางตั้งสมาธิไปที่พลังงานในหน้าอกของนางและมุ่งความสนใจไปกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายใน

นางควบคุมกระแสพลังปราณลึกลับของ ให้พุ่งเข้าไปในหน้าอกที่สวยงามของนางและโคจรให้มันอยู่ที่หน้าอกที่นุ่มนิ่มของนางอยู่สักพัก ในตอนนี้ พลังปราณลึกลับของนางดูเหมือนจะแปลกออกไป และก็เกิดสิ่งอัศจรรย์ขึ้น ดูเหมือนพลังปราณลึกลับของนางจะได้เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง มันเริ่มร้อนขึ้น และร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ตี่ย่าหลาน ก็ตกใจ นางรีบโคจรพลังปราณลึกลับของนางไปที่แขนของนาง ผ่านเส้นเลือดดำและไปที่ฝ่ามือขวาของนาง

" บูม ! "

เกิดเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ขึ้นจริงๆ มันเป็นเพลิงสีฟ้าที่บริสุทธิ์โพยพุ่งออกมาจากฝ่ามือของตี่ย่าหลาน เปลวเพลิงนั้นมีขนาดเท่ากำปั้น อุณหภูมิเผาไหม้ของมันสูงเป็นพิเศษ . เปลวไฟดวงเล็กๆปลิวสไวอยู่ที่ฝ่ามือของ ตี่ย่าหลาน , เกิดเป็นแสงสว่างขึ้นในโพรงไม้ พวกเขาต่างก็ถูกครอบคลุมด้วยแสงสีฟ้าที่เหมือนมหาสมุทรนี่

" ว้าว ! ! ! "

ตี่ย่าหลาน ช่วยไม่ได้ที่จะ อุทานออกมา . นางกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ และแววตาของนางก็ส่องประกาย

บิงโก !

ฉื่อหยาน แอบเชียร์อยู่ในใจ เขาพูดถูกเกี่ยวกับพลังงานนี้ เมื่อมองไปที่เปลวเพลิงสีฟ้า ในตอนนี้เขารู้ได้ทันทีเลยว่ากระแสพลังแปลกๆนั่นเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้จิตวิญญารการต่อสู้ตื่นขึ้นมา !

" เปลวเพลิงอัคคีคราม ! "

ตี่ย่าหลาน ช่วยไม่ได้ที่จะกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น นางกล่าวด้วยความสุข " นี่ย่อมเป็นจิตวิญญาณการต่อสู้ของตระกูลข้าแน่นอน ข้ารู้จักมันดี นี่คือจิตวิญญานอัคคีคราม ! ตั้งแต่รุ่นปู่ของข้า ก็ไม่มีใครที่ได้รับการสืบทอดจิตวิญญานต่อสู้นี้เลย โอ้พระเจ้า ! ! ! ! ! แต่ . . . นี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ? "

มู่หยู่เตี๋ยก็ตื่นขึ้นมาเนื่องจากได้ยินเสียงที่เกิดขึ้น นางจ้องไปที่ตี่ย่าหลาน แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มู่หยู่เตี๋ยดูสับสน " เป็นไปได้อย่างไรกัน พี่สาวหลาน ท่านอายุ 27 แล้วนะ ทำไมท่านสามารถปลุกจิตวิญญาณต่อสู้ที่แฝงอยู่ภายในร่างกายของท่านได้หละ เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ ? นี่เป็นความฝันใช่หรือไม่ " นางลูบตาของนาง และยังไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

" ฮ่าๆๆๆ " ตี่ย่าหลาน เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น นางไม่สามารถควบคุมไม่ให้แสดงออกถึงความสุขได้ นั่นเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เมื่อนางมองไปที่เปลวเพลิงสีฟ้าที่เผาไหม้อยู่บนฝ่ามือของนาง น้ำตาของนางก็ร่วงเผาะ

นางกำลังร้องไห้ออกมาด้วยความสุข .

อย่างไรก็ตาม ฉื่อหยานเข้าใจความรู้สึกของนางดี

ในแผ่นดินรุ่งเรือง นักรบที่ครอบครองจิตวิญญานต่อสู้มักจะโดดเด่นเสมอ อนาคตของพวกเขาล้วนไร้ขีดจำกัด ดังนั้น สำหรับนักรบแล้ว จิตวิญญานต่อสู้ล้วนสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด ผู้ที่ไม่มีจิตวิญญาณการต่อสู้มักจะทำได้เพียงแต่ฝันถึงมันเท่านั้น

นักรบเช่นตี่ย่าหลาน ซึ่งครั้งหนึ่งตระกูลของนางได้ครอบครองจิตวิญญานต่อสู้ แต่ต่อมามันเป็นความอัปยศอย่างแท้จริงเมื่อ คนในตระกูลกลับไม่มีใครสามารถที่จะสืบทอดจิตวิญญานต่อสู้ได้

หากเกิดสถานการณ์เช่นนี้กับคนรุ่นหลังหลายรุ่น แม้แต่ตระกูลที่รุ่งโรจน์ที่สุดก็อาจจะล้มสลายได้ .

ไม่ว่าจะเป็นนักรบ หรือ ตระกูล การได้ครอบครองจิตวิญญานต่อสู้นั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

" ดังนั้น จริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้น ? " มู่หยู่เตี๋ยยังสับสนหลังจากที่จ้องตี่ย่าหลาน สักพัก เมื่อเห็นว่านางกำลังมีความสุขด้วยความตื่นเต้นจนตัวลอย นางจึงหันไปถามไปฉื่อหยาน

" เอิ่มม . . . . . . . " ฉื่อหยานยิ้มอย่างเขินอาย " เอ่อ มันค่อนข้างอธิบายยาก มันเป็นบางสิ่งบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับยา มันมีพลังที่แปลกประหลาด ข้าเองก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับยาพวกนั้นเลย อย่างไรก็ตาม ยานั้นต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เลิกจ้องข้าแบบนั้นได้แล้ว ข้าบอกแล้วว่าข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน .

" เจ้าลามกน้อย ! มานี่ ! ข้าขอบใจเจ้ามากๆนะ ข้าขอบใจเจ้าจริงๆ " ตี่ย่าหลาน ดับเปลวเพลิงสีน้ำเงินที่ฝ่ามือของนาง และก็กอดฉื่อหยานไว้แน่น ราวกับว่านางกำลังพยายามบีบร่างของเขาให้จมไปในอ้อมอกของนาง ช่วยไม่ได้ที่ร่างกายเซ็กซี่ของนางจะสั่นไปด้วยความตื่นเต้น

หน้าอกที่แสนนุ่มนิ่มของนางถูกเบียดเข้ากับหน้าอกของ ฉื่อหยาน ซึ่งทำให้ฉื่อหยานได้มีโอกาสสัมผัสส่วนที่นุ่มนิ่มของนางอีกครั้ง ไม่นานนัก สิ่งที่อยู่ด้านล่างเข็มขัดของเขามันก็เริ่มมีปฏิกิริยาอีกครั้ง

แต่เมื่อ ตี่ย่าหลาน พบว่าส่วนล่างของเขาได้กระตุ้นขึ้นมา นางจึงปล่อยเขาออกจากอ้อมกอดทันที ด้วยใบหน้าที่เขินอายของนาง ตาของนางส่องประกายอย่างมีเสน่ห์ ด้วยความเต้น ช่วยไม่ได้ที่นางจะเอาแต่หัวเราะและพูดด้วยรอยยิ้ม " เจ้าลามก เจ้านี่หื่นกระหายตลอดเวลาเลยนะ ! "

" แฮะๆ . . . . . . . " ฉื่อหยานก็หัวเราะด้วยความเขินอาย และเขาก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

มู่หยู่เตี๋ยจ้องไปที่ทั้งคู่ นางดูไม่ได้มีความสุขเลย " นี่ ! ท่านทั้งสอง พอได้แล้ว ข้ายังอยู่ที่นี่นะ อย่าได้มาทำเรื่องอย่างว่ากันต่อหน้าข้านะ ! "

" ยัยเด็กบ้า ข้าเพียงตื่นเต้นมากไปหน่อยแค่นั้นเอง ! " ตี่ย่าหลาน ตอบพร้อมกับหัวเราะ

" แล้วสรุปว่า ทั้งหมดนี่มันเกิดอะไรขึ้น ? " มู่หยู่เตี๋ยถามด้วยสีหน้านิ่งเฉย

" ข้าก็เองไม่รู้เหมือนกัน " ตี่ย่าหลานส่ายหน้า สายตาของนางยังคงส่องประกาย นางหัวเราะและพูด " ข้าเดาว่าเป็นเพราะเขา " .

" ท่านหมายถึง . . . ท่านได้มีอะไรกับเขา และจู่ๆ จิตวิญญานต่อสู้ของท่านก็ถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นมาในตอนนี้ ตอนที่ท่านอายุ 27 ซึงเป็นช่วงอายุที่ไม่มีวันปลุกจิตวิญญานต่อสู้ได้แล้วหนะหรือ ? " มู่หยู่เตี๋ยพูดพร้อมกับมีความสงสัยบนใบหน้าที่น่ารักของนาง

" นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อนัก แต่นั่นมันก็คือความจริง " ตี่ย่าหลาน ยอมรับด้วยใบหน้าสีแดง

" งั้น . . . . . . . จริงๆแล้วเขาทำอะไรกับท่านกันแน่ ? ถึงได้เกิดเรื่องประหลาดเช่นนี้ " มู่หยู่เตี๋ยก็เริ่มหน้าแดง นางส่ายหัวของนางอย่างแปลกใจ " ไม่ ไม่ ! ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิดเดียว "

" หืมม . . . . . . . . . . . . " ฉื่อหยานมองขึ้นไปบนท้องฟ้าจากในโพร่งต้นไม้ แลพูดออกมา " พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เราควรจะไปกันได้แล้ว "

" ถูกต้อง เราน่าจะไปกันได้แล้ว " ตี่ย่าหลาน เห็นด้วย เห็นได้ชัดว่านางไม่ต้องการที่จะเสียเวลามากเกินไปกับปัญหาของนางเอง และไม่อยากให้มู่หยู่เตี๋ยพูดอะไรที่ทำให้นางเขินอายอีก

หลังจากนั้น ตี่ย่าหลานก็รีบลอยขึ้นไปด้านบนของต้นไม้กลวง นางโยนเชือกลงไปที่พวกเขาทั้งสองและมู่หยู่เตี๋ยก็ถามออกมาอีกครั้ง

" ไม่นะ ข้ายังไม่ได้รับคำตอบเลย ! " มู่หยู่เตี๋ยนางยังคงหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ หลังจากนั้นนางก็จับไปที่เชือกและถอนหายใจอย่างคร่ำครวญ .

ด้วยความช่วยเหลือของตี่ย่าหลาน มู่หยู่เตี๋ยจึงค่อยๆไต่เชือกขึ้นมาและเมื่อกำลังจะไปถึงด้านบนของต้นไม้กลวงก็เกิดบางอย่างขึ้น

" อ๊ะ ! เจ้าสารเลว ! เจ้าจะทำอะไร ? " มู่หยู่เตี๋ยก็กรีดร้องออกมา สองขาที่ละเอียดอ่อนของนางกำลังถูกจับด้วยอะไรบางอย่าง และช่วงตัวของนางนั้นก็แกว่งอยู่ในอากาศ

" ให้ข้าช่วยเจ้าเถอะ " เป็นฉื่อหยานที่เอามือทั้งสองข้างของเขาค่อยๆจับขึ้นไปที่ก้นนุ่มนิ่มของมู่หยู่เตี๋ยและพยายามดันนางขึ้นไป เขากล่าวด้วยรอยยิ้มที่หื่นกระหาย " เจ้าขึ้นไปเถอะ นี่จะช่วยให้เจ้าขึ้นไปได้สบายขึ้น "

" ไม่ ! ! ! ! ! หยุดนะ ! ข้าไม่ต้องการให้เจ้าช่วย ! " มู่หยู่เตี๋ยตะโกนพร้อมกับบิดร่างกายของนาง นางปล่อยมือของนางอกจากเชือกและล่วงหล่นไปในอากาศ

" ตุบ ! "

พวกเขาสองคนล้มลงบนพื้นดิน ในโพรงต้นไม้

ฉื่อหยาน ก็นอนอยู่พร้อมกับสายตาที่พอใจปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา มู่หยู่เตี๋ยที่กำลังนั่งอยู่ระหว่างเอวและขาของเขาก็ตะโกนออกมาว่า " หยุดนะ ! หยุดนะ ! "

ช่วงล่างที่นุ่มและเรียบเนียนของนางกำลังพัสกับส่วนที่อ่อนไหวของฉื่อหยาน ตอนนี้เขารู้สึกดีเป็นอย่างมาก และเขาก็กดเอวของนางให้แน่นเข้ามายิ่งขึ้น

ฉื่อหยาน อวัยวะเพศของเขาแข็งก่อนหน้านี้ได้ถูกกระตุ้นขึ้นเนื่องจากอ้อมกอดจากตี่ย่าหลาน . และในตอนนี้มันถูกกดทับและบิดไปมาด้วยสะโพกของมู่หยู่เตี๋ย พร้อมกับส่วนที่หอมหวานของนางกำลังสัมผัสส่วนที่อ่อนไหวของเขาอย่างต่อเนื่องและมันก็ถูไปมา , ฉื่อหยานถูกกระตุ้นอีกครั้ง และช่วยไม่ได้ที่เขาจะครางออกมาด้วยเสียงที่มีความสุข

" อ๊ะ ! เจ้าสารเลว เจ้าสุนัขหื่นกระหาย ! "

มู่หยู่เตี๋ยใช้เวลาไม่นานนักนางก็รู้ถึงความตั้งใจของฉื่อหยาน นางรีบลุกขึ้นพร้อมกับเอามือไปจับที่ก้นของนางเอง แล้วกรีดร้องและร้องไห้ออกมา นางมีเสน่ห์ยิ่งนักเมื่อตอนที่นางเขินอาย ดวงตาที่สวยงามของนางเต็มไปด้วยน้ำตาหยดเล็กหยดน้อย " พี่สาวหลาน ไอ่เจ้าสารเลวนี่ ! มันพยายามที่จะฉวยโอกาสข้า ! "

" ชู่ว ! " ตี่ย่าหลาน ดูจริงจัง นางส่งสัญญาณบอกให้เงียบ

ฉื่อหยานรีบลุกขึ้นยืน จู่ๆ เขาก็ลืมเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในโพรงไม้นี้ทันที และเขาก็ปีนขึ้นไปบนต้นไม้อย่างรวดเร็ว และ ยืนอยู่ข้างๆตี่ย่าหลาน . เขาพูดด้วยเสียงที่สงบและเย็น " เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ ? "

" สัตว์อสูร ! "

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่ กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว