(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร-บทที่ 94 ข้าจะไป !!

โดย  จาตุรนต์ ตาแว่นฟ้า โพธิ์ศรี

(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร

บทที่ 94 ข้าจะไป !!

บทที่ 94 ข้าจะไป !!

ภายในหุบเขาพลังหยิน

รูปแบบคล้ายกับจักรวาลที่กว้างใหญ่ก็โผล่ออกมาจากโลหิตของอสรพิษนภาเก้าหัว

ในช่วงกลางของรูปแบบจักรวาล แสงสว่างนับพันรวมตัวกันขึ้นเป็นประตูสวรรค์ที่ส่องแสงออกมา

นักรบทั้งหมดที่รวมตัวกันในหุบเขามองไปที่ประตูสวรรค์ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปก่อน

ในทางกลับกัน , ฉื่อหยาน ค่อนข้างใจเย็น ยืนอยู่ข้างๆฮันเฟิงและกู่หลง เขาแอบสังเกตไปที่ประตูสวรรค์ และรู้สึกตื่นเต้นภายใน

เขานั้นไม่ได้รับผลึกอสูรใดๆที่มาจากอสรพิษนภาเก้าหัวเลย เมื่อเห็นว่าพวกผลึกเหล่านั้นถูกทำลาย นั่นทำให้เขามีความสุขเป็นอย่างมาก

และเขาก็คิดว่าพลังที่ปรากฏขึ้นนั้นน่ากลัวเป็นอย่างมาก มันเป็นพลังที่สามารถฉกฉวยผลึกอสูรจากมือของนักรบระดับนภาเช่นเป่ยหมิงชาง และ ชิเสี่ยว ได้ เขาตกใจเป็นอย่างมาก และระวังตัวยิ่งขึ้น

ซัวฉีมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาทำสีหน้าเจ็บปวด เขาเอาแต่พึมพำพร้อมกับถอนหายใจออกมา " ท่านพ่อ ท่านพ่อ . . . "

ผลึกสัตว์อสูรระดับ 8 มังกรโคลนนั้นก็ระเบิดออกมาเช่นกัน ผลึกอสูนระดับ 8 นั้นสามารถรักษาดวงวิญญานของสัตว์อสูรได้ ดังนั้น ถึงแม้ว่าร่างกายจะถูกทำลาย ก็ยังมีโอกาสที่จะฟื้นคืนมาใหม่ เพราะจิตวิญญาณนั้นยังคงอยู่ในผลึกอสูร

อย่างไรก็ตาม จิตวิญญานภายในผลึกสัตว์อสูรระดับ 8 มังกรโคลน นั้นไม่มีชีวิตชีวาและมีสีหนาทึบ เห็นได้ชัดว่ามันถูกกลั่นด้วยวิธีลึกลับบางอย่างมาแน่นอน และวิธีนั้นก็ทำให้มันกลายเป็นแหล่งพลังงานที่ไม่มีความคิดเป็นของตนเอง

ผลึกอสูรระดับ 8 ของมังกรโคลนกลายเป็นส่วยหนึ่งที่สำคัญในการเปิดประตูสวรรค์

ซัวฉี นั้นรักและชื่นชมมังกรโคลนเป็นอย่างมาก เพราะมังกรโคลนนั่นเป็นบิดาของเขา เขาคนเดียวที่ได้รับความเศร้าโศกและเสียใจมากที่สุด เพราะว่า ความหวังสุดท้ายในการฟื้นคืนชีพให้บิดาของเขาถูกทำลายไป

เป่ยหมิงชาง ชิเสี่ยว และซัวฉี เดินไปที่ประตูสวรรค์อย่างเงียบๆ เมื่อเข้ามาใกล้กับประตูสวรรค์ , พวกเขาก็ระมัดระวังตัวมากขึ้น

" คุณหนู . . . . . . . " ชายร่างยักษ์ทั้งสองที่ยืนอยู่ข้างๆเซี่ยซินหยานก็มองไปรูปแบบจักรวาลลึกลับ และลังเลบางอย่าง

ทั้งสองดูเหมือนจะรู้ความลับบางอย่างเกี่ยวกับรูปแบบลึกลับนั่น

เซี่ยซินหยาน ส่ายหน้าเงียบ ๆ นางมองไปยังแสงประหลาดที่ปรากฏขึ้น และมองไปฉื่อหยานที่ยืนอยู่ไกลออกไป

ฉื่อหยาน ก็ยังแอบมองทุกคนอยู่ลับๆ และเมื่อเขาเห็นเซี่ยซินหยางมองมาทางเขา เขาก็สับสรอยู่สักครู่ แล้วค่อย ๆพยักหน้าให้เซี่ยซินหยาน

ความรู้สึกที่ซับซ้อนของเซี่ยซินหยานประกายผ่านดวงตา นางค่อยๆพยักหน้าให้กับเขา แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่า ภายในจิตใจของนางนั่นคิดสิ่งใดอยู่

" ประตูแห่งสวรรค์ได้เปิดขึ้นแล้วในตอนนี้ ถ้าหากเจ้าไม่กลัวตาย ก็เชิญ . " เซี่ยซินหยานพูดขึ้นแต่นางก็ยังไม่ได้เคลื่อนไหวใด นางเพียงแค่มองไปยัง ชิเสี่ยวและเป่ยหมิงชางที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู นางไม่สามารถต้านทานที่จะเยาะเย้ยพวกเขาได้

" ข้าไปเอง ! "

โดยไม่คาดคิด ซัวฉี ผู้จมอยู่ในความเศร้าโศก ก็คำรามออกมา " ข้าต้องการที่จะเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในนั่น "

แล้วร่างของ ซัวฉีก็เคลื่อนไหวเหมือนสายฟ้าเข้าไปยังประตูสวรรค์ และหายไปในแสงสีขาวที่สว่างจ้า

เป็น เงาของซัวฉีที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วและ หายเข้าไปในประตูแห่งสวรรค์ ประตูนั้นได้บิดงออยู่เป็นเวลาสองวินาที และก็ไม่แสดงสิ่งใดออกมาอีก มันยังคงส่องแสงสว่างเช่นเดิม เหมือนกับว่ามันกำลังรอให้คนอื่นๆเข้าไป

" น้องซู . . . . . . . " เป่ยหมิงชางมองไปที่ซูซี่เฮอที่กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่แล้วก็กล่าวว่า " ท่านคิดสิ่งใดอยู่งั้นรึ ? "

ซูซี่เฮอส่ายหัวแล้วพูดว่า " เรามาถึงเพียงนี้แล้ว ข้าจะไม่กลับไปมือเปล่าแน่ เราจะเสียใจไปตลอดชีวิต หากเราพลาดโอกาสเช่นนี้ไป เจ้าคงต้องเสี่ยงกันหน่อย”

" ไม่เป็นไร "เป่ยหมิงชางพยักหน้าเห็นด้วย เขาลังเลสักครู่ แล้วหันมาทางเป่ยหมิงเช้อ และพูดว่า " เช้อเอ๋อ เจ้ารอข้าอยู่ข้างนอกนี่ , จิ่วฉาน พวกเจ้าทุกคนจงปกป้องเช้อเอ๋อสะ .

เป่ยหมิงชางหยุดสักพักแล้วมองไปทาง มู่หยู่เตี๋ย และ ตี่ย่าหลาน พร้อมกับขมวดคิ้ว " พวกเจ้าคิดเช่นไร ? "

" ข้าอยากเข้าไปด้านใน " มู่หยู่เตี๋ยรู้ดีว่าประตูแห่งสวรรค์นั้นเต็มไปด้วยอันตราย แต่นางเองก็ไม่อยากพลาดโอกาสนี้ในชีวิต

" ตกลง เช่นนั้นเจ้าก็เข้าไปด้านในเถอะ " เป่ยหมิงชางพยักหน้า " ตามข้ามา " เป่ยหมิงชางพูดและตาม ซัวฉีเข้าไปในประตูสวรรค์

มู่หยู่เตี๋ย และ ตี่ย่าหลานมอหน้ากันและกัน จากนั้นนางทั้งสองก็ตามเป่ยหมิงชางเข้าไปยังประตูแห่งสวรรค์

" ท่านชิเสี่ยว แล้วท่านหละ จะทำเช่นไร ? " เซี่ยซินหยานพูดเรียบๆ

" แน่นอน ข้าก็จะเข้าไป " ชิเสี่ยวยิ้ม เขาหันกลับไปมองซั่วฉื่อและฉื่อหยาน และบอกว่า " เสี่ยวฉื่อ เจ้ารอข้าอยู่ข้างนอก ข้าจะเข้าไปดูด้านในเอง "

" อาจารย์ ข้าก็จะเข้าไปข้างในเหมือนกัน " ซั่วฉื่อยื่นกราน และกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ .

" ในฐานะที่ข้าเป็นอาจารย์ของเข้า ข้าจะเข้าไปดูสถานการณ์ก่อน ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ข้าจะกลับมารับเจ้า " ชิ เสี่ยว พูดด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วบอกกล่าวกับฉื่อหยาน " แล้วตระกูลเจ้ากับคนอื่นๆ จะส่งใครเข้าไปตรวจสอบด้วยหรือไม่ ? "

" นายน้อย ข้าจะไปเอง " กู้หลงยืนขึ้นและกล่าวกับ ฉื่อหยาน

" ข้าก็จะไป ! " สีหน้าของฉื่อหยาน กลายเป็นเย็นชา เขาตะโกนด้วยเสียงมุ่นมันเหมือนกับว่า เขานั้นไม่ได้เกรงกลัวอันตรายที่อยู่ในประตูสวรรค์เลย

ลึกลงไปแล้ว เขาชื่นชอบความท้าทายเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าได้ประสบพบเจอกับเหตุการณ์แปลกใหม่เขาก็ยิ่งชืนชอบ และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เขาถูกส่งมายังโลกแห่งนี้ เพราะเขานั้นได้เสี่ยงเข้าไปสำรวจหลุมฟ้าที่บาฮามาส

แน่นอน เขาไม่อยากจะนั่งและจ้องมองประตูสวรรค์เท่านั้น เขาอยากจะเข้าไปด้านใน

" นายน้อย ให้กู่หลงไปคนเดียวเถอะ . " ฮันเฟิงพูดอย่างกระวนกระวาย

" อย่าได้กังวลไป ยังไงข้าก็จะไป " ฉื่อหยาน สั่นศีรษะของเขา และพูดยืนกราน " ข้าสงสัยเป็นอย่างมาก ว่ามีสิ่งใดอยู่ในประตูสวรรค์นั่น ถ้าข้าไม่เข้าไปหละก็ ข้าจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ "

ก่อนที่ฮันเฟิงและกู่หลงจะพยายามที่จะห้ามปามเขาอีก เขาก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเข้าไปยังประตูสวรรค์

" นายน้อย ! "

กู่หลงและฮันเฟิร้องออกมาด้วยความกลัว และพวกเขาก็วิ่งไปที่ประตูสวรรค์ ก่อนที่พวกเขาจะถึงประตู ร่างของฉื่อหยานก็หายเข้าไปในประตูเสียแล้ว

ทั้งสองสบตากัน โดยไม่ลังเลพวกเขากระโดดเข้าไปในประตูแห่งสวรรค์ตามฉื่อหยานไป

" พวกเจ้าปกป้องเสี่ยวฉื่อสะ " ชิเสี่ยวบอกแก่หวู่หยุนเหลียนและซู่ปิง จากนั้นเขาก็กระโดดและหายเข้าไปในประตูแห่งสวรรค์

ผ่านมาอีกไม่กี่นาที ยอดฝีมือคนอื่นๆจากทุกสารทิศก็กระโดดเข้าไปในประตูสวรรค์ เป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ คนยอมตาบเพื่อแสวงหาเงินทอง นกยอมตายเพื่อแสวงหาอาหาร

ในหุบเขาพลังหยิน ก็เหลือเพียง เป่ยหมิงเช้อ ,กุ้ยหยินและจิ่วฉาน อีกด้านหนึ่งก็มี ซั่วฉื่อ ซู่ปิง และ หวู่หยุนและ คนอื่นๆ แล้วก็ยังมีเซี่ยซินหยาน และชายร่างยักษ์ทั้งสองอยู่ด้วย

" คุณหนู นี้เป็นประตูสวรรค์ปลอมใช่หรือไม่ " หนึ่งในผู้ชายยักษ์กระซิบ .

" อืมม . . . . . " เซี่ยซินหยานตาริบหรี่ลง นางจ้องมองไปที่ประตูด้วยท่าทางเดียวกัน

ตอนนี้นักรบในระดับนภาต่างก็อยู่ในประตูสวรรค์แล้ว นอกจากเซี่ยซินหยาน และชายร่างยักษ์ทั้งสองที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก็ไม่มีใครได้ยินการสนทนาของพวกเขา

" ประตูปลอมจะไม่ปรากฏดินแดนแห่งพระเจ้า แต่มันจะปรากฏพื้นที่ขนาดเล็กที่สร้างขึ้นโดยยอดฝีมือระดับพระเจ้า มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีสมบัติล้ำค่าใดๆ , ที่แห่งนั้นเป็นที่ฝังศพของนักรบในระดับพระเจ้า ทำไมเราไม่เข้าไปบ้างล่ะ บางทีอาจจะมีของตกทอดมาจากนักรบในระดับพระเจ้าคนนั้นก็เป็นได้ ! " ชายร่างยักษ์คนหนึ่งพูดออกมา .

" เจ้าคิดหรือไม่ว่า มีใครบางคนตั้งใจจัดการให้เกิดเรื่องแบบนี้ " เซี่ยซินหยาน สูดลมหายใจเข้า นางวางแผนทุกอย่างเหมือนกับตอนเล่นหมากรึก และพวกทุกๆคนนั้นก็เป็นเพียงแค่ตัวหมากของนาง " ต่อให้เราทั้งหมดร่วมมือกัน ก็ยังไม่สามารถหนีจากการควบคุมของเขาได้ ตาเฒ่านั้นตายไปแล้วหลายปี แต่ก็ไม่ยอมพักอย่างสงบเสียที"

" คุณหนู ท่านกำลังพูดเรื่องอะไรรึ ? "

" แผนที่ครึ่งหนึ่งนั้นอยู่ในมือของตระกูลฉื่อซึ่งฉื่อหยานได้รับมันมา และแผนที่ส่วนนั้นก็สมควรอยู่กับ [ ตำราทมิฬ ] [ ตำราทมิฬ ] นั้นเป็นเพียงวิชาในระดับมนุษย์เท่านั้น จริงๆแล้วมันสมควรมีพลังที่้ต่ำต้อยชายคนนั้นจงใจสร้างแผนที่ให้ระบุพื้นที่มายังหุบเขาพลังหยิน และ บังคับให้ใครสักคนฝึก [ ตำราทมิฬ ] เพื่อปกป้องตัวเองจากพลังปราณหยิน เมื่อฝึก [ ตำราทมิฬ ] สำเร็จแน่นอนว่า คนๆนั้นจะต้องดูดซับพลังปราณหยินธรรมชาติและสร้างเป็นไข่มุกพลังหยินขึ้นมาแน่ และเมื่อได้สร้างเป็นไข่มุกพลังหยินสำเร็จ ทุกอย่างก็จะเสร็จสิ้น หากประตูสวรรค์นั้นเป็นของจริงเหตุใดจึงมีรูปแบบจิตวิญญานตราประทับปรากฏขึ้นหลังจากที่สร้างไข่มุกพลังหยินได้สำเร็จ ? " เซี่ยซินหยานพูดอย่างคับแค้น . . . . " ตาเฒ่านั่นได้วางแผนทุกอย่างไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว เขาไม่ยอมให้ใครมาทำลายแผนการของเขาได้แน่ ตอนนี้เราไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว "

" ถ้าฉื่อหยาน ได้พบกับจิตวิญญานตราประทับเข้าหละก็ เขาจะต้องกลายเป็นหนึ่งในบุตรแห่งพระเจ้าของพรรคสามเทพแน่ และถ้าเขาไปที่ทะเลไม่มีที่สิ้นสุดพรรคสามเทพจะปฏิบัติกับเขาเหมือนกับเขาเป็นสมบัติที่ล้ำค้าที่สุด ! เจ้าก็รู้พรรคสามเทพนั้นแข็งแกร่งเพียงใดในมหาสมุทรไร้สิ้น และตอนนี้พวกมันเองก็กำลังต่อสู้กับเรา ถ้ามันมีใครสักคนได้รับจิตวิญญานตราประทับไปหละก็ เขาคนนั้นก็จะกลายเป็นเทพดาราของพรรคสามเทพแน่นอน และในอนาคตมันต้องสร้างความยุ่งยากแก่เราเป็นแน่ มันจะดีกว่า . . . . . . . หากเรากำจัดเขาออกไปตอนนี้ ! "

" พวกเจ้ารู้ใช่หรือไม่ควรทำเช่นไร " เซี่ยซินหยานกล่าวเสียงเย็นชา

ชายร่างยักทั้งสองพยักหน้าและกลายเป็นเงียบครึม

. . . . .

ในสถานที่ที่มืดมิด มีเสียงเย็นชาของผู้หญิงดังออกมา " ทุกคนไปที่ประตูสวรรค์ จับมู่หยู่เตี๋ยและช่วยท่านจักพรรดิ์สำรวจประตูลึกลับสะ "

" ขอรับ นายหญิง "

กลุ่มบัณทิตและนักรบจากโลกมืด คุกเข่าลงข้างหนึ่งด้วยสีหน้าว่างเปล่า

" ไป "

เสียงดังขึ้นมาจากในสถานที่ที่มืดมิดอีกครั้ง

นักรบแห่งโลกมืดนับสิบก็เคลืออนไหวอย่างรวดเร็ว ผ่านหุบเขาพลังหยิน โดยไม่สนใครที่อยู่รอบๆหุบเขา พวกมันพุ่งตรงเข้าไปในประตูแห่งสวรรค์ทันที

" นั่นผู้คนจากโลกมืดหนิ " เป่ยหมิงเช้อ ตะโกนด้วยเสียงต่ำ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย " โลกมืด ต้องคอยเฝ้าอยู่ข้างนอก ทำไมจู่ๆพวกเขาถึงเข้าไปยังประตูสวรรค์ ? "

เป็นกุ้ยหยินและจิ่วฉาน เฝ้าดูการเคลื่อนไหวของนักรบจากโลกมืด สายตาของพวกเขากลายเป็นน่าหวาดกลัว

" เป็นไปไม่ได้ ! เราต้องตามเข้าไป ไม่งั้นปู่ของข้าคงไม่สามารถรับมือได้ " เป่ยหมิงเช้อ ครุ่นคิด และมองไปที่กุ้ยหยินและจิ่วฉาน จากนั้นก็พุ่งเข้าไปยังประตู

เมื่อกุ้ยหยินและจิ่วฉานเห็นเขาเข้าไป พวกเขาก็ตามไปโดยไม่ลังเล

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว