(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร-บทที่ 200 เจ็ดอาคมเคลื่อนย้าย

โดย  จาตุรนต์ ตาแว่นฟ้า โพธิ์ศรี

(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร

บทที่ 200 เจ็ดอาคมเคลื่อนย้าย

บทที่ 200 เจ็ดอาคมเคลื่อนย้าย

พระอาทิตย์ส่องแสงลงมา

ฉื่อหยานก็พุ่งออกมาจากถ้ำอย่างรวดเร็วเหมือนกับสายฟ้าฟาด เขามองขึ้นไปที่ดวงอาทิตย์และเลือกทิศทาง จากนั้นก็มุ่งไปอย่างรวดเร็ว

ภายในถ้ำเกิดการสั่นสะเทือนที่รุนแรง และ เหมืองทั้งหมดก็สั่นไปมา .

หินพลังงานระเบิดในเหมืองหิน ในขณะที่เมฆอากาศปีศาจสีดำก็ขึ้นจากรอยแตกบนด้านบนของภูเขา

ดุแล้วตกใจเสียงกรีดร้องออกมาจากถ้ำ

ฉื่อหยานก้าวชะลอตัวลงเล็กน้อย ขณะที่เขาจับไปที่ไข่มุกรวมวิญญาน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็น มืดมน .

ผ่านไข่มุกรวมวิญญาน เขารู้สึกว่า มีการปะทะครั้งใหญ่เกิดขึ้นภายในถ้ำ เห็นได้ชัดว่า นักรบจากดินแดนปีศาตมหัศจรรย์กำลังประทะกับพวกอสูร

ฉื่อหยาน ก็มั่นใจว่าต้องเป็นหลินหนานที่กำลงสู้กับอสูรในระดับรู้แจ้งอยู่แน่นอน .

ถึงแม้ว่าหลินหนานจะอยู่ในระดับรู้แจ้งเหมือนกัน แต่ฉื่อหยานไม่คิดว่านางจะชนะอสูรที่สู้อยู่ได้อย่างแน่นอน หลินหนานนั้นมีโอกาศน้อยมากที่จะรอดไปได้ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงนักรบที่เหลือเลยว่าจะรอดหรือไม่

หลังจากการตรวจสอบ ฉื่อหยานก็รู้ว่าเขานั้นอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เขาจึงเร่งแล้วรีบออกไปทันที

" ปัง ปัง ปัง ! "

เหมืองหินกำลังจะถล่มลงมา หลังจากเกิดระเบิดขึ้นหลายครั้ง ผนังของถ้ำก็เริ่้มแตกร้าว

สีหน้าของฉื่อหยานก็เปลี่ยนไปอีกครั้งก่อนที่เขาจะเร่งความเร็วให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ

ในหนึ่งชั่วโมง ฉื่อหยานก็มาถึงยอดเขาที่เขาใช้พักเมื่อคืนก่อน และเขาก็มองไปที่เหมือง

มีจุดดำๆเคลื่อนไหว และหนีออกมา ฉื่อหยานก็รู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นนักรบของดินแดนปีศาจมหัศจรรย์

พร้อมกับถอนหายใจออกมา ฉื่อหยานก็รู้ได้ทันทีว่านักรบเหล่านั้นเสียหายเท่าใด

เมื่อสังเกตุดีๆ เขาก็พบว่าพวกอสูรเหล่านั้นไม่ได้ไล่ตามนักรบออกมาจากถ้ำด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง

เขาค่อนข้างโล่งใจ ฉื่อหยานนั่งลงบนภูเขาอย่างเงียบๆ และเพ้งสมาธิส่งจิตสำนึกเข้าไปในแหวนสายโลหิตและเริ่มที่จะสื่อสารกับเปลวเหมันเยือกแข็ง

" หาวิชาที่ช่วยเพิ่มความเร็วและเปลี่ยนแปลงร่างกายให้ข้าที " .

" ตอนนี้เลยรึ ? "

" ตอนนี้เลย ! "

เปลวเหมันเยือกแข็งก็เงียบไป เพื่อหาวิชาที่เหมาะกับฉื่อหยาน

ฉื่อหยานนั่งรอพร้อมกับขมวดคิ้ว .

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เปลวเหมันเยือกแข็งก็ตอบ

" มีวิชาที่เรียกว่า เจ็ดอาคมเคลื่อนย้าย อยู่ เมื่อเจ้าฝึกฝนมัน , ความเร็วของเจ้าก็จะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า วิชานี้มีเงือนไขเกี่ยวกับร่างกายมากมาย ร่างกายและระดับการบ่มเพาะของเจ้าตองอยู่ในระดับหายนะสูงสุด เปลี่ยนแปลงได้สองร่าง ข้าจะสอนพื้นฐานทั้งสองร่างให้กับเจ้า .

ฉื่อหยาน ก็แปลกใจ และพูดอย่างร่าเริง " ดีเลย ! "

" สองร่างประกอบไปด้วย ก้าวเงา และ ก้าวอัศนี ด้วยก้าวเงาเจ้าจะสามารถสร้างเงาขึ้นมาเพื่อให้ศัตรูสับสนได้ เมื่อระดับของเจ้าสูงขึ้นเงาที่เจ้าสามารถสร้างได้ก็จากมากขึ้น จากการสังเกตของฉัน ตอนนี้เจ้าจะสามารถสร้างได้สองเงา แต่เงานั้นจะหายไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น นักรบที่มีระดับสูงจะสามารถตรวจพบร่างจริงของเจ้าได้อย่างรวดเร็ว ก้าวอัศนี ความเร็วของเจ้าจะเร็วเหมือนสาดฟ้าฟาด แต่มันจะเผาผลาญพลังเป็นอย่างมาก เจ้าต้องใช้มันอย่างระมัดระวัง "

ก้าวเงา และ ก้าวอัศนี

ฉื่อหยานตาของเขาก็เป็นประกายเมื่อได้ยินร่างทั้งสอง

เขารู้ว่าก้าวเงาที่มาจากวิชานั้นไม่สามารถเทียบได้กับจิตวิญญานเงาของตระกูลซั่ว

เมื่อเรียกใช้จิตวิญญานเงาของตระกูลซั่ว ,ก้าวเงานั้นก็จะมีความคิดเป็นของตัวเอง ดังนั้นแม้จะเป็นนักรบระดับสูงก็ไม่สามารถตรวจพบร่างจริงได้แน่นอน

จิตวิญญานเงาของตระกูลซั่วนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ต่อสู้ได้เป็นอย่างมาก

ในการต่อสู้ เมื่อสมาชิกในตระกูลซั่วใช้จิตวิญญานเงา คู่ต่อสู้จะไม่สามารถแยกแยะก้าวเงาและร่างจริงได้ ดังนั้น จิตวิญญาณวิญญานเงาถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ช่วยหลบหนีได้อย่างดี

ก้าวเงา นั้นห่างไกลจากจิตวิญญานเงาของตระกูลซั่วเป็นอย่างมาก เพราะว่าเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆก้าวเงาก็หายไปแล้ว

ในการต่อสู้ เขาต้องใช้มันอย่างรอบคอบ ดังนั้นมันอาจจะหันเหความสนใจของศัตรูได้ครู่นึง และเราก็จะถือโอกาศนั้นโจมตี อย่างน้อยก้าวเงาก็สามารถทำเช่นนี้ได้

ก้าวอัศนี จะเพิ่มความเร็วให้กับร่างของเขาเหมือนกับสายฟ้า

แต่มันเผาผลาญพลังเป็นอย่างมาก เมื่อเรียกใช้ร่างอัศรี ก็จะสูญเสียพลังปราณลึกลับเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถเข้าใกล้ศัตรูได้อย่างรวดเร็วก็ตาม

เมื่อคุณพบศัตรูที่น่ากลัว แล้วต้องการหลบหนี การเลือกใช้ก้าวอัศนี ก็ถือได้ว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน

ถ้าศัตรูแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ต่อให้พลังปราณลึกลับก็ไม่สามารถทำอะไรได้อยู่ดี อย่างไรก็ตาม หากนำพลังปราณลึกนำไปใช้เพื่อเปลี่ยเป็นก้าวอัศนี นั่นก็อาจจะสร้างความแตกต่างให้บ้าง

ฉื่อหยานตาส่องประกาย เขาเงียบและฟังเปลวเหมันเยือกแข็งอธิบายเรื่อง ก้าวเงา และ ก้าวอัศนี และเขาก็พยายามทำความเข้าใจวิธีฝึกของมัน

" ข้าได้บอกวิธีฝึกให้กับเจ้าแล้ว ก้าวเงาทั้งสองนี้เป็นพื้นฐานดังนั้นเจ้าจึงฝึกมันได้ เพียงแค่เจ้าฝึกฝนมันเล็กน้อย เจ้าก็สามารถใช้ได้อย่างเชี่ยวชาญ แต่การใช้เจ็ดอาคมเคลื่อนย้ายนั้นต้องการร่างกายที่แข็งแกร่ง นักรบในสมัยโบราณนั้นมีร่างกายแข็งแรง ดังนั้นถ้าเจ้าต้องการที่จะฝึกมัน เจ้าจะต้องเสริมสร้างร่างกายของเจ้าเสียก่อน ดะงนั้น เจ้าต้องสื่อสารกับแกนเพลิงให้มากและใช้พลังของมันในการฝึกสะ . . . "

เปลวเหมันเยือกแข็งส่งข้อความมาที่ฉื่อหยานผ่านแหวนสายโลหิต

ด้วยเชื่อว่าจะทำตามข้อตกลง เปลวเหมันเยือกแข็งจึงช่วยฉื่อหยานอย่างเต็มที่ มันนั้นรู้สึกว่าโชคดีคนเช่นฉื่อหยานได้ครอบครองมัน

เมื่อฉื่อหยานถึงระดับรู้แจ้ง มันก็จะได้ออกมาจากแหวนสายโลหิต

" ข้าเข้าใจแล้ว อืม เช่นนั้นข้าขอฝึกก่อนหละ " .

ฉื่อหยานตอบ พร้อมกับนั่งลงไขว้ขา และหลับตาลงนึกถึงขั้นตอนการฝึก ก้าวเงา และ ก้าวอัศนี

ก้าวเงา และ ก้าวอัศนี ต่างก็เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน อันดับแรกต้องใช้ร่างสายฟ้าก่อน จึงจะสร้างเงาขึ้นมาได้

ซึ่งนั่นหมายความว่าตอนนี้เขาต้องฝึกฝนก้าวอัศนีให้เชี่ยวชาญเสียก่อน

กุญแจสำคัญในการฝึกก้าวอัศนีคือการควบคุมเส้นเลือดที่ขาแต่ละข้าง . คุณจะต้องสร้าง " ระเบิดที่รุนแรง " โดยการควบคุมพลังปราณลึกลับในเส้นเลือดของคุณ จากนั้นก็ทำให้พลังปราณลึกลับระเบิดและประทุออกมาอย่างรุนแรง

ด้วยการประทุขึ้นของ " ระเบิดที่รุนแรง " ก็จะเกิดเป็นก้าวอัศนีที่ทำให้นักรบเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเหมือนกับสายฟ้า [TL.มันอธิบายแค่นี้จริงๆ - -]

ฉื่อหยาน กลั้นหายใจ และโคจรพลังปราณลึกลับของเขาเข้าไปในเส้นเลือดที่ขาอย่างระมัดระวัง เพื่อมองหาจุดที่จะระเบิดพลังปราณลึกลับออกมา

เวลาก็ผ่านไป ฉื่อหยานยังคงฝึกอยู่

" แต๊ก ! แต๊ก แต๊ก ! "

เสียงก้าวเท้าเดินดังมาจากไกล

ฉื่อหยานก็รู้สึกตัวและค่อยๆลืมตาขึ้น

" ฉื่อหยาน ! เจ้าบัดซบ ! "

ฉือยู๋ป๋าย ก็สาปแช่งออกมาด้วยความเกลียดชัง แล้วพุ่งไปหาฉื่อหยานด้วยเลือดที่อาบไปทั่วร่างของมัน

ฉื่อหยานขมวดคิ้วและลุกขึ้น " ข้าเกี่ยวอะไรด้วย ! ? "

มีนักรบจากดินแดนปีศาจมหัศจรรย์หลายสิบเข้าไปในถ้ำ แต่ที่รอดกลับมามีเพียงเจ็ดคน

หลินหนานและเผิงเพ่ยไม่ได้ออกมา แต่เป็น ฉือยู๋ป๋าย เฉินอี๋ตาน เหอซิงเหมิน และนักรบอีกสี่คนที่รวมบาดดี้และโจวหนาน ที่ออกมาได้

เมื่อมองไปที่เหอซิงเหมินและฉือยู๋ป๋าย ฉื่อหยานก็ถอนหายใจออกมา เขารู้ได้ทันทีว่าคนที่ไม่ได้ออกมานั้นล้วนตายไปแล้ว

" พี่สาวหนาน… พี่สาวหนานนั้นหยุด อยู่ที่ทางเข้าถ้ำ เพื่อปกป้องเรา" เหอซิงเหมินดวงตาของนางก็มีน้ำตาคลอ, " พี่สาวหนานต้องตายแน่ๆ นางไม่สามารถรับมือกับอสูรตนนั้นได้เลย . ทำไมถึงมีอสูรเช่นนั้นอยู่บนเกาะศิลาดำได้ ดูเหมือนว่ามันจะอยู่ในนภาที่สามของระดับรู้แจ้ง "

" ตายแล้ว เผิงเพ่ยเองตายในถ้ำด้วย พวกเขาตายทั้งหมด " เฉินอี๋ตาน ดูซีดเซียวและสลด " อสูรพวกนั้นแข็งแกร่งเกินไป ถึงแม้จะอยู่ในระดับเดียวกับเรา แต่มันนั้นแข็งแกร่งกว่าเรามาก พวกเขาต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน . . . . . . . "

" เผิงเพ่ยร่างกายฉีกขาดด้วยฝีมือของอสูรพวกนั้น " เหอซิงเหมินพูดด้วยเสียงสั่น

พร้อมกับถอนหายใจออกมา ฉื่อหยานส่ายหน้าด้วยความเศร้า " ข้าคิดไว้แล้ว ข้าได้เตือนเจ้าแล้วให้ออกมา ทำไมเจ้าถึงยังอยู่ที่นั่น "

เหอซิงเหมิน คร่ำครวญ " ทั้งหมดมันเป็นความผิดของข้าเอง ฉันคิดว่าถ้ามีพี่สาวหนานอยู่ด้วย พวกเราจะฆ่าอสูรพวกนั้นได้ . หากข้าถอยมาแต่แรกหละก็พวกเขาคงไม่ต้องตาย ทั้งหมดมันเป็นความผิดของข้าเอง ข้าเป็นต้นเหตุที่ทำให้พี่สาวหนานต้องตาย "

นางสะอื้นออกมา .

เฉินอี๋ตาน เองก็ร้องไห้ออกมา น้ำตาหยดลงจากใบหน้าที่ขาวเนียนของนาง " เราควรจะถอยตั้งแตาแรก ถ้าไม่ใช่เพราะนางต้องการจะช่วยเรา นางคงไม่ต้องมาตายเช่นนี้ " .

" เจ้า ! ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า ถ้าเจ้าอธิบายก่อนหน้านี้ก็ไม่มีใครตายแล้ว ! " ฉือยู๋ป๋าย จ้องฉื่อหยานด้วยความเกลียดชังและพูด " เจ้าทำให้พวกเขาต้องตาย "

" มันเป็นความผิดของใครกันแน่ ! " ฉื่อหยาน สีหน้ากลายเป็นจริงจังและกล่าวอย่างเย็นชา " ตั้งแต่แรกข้าก็บอกเหอซิงเหมินและหลินหนานแล้ว ข้าเตือนพวกนางแล้วว่าไม่ให้อยู่ที่นั่นต่อ ข้าเตือนเจ้าแล้ว เจ้าไม่เชื่อข้าเอง เจ้าจะไปโทษใครได้ ? "

" นี่เจ้า ! "

ฉือยู๋ป๋าย ตะโกนออกมาและพุ่งไปที่ฉื่อหยานด้วยแววตาที่ดุร้าย

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Ycnc2535
ขอบคุณที่แปลให้อ่านครับ
เมื่อ 1 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว