(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร-บทที่ 198 รู้ซึ้งถึงอันตราย

โดย  จาตุรนต์ ตาแว่นฟ้า โพธิ์ศรี

(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร

บทที่ 198 รู้ซึ้งถึงอันตราย

บทที่ 198 รู้ซึ้งถึงอันตราย

หลุมแรงโน้มถ่วงทั้งสี่ได้พันธนาการอสูรทั้งหกไว้ .

ภายใต้ผลกระทบจากหลุมแรงโน้มถ่วง ร่างกายของพวกมันถูกบังคับให้หมุนควงไปมา ส่งผลให้เกล็ดสีดำบนร่างของมันส่งเสียง " แกร๊ก แกร๊ก " ออกมา

ในหลุมแรงโน้มถ่วง สองพลังที่แตกต่างกันต่างก็ส่งผลกระทบแต่ละอย่างออกมา

พลังในร่างของอสูร เองก็ยังได้รับผลกระทบนี้ไปด้วย ด้วยความเร็วในการโคจรของพวกมันที่ช้าลง ทำให้มันเป็นเรื่องยากสำหรับพวกมันที่จะรวมพลังได้เต็มที่

อย่างไรก็ตาม เกล็ดสี่ดำบนร่างของอสูรกลายเป็นแปลกประหลาดอย่างมาก

ภายใต้ผลกระทบจากหลุมแรงโน้มถ่วงกล้ามเนื้อของพวกมันไม่ได้ถูกฉีกขาดแต่อย่างใด ตอนนี้สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายของอสูรทานทนเพียงใด

เสียงตะโกนของเหอซิงเหมิน ทำให้นักรบจากดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ถูกปลุกขึ้นมาจากความสับสน และพวกเขาก็พุ่งเข้าใส่อสูร .

" อย่าเข้าไปใกล้ ! " เมื่อฉื่อหยานเห็นคนเหล่านั้นกำลังจะวิ่งเข้าไปใกล้พวกอสูร เขาก็ตะโกนว่า " โจมตีจากระยะไกลสะ ! หากเจ้าเข้าใกล้พวกมัน พวกเจ้าก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย "

บาดดี้ และอื่น ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แล้วพวกเขาก็หยุดอยู่ห่างจากอสูร และพวกเขาก็ใช้วิชาของพวกเขาโจมตีไปที่มัน

หลังจากฉื่อหยานกระตุ้นพลังงานเชิงลบขึ้นมา ร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เขาพุ่งไปที่กูย่าด้วยความรวดเร็วทันที

ในฐานะที่เขาเป็นเจ้าของหลุมแรงโน้มถ่วง เขาย่อมไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากมัน หลังจากที่เขาพุ่งเข้าไปยังหลุมแรงโน้มถ่วง เขาก็เรียกใช้ดรรชนีย์ทะลวง และนิ้วทั้งห้าที่กลายเป็นแหลมคมก็พุ่งตรงทิ่มแทงกูไปที่กูย่า

อสูรจากเผ่าเกล็ดสีดำ ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกายของพวกมันเท่านั้นที่ถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ด แม้แต่ใบหน้าและลำคอของมันเองก็ปกคุลมไปด้วยเกล็ดเช่นกัน

เกล็ดสีดำนั้นแข็งเป็นอย่างมาก ; มันเทียบได้กับจิตวิญญานกายาแข็งของฉื่อหยานเลย โดยปราศจากความช่วยเหลือจากอาวุธ มันก็เป็นการยากที่จะเจาะผ่านความแข็งของมัน

มีเพียงดวงตาของพวกมันเท่านั้นที่ไม่มีเกล็ด นั่นทำให้มันเป็นจุดอ่อนที่สุดที่สมควรจะโจมตี

ดวงตาสีเขียวเข้มของกูย่าแสดงความตื่นตระหนกออกมเป็นครั้งแรก มันมองไปที่นิ้วทั้งห้าของฉื่อหยานด้วยความสิ้นหวัง มันนั้นต้องการที่จะใช้มือของมันเพื่อป้องกัน , แต่เมื่อมันสะบัดแขนของมัน มันเป็นเรื่องยากที่ที่จะป้องกันได้ถูกจุดและร่างกายของพวกมันเองก็ยังเหมือนกับว่าจมอยู่ในโคลนดูด มันไม่สามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่

" เมื่อกี้เจ้ายังเก่งอยู่เลยไม่ใช่รึ ? "

ฉื่อหยานแสยะยิ้ม และนิ้วทั้งห้าของเขาก็แทงเข้าไปในดวงตาของกูย่าอย่างรวดเร็ว

" ย๊าาาาาาา ย๊าาาาาาาาา ! "

ตอนนั้นเอง

เกล็ดบนร่างของกูย่าก็สั่นเทา พวกมันเหมือนกับมีชีวิตและสั่นไปมา

บนเกล็ดของมันแผ่นเล็กๆที่มีขนาดเท่ากับเหรียญ ก็จิตสังหารที่รุงแรงระเบิดออกมา

ฉื่อหยานก็จำคำบอกของเปลวเหมันเยือกแข็งได้ดี .

อสูรเผ่าเกล็ดดำ เมื่อต่อสู้ , มันจะสามารถใช้เกล็ดของมันเพื่อโจมตีได้

เกล็ดนั่นคมเหมือนกับใบมีด ; มันจะส่งผลกระทบที่รุนแรงเป็นอย่างมาก เมื่อถูกเกล็ดนั่นพุ่งเข้าใส่ ร่างกายของนักรบที่อยู่ในระดับเดียวกับมันก็จะถูกหั่นเป็นชิ้นๆ

เกราะเกล็ด : สำหรับเผ่าเกล็ดดำมันเป็นทั้งเกราะป้องกัน และ อาวุธที่หลักที่พวกมันใช้โจมตี

อย่างไรก็ตาม พวกอสูรจากเผ่าเกล็ดดำ จะไม่ใช้เกล็ดบนร่างกายของตนเพื่อโจมตีจนกว่าพวกมันจะตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เพราะเมื่อเกล็ดพุ่งออกไปแล้ว ร่างกายของพวกมันก็จะได้รับบาดเจ็บ และมันเป็นการยากที่เกล็ดจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง

ถ้าพวกมันไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย พวกอสูรเผ่าเกล็ดดำจะไม่มีวันใช้มันเด็ดขาด

ดวงตาสีเขียวเข้มของกูย่าเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง มันมองไปที่นิ้วของฉื่อหยานที่กำลังพุ่งเข้ามาและยิ้มอย่างชั่วร้าย

ฉื่อหยาน ก็นั้นรู้และคุ้นเคยกับรอยยิ้มเช่นนั้นดี

ก่อนที่มือของเขากำลังจะแทงเข้าไปในดวงตาของมัน เขาก็ดึงมือกลับมา . ตอนนั้นเอง ฉื่อหยานก็สงบลงและโดยไม่ลังเล เขาก็วิ่งออกจากหลุมแนงโน้มถ่วง

" ถอยเข้าไปในอุโมงนั่นสะ ! "

หลังจากที่เขาออกมาจากหลุมแรงโน้มถ่วง ฉื่อหยานก็มองไปที่มองไปรอบๆ ก็พบว่าอสูรอีกสามตนเกล็ดของพวกมันก็กำลังสั่นไหวเช่นกัน มันสั่นเหมือนกับเกล็ดของกูย่า พวกมันยอมเสี่ยงตายเพื่อที่จะโจมตีเป็นครั้งสุดท้าย

นักรบจากดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ที่กำลังโจมตีอย่างมีความสุข พลันหยุดชะงัก หลังจากที่พวกเขาได้ยินเขาก็มองไปที่ฉื่อหยานด้วยความประหยาดใจ

" เกิดอะไรขึ้น ? "

เหอซิงเหมิน เองก็หยุดเช่นกัน ; หอกสีเงินที่อยู่ในมือนางได้แทงทะลุผ่านร่างของปีศาจไปแล้ว และนางก็พร้อมจะปิดชีวิตของอสูรตนนั้นตลอดเวลา

แต่ก่อนที่นางจะลงมือ ฉื่อหยานกลับบอกให้ถอย นั่นจึงทำให้นางสับสน

" ถ้าไม่อยากตาย ก็ไปเร็วเข้า ! "

เมื่อเห็นเกล็ดของพวกอสูรสั่นเร็วขึ้นเรื่อยๆ ฉื่อหยานก็ไม่มีเวลาอธิบายและเขาก็วิ่งไปที่อุโมงอย่างรวดเร็ว

" ทำตามที่เขาบอกสะ ! "

เหอซิงเหมิน ตะลึงไปชั่วขณะ ด้วยการแสดงออกของฉื่อหยาน ทันทีที่นางเข้าใจ และไม่ลังเลใดๆ นางตะโกนไปที่ บาดดี้ และคนอื่นๆทันที และนางก็วิ่งเข้าไปในอุโมงเป็นคนที่สอง

นักรบจากดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ท่าทางก็เปลี่ยนไปและพวกเขาก็เริ่มถอนตัววิ่งเข้าไปในอุโมง

" ซิ่วซิ่ว ซิ่ว ! "

ภายในถ้ำหิน , เกล็ดก็พุ่งกระจายไปทั่วถ้ำ มันเป็นเหมือนกับใบมีดที่แหลมคม พลังทะลวงของมันนั้นน่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก พวกมันพุ่งออกมาจากอสูรที่ละตนและพุ่งไปทั่วทุกทิศทาง

เกล็ดนั้นไม่ได้รับผลกระทบจากหลุมแรงโน้มถ่วง

เพียงแค่เวลาสั้นๆ เกล็ดเหล่านั้นก็พุ่งไปทั่วถ้ำ เหมือนกับฝูงลูกศรที่ตกลงมาจากบนฟ้า และมันก็ปกคลุมไปทั่วถ้ำทั้งหมด

ฉื่อหยาน และเหอซิงเหมิน เป็นคนแรกที่เข้ามาในอุโมงค์ บาดดี้ และโจวหนาน เองก็รู้ว่า ฉื่อหยานและเหอซิงเหมินนั้นจะไม่ถอยแน่นอนหากสถานการณ์ไม่เลวร้ายจริงๆ ดังนั้นพวกเขาจึงถอยเขามาหลบในอุโมงได้ก่อนที่เกล็ดจะพุ่งออกมา

อย่างไรก็ตาม ก็มีนักรบจากดินแดนปีศาจมหัศจรรย์สองคนที่ช้าไป ร่างกายของพวกเขาล้มลงก่อนที่จะได้เข้ามาในอุโมง

นักรบทั้งสองกรีดร้องออกมาทันที นักรบสองคนนี้คือสองคนที่ยืนขวางฉื่อหยานก่อนหน้านี้และตอนนี้ร่างของพวกเขาก็กำลังถูกเกล็ดเหล่านั้นทิ่มแทง ทันทีร่างกายของพวกเขาก็ฉีกขาดและกล้ามเนื้อของพวกเขาก็พรุนเหมือนกับรังแตน

เกล็ดเหล่านั้นยังคงพุ่งกระจายไปรอบๆ พวกมันเหมือนกับใบมีดทีแหลมคมและปักไปทั่วถ้ำหิน

ใบหน้าฉื่อหยานก็กลายเป็นบึ้งตึงและค่อยๆสงบลง

การโจมตีสุดท้ายของอสูรเผ่าเกล็ดดำนั้นรุนแรงเป็นอย่างมาก มันรุนแรงพอจะสามารถตัดหัวของศัตรูได้โดยไม่รู้ตัว

ถ้าเปลวเหมันเยือกแข็งไม่ได้บอกเขาเกี่ยวกับเผ่าเกล็ดดำก่อนหน้านี้และนิ้วมือของเขาทิ่มแทงไปที่ตาของกูย่าหละก็ บางที ร่างกายของเขาก็คงถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆด้วยเกล็ดที่พุ่งออกมาจากร่างของกูย่าแล้ว

เกล็ดเหล่านั้นพุ่งออกมาพร้อมกับเลือดเนื้อของพวกอสูรเผ่าเกล็ดดำ นั่นเห็นได้ชัดเลยว่า ร่างกายของพวกมันเองก็ได้รับความเสียหายหนักเช่นกัน

เมื่อเกล็ดของพวกมันพุ่งออกมา ร่างกายของพวกมันก็ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้น !

ในหมู่พวกมัน กูย่านั้นแข็งแกร่งที่สุด หลังจากเกล็ดของมันพุ่งออกไป ร่างกายของมันก็ระเบิดพลังออกมามันสามารถทำได้แม้กระทั่งฉีกหลุมแรงโน้มถ่วงได้ !

กูย่า พร้อมกับร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผล แววตาสีเขียวเข้มของมันก็เต็มไปด้วยความดุร้าย มันเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่ไม่มีที่สิ้นสุด

แต่อย่างไร มันนั้นยืนอยู่ในถ้ำได้ไม่นาน ด้วยสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นก่อนหน้าจากหลุมแรงโน้ถ่วง มันไม่กล้าเข้าใกล้ฉื่อหยานเหอซิงเหมินเพื่อสังหารพวกเขาด้วยสภาพเช่นนี้ทันที มันเลือกที่จะพุ่งไปยังอุโมงอีกทางหนึ่งและปล่อยอสูรตนอื่นไว้เช่นนั้น .

ภายในถ้ำ เกล็ดเหล่านั้นเหมือนกับว่ามันมีชีวิต หลังจากที่พวกมันหยุดหมุน มันก็หยุดอยู่กลางอากาศและลอยกลับไปที่กูย่า

ร่างกายของกูย่ากลายเป็นเหมือนกับแม่เหล็กและดึงดูดเกล็ดที่พุ่งออกไปกลับมา

หลังจากนั้น เกล็ดเหล่านั้นก็กลับมาที่ผิวหนังของมันอีกครั้ง เมื่อกูย่าเข้าไปในอุโมง , เกล็ดพวกนั้นก็กลายเป็นเกราะที่แข็งแกร่งบนผิวของมันครั้ง

มันสามารถกลับไปสภาพเดิมได้ !

ฉื่อหยาน ก็ตะลึงและตกใจกับความสามารถของเผ่าเกล็ดดำ เขาไม่คิดเลยว่า อสูรพวกนี้ไม่เพียงแต่จะใช้เกล็ดเหล่านั้นโจมตีได้ แต่มันยังสามารถกลับไปเป็นสภาพเดิมได้อีก เคล็ดลับลับพวกนี้น่ากลัวเป็นอย่างมากเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรับมือได้ง่ายๆ

ฉื่อหยานไม่กล้าไล่กูย่า ที่หลบหนีไป เขาเพียงแค่ดูมันหนีไปเท่านั้น

ภายในถ้ำหิน , เกล็ดของอสูรอีกห้าตนยังคงพุ่งออกมา

เกล็ดที่พุ่งออกมานั้นมากมายและรุนแรงเป็นอย่างมาก ถ้าใครสักคนวิ่งเข้ามาในถ้ำ แล้วพวกเขาถูกพวกมันพุ่งใส่ ร่างกายของพวกเขาจะต้องฉีกออกและกลายเป็นรังแตนแน่นอน

ฉื่อหยาน เหอซิงเหมิน , และคนอื่น ๆ หลบซ่อนอยู่ในอุโมงที่มีพื้นที่ต่ำ

อสูรทั้งห้าที่อยู่ในหลุมแรงโน้มถ้วงกลายเป็นหวาดกลัวและมันดื้นรนอย่างต่อเนื่องภายในหลุมแรงโน้มถ่วงเพื่อที่จะหลุดออกมา

น่าเสียดาย อสูรทั้งห้านั้นอยู่เพียงระดับหายนะเท่านั้น หลังจากเกล็ดของมันพุ่งออกมา ร่างกายของพวกมันก็ระเบิดพลังออกมาเช่นกัน แต่ก็ไม่แข็งแกร่งเท่ากูย่า นั่นจึงทำให้พวกมันไม่สามารถฉีกหลุมแรงโน้มถ่วงและหนีออกมาได้

ฉื่อหยานไม่กล้าลงมือใดๆ เขาเพียงหลบอยู่ในอุโมงค์ เพื่อรอให้เกล็ดเหล่านั้นหยุดเสียก่อน

" เจ้า . . . เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าพวกอสูรเผ่าเกล็ดดำจะทำเช่นนั้น ? "

เหอซิงเหมิน ดวงตาที่สดใสของนางก็มองไปที่ฉื่อหยาน : " เมื่อวาน เจ้าบอกว่าเจ้าไม่รู้อะไรเกียวกับเผ่าเกล็ดดำเลย แต่ทำไมจู่ๆ เจ้าถึงได้รู้เรื่องของเผ่าเกล็ดดำดีนัก ? เจ้ากำลังปิดบังอะไรข้าอยู่ หรือเจ้าไม่อยากจะช่วยเรากัน ? "

ฉื่อหยานขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย แต่ไม่ได้มองไปที่นาง ในขณะที่เขามองออกไปจากพื้นต่ำ เขาก็พูดเบาๆ " เมื่อวานข้านั้นไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเผ่าเกล็ดดำเลย อย่างไรก็ตาม สมบัติมหัศจรรย์ของข้าสามารถอ่านความคิดและวิญญานของอสูรได้ ตอนที่ข้ากำลังจะลงมือกับกูย่า ข้าก็ได้ใช้สมบัตินั่น และพบว่ากูย่ามีแผนบางอย่าง ข้าจึงได้เตือนพวกเจ้า"

เขาอ้างเหตุผลทั้งหมดไปที่สมบัติ

เหอซิงเหมิน ขมวดคิ้ว นางไม่พอใจกับคำตอบของฉื่อหยานเท่าไหร่นัก " มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ดูเหมือนว่าตระกูลหยางจะแข็งแกร่งจริงๆ สมบัติลับของพวกเขานั้นมีมากมายนัก "

" ไม่เกี่ยวอะไรกับตระกูลหยางเลย ข้ายังไม่เคยไปที่เกาะอมตะเลยสักครั้ง จะรู้ได้ยังไงว่าตระกูลหยางมีสมบัติลับอะไรบ้าง ? " ฉื่อหยาน อธิบาย

" อะไรนะ ! ? "

เหอซิงเหมิน ก็ยิ่งแปลกใจ และสายตาของนางที่มองไปยังฉื่อหยานก็เต็มไปด้วยความสงสัย : " เจ้าบอกว่ามาจากที่ที่กันดารไม่ใช่รึ ? แล้วที่นั่นจะมีสมบัติเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ? "

จากมุมมองของเหอซิงเหมิน สมาคมการค้าถือว่าเป็นพื้นที่กันดารของแผ่นดินรุ่งเรือง ฉื่อหยานที่มาจากที่แห่งนั้น แม้ว่าจะได้รับสมบัตมา แต่มันก็ไม่ควรมีความสามารถขนาดนี้มิใช่รึ ?

" พื้นที่กันดาร ? " ฉื่อหยานเมื่อได้ยินนางพูดอย่างดูถูกเขาก็พูดเบาๆ " ทุกๆที่นั้นล้วนอัศจรรย์ อย่าได้คิดว่าทะเลไม่มีสิ้นสุดเป็นทุกสิ่งของแผ่นดินรุ่งเรือง ในสถานที่ต่างๆ เองก็มีสมบัตมากมายที่มีความสามารถน่าอัศจรรย์เช่นกัน "

" แน่นอน ข้านั้นรู้ดีว่าทะเลไม่มีสิ้นสุดไม่ใช่ทุกอย่างของแผ่นดินรุ่งเรือง ! " เหอซิงเหมิน ขมวดคิ้วแล้วพูดดูหมิ่นเหยียดหยามเล็กน้อย " แต่แน่นอนว่าพื้นที่ ที่เจ้ามานั้นถือได้ว่าเป็นพื้นที่กันดาร ! หึ ข้าเป็นนักรบของดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ ดังนั้น ข้าย่อมต้องทราบว่าสถานที่ใดมีนักรบที่แข็งแกร่งอยู่มาก และสถานที่ใดไม่มีอยู่เลย . "

ฉื่อหยานขดริมฝีปากของเขา เขารู้สึกขี้เกียจเป็นอย่างมากที่จะพูดคุยกับนางต่อ

" ซิงเหมิน ! ซิงเหมิน ! "

จากอุโมงค์ลึกที่อยู่ข้างหลัง ฉื่อหยานก็ได้ยินเสียงหลินหนานไกลออกไป ดังนั้นเป็นไปได้ว่าหลินหนานและคนอื่นๆอาจจะพึ่งได้รับข้อความของเหอซิงเหมินและมาที่นี่

เหอซิงเหมิน ก็ตกใจ และรีบกล่าวว่า " คนของเรามาถึงแล้ว ตอนนี้เราสามารถโจมตีกลับได้แล้ว หึ การไปต่อครั้งนี้พวกเราจะติดตามกูย่าไปและหากองกำลังของมันจากนั้นก็กวาดล้างให้สิ้น เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาอยู่บนเกาะนี้นานนัก "

ฉื่อหยานพยักหน้า ก่อนที่เขาจะตอยกลับ เขาก็รู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติผ่านไข่มุกรวมวิญญาน

หลังจากสัมพัสได้ถึงมันเล็กน้อย ฉื่อหยานสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันทีและตะโกนออกมา : " ออกไปจากถ้ำเดี๋ยวนี้ ! "

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว