(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร-บทที่ 99 แต่ข้าหนะอยากจะฆ่าเจ้า !

โดย  จาตุรนต์ ตาแว่นฟ้า โพธิ์ศรี

(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร

บทที่ 99 แต่ข้าหนะอยากจะฆ่าเจ้า !

บทที่ 99 แต่ข้าหนะอยากจะฆ่าเจ้า !

ณ พื้นที่ส่วนหัวใจของรูปปั้นหิน

ในหลุมลึกขนาดใหญ่ , ดวงดาวสว่างส่องแสงเหมือนกับหนอนไฟ

ในหลุมลึกนั้นไมไ่ด้ถูกสร้างมาจากหินหรือปูน แต่ใันประกอบไปด้วยคริสตัลสีแดงที่มีจุดสีดำเคลื่อนไหวไปมาบนพื้นพิวของมันเหมือนกับดวงดาว

มีคริสตัลรูปหัวใจสีแดงลอยอยู่กลางหลุม และแสงสว่างจากขอบของหลุมก็พุ่งตรงไปยังคริสตัลนี้

คริสตัลสีแดงดูเด่นชัดและสวยงามเป็นอย่างมาก พร้อมกับมีพลังลึกลับบางอย่างแฝงอยู่ภายใน เมื่อมองไปที่คริสตัลนั่นมันก็เหมือนกับมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว

คริสตัลรูปหัวใจมีขนาดใหญ่เท่ากับกำปั้น ส่องแสงสว่างจ้าออกมาจากหลุม ภายใต้แสงสว่าเหล่านั้นเต็มไปด้วยพลังงานที่มหาศาล

บนผนังของหลุมเต็มไปด้วยประกายแสงจากคริสตัลสีแดงและมันก็ส่องแสวระยิบระยับออกมา เหมือนกับเป็นเกราะป้องกันตามธรรมชาติ

ไปที่ด้านข้างของหลุมลึก เป่ยหมิงเช้อที่ดูเรียบเฉยและสามนักรบก็จ้องมองไปที่ผลึกอย่างประหลาดใจ

ขึ้นไปบนท้องฟ้า มีรูปแบบดวงดาวคล้ายกับคลื่นระลอกใหญ่ฉายแสงของมันลงมาบนผลึก และลอยไปใสอย่างช้าๆ

นักรบจะรู้สึกได้ถึงพลังลึกลับจากคริสตัลนั่น ราวกับว่ามันมีความสามารถที่จะดูดซับพลังงานทั้งหมดจากดวงดาวเหล่านั้นได้ นี่มันช่างดึงดูดนักรบทุกคนยิ่งนัก

ไม่ว่าจะเป็น เป่ยหมิงเช้อ หรือ นักรบทั้งสามจากโลกมืด พวกมันต่างก็จ้องไปที่คริสตัลด้วยความโลภ .

" ทำไมนายน้อยยังมาไม่ถึงกัน ? คริสตัลลึกลับนี้จะต้องถูกเป่ยหมิงเช้อเอาไปแน่ ! " นักรบของโลกมืดที่อยู่ในนภาแรกของระดับหายนะพูดขึ้นด้วยเสียงเย็นชา ใบหน้าของมันจ้องไปที่คริสตัลอย่างประหลาด

นักรบอีกสองคนที่อยู่ในนภาที่สามของระดับมนุษย์ กำลังเฝ้ารอการปรากฏตัวของมู่ฮุ่ย

เป่ยหมิงเช้อ ยืดมือซ้ายของมันออกไป และเปลวไฟสีฟ้าก็ลอยออกมา เปลวไฟสีฟ้าลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า และกลายเป็นมือขนาดใหญ่สีฟ้าแตะลงไปบนคริสตัล

" บูม ! "

ปรากฏเป็นโล่แสงคริสตัลและเสียงดังขึ้น มืดขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างจากจิตวิญญานขั้วอัคคีเหมันของเป่ยหมิงเช้อก็ถูกขวางกั้นด้วยโล่แสงนั่น

มือสีฟ้าขนาดใหญ่ก็แตกออกทันทีเมื่อประทะเข้ากับโล่แสง

เปลวไฟสีฟ้าขนาดใหญ่กลายเป็นเปลวไฟขนาดเล็กและยังคงประทะเข้ากับโล่แสง และมันก็ค่อย ๆกลายเป็นมือสีฟ้าขนาดใหญ่อีกครั้ง

เป่ยหมิงเช้อ ไม่ยอมแพ้ มันเรียกจิตวิญญานขั้วอัคคีเหมันออกมาอีกครั้ง

" บูม ! "

โล่แสงทำงานอีกครั้งและจิตวิญญานขั้วอัคคีเหมันขอเป่ยหมิงเช้อก็เปลี่ยนมันกลับไปเปลวไฟสีฟ้าขนาดเล็ก

ด้วยการโจมตีของเป่ยหมิงเช้อ ทั้งสองครั้ง โล่แสงที่เหมือนลูกโป่งก็บิดตัวไปมา และมันก็หดตัวลงมาเล็กน้อย

จิตวิญญานขั้วอัคคีเหมันของเป่ยหมิงเช้อนั้นสามารถแช่แข็งอากาศและทุกอย่างได้ ทุกครั้งที่มือใหญ่ไปสัมผัสกับโล่แสงอากาศเย็นยะเยือกก็จะซึมลงไป

หลังจากโจมตีอยู่หลายครั้ง พลังป้องกันของโล่แสงก็กลายเป็นคนอ่อนแอลง

เป่ยหมิงเช้อแอบมีความสุขอยู่ลับๆและ ดวงตาของมันก็ส่องประกายออกมา

" ปัง ! ปัง ! ปัง ! "

ภายใต้การจ้องมองไปที่เป่ยหมิงเช้อของนักรบทั้งสาม เป่ยหมิงเช้อยังคงใช้เป่ยหมิงเช้อโจมตี้ไปที่โล่แสงอีกครั้งและอีกครั้ง เพื่อให้อากาศที่เย็นยะเยือกบั่นทอนการป้องกันของโล่แสงลง

" แย่แล้ว ! "

ตอนนั้นเอง นักรบในระดับหายนะสีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปและมันก็พูดออกมาด้วยเสียงเบาๆ " เป่ยหมิงเช้อ จะได้คริสตัลไปครอบครงแล้ว ถ้าเราไม่ขัดขวางมันหละก็ นายน้อยของเราก็คงจะมาสายเกินไป ! ท่านจักรพรรดิ์และนายหญิงแห่งโลกจะต้องโกรธเป็นอย่างมากแน่ หากเป่ยหมิงเช้อได้คริสตัลนี่ไปครอบคลอง "

" งั้นตอนนี้พวกเราจะทำยังไงดี ? "

" หยุดเป่ยหมิงเช้อสะ ! "

คนที่สั่งออกมาทันทีมันก็เรียก [ กรงเล็บโลกาทมิฬ ] ออกมา

ตอนนั้นเอง มือยักษ์สีฟ้าของเป่ยหมิงเช้อที่กำลังจะประทะกับโล่แสงก็ถูกขัดขวางด้วย [ กรงเล็บโลกาทมิฬ ] ที่ปรากฏขึ้น

" ชีชีชี "

ทันทีที่มันประทะเข้ากับมือสีฟ้า กรงเล็บก็ชะลอตัวลงและส่องแสงสีฟ้าสลัวออกมา ; มันถูกกำหราบโดยฝ่ามือขั้วอัคคีเหมันทันที

ตอนนั้นเองนักรบอีกสองคนก็ทำเช่นเดียวกันพวกมันใช้ [ หนามโลกาทมิฬ ] จู่โจมไปที่เป่ยหมิงเช้อ

ใบหน้าของเป่ยหมิงเช้อก็กลายเป็นเย็นชาและมันก็พูดออกมา " สุดท้ายพวกเจ้าก็ไม่สามารถทนรอได้สินะ "

ทันที เป่ยหมิงเช้อ ก็หายไปในอากาศ

เวลาต่อมา เป่ยหมิงเช้อ ก็ปรากฏตัวอยู่ข้างๆพวกมัน พร้อมกับเปลวไฟอัคคีครามเหมันขนาดเล็กที่จู่โจมไปยังนักรบทั้งสาม

นักรบทั้งสามตกอยู่ในความกลัวและพวกมันก็ร่วมมือกันรับมือกับเป่ยหมิงเช้ออย่างรวดเร็ว

" [ ย้นระยะ ! ] "

เป่ยหมิงเช้อ ตะโกนออกมาและร่างของมันก็หายไป

" ปัง ! "

และนักรบในนภาที่สามของระดับมนุษย์ก็ล้มลงกับพื้นไปด้านหลัง

เป่ยหมิงเช้อปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นชา " พวกเจ้ากล้าลองดีกับข้างั้นรึ ? "

เป็นเปลวเพลิงสีฟ้าขนาดเล็กที่จู่โจมไปยังนักรบและทำให้มันตกตายทันที

" [ ย้นระยะ ! ] "

เป่ยหมิงเช้อ ตะโกนขึ้นอีกครั้งและก็ปรากฏตัวขึ้นอยู่ด้านหลังของนักรบอีกคน และเขาก็ฟาดไปที่หัวของมัน

" ปัง ! "

หัวของมันระเบิดออกและมันก็ตกตายในทันที

นักรบคนสุดท้ายที่อยู่ในระดับหายนะก็นั่งลงด้วยความหวาดกลัวและพยายามที่จะเรียก [ หนามโลกาทมิฬ ] ออกมา

ปรากฏเป็นแสงสีเขียวเหมือนกับหนามออกมาจากร่างกายของมันและหนามนั่นก็พุ่งไปทุกทิศทาง

" เจ้าเป็นนักรบในระดับหายนะก็จริง แต่เจ้านั้นไม่ได้รับการโปรดปรานจากพระเจ้า เจ้าไร้ซึ่งจิตวิญญานต่อสู้ . " เป่ยหมิงเช้อ แสยะยิ้มออกมา

และกำแพงเพลิงขั้วอัคคีเหมันก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหน้าของเขา และมันก็ขวางกันหนามเหล่านั้น .

นักรบในระดับหายนะสีหน้าเปลี่ยนไป โดยไม่ลังเล มันเรียกหนามออกมาอีกครั้งและปลดปล่อยออกไปทุกทิศทาง

มันรู้ว่า เป่ยหมิงเช้อนั้นมีจิตวิญญานย้นระยะ ดังนั้นมันจึงยิงหนามออกไปทุกทิศทาง แต่นี่ก็ทำให้มันสูญเสียพลังปราณลึกลับเป็นจำนวนมาก

มันต้องการที่จะซื้อเวลาเพื่อรอให้มู่ฮุ่ยมาถึง

แต่น่าเสียดายที่มันนั้นไม่รู้ว่า มู่ฮุ่ยถูกฆ่าตายโดยฉื่อหยานไปแล้ว

เป่ยหมิงเช้อยืนอยู่ด้านหลังของกำแพง โดยไม่เร่งรีบ เขามองไปที่นักรบเหมือนกับแมวที่หยอกหนู " ข้าจะดูว่าเจ้าจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน " .

แน่นอนว่ามันไม่สามารถทนได้นาน

สามนาทีต่อมา หนามของมันที่ยิงออกมาก็กลายเป็นน้อยลงและน้อยลง

การเรียก [ หนามโลกาทมิฬ ] ออกมานั้นสูญเสียพลังปราณลึกลับเป็นอย่างมาก

แม้ว่าหนามเหล่านั้นจะทรงพลัง แต่มันก็เผาพลาญพลังปราณลึกลับมากเกินไป

ดังนั้น ตอนนี้พลังปราณลึกลับของมันจึงใกล้จะหมดเต็มที

ทำไมคุณชายยังมาไม่ถึงกัน !

ชายคนนั้นมองไปรอบๆอย่างรวดเร็วและกลายเป็นตกใจมากขึ้น

" เจ้าไม่ได้พบกับมันหลอก ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังรอมู่ฮุ่ยอยู่ " เป่ยหมิงเช้อ พูดออกมาอย่างไม่แยแส "เพราะเจ้ากำลังจะตายไงหละ ! "

แล้ว เป่ยหมิงเช้อ ก็หายตัวไปอีกครั้ง

ตอนนั้นเอง ร่างของเขาก็ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง และเขาก็พุ่งผ่านหนามไปยังนักรบคนนั้น

ภายใต้การจ้องมองด้วยความหวาดกลัวของมัน น้ำแข็งที่ปกคลุมร่างของเป่ยหมิงเช้อก็ขยายใหญ่ขึ้นและปกตลุมไปด้วยขั้วอัคคีเหมันอีกชั้นหนึ่ง

" กักกัก กักกัก ! "

ร่างของเขากลายเป็นถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งที่แข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว ร่างของเขาซีดเหมือนกับซากศพพร้อมกับใบหน้าที่แสดงออกมาอย่างน่ากลัว

เป่ยหมิงเช้อ ยกขาขึ้นและเตะไปที่นักรบคนนั้นที่มีใบหน้าสิ้นหวัง

" ปัง ! "

นักรบคนนั้นถูกแช่แข็งและร่างของมันก็แตกกระจายกลายเป็นเศษน้ำแข็งกระเด็นไปทั่ว

ในที่สุดร่างกายของมันแตกเป็นเสี่ยงๆ

เป่ยหมิงเช้อเดินก้าวอย่างสบายเข้าไปยังหลุมลึก และขมวดคิ้วลงเมื่อมองไปที่คริสตัลที่ลอยอยู่ " ในที่สุดมันก็สงบ "

" แต๊กแต๊ก ! แต๊กแต๊ก ! "

ตอนนั้นเอง ก็มีแสงพุ่งมาจากที่ห่างไกล

เป่ยหมิงเช้อ ขมวดคิ้วด้วยสีหน้ารำคาญ " น่ารำคาญนัก ! พวกคนจากโลกมืดเหล่านี้ฆ่ายังไงก็ไม่หมดสักที . "

เมื่อนมันหันหัวกลับมา เป่ยหมิงเช้อ มองไปยังทิศทางที่แสงพุ่งมา

" หืม ? "

เป่ยหมิงเช้อ ตกอยู่ในความประหลาดใจและแสยะยิ้มออกมาพร้อมกับเดินขึ้นไปเหนือหลุม " น่าแปลกที่เจ้าเด็กนนั้นยังรอดจากนักรบจากโลกมืด " .

ฉื่อหยานหยุดเคลื่อนไหวตและจ้องไปที่เป่ยหมิงเช้อที่ดูมืดมน

" ฉื่อหยาน โชคดีจริง ๆที่เจ้ามาเจอกับข้าที่นี้ " เป่ยหมิงเช้อตาเป็นประกาย " เราทั้งคู่ต่างก็มาจากตระกูลใหญ่ทั้งห้าของสมาคมการค้า ดังนั้นเราสามารถเป็นสหายกันได้ในอนาคต เช่นนั้นแล้ว , ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า เจ้าจงไปสะ และข้าก็จะแกล้งทำเป็นว่า ไม่เคยพบเจ้าที่นี่มาก่อน "

" เจ้าจะฆ่าข้างั้นรึ ? " ฉื่อหยานยิ้ม .

" ถูกต้อง ! ไปสะ ! ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ " เป่ยหมิงเช้อ พยักหน้า

" แต่ข้าหนะอยากจะฆ่าเจ้า ! " ด้วยรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นจากมุมปากของเขา ฉื่อหยานแววตาก็กลายเป็นเย็นยะเยือกและเขาก็พูดออกมา " ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว ! "

ตอนแรกเป่ยหมิงเช้อนั้นรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากที่เห็นเขาพูดออกมาเช่นนั้น ไม่นานมันก็ดึงสติของตัวเองกลับมาและพูดกลับไป " ช่างกล้านัก ไม่เป็นไร ข้าใช้เวลาฆ่าเจ้าไม่นานหลอก และเมื่อฆ่าข้าเจ้า ตระกูลเจ้าก็จะสูญเสียอนาคตไป ถ้าเป็นเช่นนั้นท่านปู่ของข้าจะต้องชอบแน่นอน . "

ขณะที่เขากำลังพูดอยู่ เป่ยหมิงเช้อก็ก้าวเดินเข้าหาเขาอย่างช้าๆโดยไม่ใช้ย้นระยะ

" แต๊กแต๊ก ! แต๊กแต๊ก ! "

มีเสียงก้าวเดินดังขึ้นมาจากที่ห่างไกลอีกครั้ง

ไม่นาน มู่หยู่เตี๋ย และ ตี่ย่าหลาน ก็เคลื่อนไหวเข้ามาด้วยสีหน้ากังวล

เมื่อพวกนางมาถึง พวกนางไม่ได้มองไปที่ฉื่อหยานเลย พวกนางเพียงจ้องมองไปที่เป่ยหมิงเช้อและมู่หยู่เตี๋ยก็พูดออกมาด้วยความสุข " คุณชายเป่ยหมิงท่านมาถึงนานแล้วรึ ? "

เป่ยหมิงเช้อ อ่อนโยนลงเล็กน้อย และพยักหน้าให้กับนางพร้อมกับยิ้ม " ถูกต้อง ข้ามาถึงที่นี่นานแล้ว และข้าก็พึ่งกำจัดคนจากโลกมืดไป เพราะเกรงว่ามันจะสร้างปัญญาได้ในภายหลัง . "

" เอ่อ.. แต่เจ้าก็ยังจัดการข้าไม่ได้นะ " ฉื่อหยานพูดออกมาอย่างเบื่อหน่ายและไม่แยแส

"เจ้ารึ ? หึหึ เจ้าหนะไร้ค่าเกินกว่าจะสร้างปัญญหาให้ข้าได้ " เป่ยหมิงเช้อแสยะยิ้ม " การฆ่าเจ้าไม่อยากเกินไปกว่าฆ่ามดตัวนึงด้วยซ้ำ"

" งั้นก็เข้ามา ! "

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว