(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร-บทที่ 165 แผนจัดการกับอสูรที่มาเยือน

โดย  จาตุรนต์ ตาแว่นฟ้า โพธิ์ศรี

(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร

บทที่ 165 แผนจัดการกับอสูรที่มาเยือน

บทที่ 165 แผนจัดการกับอสูรที่มาเยือน

ทางด้านใต้ของเกาะเมฆา ในหุบเขาเล้นลับ ต้นไม้ยักษ์หลายต้นปกคลุมไปทั่วพื้นดินและบดบังท้องฟ้า

ภายในหุบเขา มีหมอกสีเทาลอยปกคลุมอยู่บางเบา

ในหมอก ภายในหุบเขาเต็มไปด้วยความเงียบสงบ ไม่มีสัตว์อสูร หรือร่องรอยของนักรบ

หมอกลอยปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าเหนือหุบเขา . แสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องผ่านหมอกมาภายในหุบเขาได้

เมื่อฉื่อหยานอยู่ที่ทางเขาหุบเขา เขาก็รู้สึกได้ถึงอากาศชิ้น และรู้ว่าต้องมีแม่น้ำบางสายไหลผ่านหุบเขา

ตามทางที่เต็มไปด้วยอากาศหนาวเย็นชั่วร้าย ฉื่อหยานเดินออกมาจากหุบเขา เมื่อเขามาถึง เขาก็รู้สึกได้ว่าอากาศหนาวเย็นและบรรยากาศชั่วร้ายได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ยิ่งเขาออกมาจากหุบเขามากเท่าใด เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาได้มาถึงที่นี่ เขารู้สึกไม่ได้ถึงสิ่งใดเลย นี้ทำให้ฉื่อหยานคิดว่า เขาเดินมาผิดทางหรือไม่

ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้โบราณที่ทางเข้าหุบเขา ฉื่อหยานจ้องมองไกลออกไปในหุบเขา เขาได้ตระหนักว่าหุบเขาถูกปกคลุมไปด้วยหมอก , และไม่มีอะไรที่เขาสามารถมองเห็นได้ เขาไม่อาจรู้ได้ว่ามีสิ่งใดอยู่ในหุบเขา

เขาไม่ได้วิ่งเข้าไปในหุบเขาทันที ฉื่อหยานซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้โบราณอย่างเงียบ ๆและรอ

หลังจากผ่านไปสามวัน ทันใดนั้นพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งก็ลอยออกมาจากหมอกหนาในหุบเขา

หลังจากนั้น จากทุกเส้นทางบนเกาะเมฆา , วิญญาณที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็ลอยมารวมกันในหุบเขา มันเกิดเป็นแสงสีเทาเข้ม ลอยอยู่ในหุบเขา และไม่ถึงวินาทีมันก็หายไป

ฉื่อหยานสีหน้าเปลี่ยนไป เขาจ้องมองเข้าไปในหุบเขา และตระหนักได้ว่าในในหุบเขาลึกที่มืดมิดมีแสงไฟนับไมถ้วนกระพริบอยู่

วิญญานของผู้คนแต่ละคนส่องแสงกระพริบออกมา วิญญาณที่อยู่ในหุบเขานั้นมีจำนวนมากถึงหลักพันหรือหลักหมื่นคนเลยทีเดียว พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าตระกูลกู่ได้ฆ่าคนไปมากมายเท่าใด

ในขณะเดียวกัน

อากาศหนาวเย็นที่ชั่วร้ายก็แผ่ออกมาจากภายในหุบเขาเป็นเหมือนกับควันลอยออกมา มันแทรกซึมเข้าไปในท้องฟ้าทั้งหมดของเกาะเมฆา มันหลอมรวมกันและเปลี่ยนแปลงเป็นบางสิ่ง . . . . . . .

ยืนอยู่นอกหุบเขา คราวนี้ฉื่อหยาน สัมผัสถึงพลังชั่วร้ายและอากาศหนาวเย็นได้อย่างชัดเจน มันต้องมาจากอสูรที่มาจากดินแดนสี่อสูรแน่นอน !

เวลานี้ ฉื่อหยานก็ได้มั่นใจ

แหวนสายโลหิตบนมือของเขาสั่นไปมา เปลวเหมันเยือกแข็งที่ภายในดูเหมือนจะต้องการพูดบางอย่าง

ฉื่อหยานมองไปที่แหวนสายโลหิต และตั้งสมาธิไปที่มัน " มีอะไร ? "

" มันอยู่ในหุบเขา ! มันคือวิญญานที่เข้าไปรวมกันในไข่มุกรวมวิญญาน ! ไข่มุกวิญญานกำลังอยู่ในน้ำ , เป็นน้ำที่เต็มไปด้วยวิญญาณ นี่บอกได้เลยว่าไข่มุกรวมวิญญานกำลังอยู่ในน้ำ มันสามารถสร้างกระจกวิญญาณกระจกเพื่อเชื่อมต่อสองมิติได้ " เปลวเหมันเยือกแข็งร้องออกมาด้วยความปิติ

"เป็นไข่มุกรวมวิญญานของสัตว์อสูรรวมวิญญานระดับแปดใช่หรือไม่ ? " ฉื่อหยาน ก็แปลกใจอยู่ภายใน " พลังวิญญานที่อยู่ภายในแข็งแกร่งมากเลยสินะ ? "

" แน่นอน " เปลวเหมันเยือกแข็งดูตื่นเต้นเป็นอย่างมากมาก " อย่าได้เสียแรงใช้พลังวิญญานของเจ้าตรวจสอบรอบๆหุบเขาเลย มีศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าเจ้ามากมายภายในหุบเขา ถ้าคนที่อยู่ในหุบเขา สัมพัสได้ถึงพลังวิญญานของเจ้า เจ้าจะถูกพบทันที "

" พลังชั่วร้ายนั่น น่าจะมาจากอสูรจากดินแดนสี่อสูร เป็นไปได้หรือไม่ว่ามันได้มายังที่แห่งนี้แล้ว "

" ดินแดนสี่อสูร ? " เปลวเหมันเยือกแข็งก็รู้สึกแปลกใจ " ในความทรงจำของข้า ดินแดนอสูรมีอสูรที่แข็งแกร่งมากที่สุด ในดินแดนสี่อสูร อสูรที่อาศัยอยู่ในดินแดนแรกจะเป็นอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดรองลงมาก็จะเป็นอสูรที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่สองและสาม แลอสูรที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่สี่จะถือได้ว่าไร้ค่ามากที่สุด ข้ารู้มาว่าดินแดนแรกนั้นถูกผนึกมานานแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถเข้าออกได้ มิใช่ว่าดินแดนที่สองและสามก็ถูกปิดผนึกด้วยหลอกรึ ? "

เมื่อตอนแรกที่ท้องฟ้าและแผ่นดินได้เกิดขึ้นมาบนโลก เปลวเหมันเยือกแข็งได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ในชีวิตมัน มียอดฝีมือมากมายที่ต้องการจะดูดซับมัน ยอดฝีมือเหล่านั้นต่างก็เป็นผู้ที่แข็งแกร่งลำดับต้นๆของ แผ่นดินใหญ่ ความรู้และความทรงจำของคนเหล่านี้ล้วนไม่ธรรมดา

ด้วยความทรงจำของคนเหล่านั้น เปลวเหมันเยือกแข็งจึงได้รู้ความลับมากมายที่นักรบน้อยคนจะได้รู้ และความรู้เรื่องดินแดนสี่อสูรของมันอาจจะมีมากกว่าหัวหน้าตระกูลหยาง หยางชิงตี้ ด้วยซ้ำ

" เจ้ารู้เรื่องเกี่ยวกับดินแดนสี่อสูรรึ ? " ฉื่อหยาน ก็แปลกใจ

" แน่นอนข้ารู้ ข้าได้รับความรู้และความทรงจำมากมาย ซึ่งรวมถึงเรื่องดินแดนสี่อสูรด้วย ในดินแดนสี่อสูร , ดินแดนที่สี่จะเป็นอสูรที่อ่อนแอที่สุด จากความทรงของคนมากมายในจิตสำนึกของข้า ข้าเห็นพวกเขาเคยไปยังดินแดนที่สองและสาม พวกเขาปล้นทรัพยากรอันมีค่าจากดินแดนอสูร และต่อสู้กับอสูรนักรบที่แข็งแกร่ง . พวกเขาต่อสู้กันอย่างรุนแรงจนเกือบทำลาย ทะเลภูผาอสูรเมฆา ของดินแดนอสูร "

ในเรื่องนี้ เปลวเหมันเยือกแข็งไม่ได้รังเกียจฉื่อหยานที่ไม่รู้เรื่อง มันแค่อธิบายอย่างเรียบเฉย แล้วรู้สึกพอใจเหมือนเห็นฉื่อหยานตกใจ

จากคำอธิบายของเปลวเหมันเยือกแข็ง มันไม่ได้ยากเลยที่ฉื่อหยานจะรู้ว่าคนเหล่านั้นล้วนเป็นผู้ที่ต้องการดูดซับพลังของเปลวเหมันเยือกแข็ง

และหนึ่งในคนเหล่านั้น ก็มีคนหนึ่งที่สามารถเดินทางผ่านมิติทั้งสองได้ โดยไม่ต้องใช้ประตูสวรรค์ พลังสวรรค์ของเขานั้นไร้ขีดจำกัด แทบจะไม่มีใครจากทั้งมิติสั้งสองที่สามารถต่อกรกับเขาได้ !

" ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งมากมาย ไม่มีใครเลยที่สามารถดูดซับเจ้าได้งั้นรึ ? " ฉื่อหยานก็แปลกใจ " แล้วชายคนนั้น ที่ชื่อ หนี่เทียน ที่เจ้ากล่าวว่า สองมิติแทบจะไม่มีใครสามารถต่อกรกับเขาได้ . คนๆนั้นเองไม่สามารถดูดซับเจ้าได้งั้นรึ ? "

" ข้า … ข้าเคยหลอมรวมเข้ากับวิญญานของเขา . " เปลวเหมันเยือกแข็งกล่าวอย่างท้อใจ" เขาแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ข้าไม่สามารถรับมือใดๆได้เลย ข้าได้ผสานเข้ากับห้วงจิตสำนุกของเขา และกลายเป็นหนึ่งในสามของพลังวิญญานที่อยู่ภายใน นอกจากข้าแล้วยังมีจิตสำนึกวิญญานของสิ่งมีชีวิตอื่นที่แข็งแกร่งอีกสองดวง พวกมันถูกควบคุมโดยเขา คนๆนี้น่ากลัวเป็นอย่างมาก ข้าไม่สามารถทำอะไรได้เลย . . . . . . . "

" แล้วเจ้าหนีมาได้ยังไง ? "

" เมื่อเขากำลังจะบรรลุระดับจากนภาที่สามของระดับพระเจ้าแท้จริง เข้าสู่ ระดับพระเจ้าราชันย์ เขาก็ถูกลุมจู่โจมโดยยอดฝีมือมากมายที่อยู่ในระดับเดียว ในขณะที่กำลังบรรลุเข้าสู่อีกขั้น จิตใจของเขาจะต้องไม่ฟุ้งซ่าน แต่ในเวลานั้น ร่างของเขาถูกทำร้ายโดยนักรบมากมายที่อยู่ในระดับเดียวกัน อีกสองจิตสำนึกและข้า ก็ได้ฉวยโอกาศแอบหนีออกมาจากห้วงจิตสำนึกของเขา เมื่อเขาสูญเสียจิตสำนึกทั้งสามและร่างกายได้ถูกทำลายไปแล้ว เขาจึงถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ "

" นภาที่สามระดับพระเจ้าแท้จริง ! " ฉื่อหยาน ตะลึง " คนๆนี้น่าหวาดหวั่นนัก ในห้วงจิตสำนึกของเขา มีจิตสำนึกอีกสองดวงจริงๆ ๆนึ ? แล้วจิตสำนึกทั้งสองนั้นเป็นเหมือนเจ้าที่เป็นเปลวไฟนภาหรือไม่ ? "

" พวกมันไม่ใช่เปลวไฟนภา สองตนนั้นคือตัวตนที่พิเศษที่สุดบนโลก เราแตกต่างจากพวกมนุษย์ เรามีเพียงวิญญานและไม่มีร่างกาย อืม ..พระเจ้าตั้งใจให้พวกเราเป็นเช่นนี้ ถ้าเรามีร่างกายตามธรรมชาติหละก็มนุษย์หรือจะเทียบกับเราได้ "

ฉื่อหยานเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เขาตระหนักว่าเมื่อเขาได้พูดคุยกับเปลวเหมันเยือกแข็ง , เขาได้รับความรู้ลึกลับเก่าแก่มากมาย

ประสบการณ์บางอย่างของเปลวเหมันเยือกแข็ง เป็นเหมือนกับหนังสือของประวัติศาสตร์โบราณ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของยอดฝีมือที่แข็งแกร่ง แน่นอนความรู้ของพวกเขาย่อมเหนือกว่านักรบระดับพระเจ้าแม้จริงในทะเลไม่มีสิ้นสุดเสียอีก

" ไม่ต้องห่วง ตอนนี้วิญญาณที่ล้นออกมาจากหุบเขาได้กระจัดกระจายกันออกไป เป็นเพียงแค่การสร้างจิตสำนึกเท่านั้น หากยังไม่ได้หลอมรวมกัน พลังวิญญานแท้จริงของมันจะไม่สามารถมาได้" เปลวเหมันเยือกแข็งคิดว่าฉื่อหยาน กลัวมันเลยปลอบโยนเขา : " เหตุผลที่ต้องใช้วิญญานของคนมากเช่นนี้ ก็เพราะจะต้องใช้วิญญาณเหล่านี้สร้างเป็นสะพานวิญญาน และผู้ที่จะมาเยือนจะส่งพลังวิญญานหลอมรวมเข้ากับวิญญานนับหมื่นเหล่านี้ เมื่อวิญญานของเขาทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นพันๆส่วน และหลอมรวมกันได้เป็นหนึ่งเดียว ถึงตอนนั้นวิญญานของมันก็จะมาถึงที่นี่โดยสมบูรณ์ "

" เจ้าวางแผนที่จะจัดการกับไข่มุกรวมวิญญานอย่างไร ? " ฉื่อหยานถาม

" เมื่อคนๆนั้นมาที่นี่ " เปลวเหมันเยือกแข็งอธิบาย : " ไข่มุกรวมวิญญานพลังตามธรรมชาติของมันคือดูดกลืนวิญญาน ในสภาวะปกติเมื่อเจ้าและข้า เข้าใกล้ไข่มุกรวมวิญญาน วิญญาณของเราทั้งสองก็จะได้รับผลกระทบจากพลังของไข่มุกรวมวิญญานทันที สำหรับข้านั้นพอรับมือได้ แต่ถ้าเป็นเจ้า วิญญานของเจ้าจะถูกดูดออกไปทันที โดยไข่มุกรวมวิญญาน แต่เมื่อไข่มุกรวมวิญญานเปลี่ยนเป็นกระจกวิญญาน พลังวิญญาณของไข่มุกก็จะถูกใช้สร้างเป็นกระจกวิญญาน เมื่อถึงตอนนั้น มันจะไม่สามารถดูดกลืนวิญญานได้ เมื่อเจ้าหาเวลาที่เหมาะสมและกระโดดลงไปในน้ำ ข้าก็จะใช้พลังของข้า ผนึกทุกอย่างด้วยพลังความเย็น แล้วตอนนั้นเจ้าก็จะสามารถรวบรวมไข่มุกรวมวิญญานได้”

" ถ้าวิญญานของอสูรตนนั้นอยู่ใกล้กับไข่มุกรวมวิญญาน ไม่ใช่ว่าต้องจัดการกับอสูรตนนั้นก่อนรึ ? และถ้ากระจกวิญญานหายไป แล้วพลังในการดูดวิญญาณของไข่มุกกลับมา ตอนนั้นข้าจะทำเช่นไร? "

"อสูรนั่นมาที่นี่เพื่อทำบางอย่างที่สำคัญ ดังนั้นมันจึงไม่อยู่ใกล้กับไข่มุกรวมวิญญานตลอดเวลา เมื่ออสูรนั่นไม่อยู่ เราก็แอบลงไปในน้ำที่มีไข่มุกรวมวิญญานอยู่ เมื่อเจ้าได้รับไข่มุกรวมวิญญาน ข้าก็จะรีบบอกวิธีที่จะควบคุมไข่มุกให้กับเจ้า ถึงเวลานั้น ถ้ากระจกวิญญานหายไป เจ้าก็ไม่ต้องกังวลว่าไข่มุกรวมวิญญานจะทำอะไรเจ้าได้แล้ว”

" แล้วถ้าอสูรนั้นกลับมาหละ ? "

" ฮ่าๆ นั่นก็เท่ากับมันหาเรื่องตาย อสูรที่มาที่นี่เป็นเพียงวิญญานเท่านั้นโดยไม่มีร่างกายมันไม่สามารถอยู่ใกล้กับไข่มุกรวมวิญญานได้ มิเช่นนั้นมันจะถูกดูดเข้าไป ความสามารถที่น่ากลัวที่สุดของไข่มุกรวมวิญญาน คือ การดูดวิญญาณ วิญญาณกับร่างกายนั้นเชื่อมถึงกัน , ถึงแม้จะถูกดูดวิญญานเข้าไปในไข่มุกเพียงเล็กน้อย แต่นั่นก็เท่ากับว่าวิญญานได้หลุดออกจากร่างกายแล้ว และหากถูกดูดเข้าไปในไข่มุกรวมวิญญาน

ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับพระเจ้าแท้จริงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะรอดจากแรงดูดของไข่มุกรวมวิญญาน แล้วถ้าอสูรที่มาเยือนรู้ว่าเจ้าสามารถควบคุมไข่มุกรวมวิญญานได้ เมื่อมันเจอเจ้า มันก็จะหนีอย่างไวเลยหละ ! ฮ่าฮ่า "

รอยยิ้มก็ปรากฏบนริมฝีปากของ ฉื่อหยาน , " ถ้าข้าสามารถควบคุมไข่มุกรวมวิญญานได้ ข้าก็จะสามารถจัดการอสูนที่มาเยือนได้สินะ ? "

" แน่นอน ถึงตอนนั้นข้าจะบอกวิธีการควบคุมไข่มุกรวมวิญญาน เมื่อได้ไข่มุกรวมวิญญานมา เจ้าจะต้องไปตามล่าอสูรที่มาเยือนทันที อสูรผู้มาเยือนที่สามารถส่งวิญญานมาที่นี่ได้แปลว่าวิญญานของัมนต้องแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ถ้าวิญญาณของมันถูกดูดซับเข้าไปในไข่มุกรวมวิญญาน พลังวิญญานที่อยู่ในไข่มุกรวมวิญญานก็จะเพิ่มมากขึ้น พลังวิญญานของมันดวงเดียวเทียบได้กับวิญญานคนทั่วไปนับหมื่น เจ้าอย่าปล่อยให้เสียเหลาหละ "

" อือฮึ ! "

" จากนั้นเจ้าก็แค่รอ ให้วิญญานของอสูรที่มาเยือนออกจากหุบเขา จากนั้นเราก็จะเข้าไปในหุบเขา ม่านพลังรอบๆหุบเขาไม่มีผลอะไรเมื่ออยู่ต่อหน้าข้า เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะปลดปล่อยพลังของข้าและแช่แข็งม่านพลังนั่น จากนั้นเจ้าก็จะสามารถเข้าไปได้ "

" ดี ! ! ! "

" ข้าคิดว่า อืม... แม้ไข่มุกรวมวิญญานจะอยู่ในรูปแบบของกระจกวิญญาน แต่เมื่อเจ้าแตะต้องมัน มันก็จะจู่โจมวิญญานของเจ้า เจ้าจะต้องรับมือและจัดการกับพลังวิญญานนั่น จากนั้นเจ้าถึงจะได้รับไข่มุกรวมวิญญาน แต่ระดับการบ่มเพาะของเจ้านั้นต่ำเกินไป เจ้าอาจจะไม่สามารถรับมือจากการโจมตีวิญญานได้แม้แต่ทีเดียว ถึงตอนนั้นเจ้าก็ลืมมันเสียเถอะ เอาหละ … ข้าจะสอนวิชาในการป้องกันวิญญานของ หนี่เถียน ให้กับเจ้า ถึงแม้ว่าระดับการบ่มเพาะของเจ้าจะต่ำ แต่เมื่อเจ้าใช้วิชานี้ เจ้าก็จะสามารถรับมือกับการจู่โจมวิญญานของไข่มุกรวมวิญญานได้”

" วิชาของ หนี่เถียน . . . . . . . " ฉื่อหยาน สายตาก็พลันสว่าง

" ฮึ่ม ! อย่าได้หลงละเลิงไป ข้าจะสอนแค่พื้นฐานให้กับเจ้าเท่านั้น เพราะข้าเกรงว่าเจ้าจะเอามันมาใช้จัดการกับข้าในอนาคต "

" แค่พื้นฐานก็เกินพอ หึหึ "

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว