(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร-บทที่ 95 การต่อสู้ที่เกือบสิ้นหวัง

โดย  จาตุรนต์ ตาแว่นฟ้า โพธิ์ศรี

(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร

บทที่ 95 การต่อสู้ที่เกือบสิ้นหวัง

บทที่ 95 การต่อสู้ที่เกือบสิ้นหวัง

มีกระแสดวงดาวขนาดใหญ่ในท้องฟ้า ซึ่งคล้ายกับรูปแบบที่เกิดขึ้นจากเลือดของอสรนภาเก้าหัวในหับเขาพลังหยิน .

เป็นกระแสดวงดาวที่มีขนาดกว้างใหญ่เหมือนกับภูเขา และระยะห่างระหว่างดาวเป็นเหมือนกับสวรรค์และโลก ซึ่งห่างกันหลายร้อยหลายพันเมตร

ภสยใต้กระนั้นมีดวงดาวต่างๆอยู่มากมาย พร้อมกับเมฆที่ลอยอย่างอิสระ ซึ่งมีทั้งรูปแบบของพลังปราณหยิน และพิษในอากาศ

ท้องฟ้าและผืนดินต่างก็เป็นสีเทา

บนพื้นดินมีรูปปั้นขนาดใหญ่ตั้งอยู่โดยมีหลังของมันนอนติดอยู่กับพื้นดิน คล้ายกับรูปแบบของกล้ามเนื้อ , รูปปั้นเหลานี้แกะสลักโดยมีการสวมใส่เพียงแค่กสงเกงขาสั้นเท่านั้น

ตรงส่วนหน้าอกซ้ายตรงหัวใจของรูปปั้นส่องแสงเจิดจรัสออกมา

แสงเจิดจรัสเหล่านั้นดึงดูดพลังจากกระแสดวงดาวที่อยู่บนท้องฟ้า และคล้ายกับว่ากระแสของดวงดาวบนท้องฟ้าได้หลอมรวมกันอยู่ที่หน้าอกซ้ายตรงหัวใจของรูปปั้น

รูปปั้นนี้ถูกแกะสลักอย่างปราณีต ซึ่งแม้แต่เส้นผมและหลอดเลือดก็ถูกสลักขึ้นด้วยความปราณีตและระเอียดอ่อน หากมองอย่างดีๆ จะสามารถมองเห็นเป็นจุดสำดำๆเคลื่อนไหวไปมาในเส้นเลือด

บนฝ่ามือขวาของรูปปั้นหิน , มีรูปร่างคล้ายกับมดตัวน้อยที่มองไปบนท้องฟ้าด้วยความประหลาดใจ

นั่นก็คือฉื่อหยานเอง !

หลังจากที่เขามาถึงที่นี่ เขาก็ยืนอยู่บนฝ่ามือขวาของรูปปั้น พร้อมกับมีพืชพรรณต่างๆสั่นไหวไปมารอบๆตัวของเขา

พืชเหล่านั้นสั่นไหวไปมาด้วยกระแสลม มันมีขนาดสูงถึง 10 เมตร และหนาเท่ากับเอวของมนุษย์ซึ่งดูแล้ว คล้ายกับเส้นผมของรูปปั้น

แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่า พืชเหล่านี้คือเส้นผมที่แทงขึ้นไปในอากาศ

แต่ในสายตาของเขา ฝ่ามือขวาของรูปปั้นนั้นใหญ่กว่าพื้นที่ในศิลาพระเจ้าถึงสิบเท่า

เขายืนอยู่บนฝ่ามือ ฉื่อหยานมองไปยังกระแสดวงดับลึกลับที่อยู่เหนือหัวของเขา และเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

เขานั้นไม่ได้รู้เลยว่าเขานั้นอยู่บนฝ่ามือของรูปปั้น เขานั้นไม่รู้ถึงการมีตัวตนของรูปปั้นยักษ์นี่ เขาได้สูญเสียความรู้สึกของทิศทางไปและเขาก็คิดเพียงว่าอยู่บนเนินเขาเล็ก

" ทืดด ! ทืดด ! "

ไข่มุกพลังหยินในเส้นชีพจรทั้งสามของเขาได้แก่ เทียนเค้อ เฉินเค้อ หยินตู๋ ก็เริ่มหมุนวน ในขณะนั้นเองมันก็เริ่มดูดซับบางอย่างจากหัวใจของรูปปั้น

ร่างของฉื่อหยานกลายเป็นสั่นเทา

ไข่มุกพลังหยินที่อยู่ภายในร่างของฉื่อหยานกำลังดูดซับแสงที่เจิดจรัสคล้ายกับกระแสดวงดาวบนท้องฟ้าที่ตรงส่วนหัวใจของรูปปั้น และไข่มุกพลังหยินก็หมุนวนอย่างรวดเร็ว จากนั้นมันก็ไหลไปยังบริเวณหัวใจของเขา

เขายืนอยู่บนฝ่ามือหินของรูปปั้น ฉื่อหยานกลายเป็จริงจัง และหลังจากที่เขาลังเลเล็กน้อย เขาก็ถลันไปยังพื้นที่หัวใจของรูปปั้นโดยตรง

ในขณะเดียวกัน มนุษย์จุดสีดำเล็กๆที่อยู่บนรูปปั้นหินก็ได้สังเกตุไปรอบๆ และสัมพัสได้ว่า บริเวณหัวใจของรูปปั้นนั่นเต็มไปด้วยพลังงาน

ดังนั้น หลังจากที่นิ่งสักพัก คนเหล่านั้นก็รวมตัวกันที่หน้าอกของรูปปั้นหิน .

คนเหล่านั้นคือ นักรบจากโลกมืด มู่ฮุย มู่หยู่เตี๋ย ตี่ย่าหลาน และ เป่ยหมิงเช้อ นักรบที่ระดับการบ่มเพาะต่ำกว่าระดับปฐพีถูกเคลื่อนย้ายมาที่ส่วนของหัวใจ

ภายใต้ส้นเท้าของรูปปั้นหิน เป่ยหมิงชาง ชิเสี่ยว ซัวฉี จักพรรดิ์โลกมิด หยินกวยและจิ่วฉาน ที่กำลังถูกปิดกั้นด้วยพลังมหาศาลบางอย่าง

นักรบที่มีระดับพลังมากกว่าระดับปฐพีขึ้นไปถูกปิดกั้นอยู่ภายใต้ส้นเท้าของรูปปั้นหินโดยไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อย

ตอนนั้นทั้งกลุ่มรวทถึง เป่ยหมิงชาง และชิเสี่ยว ก็พยายามที่โคจรพลังปราณลึกลับเพื่อปกป้องตัวเอง

แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ตระกหนักได้ว่า พวกเขาไม่สามารถทำสิ่งใดได้เลยแม่แต่ขยับนิ้วก็ตาม

" ทืดดด ! ทืดด ! "

ไข่มุกพลังหยินในร่างของฉื่อหยานยังคงหมุนวนอยู่ ขณะเดียวกันฉื่อหยานก็กลั้นหายใจและเคลื่อนไหวไปมาบนรูปปั้นหินด้วยสีหน้าจริงจัง

ข้างๆ ฉื่อหยาน , เป็นเส้นขนของรูปปั้นหินที่โอนเอนไปมาเหมือนกับต้นไม้สูงที่บดบังสายตาจองเขา เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขานั้นกำลังอยู่ในป่าแทนที่จะคิดว่าอยู่บนฝ่ามือ

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ ในที่สุดฉื่อหยานก็เคลื่อนไหวออกฝ่ามือข้างขวาที่เหมือนกับภูเขานี่

ฉื่อหยานที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วก็หยุดลงจากนั้นเขาก็มองไปด้านหน้าด้วยความระมัดระวัง

เป็นหลุมลึกที่ปรากฏขึ้นด้านหน้าของเขา หลังจากก็มีรูปปั้นคล้ายกับมนุษย์ตนหนึ่งพุ่งออกมา

มนุษย์หินเหล่านี้สูงสามเมตรและพวกมันก็หายใจเป็นเปลวเพลิงออกมากลิ่นอายของมันคล้ายกับอสรพิษนภาเก้าหัวเป็นอย่างมาก

หากมองลึกลงไปจากด้านบน จะพบว่าที่จริงแล้วหลุมลึกนี่เป็นเส้นชีพจรพลังปราณหยินที่อยู่ในแขนข้างขวา !

มนุษย์หินเพลิงทั้งสิบสองตนนั้นดูน่ารังเกียจและเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งชีวิต เมื่อฉื่อหยานเข้ามาหลุมนี่ ทันทีพวกมันก็กระโดดขึ้นมาปรากฏตัวต่อหน้าเขา

เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ฉื่อหยานทำจิตใจให้สงบและเริ่มใช้จิตวิญญานกายาแข็งจากนั้นผิวของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มในเวลาอันสั้น

หลังจากที่เขาได้เปิดใช้จิตวิญญานกายาแข็งแล้ว ฉื่อหยานก็เรียกใช้ [ โล่แสงทมิฬ ] โล่แสงทมิฬปรากฏขึ้นบนร่างกายของเขาโดยการโคจรพลังปราณลึกลับ

ทันทีที่เรียกใช้ [ โล่แสงทมิฬ ] เสร็จสิ้น ฉื่อหยานก็พุ่งออกไปเหมือนกับขีปนาวุธ

" ปัง ปัง ปัง "

ท่ามกลางมนุษย์หินเพลิง ฉื่อหยานเปลี่ยนนิ้วของเขาให้กลายเป็นหอกและทิ่มแทงไปยังมนุษย์หิน

[ ดรรชนีย์ทะลวง ] นั้นสามารถทะลวงผ่านร่างของนักรบในระดับเริ่มต้นได้ง่ายดาย มันเกิดเป็นเสียงโลกหะกระทบกันขึ้นเมื่อมันได้เข้าประทะกับร่างหินที่แข็.แกร่ง

พลังของเปลวไฟได้พุ่งผ่านเข้าไปยังมือของฉื่อหยาน เมื่อเขาสัมพัสไปที่พวกมัน เขารู้สึกเจ็บปวดที่นิ้วมือเป็นอย่างมาก

ไม่ได้ผล !

ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป ฉื่อหยานตระหนักได้ทันทีว่า [ ดรรชนีย์ทะลวง ] ของเขานั้นไม่ได้ผลเมื่อเจอกับผิวที่หนังที่เป็นหินของรูปปั้น

" บูม ! บูม ! บูม ! "

มนุษย์หินเพลิงหกตนชกหมัดต่อยออกไปที่ฉื่อหยานพร้อมกัน

[ โล่แสงทมิฬ ] ไม่สามารถทนรับการโจมตีได้และแตกสลายไป

ภายใต้หมัดเหล่านั้น ฉื่อหยาน ก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและ เสื้อผ้าของเขาก็ถูกเผาไหม้

ต้องขอบคุณจิตวิญญานกายาของเขา ที่ทำให้ร่างกายของเขาไม่บาดเจ็บอะไร นอกจากอาการเจ็บปวด

ด้วยใบหน้าที่หดหู่ ฉื่อหยานก็คิดได้ว่า ทุกหมัดที่หกมนุษย์หินปล่อยออกมานั้นรุนแรงกว่านักรบในระดับมนุษย์เสียอีก

และ [ ดรรชนีย์ทะลวง ] ของเขาก็ไม่สามารถทะลวงร่างของพวกมันได้อีก

ความคิดของฉื่อหยานก็เปลี่ยนไป แขนข้างซ้ายของเขาปรากฏเป็นควันสีขาวที่พลังงานเชิงลบขึ้น มันหลอมรวมเข้ากับพลังปราณลึกลับของเขา และสร้างเป็น [ หลุมแรงโน้มถ่วง] ลอยออกมา

[ หลุมแรงโน้มถ่วง] เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปยังกลุ่มของมนุษย์หิน ด้วยการควบคุมของเขา

ตอนนั้นเอง พลังที่แข็งแกร่งก็ทะลักออกมาจากวงหมุนและทำให้มนุษย์หินดื้นรนไปมาอย่างเจ็บปวด

มันได้ผล !

ความปิติยินดีปรากฏขึ้นในจิตใจของฉื่อหยาน , ฉื่อหยาน เสริมพลังเข้าไปยังวงหมุนเหล่านั้นทันที และมันก็กลายเป็นบิดเกลียวมากขึ้น

" ปัก !ปัก ! ปัก ! "

วงหมุนแรงโร้มถ้วงทำให้ร่างของมนุษย์หินแตกระเอียด และกระเด็นออกไป

ฉื่อหยานเห็นดังนั้นจึงโล่งใจขึ้นมา ก่อนที่ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่พวกมันกระเด็นออกจากวงหมุนไป ชิ้นส่วนที่แตกกระจายไปของมนุษย์หินก็เริ่มหลอมรวมกันใหมาโดยใช้เวลาแค่เพียง 3 วินาที มันได้สร้างร่างกายขึ้นมาอีกครั้งและกระโดดขึ้นมาอยู่ต่อหน้าฉื่อหยาน

มันยังไม่ตาย !

ทันทีใบหน้าของฉื่อหยานก็เปลี่ยนเป็นมืดมน เขาเรียกวงหมุนขึ้นมาอีกกครั้งและเปลี่ยนตำแหน่งของมัน

มนุษย์หินถูกปกคลุมไปด้วยวงหมุนและร่างของมันก็แตกระเอียดอีกครั้ง

คราวนี้ ฉื่อหยาน ไม่ได้พยายามที่จะฆ่าพวกมันอย่างเดียว เขาควบคุมวงหมุนให้เคลื่อนไหวไปมาท่ามกลางเศษหินนับพันที่แตกระเอียด .

ครึ่งชั่วโมงต่อมา จากหลุมลึกของรูปปั้นหินที่เป็นชีพจรฉื่อกั่ว ก็ปรากฏเป็นหยินฉาออกมา

หยินฉาเกิดขึ้นจากนักรบระดับวิญญานที่ดูดซับพลังปราณหยินที่ตายไปแล้ว มันเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญานต่อสู้ของนักรบ มันก้าวร้าวและกระหายจิตวิญญานอื่นเป็นอย่างมาก

หยินฉาตวัดกรงเล็บของมันพุ่งไปยังฉื่อหยานจากหลุมลึก

หลังจากสังเกตุเห็นหยินฉา ใบหน้าของฉื่อหยานก็กลายเป็นเย็นชา

ภายในไข่มุกพลังหยิน ในที่สุดพลังปราณหยินก็โคจรอย่างท่วมท้นไปทั่ววังวนพลังหยินทั้งสาม จาดนั้นพลังที่แข็งแกร่งก็ระเบิดออกมา !

จู่ๆ หยินฉาก็แสดงความหวาดกลัวออกมาและหนีกลับไปยังหลุมลึก

" เจ้าคิดว่าจะหนีข้าได้งั้นรึ ? "

ฉื่อหยานยิ้มอย่างเย็นชา และ โคจรพลังปราณหยินอย่างรวดเร็ว

หยินฉาพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะหลบหนี ในขณะเดียวกันมันก็ถูกเหนี่ยวรั้งด้วยการโคจรพลังปราณหยินของฉื่อหยาน มันถูกบังคับให้เข้ามาใกล้ฉื่อหยานขึ้นเรื่อยๆ

ยิ่งเข้ามาใกล้ ฉื่อหยาน มากเท่าใดมันก็ยิ่งได้รับอิทธิจากวังวนพลังหยินทั้งสามมากเท่านั้น .

จู่ๆส่วนหนึ่งหยินฉา ก็หยุดดิ้นรนและกลายเป็นพลังปราณหยินเข้าไปยังหน้าอกของฉื่อหยาน

หยินฉาหลอมระลายเข้ากับวังวนพลังหยิน และกลายเป็นพลังงานบริสุทธิ์ซึ่งถูกหลอมรวมไปยังศูนย์กลางของวังวนพลังหยิน

ส่วนที่เหลือของหยินฉา ก็ต่อสู้ดิ้นรนด้วยความกลัวแต่ก็ไม่อาจหลบหนีจากวังวนพลังหยินได้ . พวกมันถูกดูดเข้ามาและกลายเป็นหลังปราณหยินอยู่ภายใน

ไม่นานนักหยินฉาก็กลายเป็นพลังปราณหยินและถูกดูดซับเข้ามายังร่างของฉื่อหยาน และมันก็ทำให้เขาพัฒนาขึ้นอย่างต่อเรื่อง

ใน เวลาเดียวกัน เหตุการณ์แบบเดียวกันก็เกิดขึ้นในทุกด้านของรูปปั้นหิน

เป่ยหมิงเช้อ , มู๋หยู่เตี๋ย ตี่ย่าหลาย มู่ฮุย และ นักรบจากโลกมืดก็พบกับอันตรายเช่นกัน เมื่อพวกเขามุ่งหน้าออกจากส่วนของหัวใจ พวกเขาทั้งหมดถูกล้อยอโดยมนุษย์หินเพลิง หยินฉา สัตว์อสูรพิษ และมังกรโคลน ซึ่งออกมาจากหลุมจุดชีพจรของรูปปั้นหิน

ฉื่อหยานยังคงมุ่งไปข้างหน้า

ในเส้นทางของเขา เขาพบเจอกับมนุษย์หินเพลิงและหยินฉาเป็นจำนวนมากแต่เขาก็จัดการกับพวกมันได้ด้วยวิธีเดิม ในที่สุดเขาก็มาถึงมราข้อศอกข้างขวาอย่างช้าๆ

ฉื่อหยานหยุดอีกครั้ง

ข้างหน้าของเขาเป็นนักรบจากโลกมืดห้าคน พวกมันอยู่ในนภาที่หนึ่งหรือสองของระดับมนุษย์ พวกมันถูกแจกออกจากคนอื่นๆเมื่อตอนที่พวกมันเข้ามาที่ประตูสวรรค์ พวกมันทั้งหมดกำลังมุ่งหน้าไปยังส่วนของหัวใจ แต่เหมือนกับว่าเขานั้นได้กลิ่นของเนื้อที่ไหม้เกรียม

ห้านักรบจากโลกมืดมองมาที่ฉื่อหยาน

จากนั้นพวกมันก็หันหน้ากลับไปและเหลือบมองมายังฉื่อหยาน เหมือนกับว่ามันคิดบางอย่างอยู่ มันเดินไปหาฉื่อหยาน อย่างช้า ๆ

" นักรบจากโลกมืดงั้นรึ "

ฉื่อหยานดวงตาส่องประกายออกมาเมื่อเขาเห็นสัญลักษณ์ของโลกมืดบนไหล่ของนักรบเหล่านั้น

" ฆ่ามัน ! "

ชายคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาและคนอื่นๆก็ล้อมไปรอบๆฉื่อหยาน

" พวกเจ้ากำลังรนหาที่ตาย ! "

เขาตะโดนออกมาด้วยใบหน้าที่เย็นชา ฉื่อหยานดวงตาของเขาปกคลุมไปด้วยความกระหายเลือด . หลังจากคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขาก็พุ่งออกไปเหมือนกับคมดาบ

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว