(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร-บทที่ 82 ขั้นต่อไป

โดย  จาตุรนต์ ตาแว่นฟ้า โพธิ์ศรี

(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร

บทที่ 82 ขั้นต่อไป

บทที่ 82 ขั้นต่อไป

ในวันต่อไปมา ฉื่อหยานยังคงอยู่ในรถม้า และไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่

ทั้งหมดเป็นเวลา 9 วันแล้วที่สองรถม้าได้เดินทางในป่า

ในเก้าวันที่ผ่านมา ทั้งซั่วฉื่อและหวู่หยุนเหลียน จะออกจากรถม้ามาที่ริมแม่น้ำ และตวงน้ำสำหรับทุกคน

ทุกครั้งที่ฉื่อหยานออกมา เขาจะออกมาเพื่อรับประทานอาหารเท่านั้น และเมื่อเขากินเสร็จ เขาก็จะรีบกลับเข้าไปในรถม้า โดยไม่พูดกับผู้ใดเลย .

. . . . .

ค่ำคืนนั้นเอง

สองรถม้าจอดอยู่ภายใต้ใบไม้หนาทึบของต้นไม้ ม้าถูกปล่อยออกมาจากรถของพวกเขาเพื่อไปกินหญ้าในบริเวณใกล้เคียง

หลังจากอาบน้ำเสร็จ ทั้งซั่วฉื่อและหวู่หยุนเหลียน ต่างก็นอนสบายอยู่ในรถม้าของพวกนางพร้อมกับพูดคุยหยอกล้อกันอย่างเบาๆ

ซู่ปิง ฮันเฟิง และ กู่หลงต่างที่เฝ้ารถม้าอยู่ บางครั้งก็พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน และบ่มเพาะระดับพลังในเวลาเดียวกัน

ในรถม้าของตระกูลฉื่อ

หน้าของฉื่อหยานเต็มไปด้วยความจริงจัง สีหน้าของเขาไม่ดูเคร่งเครียด หลังจากเก้าวันที่ผ่านมาเขายังคงศึกษาอย่างไม่หยุดยั้ง และเขาก็ได้รับรู้วิธีการบางส่วนมา .

ที่แขนขวาของเขาก็เปล่งประกายแสงออกมา และสามารถเห็นจุดสีขาวเล็กๆที่ดูแปลกประหลาดไหลผ่านหลอดเลือดในแขนของเขา

เส้นสายที่บริสุทธิ์ได้กลั่นพลังปราณลึกลับของเขาซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในเส้นชีพจรของเขา ด้วยวิธีการนี้มันได้สะสมอยู่ในจิตใจของเขา

หลังจากผ่านไป 7 ครั้ง

ฉื่อหยานแขนข้างขวาของเขาก็ถูกขยายอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ตอนนี้มันขยายตัวหนาขึ้นมากนัก ! กล้ามเนื้อของเขาแข็งแกร่งพร้อมกับมีเส้นเลือดปูดออกมา มันดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก

" ฮ่าๆๆๆ "

ฉื่อหยานหัวเราะลั่นออกมาเบาๆ ดวงตาของเขากลายเป็นน่ากลัว เขาเอาแต่จ้องมองของไปที่บนแขนข้างขวาของเขา และทันใดนนั้นความคิดบางอย่างก็ได้ผุดขึ้นมาจิตใจของเขา

แขนข้างขวาของเขาเกิดเสียงแปลกประหลาดดัง ป๊อก ออกมา

หลังจากโคจรพลังปราณลึกลับเจ็ดรอบ มันก็แยกออกเป็นเจ็ดกระแสที่แตกต่างกันออกไป กระแสพลังปราณลึกลับทั้งเจ็ดก็ได้ไหลเข้าไปยังเส้นชีพจรของเขา กระแสพลังแต่ละเส้นสายต่างก็มีพลังที่แตกต่างกันไป

เมื่อเขาตั้งสมาธิไปที่พลังปราณลึกลับของเขา กระแสพลังปราณทั้งเจ็ดก็ได้ไหลไปยังข้อมือของเขา ในทันที กระแสพลังทั้งเจ็ดก็ได้หลอมรวมกันเป็นหนึ่ง และจากนั้นก็ปรากฏเป็นกลิ่นของแห่งชีวิตทะลักออกมาจากฝ่ามือข้างขวาของเขา

ฉื่อหยาน ดวงตาของเขาก็สว่างจ้าเหมือนจักรวาล เขาพยายามที่จะกระตุ้นไปที่แสงที่เกิดขึ้นจากกระแสพลังปราณทั้งเจ็ด

" บูม ! "

พลังปราณลึกลับทั้งเจ็ดกระแสก็วิ่งเข้าไปในกลางฝ่ามือของเขา ฝ่ามือของฉื่อหยานก็ส่องแสงออกมา กระแสพลังปราณที่แปลกประหลาดก็ระเบิดออกมาจากฝ่ามือของเขา

ในตอนนั้นเอง แสงสว่างนับไม่ถ้วนก็พุ่งออกมาจากฝ่ามือของเขาเป็นเส้นสาย ปรากฏเป็นแสงสว่างที่เป็นเส้นจุดเล็กๆส่องออกมาจากฝ่ามือของเขาอย่างไม่น่าเชื่อ

ทันใดนั้น เส้นแสงที่พุ่งออกมาอย่างนับไม่ถ้วน ก็ได้รวมกันเส้นๆเดียว และได้สร้างบางอย่างที่แปลกประหลาดขึ้นมาบนฝ่ามือของเขา

มันส่องแสงวาววับออกมาจากฝ่ามือและลอยขึ่้นไป

เส้นสายพลังปราณลึกลับทั้งเจ็ดบนฝ่ามือของฉื่อหยานก็ระเบิดพลังออกมาถึงเจ็ดครั้ง และการระเบิดทั้งเจ็ดครั้งก็เหมือนจะสร้างบางสิ่งที่เป็นรูปร่างขึ้นมา

กระแสพลังทั้งเจ็ดนั้นเหมือนกับม้าพยศ มันลอยสุ่มไปมาอยู่ในรถม้า

" ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม ! "

ในตอนนั้นเอง ตู้รถม้าแตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ ปรากฏเป็นแผ่นไม้และขี้เลื่อย ลอยพุ่งกระจายออกไปทั่วบริเวณรอบๆ

ฉื่อหยานได้แต่นั่งนิ่งอยู่บนพื้น ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขามองดูซากรถม้าและที่กระจายไปรอบๆเขาด้วยความประหลาดใจ

เขาสัมพัสได้อย่างชัดเจนเลยว่าพลังปราณลึกลับของเขาได้สูญเสียไปถึง 1 ใน 3 ส่วน

ปรากฏเป็น [ตราผนึกแห่งชีวิต] เจ็ดตราพุ่งพล่อนออกมา และพลังปราณลึกลับที่อยู่ในแขนขวาทั้งหมดของเขาก็ถูกดูดจนเหือดแห้งทันที

เมื่อบรรดา [ตราผนึกแห่งชีวิต] ทั้งเจ็ดพุ่งออกมา แขนขวาของเขาก็กลับมาเป็นปกติ และขนาดเล็กเท่าเดิมเหลือเพียงความรู้สึกเสียวซ่านเท่านั้น

ซั่วฉื่อและหวู่หยุนเหลียน ก็กระโดดออกมาจากรถม้าของตระกูลซั่วทันทีเมือได้ยินเสียง พวกนางต่างจ้องมองไปที่ฉากที่เกิดขึ้นด้วยความตกใจ

ที่บนหญ้า ซู่ปิง ฮันเฟิง และ กู่หลงยังตกตะลึง ใบหน้าพวกเขาเต็มไปด้วยความสับสน พวกเขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

ฉื่อหยานนั่งอยู่กับพื้นด้วยอาการงุนงงเช่นกัน เขามองไปที่นางทั้งสอง แล้วกระแอมออกมาพร้อมกับกล่าวอย่างเลือดเย็น " ลุงฮัน ข้าว่าตอนนี้เราต้องขี่ม้ากันแล้วหละ "

สีหน้าของฮันเฟิงดูแปลกประหลาด เขาพยักหน้าเล็กน้อย และมองไปที่ฉื่อหยานอย่าง งง งวย

" คุณชายหยาน ท่านทำบ้าอะไรของท่านกันรึ ? "

ด้วยตาของหวู่หยุนเหลียน หลี่ลงเล็กน้อยและใบหน้าก็เต็มไปด้วยความสับสน นางก้าวเข้าไปพร้อมกับซั่วฉื่อซือ " คุณชายหยาน ท่านเป็นอะไรรึ จู่ๆทำไมท่านถึงทำลายรถม้ากัน ท่านช่วยอธิบายให้พวกเราฟังหน่อยได้หรือไม่ ?

" มันได้เกิดเหตุขึ้นระหว่างที่ข้ากำลังฝึกฝน " ฉื่อหยานยักไหล่ แล้วพูดเรียบๆ " นี้เป็นเรื่องปกติ อย่าได้กังวลไป ถึงรถม้าจะหายไป แต่ม้าก็ยังอยู่ที่นี่ การเดินทางของเราจะไม่ล่าช้าแน่นอน "

" ตลอดเวลาที่เจ้าเอาแต่อยู่ในรถมา และไม่ยอมออกมา . . . . . . . เจ้ากำลังฝึกฝนอยู่งั้นรึ " หน้าสวยของซั่วฉื่อเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

" อืมม . . . . . "

" อืมม . . . . . "

" เจ้าโง่ " ซั่วฉื่อส่ายหน้า และพูดดูถูกเหยียดหยาม " การฝึกฝนเป็นสิ่งที่น่าเบื่อที่สุด และปู่ของเจ้าเองก็ไม่ได้บังคับเจ้า ทำไมเจ้าถึงได้พยายามเช่นนี้ "

" เพราะมันเป็นงานอดิเรก "

" เชอะ ข้าไม่เชื่อเจ้าหลอก "

" คุณชายหยาน ตอนนี้ท่านกำลังฝึกวิชาใดอยู่งั้นรึ ? ? "

หวู่หยุนเหลียน ลังเลสักครู่ก่อนถามออกไป แล้วสีหน้าของนางก็ค่อยๆกลายเป็นปกติอีกครั้ง " พลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาในช่วงเวลานั้นค่อนข้างรุนแรงเป็นอย่างมาก และมันก็ได้ระเบิดออกมาอย่างรุนแรงเช่นกัน มันไม่สมควรเป็นสิ่งที่นักรบในระดับมนุษย์ธรรมดาจะทำได้ . . . . . . . " หวู่หยุนเหลียน กล่าวอย่างครุ่นคิด

" ไม่มีอะไรหรอก " ฉื่อหยานยิ้ม เขาไม่อยากจะอธิบายอะไรเพิ่มเติมนีก เขายืดอกขึ้นและบอกกับฮั่นเฟิง " ลุงฮัน ท้องข้าหิวแล้ว เรามาหาอะไรกินกันเหอะ "

" ตกลง "

เห็นฉื่อหยาน ไม่อยากจะพูดอะไรมาก หวู่หยุนเหลียน ก็ไม่ได้ถามรายละเอียดเพิ่มเติมอีก นางยิ้มและจึงจูงซั่วฉื่ไปกับนาง

หลังจากนั่งลงที่กลุ่มอาหาร

ฉื่อหยานก็บอกกับฮันเฟิง " ลุงฮัน ข้าจะไปล้างตัวเองเสียหน่อย ไม่นานข้าจะกลับมา ท่านไม่ต้องตามข้ามาหลอก "

" คุณชาย . . . . . . . " ฮันเฟิงลังเล

" อย่าได้กังวล " ฉื่อหยานโบกมือเมื่อเห็นว่าเขากังวล , " ข้าจะไปไม่ไกลนัก ถ้ามีอะไรก็เรียกข้าได้ อย่ากังวลเลย "

" ระวังตัวด้วย นายน้อย "

. . . . .

ฉื่อหยานมาถึงตลิ่งอย่างรวดเร็ว และเขาก็กระโดดลงไปในแม่น้ำ และเริงร่าอาบน้ำและพร้อมกับเปลี่ยนชุดใหม่

หลังจากขึ้นมาบนฝั่ง แทนที่จะรีบกลับไปยังจุดที่รวมพลกับฮันฟงและคนอื่นๆ เขากลับเคลื่อนไหวห่างออกไปแทน

. . . . .

ภายใต้ต้นไม้เก่าแก่

สีหน้าของฉื่อหยาน ก็เคร่งขรึม เขาก็โคจรพลังงานเชิงลบในร่างกายของเขา

ในเส้นชีพจรที่อยู่ทั่วร่างกาย มีพลังเชิงลบที่แตกต่างกันไปหลบซ่อนอยู่ เช่น ความกระหายเลือด ความกลัว การฆ่าฟัน และความสิ้นหวัง พวกมันไหลออกมา และอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา เขาโคจรพลังเหล่านั้นให้ไหลไปที่แขนซ้าย

แขนซ้ายของเขาหดตัวลงและถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีขาว หมอกเหล่านี้เคลื่อนไหวไปมาไม่สามารถคาดการณ์ เป็นเหมือนเงารางๆ ของวิญญาน

จิตใจของเขาพลันกระตุก .

ฉื่อหยานเริ่มเรียกพลังเชิงลบที่อยู่ในแขนซ้ายของเขาให้ไหลไปต่อที่แขนขวา

ภายใต้การควบคุมของเขา แขนซ้ายของเขาก็ค่อยๆหดตัวมากขึ้น

มันดูเหมือนกับว่ามีเพียงชั้นของผิวหนังที่กดลงไปบนกระดูกของเขาเท่านั้นซึ่งมันเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ขณะที่แขนซ้ายของเขาค่อยๆหดลง เป็นมวลของพลังงานแสนชั่วร้ายที่ค่อยๆเริ่มเติบโตขึ้น

หมอกขาวหนาทึบบนแขนซ้ายของเขาแล้วกลายเป็นสีดำ และมันก็ปกคลุมไปทั้งแขน เหมือนกับว่ามันเป็นพิษที่รุนแรง

มวลของ ความบ้าคลั่ง ความชั่วร้าย ความกระหายเลือดได้หดตัวอย่างรวดเร็วในแขนซ้ายของเขา

หลังจากโคจรครบเจ็ดรอบ พลังที่แขนซ้ายของเขาก็ไหลลงไปที่ฝ่ามือซ้ายของเขาใช้เทคนิคเดียวกับแขนข้างขวาของเขาและพวกมันก็หลอมรวมกันออกมาบนฝ่ามือซ้ายของเขา

" ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม ! "

ทุกการระเบิดขึ้นทั้งเจ็กครั้ง ปรากฏเป็นแสงสีดำลอยขึ้นมาจากฝ่ามือข้างซ้ายของเขา

มันเต็มไปด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล พร้อมกับรู้สึกแห่งความตายที่หนาแน่น พวกมันลอยไปรอบๆต้นไม้เก่าแก่ที่อยู่ด้านหน้าของเขา

พลังทั้งสองที่หมุนไปรอบๆต้นไม่ที่เก่าแก่ซึ่งมีขาดรอบเอว และที่ความสูง 12 เมตร ก็ล้มลงบนพื้น และพลังชีวิตของต้นไม้เก่าแก่ที่เขียวชอุ่มก็ถูกดึงดูดออกไป !

ภายใต้การจ้องมองอยู่ใกล้ๆของฉื่อหยาน , ต้นไม้เก่าแก่ที่ถูกล้อมรอบไปด้วยพลังงานสีดำ ใบไม้ก็เหี่ยวแห้งอย่างรวดเร็ว

จากต้นไม้เก่าแก่ที่มีชีวิตชีวาได้กลายเป็นสิ้นสุดอายุขัยทันที และกลายเป็นเพียงเปลือกไม้ไป ใบไม้ตกลงทั้งต้นทันที ที่สูญเสียร่องรอยทั้งหมดของชีวิตไป

ใบไม้หล่นลงบนพื้นดินและพื้นที่รอบ ๆใบไม้เหล่านี้ดูราวกับว่าพวกมันเองก็ได้รับผลกระทบ และพวกมันก็ทันทีที่ตาย สิ่งที่เกิดขึ้นช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก

นี่ย่อมเป็น [ผนึกแห่งความตาย ] แน่นอน !

ตาของฉื่อหยานส่องประกายออกมา และเขาก็รู้สึกตกใจเล็กร้อย

เขารู้ดีว่า [ ผนึกแห่งตาย ] เป็นผนึกที่พิเศษเป็นอย่างมาก แต่เขาไม่รู้้ลยว่ามันจะมีพลังทำลายที่น่าอัศจรรย์ถึงเพียงนี้!

พลังชนิดนี้ไม่เพียงแต่จะมีพลังในการทำลายที่น่าอัศจรรย์เท่านั้น แต่มันยังมีพลังที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากอีกด้วย [ ผนึกแห่งความตาย ] ย่อมมีพลังแห่งความตายอย่างแท้จริง !

มันสามารถทำลายได้แม้กระทั้งพลังชีวิต ของ พืชและสัตว์ !

[ ผนึกแห่งความตาย ] เป็นผนึกที่น่าเกรงกลัวเป็นอย่างมาก แล้วถ้าหากนำ [ ผนึกแห่งชีวิต ]และ [ ผนึกแห่งความตาย ] มาผสานร่วมกันสร้างเป็น [ ผนึกแห่งชีวิตและความตาย ]หละจะเกิดอะไรขึ้น ?

ฉื่อหยานก็หายใจเข้าลึกๆ แต่เขาก็รู้ว่านี่ยังไม่ใช่เวลาที่สมควรจะทดสอบ

เพราะเขาได้ยินเสียงเหมือนมีคนกำลังเดินมาทางนี้

ฉื่อหยานรู้ได้ทันทีว่าฮันเฟิงและคนอื่นๆต้องมาที่นี่แน่ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปสักครู่ แล้วเขาก็กลับไปอย่างรวดเร็วบนเส้นทางที่เดินทางมา

ตามที่คาดไว้ , เป็นฮันเฟิงและ กู่หลงที่กำลังเดินมาอย่างเร่งรีบและพวก เขาก็อุทานมาแต่ไกล " นายน้อย ท่านเป็นอะไรหรือไม่ ? "

หวู่หยุนเหลียน ซั่วฉื่อเองก็โผล่ศีรษะออกมาจากข้างหลัง ฮันเฟิง พวกนางมองมาที่เขาอย่างแปลกใจ เหมือนกำลังคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

พวกเขาได้ยินเสียงเหมือนกับฟ้าผ่าอย่างรุนแรง และหลังจากเกิดเสียงที่น่าหลัวนั่น ดูเหมือนจะมีประกายแสงบางอย่างที่น่ากลัวเกิดขึ้น

นี้ทำให้ฮันเฟิงและคนอื่นๆแอบหวาดกลัว จิตใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความสับสน

" ไม่เป็นไรหรอก กลับกันเถอะ " ฉื่อหยาน ค่อยๆ เดินมาหาพวกเขาและทำเป็นไม่สนใจ " ข้าได้ฝึกฝนผิดพลาดอีกครั้ง ฉันคิดว่ามันจะสร้างผลกระทบให้ข้าร้ายแรงเสียอีก . แต่มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย"

" ฉื่อหยาน , เจ้ากำลังฝึกวิชาใดอยู่กุนแน่ ? ทำไมข้าคิดว่าวิชาที่เจ้าฝึกมันไม่ธรรมดา ? " ซั่วฉื่อไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไป นางจึงถามออกไปพร้อมกับใบหน้าของนางที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

" ใครจะสนหละ ว่ามันปกติหรือไม่ แค่มันสามารถสังหารใครสักคนได้ นั่นก็ถือว่าดีแล้ว ! " ฉื่อหยานพูดออกไปอย่างไม่แยแส

" เจ้าหนุ่มน้อย เจ้านี่ชอบทำตัวลึกลับเสียจริง มีเพียงพระเจ้าสินะที่รู้ว่าเจ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่ " ซั่วฉื่อขดริมฝีปากของนาง นางรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย นางได้สูดลมหายใจเข้า และก็พูดเป็นครั้งสุดท้าย " เร็วเข้าเถอะ นี่มันก็ผ่านมาตั้งเกือบเดือนแล้ว ถ้าเราไปช้ากว่าแม่นางเซี่ยหละก็ นางจะไม่รอเราแน่ "

" เซี่ยซินหยาง . . . . . . . "

ฉื่อหยาน พึมพำออกมา และนึกไปถึงรสชาติที่ยอดเยี่ยมของริมฝีปากนาง หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้น ใบหน้าของเขากลายเป็นอารมณ์ดี และหลังจากที่เป็นเช่นนี้สักพักเขาก็พยักหน้าและบอกว่า " ถูกต้อง เราควรจะไปกันได้แล้ว ไม่ต้องห่วง ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำให้พวกเจ้าล่าช้าอีก "

" ฉื่อหยาน เจ้าคงไม่ได้คิดจะเชยชมนางใช่หรือไม่ ? " หวู่หยุนเหลียน ดวงตากลายเป็นแหลมคม นางมองไปที่หน้าของเขาและสังพัสได้ถึงบางอย่าง จากนั้นก็บ่นออกมา " ข้าว่าเจ้าเลิกคิดเสียเถอะ ผู้หญิงคนนั้นเป็นตัวปัญหา จากที่ข้าเห็น ไม่มีผู้ใดในสมาคมการค้าไม่มีใครสามารถทำอะไรนางได้เลย แม้จะเป็นเป่ยหมิงชางก็ตาม ! "

" หึ ข้าได้ลิ้มลองนางมาแล้วต่างหากหละ " ฉื่อหยานโต้กลับในจิตใจของเขา

ฉื่อหยาน สูดลมหายใจเข้าแล้วพูดดูออกไป " ไม่ว่าหญิงงามนั้นจะอยู่สูงแค่ไหน สุดท้ายแล้วนางจะต้องนอนบนเตียงของผู้ชายอยู่ดี แม้แต่เซี่ยซินหยาน เองก็ไมม่มีข้อยกเว้น ! "

" เจ้า ! เจ้านี่หยาบคายจริงๆ ! " ซั่วฉื่อหน้าหน้าแดง นางถลึงตาใส่เขา " ทำไมข้าถึงไม่รู้มาก่อนนะ ? ว่านี่คือนิสัยที่แท้จริงของเจ้า เจ้านี่เป็นชายโรคจิตโดยแท้ ! "

" ไร้สาระสิ้นดี ! " หวู่หยุนเหลียน พูดอย่างไม่พอใจ " ข้าไม่เคยนอนบนเตียงของชายใดมาก่อน เจ้าเด็กบ้า จริงๆหากเจ้าไม่มีอะไรจะพูด ก็ไม่ต้องพ้นคำสกปรกออกมาจากปากของเจ้าก็ได้นะ ! "

" หือ เจ้าช่างน่าสงสารจริงๆ " ฉื่อหยาน พูดเหมือนแปลกใจออกไป

" บ๊ะ ! ทำไมเจ้าต้องมาทำให้ข้าอารมณ์เสียด้วย " หวู่หยุนเหลียนขบฟันของนางและพูดอย่างขมขื่น ตอนนี้นางคิดถึงตอนที่ฉื่อหยานเอาแต่อยู่เงียบๆในรถม้าและไม่เคยออกมา

. . . . .

ห่างออกไป 3 ลี้จากกลุ่มของฉื่อหยาน

( 1 里 Li น้อยกว่า3ไมล์ เล็กน้อย )

สองยักษ์สูงตระหง่าน พูดออกมาด้วยความโกรธ " นายหญิง เจ้าเด็กนั้นพูดไม่ดีเกี่ยวกับท่าน "

เสียงของฉื่อหยาน ค่อนข้างที่จะดัง และถึงแม้เขาทั้งสามจะอยู่ไกลถึงสามลี้ ก็ยังคงได้ยินสิ่งที่ฉื่อหยานพูด

" ไม่ว่าชนชั้นสูงหรือผู้หญิงสวยแค่ไหน สุดท้ายแล้วนางก็ต้องนอนบนเตียงของผู้ชายอยู่ดี แม้แต่เซี่ยซินหยานเองก็ไม่มีข้อยกเว้น ! "

เซี่ยซินหยานขมวดคิ้ว นางและคิดถึงคำพูดของฉื่อหยานวกวนไปมาในจิตใจ ดวงตาสดใสของนางส่องประกายเย็นชาออกมาและ นางกล่าวอย่างไม่สนใจ " อย่าไปสนใจพวกคนจากตระกูลฉื่อและตระกูลซั่วเลย อีกไม่นานเราก็จะได้พบกับพวกเขา ข้าจะดูว่าเขายังจะกล้าหยิ่งพยองอีกหรือไม่ . เขาช่างกล้านักที่มานินทาข้าลับหลัง ! "

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว