(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร-บทที่ 175 ไม่ได้มาเพื่อสิ่งใด

โดย  จาตุรนต์ ตาแว่นฟ้า โพธิ์ศรี

(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร

บทที่ 175 ไม่ได้มาเพื่อสิ่งใด

[ข้อแก้จากตอนที่แล้ว ก่อนนะจบ โม่ต้วนหุนบอกจะกลับไปที่เกาะอมตะก่อน ขอแก้เป็น โม่ต้วนหุนจะไปกับฉื่อหยานก่อนแล้วจึงค่อยกลับไปยังเกาะอมตะ 55555 พอดีแปลสลับกัน]

บทที่ 175 ไม่ได้มาเพื่อสิ่งใด

ภายในหุบเขา น้ำในบ่อรวมวิญญานกลายเป็นโปร่งใส วิญญานทั้งหมดที่อยู่ในสระถูกดูดเข้าไปในไข่มุกรวมวิญญาน

เหอซิงเหมิน ดูเหมือนจะไม่ชอบฉื่อหยานเป็นอย่างมาก หลังจากได้ยินคำพูดของโม่ต้วนหุน นางก็ขี่ราชสีห์วายุอัศนีบินขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกับร่างของเซี่ยซินหยาน . และนางก็มุ่งหน้าออกจากเกาะเมฆาไปก่อนใคร

ฉื่อหยานอยู่ในหุบเขา เขานั่งอยู่บนค้างคาวโลหิตครามและมองไปรอบๆ

เมื่อเขาตระหนักได้ว่ามันไม่มีวิญญาณ เหลืออยู่ในบ่อรวมวิญญานแล้ว เขาก็ฟาดไปที่ไข่มุกรวมวิญญานสองถึงสามครั้ง

เมื่อฟาดลงไปบนไข่มุก มันก็เกิดเป็นม่านพลังสีขางบางๆขึ้นครอบคลุมผิวของไข่มุกโดยสมบูรณ์

เมื่อไข่มุกรวมวิญญานถูกครอบคลุมด้วยม่านพลังสีขาวบางๆ, พลังในการดูดกลืนวิญญานก็หายไป

โม่ต้วนหุน ยืนอยู่ข้างๆเขาขณะที่มองดูการกระทำของ ฉื่อหยาน เขามองไปที่ไข่มุกรวมวิญญานที่อยู่ในมือของฉื่อหยานที่ได้ดูดกลืนวิญญานทั้งหมดในบ่อรวมวิญญาน เมื่อเขาเห็นฉื่อหยานฟาดไปที่ไข่มุกรวมวิญญาน การแสดงออกของเขาก็เปลี่ยนไป

แต่ในที่สุด โม่ต้วนหุน ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป

" เอาล่ะ เราจะไปกันเดี๋ยวนี้ เตรียมทุกอย่างให้พร้อม " ฉื่อหยานเก็บไข่มุกรวมวิญญานอย่างระวังและจากนั้นเขาก็ก็ยิ้มให้โม่ต้วนหุน .

โม่ต้วนหุน พยักหน้า

กระแสพลังวิญญานถูกส่งออกมา และค้างคาวโลหิตครามที่อยู่ด้านล่างเขา ทันทีก็ขยายปีกและบินขึ้นไปยังทิศทางที่ราชสีห์วายุอัศนีบินไป

ค้างคาวโลหิตครามระดับหกนั้นบินได้รวดเร็วเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม โม่ต้วนหุน ก็ไม่ได้รีบเร่งใดๆ เขาแตะไปที่ค้างคาวโลหิตคามเพื่อชะลอค้างคาวโลหิตครามระดับที่ต่ำกว่าบินขึ้นไป

ข้างหน้าของพวกเขาราชสีห์วายุอัศนีที่เหอซิงเหมินขี่อยู่ ก็ยังไม่ได้บินเร็วมากนัก ดูเหมือนนางกำลังรอโม่ต้วนหุนอยู่ .

แม้ว่าเหอซิงเหมิน จะไม่ชอบฉื่อหยาน นางก็รู้ว่านี่ยังอยู่ในทะเลเหิงลั่ว มันไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ และพวกเขาอาจจะพบกับนักรบที่แข็งจาก พรรคสามเทพ ตระกูลกู่ หรือ ตระกูลตงฟางก็ได้

ก่อนที่จะถึงทะเลเคียร่า นางนั้นไม่กล้าที่จะอยู่ห่างจากโม่ต้วนหุน ไกลเกินไป

เกาะเมฆาไม่ใช่เล็กๆ หลังจากฉื่อหยานไปขึ้นฝั่งมาเขาต้องใช้เวลาสองถึงสามวันเพื่อมาถึงหุบเขา

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาขึ้นนั่งบนหลังค้างคาวโลหิตคราม มันก็กระพือปีกหลายครั้งและลอยขึ้นไปด้านบนอย่างรวดเร็วจากนั้นก็มุ่งออกจากเกาะเมฆา แค่ประมาณครึ่งชั่วโมงค้างคาวโลหิตครามก็บินออกมาจากเกาะเมฆา

หลังจากออกจากเกาะเมฆา ฉื่อหยานก็ก้มมองลงไป และเขาก็เห็นเรือที่คุ้นเคย

หรี่ตามองลงไป ข้างกองสินค้าเขาเห็นร่างเล็กของหญิงสาวที่ดูเลือนร่าง ร่างที่งดงาม ผมที่ยาวสลวยของนางบินไปตามสายลมทำให้นางดูงดงามยิ่งขึ้น

ฉื่อหยานถอนหายใจอยู่ในใจของเขา สีหน้าของเขามืดมนลงเล็กน้อย เขาส่ายหัวเบา ๆ

ในทะเล เรือก็ค่อยๆ แล่นจากไป .

บนดาดฟ้าเรือ , เจ็ท , นาโน , และคนอื่นๆทั้งหมดยกศีรษะของพวกเขาขึ้น เขาชี้ไปที่ค้างคาวโลหิตครามที่บินเหนือพร้อมกับตระโกนออกมา

" นี่มัน ! ! ! ค้างคาวโลหิตคราม ! ตระกูลหยางขี่ค้างคาวโลหิตครามมา ! "

" นักรบชูร่า ที่อยู่หนึ่งในนักรบเหล่านั้นต้องเป็น หนึ่งในราชาชูร่า โม่ต้วนหุนแน่นอน ! "

" เฮ้ ทำไมถึงบนค้างคาวโลหิตครามของโม่ต้วนหุนถึงมีอีกคนอยู่หละ ผู้ที่นั่งอยู่บนค้างคาวโลหิตคามได้สมควรมีแต่ราชาอสูรโม่ต้วนหุนหนิ . . . . . . . แล้วเจ้านั่นเป็นใครกัน ? "

" ใครจะไปรู้ มันอยู่ไกลมากข้าเองก็มองไม่ชัด "

" นั่นสงสัยจะเป็นคนที่มีพรสวรรค์จากตระกูลหยาง มิฉะนั้นเขาคงไม่มีสิทธิ์ที่จะขึ้นขี่ค้างคาวโลหิคครามระดับหกแน่นอน ค้างคาวโลหิตครามกำลังจะออกจากเกาะเมฆา ข้าสงสัยว่า ผลการเจรจาของตระกูลหยางและตระกูลกู่เป็นเช่นไรกัน "

" ยังต้องคิดอีกรึ เจ้าคิดว่าตระกูลกู่จะกล้าปฏิเสธตระกูลหยางรึไง ? "

" มันพูดยากนะ เมื่อเรากำลังจะออกมาจากเกาะเมฆา เจ้าไม่เห็นรึมีควันมืดมนปกคลุมไปทั่วเกาะเมฆา ? บางทีอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นบนเกาะก็เป็นได้ ? "

" ใครสนล่ะ ยังไงก็ตาม มันไม่เกี่ยวอะไรกับเรา เราเป็นเพียงแค่ถูกใช้ให้มาส่งของที่นี่เท่านี่น”

" . . . . . . . "

เจตต์ นาโน และคนอื่นๆที่เหลือทั้งหมดยกศีรษะของพวกเขาขึ้นมอง พวกเขาแต่ละคนต่างก็หันหน้าไปพูดคุยกัน

ที่อีกมุมของเรือ คาร์มอนกับฮั่วเจียทำหน้าหน้าบึ้ง . พวกมันยกหัวมองขึ้นไปบนท้องฟ้าขณะที่มองไปยังสองร่างที่อยู่บนค้างคาวโลหิตครมระดับหก

ลินดา ยืนอยู่บริเวณที่ฉื่อหยานชอบนั่งด้วยความสับสน . นางไม่ได้มองไปบนท้องฟ้า และไม่มีใครรู้ได้ว่านางคิดอะไรอยู่

" เฮ้ ! เจ้าหนุ่มนั่น นั่นมันเจ้าหนุ่มนั่น " เจตต์ดวงตากลายเป็นเฉียบคม หลังจากจ้องไปที่ค้างคาวโลหิตครามข้างบนสักพัก เขาก็สั่น และดูเหมือนเขาจะค้นพบบางสิ่ง

" เจตต์ เจ้าโวยวายอะไรกัน " นาโน ตั้งใจถาม

" เปล่า ไม่มีอะไร " เจตต์ส่ายหน้า เขาสงสัยว่าเขาคงจะตาฝาดไป เมื่อเขาจะเพ้งมองอีกที ค้างคาวโลหิตครามก็บินออกไปไกลแล้ว เขาไม่สามารถเห็นคนที่อยู่ด้านบนได้อีก

หลังจากลังเลอยู่สักพัก บนดาดฟ้า , เจ็ทก็เดินมาที่ลินดาเงียบๆ

เมื่อเห็นลินดายังคงยืนอยู่ตรงนั้น เจ็ทก็แอบถอนหายใจ , เขามาเพื่อที่จะพยายามเกลี้ยกล่อมนาง : " น้องลินดา เขาคงไม่กลับมาแล้ว ก่อนที่เราจะจากไป เราก็อยู่มาตั้งสองวัน แต่เขาก็ไม่ได้กลับมานั้นหมายความว่าเช่นไร ? น้องลินดา เจ้าควรลืมเขาได้แล้ว . "

แววตาที่สับสนของลินดาก็ค่อยๆกลับมาเป็นปกติ . นางพูดเบาๆและมองผ่านๆไปที่เจตต์ : " เจ้ามาทำอะไรที่นี่ ? "

" ฉัน . . . " เจ็ท ลังเล

" บอกมา " ลินดาขมวดคิ้วและกล่าวอย่างหงุดหงิด .

" ค้างคาวโลหิตครามของตระกูลหยางบินอยู่เหนือหัวของเรา น้องลินดา เจ้าเห็นหรือไม่ ? "

ลินดาส่ายหัว แล้วกล่าวว่า " ข้าไม่ได้สังเกต ทำไมรึ ? "

" บนค้างคาวโลหิตครามระดับหกมีคนยืนอยู่สองคน " เจตต์พูดอย่างต่อเนื่อง

" มีสองคน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรา ? " ลินดาคิ้วสวยก็ขมวด นางกล่าวอย่างหงุดหงิด " เจตต์ ถ้าเจ้ามีอะไรจะพูดก็พูดมันมาตรงๆ อย่าเอาแต่พูดพึมพำ ; เจ้าจะบอกอะไรกันแน่ ? "

" ค้างคาวโลหิตครามระดับหกเป็นของบุคลลชั้นสูง มันสำหรับคนที่โดดเด่นที่สุดในตระหยาง พูดกันว่า ยอดฝีมือจากตระกูลหยาง ราชาอสูร โม่ต้วนหุน . คือคนที่นั่งอยู่บนค้างคาวโลหิตครามระดับหก แต่ว่าอีกคน . . . . . . . "

เมื่อเจตต์พูดถึงตอนนี้ เขาก็หยุดพูดอีกครั้ง

ลินดาโกรธ นางตะโกนอย่างเย็นชา : " เจ้าจะหยุดพูดทำไม เจ้าจะบอกอะไรข้ากันแน่ "

" น้องสาวลินดา เจ้าก็รู้ดีว่าสายตาของข้านั้นเฉียบคมแค่ไหนใช่หรือไม่ ? " เจตต์เอาแต่ยิ้มอย่างบอกบุญไม่รับ .

" อืม ดวงตาของเจ้านั้นเฉียบตม " ลินดาพยักหน้า สีหน้าของนางยังคงเย็นชาว่า " แล้วทำไมรึ ? "

" ข้าก็ไม่แน่ใจว่ามองผิดหรือป่าว " หน้าของเจตต์เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่น " ข้าคิดว่าอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆราชาชูร่าโมต้วนหุน สมควรจะ . . . สมควรจะเป็น ฉื่อหยาน ! "

ลินดาร่างที่บอบบางของนางก็สั่น แววตาของนางเต็มไปด้วยความชื่นชม

" คนที่สามารถนั่งอยู่กับโม่ต้วนหุน ได้มีไม่นานนัก ข้าอาจจะเข้าใจผิด ฉื่อหยาน นั้นอยู่เพียงระดับหายนะเท่านั้น ไม่ว่าจะดูยังไง เขาก็ไม่เหมาะที่จะนั่งกับโม่ต้วนหุน . น้องลินดา ข้าคงจะทึกทักไปเอง ข้าอาจจะมองพลาดไปเอง . "

ร่างที่ละเอียดอ่อนของลินดาสั่นและการแสดงออกทางสีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เจ็ทก็ตกใจ เขารีบอธิบาย

ลินดาก็สับสน . สายตาของนางลอยมองไปด้วยความว่างเปล่า นางมองไปที่ค้างคาวโลหิตครามบนท้องฟ้าแล้วก็จ้องไปที่จุดสีดำ จากนั้นการแสดงออกของนาง ก็ซับซ้อนมากขึ้น

นั่นเป็นเขา เป็นเขาแน่นอน….

" ลุงเสี่ยวยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ? " บนค้างคาวโลหิตคราม ฉื่อหยานที่นั่งอยู่ จู่ๆเขาก็พูดถามออกมา

โม่ต้วนหุน สีหน้ากลายเป็นจริงจัง ระหว่างทางเขาเอาแต่เงียบ เขาไม่ได้ถามอะไรเกี่ยวกับตัวฉื่อหยานเลย เช่น ว่าฉื่อหยานรอดจากการยึดร่างของเปลวเหมันเยือกแข็งได้ยังไง หรือเขาใช้วิธีอะไรในการจัดการกับวิญญานของโมจิโต้

ฉื่อหยานนั้นเตรียมคำตอบมากมายไว้สำหรับการถามของโม่ต้วนหุนแล้ว แต่เขาก็ได้รู้ว่า เขานั้นระวังมากไป

ชัดเจนว่าโม่ต้วนหุนต้องสงสัยแน่นอน แต่เขาก็กลับไม่ถามอะไรเลย นี้ทำให้คำตอบฉื่อหยานที่เตรียมไว้ไร้ประโยชน์

โม่ต้วนหุน และเสี่ยวฮานยี่ ทั้งคู่เป็นราชาชูร่าของตระกูลหยาง แต่บุคลิกของเขากลับตรงข้ามกับ เสี่ยวฮานยี่นัก .

เสี่ยวฮานยี่ นั้นโหดเหี้ยมและกล้าหาญ เขาเหมือนกับปีศาจตอนต่อสู้ แต่เมื่อเขาว่าง เขาก็พูดคุยขบขันกับฉื่อหยานอย่างเป็นกันเองและเขามักจะล้อ ฉื่อหยานเกี่ยวกับความสัมพันธุ์ของเขากับเซี่ยซินหยาน .

แต่โม่ต้วนหุน นั้นต่างออกไป

คนๆนี้เป็นเหมือนกับต้นไม้ ตั้งแต่ ฉื่อหยาน นั่งอยู่บนค้างคาวโลหิตคราม เขาก็ไม่พูดอะไรเลย

ถึงเขาจะไม่พูดขึ้นเอง แต่ฉื่อหยานก็ยังต้องการทราบบางอย่างเกี่ยวกับตระกูลหยาง และเสี่ยวฮานยี่ . ตั้งแต่ที่รู้ หยางชิงตี้สามารถทำนายได้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ เขาก็อยากรู้ว่าคำทำนายของเสี่ยวฮานยี่เป็นเช่นไร . ฉื่อหยานนั้นชื่นชมเสี่ยวฮานยี่เป็นอย่างมาก และเขาก็ไม่ได้ต้องการให้มีอะไรเกิดขึ้นกับเสี่ยวฮานยี่ ดังนั้น เขาจึงถามออกไป

" ยังมีชีวิตอยู่ " โม่ต้วนหุน ตอบกลับมาอย่างราบเรียบ

" เอ่อ . . " ฉื่อหยานยิ้มอย่างบิดเบี้ยว " บนเกาะอมตะ หรือ ดินแดนสี่อสูร ? "

" เขาถูกพันธนาการอยู่ที่ดินแดนสี่อสูร . ท่านหัวหน้าตระกูลกำลังไปที่นั่นเพื่อช่วยเขา . " โม่ต้วนหุน หันหัวไปมองฉื่อหยานอีกครั้ง แล้วในที่สุดก็พูดอีกสองสามประโยค

" ตอนนั้น เมื่อราชาปีอสูรโปวชุนใช้ร่างจำแลงมา ทำไมมันถึงกลับไปเร็วนัก โดยไม่โจมตีเรา"

"ร่างจำแลงที่ผ่านมิติมาพลังจะไม่สมบูรณ์ . อีกอย่าง ถ้ามันโจมตี มันเองก็จะได้รับบาดเจ็บหลังจากโจมตี " โม่ต้วนหุน อธิบายสักพักก็ หยุด แล้วพูดต่อ " และมันก็รู้ว่า ข้านั้นได้นำ รูปภาพเขียวมณีมาด้วย”

" นั่นคือเหตุผลเองรึ ? " ฉื่อหยานพยักหน้า "ปรมจารย์อสูรโมจิโต้ใช้วิธีพิเศษเพื่อส่งวิญญานของมันมา มันมาที่นี่โดยใช้ดวงวิญญานนับพัน มันถูกเรียกตัวมาโดยพ่อลูกตระกูลกู่ กู่ลี และ กู่เจียงเกอ มันจึงไม่ได้รับผลกระทบจากการข้ามดินแดน . . . . . . . "

ฉื่อหยาน ไม่ได้พูดถึงไข่มุกรวมวิญญานแต่อย่างใด ; เขาพูดถึงวิญญานนับพันและกู่ลี่กับกู่เจียงเกอเท่านั้น . เขาพูดบอกเพียงว่า โมจิโต้นั้นมาเพื่อทำลายเขาและหลังจากมันทำไม่สำเร็จมันก็กลับไปยังดินแดนสี่อสูรโดยที่ เขายังไม่อยากบาดเจ็บ

" เกี่ยวกับท่าน , เปลวเหมันเยือกแข็ง และสิ่งที่เกิดขึ้นภายในหุบเขา เจ้าต้องอธิบายอย่างละเอียดเมื่อเจ้าไปถึงเกาะอมตะ และพบกับท่านหัวหน้าตระกูล " โม่ต้วนหุน พยักหน้าแล้วแสยะยิ้ม " ข้าไม่อยากรบกวนท่านนัก แต่ถ้าท่านเลือกจะเล่าให้ข้าฟัง ข้าก็จะฟัง "

" ถ้าท่านอยากรู้ , ข้าก็สามารถบอกบางอย่างแก่ท่านได้ ถ้าท่านไม่สนใจ ข้าก็จะไม่บอกละกัน " ฉื่อหยาน หัวเราะ . เขารู้สึกว่าตาแก่โม่ต้วนหุน ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว เขานั้นต้องการที่จะรู้ แต่เขากลับไม่ถามออกมาตรงๆ ฉื่อหยานสงสัยว่า เขาทำตามกฏหรือแค่เป็นนิสัยแปลกๆของโม่ต้วนหุนเอง

ริมฝีปากของโม่ต้วนหุน กระตุก ; เขาทำสีหน้าแปลกๆ หลังจากผ่านไปสักพัก ในที่สุดเขากล่าวว่า : " ท่านพูดมาเถอะ ข้าอยากรู้ "

" เปลวเหมันเยือกแข็งที่อยู่ภายในร่างกายของข้า มันไม่ได้ยึดร่างของข้า แต่ข้าก็ไม่สามารถเอาชนะมันได้ด้วย ตอนนี้ เราเพียงแค่อยู่ร่วมกันอย่างสงบ " ฉื่อหยาน แสยะยิ้ม แล้วพูดเบาๆ

โม่ต้วนหุน ดวงตาสว่าง เขาจ้องไปที่ฉื่อหยาน สักพัก แล้วในที่สุดก็พยักหน้าช้าๆ " นี่เป็นเรื่องที่ดีจริงๆ”

" ข้าได้ยินมาว่า การจะหลอมรวมเข้ากับเปลวเหมันเยือกแข็งนั้น , จะต้องใช้สมบัติล้ำค่าที่มีพลังความร้อนเก้าชิ้น ตระกูลหยางมีสมบัติเหล่านี้หรือไม่ " ฉื่อหยานยิ้ม

" มี แต่เรามีเพียงสามชิ้นเท่านั้น . " โม่ต้วนหุน ตาก็สว่างขึ้น และสว่างขึ้น " แม้ว่าเราจะมีมันไม่เพียงพอตอนนี้ แต่เมื่อท่านพบกับหัวหน้าจะตรกูล ท่านหัวหน้าตระกูลก็ควรยินดีที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อรวบรวมส่วนที่เหลือให้ท่านได้ หากท่านมีความสามารถได้การหลอมรวมกับเปลวเหมันเยือกแข็งจริงๆหนะนะ , ไม่ว่าท่านจะต้องการสิ่งใด , ตระกูลหยางก็จะใช้ทุกวิธีเพื่อหามาให้ท่าน! "

" หึหึ แน่นอน ที่ข้ามาที่ทะเลไม่มีสิ้นสุด ไม่ใช่เพราะว่าข้าต้องการสิ่งใดหลอกนะ "

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว