(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร-บทที่ 125 รับเป็นศิษย์ ?

โดย  จาตุรนต์ ตาแว่นฟ้า โพธิ์ศรี

(นิยายแปล) เทพเจ้าล่าสังหาร

บทที่ 125 รับเป็นศิษย์ ?

[TL. ผมขอเปลี่ยน นักบุญ กับ พระแม่ อะไรพวกนี้เป็น นักพรตนะครับ ^^]

บทที่ 125 รับเป็นศิษย์ ?

ในชั้นล่างของเรือเหล็ก สีหน้าของฉื่อหยานดูจริงจัง เขายังคงเคาะไปที่ประตูเหล็กและฝาพนังของเรือที่ทำด้วยไม้

เซี่ยซินหยาน ทำเพียงยืนเงียบอยู่ด้านข้าง นางเพียงแค่แอบเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของเขาเท่านั้น

" เรือเหล็กนี่แข็งมาก แต่มันก็ไม่เกินแรงของข้านัก หากข้าใช้แรงทั้งหมดที่นั่นก็เพียงพอที่จะทำลายพวกมันได้ " ฉื่อหยานยังคงเคาะไปรอบๆสักครู่ จากนั้นสีหน้าของเขาก็ผ่อนคลายและ เขาก็ยิ้มและกล่าวว่า " เราจะอยู่ที่นี่ก่อน แต่ถ้าหากเราต้องหลบหนีในภายหลังหละก็ ข้าก็สามารถทำลายฝาผนังเหล่านี้และหนีลงไปในทะเลกับเจ้าได้ " .

เซี่ยซินหยาน พยักหน้าเบาๆ " หลี่เว่ย จะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆแน่ ไม่นานมันคงจะพาใครสักคนมา . "

" ซินหยาน เสน่ห์ของเจ้านี่มากมายจริงๆ ขนาดเปลี่ยนรูปลักษณ์แล้ว , เจ้ายังสามารถดึงดูดแมลงเหล่านี้มาได้อีก จิ จิ ! " ฉื่อหยานส่ายหัวอุทานออกมา , " หากเจ้าเปิดเผยรูปลักษณ์จริงหละก็ ทุกคนบนเรือลำนี้ คงจะบ้าคลั่งแน่นอน ดูเหมือนว่าเราจะไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานนะ เราควรจากไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ "

" เจ้าสิที่ถึงดูดแมลงพวกนั้น ไม่มีคำพูดอะไรดีๆออกมาจากปากที่สกปรกของเจ้าเลยสินะ . " เซี่ยซินหยาน หรี่ตาของนางลง แต่นางนั้นก็ไม่ได้โกรธอะไร นางกลับรู้สึกดีใจนิดหน่อยอยู่ภายในหัวใจ

ถึงแม้ว่าฉื่อหยานจะเอาแต่พูดคำแย่ๆเข้าหูนาง แต่ว่าเขาก็ยังพูดชมความงดงามของนาง หากเป็นก่อนหน้านี้นางคงจะไม่ได้ใส่ใจ แต่ตอนนี้นางนั้นไม่ได้มองฉื่อหยานเปลี่ยนไปแล้ว

ย้อนกลับไปในตอนนั้น ตอนที่ฉื่อหยานขวางประตูไว้และจัดการนักรบทั้งสี่ที่อยู่ในระดับหายนะ ภาพนั้นมันได้ทิ้งล่องรอยลึกลงไปในจิตใจของนาง และนางค่อนข้างรู้สึกว่าใจของนางกำลังสั่น . . . . . . .

" ข้าพึ่งเคยเห็นเจ้าลงมือครั้งแรกก็วันนี้ คาดไม่ถึงจริง ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งเช่นนี้ " เซียซินหยานพูดออกมาอย่างลังเล ดวงตาทั้งสองที่สดใสของนางเต็มไปด้วยความสงสัยบางอย่าง " แต่ข้าได้ยินมาว่าตลอด 17 ปีที่ผ่านมานั้นเจ้าไม่ได้ฝึกฝนวิชาต่อสู้เลย แต่เจ้ากลับสามารถอยู่ในระดับก่อตั้งได้เพียงใช้เวลาเพียงข้ามคืนเท่านั้น ใช่หรือไม่ ? "

" ถูกต้อง ข้าก็แค่โชคดีเท่านั้น " ฉื่อหยานตอบออกไปอย่างเรียบเฉย เขาไม่ต้องการที่จะพูดคุยในหัวข้อนี้ลึกเกินไป เขายิ้มขึ้นและกล่าวว่า " มันไม่ใช่ว่าข้านั้นแข็งแกร่ง มันก็แค่เป็น หลี่เว่ย ที่อ่อนแอเกินไป พวกมันทั้งสี่คนนั้นยังไม่สามารถใช้ได้แม่แต่พลังจิตวิญญาน และพลังปราณลึกลับของพวกมันเองก็ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าใดนัก . พวกมันไม่สามารถเทียบได้เลยกับนักรบในระดับหายนะคนอื่นๆ "

" เจ้าตาดีหนิ " เซี่ยซินหยาน พยักหน้าและบอกว่า " ใน ดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาง สาวกส่วนใหญ่จะหมกมุ่นกับความสุขทางเพศ และไม่ใส่ใจอะไรในการบ่มเพาะมากนัก มีหลายพลังและวิชาใน ดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาง พวกนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ในขณะที่ปล่อยให้สาวกฝึกบ่มเพาะผ่านการมีเพศสัมพันธุ์ พลังปราณลึกลับของพวกเขาจะไม่อัดแน่นกันนัก นอกจากนี้ยังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับสภาพจิตใจ สาวกหลายคนมีศักยภาพที่ดี มักจะค่อยๆ กลายเป็นดุร้ายไป เนื่องจากถูกครอบงำโดยความสุขทางเพศ พวกเขาลุ่มหลงเกินไปบางคนถึงขนาดหยุดก้าวหน้าเลยทีเดียว และมันก็คงจะยากสำหรับพวกเขาที่จะฝึกฝนบ่มเพราะพลังให้สูงขึ้นได้อีก . "

" แน่นอน สาวกที่นี่ส่วนใหญ่นั้นขาดความแข็งแกร่งของพลังปราณลึกลับ ถึงแม้ว่าหลี่เว่ย จะอยู่ในนภาที่สองของระดับหายนะ แต่พลังปราณลึกลับของมันนั้นกลับแย่กว่านักรบที่อยู่ในระดับหายนะธรรมดาเสียอีก หากข้าลงมือ แน่นอนว่ามันต้องไม่สามารถต่อต้านใดๆได้แน่ นั้นถือเป็นเรื่องที่ดี นอกจากนี้ มันเองนั้นก็ยังไม่มีพลังจิตวิญญานอีกด้วย . "

" หลี่เหว่ยนั้นก็แค่อ่อนแอกว่าทั่วไปเล็กน้อยเท่านั้น แต่ถ้าหากเทียบกับความแข็งแกร่งของเจ้านั่นก็เท่ากับเป็ฯเรื่องไร้สาระไปเลย " ของเซีย ซินหยาน ขมวดแล้ว นางก็กล่าวว่า " เมื่อครั้งแรกที่ข้าเข้าสู่นภาแรกในระดับหายนะ ข้าเองก็คงไม่สามารถรับมือกับหลี่เว่ยได้อย่างง่ายดายนัก แต่ถ้าหากข้าใช้จิตวิญญานจุติมันก็จะกลายง่ายดายนัก แต่นั่นก็เท่ากับว่าข้าขี้โกง "

ทั้งฉื่อหยาน และ เซี่ยซินหยาน นั้นต่างจากคนทั่วไปจริงๆ หลังจากทำหลีเว่ยบาดเจ็บ พวกเขาก็ยังเอาแต่สนทนากัน ถึงแม้ว่าพวกจะเขาอยู่ในถิ่นของศัตรู เข้าก็ไม่ได้เกรงกลัวหรือหวั่นต่อความตายเลย หากเป็นคนอื่นก็คงไม่สามารถทำได้เช่นนี้

ทั้งสองนั้นหัวเราะและพูดคุยกัน . แล้วเวลาก็ได้ผ่านไปสามชั่วโมง

โดยไม่คาดคิด หลี่ เว่ย นั้นยังคงไม่กลับมา และหญิงสาวคนนั้นที่ชื่อ เสี่ยวเฟิง ก็ยังนำอาหารและน้ำมาให้

หลังจากที่เสี่ยวเฟิงมาถึง ดวงตาของนางก็ส่องแสงแพรวพราวออกมา นางเทน้ำและเสริฟอาหาร แล้วมองไปที่ฉื่อหยานอย่างมีเลศนัย

ฉื่อหยานนั้นก็ไม่เสียเวลาพูดเรื่องไร้สาระใดๆ เขาหยิบ อาหารขึ้นมา และก็ยิ้ม " เสี่ยวเฟิง เกิดอะไรขึ้นรึ วันนี้ดูอาหารจะดีกว่าทุกครั้ง ? "

ก่อนหน้านี้จะมีปลาเค็มและขนมปังนึ่งเท่านั้น แต่ตอนนี้ในตะกร้ากลับมี เนื้ออไก่ที่ถูกปรุงดูน่าอร่อยและ เหล้าเหยือกใหญ่หนึ่งเหยือก พร้อมกับน้ำสะอาด

อาหารในตอนนี้ดีกว่าก่อนหน้าเป็นอย่างมาก นี้ทำให้ฉื่อหยานรู้สึกสับสนมาก

" เจ้าคือคนที่ทำให้หลี่เว่ยบาดเจ็บใช่หรือไม่ ? " เสี่ยวเฟิงถามอย่างสงสัย

" ใช่แล้ว " ฉื่อหยาน สับสนและมองไปที่เสี่ยวเฟิงที่กำลังตื่นเต้นเล็กน้อย " ทำไมรึ ? หรือว่า หลี่เว่ยเป็นศัตรูของเจ้า ? "

" ข้าอยากจะฆ่ามัน " เสี่ยวเฟิงกัดฟันของนาง แววตาของนางเต็มไปด้วยความเกลียดชัง " ข้ามีพี่น้องอยู่สามคน พวกเขาล้วนถูกทรมานจนตาย โดย หลี่ เว่ย ถ้าข้าแข็งแกร่งพอ ข้าฆ่ามันไปนานแล้ว "

" ข้าก็อยากช่วยคุณนะ แต่หลี่เว่ย ดูเหมือนจะเป็นหลานชายของชายหน้าเหลือง มันนั้นมายุ่งกับสหายของข้า ข้าจึงลงมือกับมัน ตอนนี้ดูท่าข้าคงไม่สามารถอยู่บนเรือได้อีกต่อไปแล้ว " ฉื่อหยานกัดก้อนเนื้อพร้อมกับตีไปที่ขาของตัวเองและเริ่มเคี้ยวในปากของเขา จากนั้นเขาก็ดื่มเหล้าตามไปเรื่อยๆ และส่งเนื้อชิ้นใหญ่ให้เซี่ยซินย่า " ภรรยาข้า เจ้ากินเถอะ เราจะได้มีแรงหนีกัน "

เซี่ยซินหยาน นั้นยืนอยู่ข้างเขา เขานั้นแอบเอามือของเขาโอบไปที่เอวของนาง และจับไว้แน่น ทันทีนางก็ถลึงตาใส่เขา แล้วในที่สุด นางก็เดินออกมาจากข้าง ฉื่อหยาน และหยิบชิ้นเนื้อมา ทันทีที่นางหันไปด้านข้าง ดวงตาคู่สวยของนางก็ส่องประกายความปลื้มใจออกมา

ฉื่อหยานก็เช่นกัน เขายิ้มขึ้น และส่ายหัวของเขา " เจ้านี่เป็นหญิงสาวที่หยาบคายจริงๆ เดี๋ยวข้าจะจัดการกับเจ้าทีหลัง "

เสี่ยวเฟิงดูเหมือนจะสังเกตเห็นปฏิกิริยาของเขาทั้งสอง แต่นางก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก นางอธิบายว่า " ถึงแม้ว่าหลี่เว่ย จะเป็นหลานชายของ นักพรตหลี่จวง แต่มันก็ไม่กล้าที่จะก่อเรื่องแน่นอน เมื่อข้ารู้ว่า หลี่เว่ย ถูกเจ้าลงมือ ข้าจึงไปแจ้งแก่นักพรตจู นักพรตจูบอกให้ข้ามาสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้ย ตราบใดที่มันไม่ใช่ความผิดของเจ้า นักพรตจูก็จะปกป้องเจ้า "

ฉื่อหยานก็มีความคิดปรากฏขึ้น และเขาก็ตระหนักได้ว่านักพรตจูนั้นอาจจะเป็นคู่แข่งของชายหน้าเหลือง . เพราะ เขาทำร้าย หลี่เว่ย ดังนั้นนักพรตจูจึงดีใจอย่างลับๆ และพยายามจะใช้โอกาสลงมือกับหลี่จวง "

" นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น หลี่เว่ย นั้นเป็นเดรัจฉานที่น่ารังเกียจ มันต้องการที่จะละเมิดภรรยาของข้า ข้าเลย . . . . . . . " ฉื่อหยานหยานนั้นพูดเกินความจริงออกไปและยังพูดว่าร้ายหลี่เว่ยอย่างรุนแรง

" เข้าใจแล้ว " เสี่ยวเฟิงพยักหน้าและยิ้มให้ " หลี่ เว่ย นั้นเป็นเดรัจฉานที่น่ารังเกียจจริงๆ เฮ้อ เจ้าพูดถูก ข้าจะไปแจ้งกับท่านนักพรตจูทันที ไม่ต้องห่วง ท่านนักพรตจูดูชื่นชอบเจ้ามาก นางจะต้องปกป้องเจ้าแน่นอน " จากนั้น เสี่ยวเฟิงลุกขึ้น และรีบเดินขึ้นบันไดจากไป

" นักพรตจูคนนี้ ดูเหมือนจะอยู่ข้างเจ้าและให้เราอยู่บนเรือนี้ต่อนะ " หลังจากเสี่ยวเฟิงจากไป เซี่ยซินหยานก็ รีบพูดออกมา

" ถูกต้อง " ฉื่อหยานยิ้ม " ดูเหมือนว่าเราไม่ต้องหลบหนีลงทะเลอีกแล้ว สองนักพรตนั้นกำลังต่อสู้กันเอง และเราก็เป็นผู้อยู่ตรงกลาง นั้นเป็นโอกาสของเราที่นี่ "

" ผู้หญิงคนนั้นตอนที่อาจกำลังสนใจเจ้าก็ได้ บางที นางอาจจะยอมรับเจ้าเป็นลูกศิษย์ เจ้าควรพิจารณาอย่างรอบคอบนะ "

" รับข้าเป็นลูกศิษย์ ? " ฉื่อหยาน อุทานออกมา

" ใน ดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาง นักพรตและผู้อาวุโสมีสิทธิที่จะรับศิษย์ได้เป็นเรื่องปกติ ผู้เป็นชายจะรับลุกศิษย์ที่เป็นหญิง ส่วนผู้เป็นหญิงจะรับลูกศิษย์ที่เป็นชาย ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์และศิษย์ใน ดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาง นั้นใกล้ชิดเป็นอย่างมาก ใกล้ชิดกันถึงขนาดแลกเปลี่ยนเรื่องบนเตียง ! อืม ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะรู้นะข้าหมายความว่าไง ? " เซีย ซินหยาน กล่าวเบาๆ

" เหมือนผู้ชายขายร่างหนะรึ ? " ฉื่อหยาน อุทานออกมา

" งดงามจริงๆ ที่ด้านนอกนั้น มีอาจารย์กับลูกศิษย์มากมาย และเมื่อค่ำคืนมาถึง พวกเขาก็จะนอนด้วยกัน ข้าเองก็ไม่รู้จำนวนลูกศิษย์ของนักพรตจูหลอกนะ แต่ถ้าเจ้าเป็นหนึ่งในพวกเขา เดือนนึงเจ้าจะต้องจะต้องเข้าไปอยู่กับนางสองถึงสามครั้ง จากนั้นเจ้าก็จะได้เรียนรู้วิชาลับบางอย่างจาก ดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาง นั่นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าต้องการเหรอ ? " เซีย ซินหยาน พูดออกมาอย่างเรียบเฉย

" นอนกับลูกศิษย์งั้นรึ ? " สีหน้าของฉื่อหยานเริ่มมืดมิด

" นั่นถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก นักพรตบางคนนั้นถึงกับมีศิษย์นับสิบเลย และนอกจากศิษย์ของเขาแล้ว ยังมีการแบ่งปันศิษย์ให้กับคนอื่นๆด้วย อืม เมื่อพวกเขาพบปะกัน และพบกับศิษย์ชายที่ต้องตา พวกเขาก็สามารถถอดเสื้อผ้าของพวกเขาได้ตลอดเวลา นั่นเป็นวิธีที่หญิงสาวใน ดินแดนมหัศจรรย์หยินหยาง พวกเขานั้นทำสัมพัสและจูบกอดกันเช่นนี้มานับพันปี”

" นี่ไม่ใช่ว่าเลวร้ายกว่าโสเภณีงั้นรึ ? "

" ไม่เลย นี่มันต่างกัน เพราะนี่คืองานอดิเรกของพวกเขา พวกเขานั้นไม่ได้รับของมีค่าเป็นการแลกเปลี่ยน เจ้าเข้าใจหรือไม่ นี้คืองานอดิเรก มันก็เหมือนกับที่บางคนชอบพืชพรรชและบางคนก็ชอบเครื่องประดับที่หรูหรา แต่นี่คือสิ่งที่ผู้คนจากดินแดนมหัศจรรย์หยินหยางชื่นชอบ ! พวกเขาไม่คิดว่าสิ่งที่ทำกันอยู่เป็นสิ่งที่ผิดปกติ พวกเขาบอกว่ามันเป็นวิธีสำหรับให้มนุษย์แต่ละคนนั้นเชื่อมถึงกัน อืม แล้วก็เรื่องที่ท่านนักพรตจูจะพบเจ้านั้นก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้วหละ เจ้าเข้าใจหรือไม่ " เซี่ยซินหยาน ตั้งใจอธิบายความลับทั้งหมดให้ฟัง

สีหน้าของฉื่อหยาน ก็กลายเป็นแย่ลง

" ตุบ ตุบ ตุบ ! "

ไม่นานนักเสี่ยวเฟิงก็กลับมาอย่างรวดเร็ว นางอมยิ้ม ยืนตรงบันได และโบกมือให้ฉื่อหยาน " นักพรตจูบอกให้เจ้าไปพบ นางบอกว่านางมีบางอย่างที่ต้องพูดกับเจ้า ดูเหมือนเจ้าจะค่อนข้างโชคดีนะวันนี้ ถ้าเจ้าได้รับการยอมรับโดยนักพรตจู หลี่จวง คงไม่กล้าทำอะไรเจ้าแน่ ไปเถอะ นักพรตจูรออยู่ "

" ตอนนี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะ ไปพบคราวหน้าได้หรือไม่ " ฉื่อหยานกุมท้องของเขา และแสดงใบหน้าของเขาให้เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

" เจ้าได้รับบาดเจ็บจากหลี่เว่ย , ใช่หรือไม่ ? " เสี่ยวเฟิงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย นางพยักหน้า " ไม่ต้องห่วง นักพรตจูมียารักษามากมาย บางทีนางอาจจะตอบแทนเจ้าโดยการให้ยารักษา นั่นอาจจะทำให้เจ้าหายได้อย่างรวดเร็ว นี่เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ เจ้าไม่พลาด ! เร็วเข้า , ไปกันเถอะ "

ฉื่อหยานยังคงส่ายหน้า

" อะไรกัน ? เจ้ากลัวงั้นรึ ? " เซียซินหยาน รู้สึกยินดีอยู่ข้างในและ นางก็กล่าวว่า " ในฐานะที่ข้าเป็นภรรยาของเจ้า ข้าไม่รังเกียจหลอกนะ เช่นนั้นเจ้าจะกลัวอะไรอีก ? "

" ดี งั้นข้าจะไป " ฉื่อหยาน ทำท่าทางแข็งกระด้าง จู่ๆ เขาก็เคลื่อนไหวไปที่ด้านข้างของเซียซินหยานและ บังคับจับมือเล็กๆของนาง " ไปกับข้า ! "

มือของเซีย ซินหยาน นั้นทั้งนุ่ม เรียบเรียนเป็นอย่างมาก เหมือนกับว่ามือของนางนั้นไร้ซึ่งกระดูก เขาจับมือของนางไว้ เขารู้สึกเหมือนกับว่าจับไปที่หยกล้ำค่าที่สวยงามและระเอียดอ่อน มันรู้สึกเย็นสบายที่ได้สัมพัส

ดวงตาของเซียซินหยาน ก็เต็มไปด้วยความตกใจ นางดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า " เจ้าไปเถอะ ! เจ้าเองก็ไปคนเดียวได้หนิ ทำไมต้องลากข้าไปด้วย ! "

ฉื่อหยานจับมือของนางไว้แน่น ไม่ว่านางจะพยายามดิ้นรนเท่าไร เขาก็ยังไม่ปล่อย จากนั้นเขาก็กล่าวว่า " ข้ากังวลที่จะให้เจ้าอยู่ที่นี่คนเดียว ใครจะไปรู้ว่า หลี่เว่ยจะกลับมาตอนไหนอาจจะมาตอนที่ข้าไม่อยู่ก็ได้ จากนี้ไป เจ้าต้องอยู่ในสายตาของข้าตลอดเวลา ทุกที่ที่ข้าไป เจ้าก็ต้องไปด้วย "

" เจ้า ! " เซีย ซินหยาน อุทานออกมา นางโกรธและโมโหกับความดื้อรั้นของฉื่อหยานมาก แต่นางนั้นก็รู้สึกดีใจเล็กน้อยเช่นกัน . เซี่ยซินหยาน จ้องไปที่ ฉื่อหยาน ในไม่กี่วินาที การแสดงออกบนใบหน้าของนางก็กลายเป็นซับซ้อน นางหยุดดิ้นรน คอนางก็เริ่มแดง ในที่สุดนางปล่อยก็ให้ฉื่อหยานจับมือเล็ก ๆของนางไว้

" ข้าจะไป ก็ต่อเมื่อนางไปด้วย ข้าจะไม่ทิ้งนางไว้ที่นี่เด็ดขาด " ฉื่อหยานมองไปที่เสี่ยวเฟิง

" ไม่เป็นไร " เซี่ยเฟิงพยักหน้าอย่างหงุดหงิดและกล่าวว่า : " เมื่อเราถึงที่ประตู ข้าจะถามท่านนักพรตจูให้

"

" ไปได้แล้ว "

เสี่ยวเฟิงใช้เวลารอคอยอยู่ที่ประตูสักพัก จากนั้นก็เดินไปพร้อมกับมีฉื่อหยานที่กำลังจับมือบอบบางของเซียซินหยานเดินตามอยู่ด้านหลัง และพวกเขาก็ขึ้นไปที่ดาดฟ้าด้านบนของเรือ

เซี่ยซินหยาน ลดศีรษะลงและใบหน้าของนางลงใบหน้านั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเพราะนางนั้นปลอมตัวอยู่ แต่คอของนางนั้นแดงขึ้นเรื่อยๆ หัวใจของนางเต้นอย่างรวดเร็ว นางนั้นเต็มไปด้วยความเขินอาย .

แล้วตอนนั้นเอง ฉื่อหยานก็หันหน้ามาและยืนหน้าเข้ามาเงียบๆใกล้ๆกับหูของนาง

หัวใจของเซียซินหยาน กลายเป็นสั่นไหว นางรีบมองไปที่เขา ส่งสัญญาณพยามยามจะบอกเขาว่า หยุดฉวยโอกาสได้แล้ว .

ฉื่อหยาน ไม่สนใจ ในที่สุดปากของเขาก็มาถึงใบหูเล็ก ๆที่กลายเป็นสีแดงของนาง และพูดเบา ๆ " ตอนนี้ หญิงสาวคนนั้นกำลังโกรธอยู่ มองข้าดีๆ หากข้าส่งสัญญานเมื่อใด ให้เจ้ากระโดดลงทะเลทันที แล้วข้าจะตามเจ้าไป”

" ตกลง เจ้าเองก็ . . . . . . . ระวังตัวด้วยนะ " เซี่ยซินหยาน พึมพำอยู่ภายใต้ลมหายใจของนางแล้ว นางรีบเคลื่อนตัวออกห่างเล็กน้อง เมื่ออกจากฉื่อหยานมา ใบหน้าและคอของนางแดง

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว