หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส-บทที่63: เช่นนี้! ค่อยเรียกได้ว่าอนุชนที่พอจะขัดเกลาไหว 100%

โดย  จินตธารา/รายาเสน่ห์จันทร์/ศรรกรา/ดาฬ

หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส

บทที่63: เช่นนี้! ค่อยเรียกได้ว่าอนุชนที่พอจะขัดเกลาไหว 100%

(จิ่นติ้งหวัง หมินจือ/เปาจื่อ: เรื่องฟู่หวง ยกให้พี่ชายรับมือ!)

บทที่63:เช่นนี้!ค่อยเรียกได้ว่าอนุชนที่พอจะขัดเกลาไหว 100%

ซาลาเปาฝาแฝดมีความคิดอ่านพ้องกันประการหนึ่งหลังจากพวกเขาอาศัยท่ามกลางบรรยากาศซ่อนเงื่อนภายในวังหลวง ที่แท้สถานที่สูงส่งนี้ก็เพาะบ่มลักษณะจิตใจผู้คนจนเสียหายอย่างยิ่ง!

เพียงองค์ชายทั้งสองตั้งคำถามข้อหนึ่งระหว่างมองสบตากัน ว่าจำเป็นหรือไม่ ที่ฟู่หวงต้องประพฤติตัวเยี่ยงผู้ใหญ่รังแกบุตรหลานท่านหนึ่ง!

นับจากปักษ์ไป๋ลู่ รัชศกหมิงหลงปีที่สิบ บัดนี้ล่วงเข้ากลางปักษ์อวี๋สุ่ย รัชศกหมิงหลงปีที่สิบเอ็ด เสี่ยวเปาสองลูกนั่งจับนิ้วมือคนหนึ่งนับจำนวนวัน กลับพบว่ายังไม่พอ จึงยกฝ่าเท้าขึ้นมาชูเพิ่มอีกสามนิ้ว สิบสามปักษ์...ผ่านมาตั้งสิบสามปักษ์แล้วที่คนทั้งวังหลวงตระหนักว่า เฉียงหลงหวงตี้พระราชทานความโปรดปรานแก่ไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟย!

ครั้นใคร่ครวญคุณความดีที่บรรพชนสั่งสมมาแต่อดีต กระทั่งปูฐานให้ผู้สืบทอดตำแหน่งจักรพรรดิของแว่นแคว้นศักดิ์สิทธิ์เป็นหนึ่งเดียวในใต้หล้าแล้ว พวกเขาย่อมลงความเห็นว่า สมควรเข้าเฝ้าฟู่หวงและทูลเตือนสักประโยคให้ทรงทบทวนตนเองบ้าง!

ซาลาเปาน้อยสูบลมเข้าเต็มสองแก้ม

เสี่ยวเปาทั้งสองคิดถึงไป๋เฟินเหนียงเหนียงจะย่ำแย่แล้ว!

สายลมปักษ์อวี๋สุ่ยชุ่มชื้นกลิ่นน้ำฝน อากาศภายในเมืองหลวงยังไม่ร้อนจัด เมื่อแสงแดดมักจะชอบหุบเข้าใต้ร่มเมฆ ส่วนใหญ่กลุ่มบัณฑิตนิยมนัดสนทนาแลกความรู้ตามซุ้มศาลา บางคนที่รักสันโดษอาจหาสถานที่สงบเงียบจิบชาอุ่น เบื้องหน้าตระเตรียมพู่กันพร้อมกระดาษไว้ เผื่อเกิดสุนทรียภาพร่ายบทกวีเนื้อหาลุ่มลึกออกมาจนได้

ทว่าเจ้าของฝีเท้าเล็กๆ สองคู่อย่างจิ่นติ้งหวังกับจิ่นลี่หวังกลับภายในระอุร้อนอยู่ เรียกว่าหากยกภูเขาน้ำแข็งมาอังใกล้หัวใจพวกเขา มันยังสามารถระเหิดเป็นไอร้อน สำหรับสายลมเย็นฉ่ำ ยามนี้จะพัดโหมอย่างไร กลับเหมือนช่วยกระพือต้นเพลิงที่กลางอก

ล้วนเป็นพวกเขาประมาทไปทั้งสิ้น กระทั่งคืนเทศกาลข้ามปียังต้องกลับมานอนไป๋ฮวากงโดยไร้เงาร่างของมารดา หากการโลดแล่นออกมาจากตำหนักเย็นสำเร็จแล้ว จะก่อเกิดผลที่เพิ่มระยะห่างระหว่างแม่กับลูกดังนี้ชั่วชีวิต เจ้าซาลาเปาฝาแฝดก็ชักขมคอจากโรคเสียใจย้อนหลังพร้อมกัน

หลังเลิกศึกษาที่อี้เทียนกง เปาจื่อเป็นฝ่ายออกคำสั่งกับชีกงปี้ที่พาขบวนคนมารับ แล้วเปลี่ยนเส้นทางไปเข้าเฝ้าฟู่หวงที่เทียนหลงกง ด้วยทราบว่าไป๋เพินหวงกุ้ยเฟยยังประทับอยู่ที่นั่นกับเฉียงหลงหวงตี้ ระหว่างนั่งอยู่ข้างในเกี้ยวตำหนักดอกไม้ขาว เมี่ยนเปายิ่งคิดยิ่งดุเดือด นอกจากนี้...กระเพาะเขาหิวโหยฝีมือมารดาจนใกล้จะป่วยเต็มที ขณะที่มีเพียงบิดาอิ่มหนำสำราญข้างเดียว

ไฉนฟู่หวงต้องเห็นแก่ตัวขนาดนี้ด้วย!

กระแสอารมณ์อัดอั้นตันอกพวยพุ่งจากสองร่างประสานเป็นหนึ่ง หัวข้ออื่นสำหรับพวกเขาอาจมุ่งมั่นไปคนละทางอยู่บ้าง ทว่าถ้าเกี่ยวกับไป๋เฟินเหนียงเหนียงแล้ว อย่างไรย่อมยึดถือว่าดีก็ดีด้วยกัน ร้ายก็ร้ายด้วยกัน เสี่ยวเปาทั้งสองย่อมไม่ยินยอมมอบมารดาให้ใครโดยง่าย แม้กระทั่งบุคคลผู้นั้นคือจอมจักรพรรดิ!

ระยะหลังชีรันเป็นที่รู้จักในฐานะนางกำนัลคนสนิทของพระอัครชายาชาวหรวนตี้ ดังนั้นเมื่อเด็กสาวนำหน้าเจรจากับกงกงและองครักษ์ พวกเขาต่างขอตัวไปสอบถามอย่างสุภาพ ก่อนจะย้อนมาเร่งร้อนพาพวกเขาตรงสู่ห้องทรงพระอักษร

ขณะชีกงปี้ก้าวเท้าตามแผ่นหลังน้อยๆ ขององค์ชายน้อย ในใจให้อ่อนไหวเหลือจะกล่าว ยามสังเกตชัดว่าใบหน้าของโอรสมังกรเปี่ยมแรงมุ่งมั่นบางอย่างพร้อมกัน นางยังคิดสงสารมาถึงตนเองด้วย เพราะคิดถึงนายหญิงที่เคยอยู่ร่วมตำหนัก ย่อมไม่อาจกล่อมใครจนพ้นทุกข์ได้แล้ว!

ส่วนชูกงกงที่เป็นผู้อนุญาตให้ต้อนรับขบวนคนของเสี่ยวหวังจื่อเข้ามาในอาณาเขตเทียนหลงกง ทางหนึ่งเขาย่อมส่งคนเข้าไปกระซิบแจ้งเจ๋อกงกงที่อยู่ด้านในห้องทรงพระอักษร ก่อนรีบร้อนพาตัวมาหน่วงเวลาองค์ชายฝาแฝด จนกระทั่งพวกเขามาคอยหน้าประตู

ครั้นชูซือหลิ่งรั้งรออยู่นาน กลับไม่มีใครออกมาให้คำตอบ จิ่นติ้งหวังกับจิ่นลี่หวังก็เริ่มส่งสายตาสอบถามเขา เหงื่อย่อมเริ่มหลั่งชุ่มแผ่นหลังขันทีหนุ่ม การใช้ชีวิตใกล้พยัคฆ์ใกล้มังกร มักเกิดอาการหายใจติดขัดเอาบ่อยหนเยี่ยงนี้ เบื้องหน้าประตูห้องทรงพระอักษรที่ปิดสนิท ขันทีที่รับคำสั่งนำทางยังพลอยกระวนกระวายแล้ว

ชูกงกงแม้ภายในจะคร่ำครวญ ภายนอกของเขากลับท่วงท่าเยือกเย็น เต็มไปด้วยกิริยาอันสำรวม เมื่อไม่มีพระราชานุญาตจากหวงช่าง ทุกคนก็เคยคอยทั้งนั้น ขันทีหนุ่มย่อมมีเวลาพิจารณาท่าทีองค์ชายน้อยโดยละเอียด แม้สีหน้าจิ่นติ้งหวังกับจิ่นลี่หวังจะเปี่ยมเส้นสายอดทน ทว่าดวงตาสีอำพันละม้ายไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยกลับโชนแสงประหลาด

ข้างในกำลังบรรจุหวงช่างผู้ยากจะหยั่งพระทัย ข้างนอกยังจะมีเสี่ยวหวังจื่อประชิดสองพระองค์อีก นับว่าสวรรค์ไร้เมตตากับผู้น้อยเช่นพวกเขาอย่างยิ่ง!

หลังจากยืนสงบเสงี่ยมครู่ใหญ่ ชูกงกงก็ไม่ยอมขานชื่ออนุญาตให้เข้าเฝ้าฟู่หวง หรือแม้แต่จะไล่พวกเขากลับไปก็ยังไม่ยอมทำ บรรยากาศเหนือไม่รู้ใต้ไม่เห็นทำให้เมี่ยนเปาชักหน้าตาขมึงทึง ส่วนเปาจื่อก็เริ่มจดจ้องชูกงกงกระทั่งอีกฝ่ายราวกับโดนแรงกดดันขุมใหญ่พุ่งประกบตนเอาไว้เข้าทุกที

ซาลาเปาน้อยอย่างจิ่นติ้งหวังอดกลั้นจนผุดรอยยิ้มยะเยือก ในเมื่อปลายทางยังไม่ปลดปล่อยคนผ่านไปง่ายๆ ฉะนั้นย่อมฟาดฟันกันสักบทก่อนก็ได้

“ชูกงกง...ไม่ทราบว่าไป๋เฟินเหนียงเหนียงกำลังเข้าเฝ้าฟู่หวงอยู่หรือไม่ เปิ่นหวังตระหนักดีว่าฟู่หวงทรงมีภารกิจยุ่งยากหลายหัวข้อต้องเร่งรีบบรรเทาทุกข์ของประชาชน ถ้าอย่างนั้นเปิ่นหวังจะ...”

เขายังท้ารบไม่จบท่อนหนึ่ง แต่ด้วยระดับเสียงที่ไม่เบาหูคนนัก เฉียงหลงหวงตี้ผู้ฝึกวรยุทธ์ขั้นสูงสุดล้วนได้ยินชัดเจนแล้ว ขณะที่ชูกงกงกำลังรับฟัง สีหน้ายังค่อนไปทางอมเทาอมขาว เพราะเหตุนี้ ขันทีน้อยคนหนึ่งเลยรีบเปิดประตูออกมา นัยน์ตาของเขาหลุบต่ำ สองไหล่ยังสั่นเทาไม่คลาย แลแวบเดียวล้วนวิเคราะห์ว่า ผ่านกระแสกดดันจนขวัญกระจัดกระจายมาแน่แท้

น้ำเสียงของกงกงน้อยยังสั่นเครือเล็กๆ ขณะถวายความเคารพเชื้อพระวงศ์วัยเยาว์

“ถะ...ถวายพระพรจิ่นติ้งหวัง...และจิ่นลี่หวังพ่ะย่ะค่ะ...”

ก่อนเขาจะรีบส่งสัญญาณกับชูกงกง อีกฝ่ายค่อยระบายลมหายใจที่กลัดกลุ้มอยู่เป็นนาน แล้วขานนำเสียงดังต้อนรับองค์ชายฝาแฝดไปเข้าเฝ้าหวงช่างและหวงกุ้ยเฟย ทว่าขบวนคนส่วนใหญ่กลับถูกกีดกันไว้ มีเพียงชีรันกับเจียเก๋อที่สามารถติดตามเปาจื่อกับเมี่ยนเปามา

ยามสาวเท้าฝ่าห้วงอากาศดุดันจากร่างสูงใหญ่ที่ประทับบนบัลลังก์หวงหลง ซาลาเปาน้อยกลับฮึกเหิมประหนึ่งโฮ่วอี้(นักยิงธนูในเทพปกรณัมจีน)เล็งธนูดอกเดียวดับพระอาทิตย์ไปเก้าดวง สายตาพวกเขาแน่วแน่ที่โฉมสะคราญผู้ฝนหมึกถวายขณะจักรพรรดิทรงฎีกาโดยคร่ำเคร่งอยู่ ขณะที่เจ๋อกงกงถอยห่างออกห่างระยะหนึ่ง ไม่ใช่จงใจปล่อยให้มารดาของพวกเขาเข้าใกล้อันตรายเพียงลำพังหรอกหรือ!

ทว่าหลังจากองค์ชายฝาแฝดตรวจตราไป๋เฟินเหนียงเหนียงอย่างรอบคอบแล้ว กลับพบประกายเปล่งปลั่งจากผิวพรรณเนียนนุ่ม ย่อมทำให้ปมอารมณ์สะสมตัวน้อยลงบ้าง ท่าทางฟู่หวงก็ไม่ได้รังแกมารดาเกินไป...

มือเรียวขาวคู่หนึ่งอาจเคลื่อนไหวราบรื่น แต่เพราะรู้ความเคลื่อนไหวจากบรรดาผี เลยมีเพียงแววตาที่สะดุดแวบหนึ่ง ยามได้ยินเสียงชูกงกงขานนามซาลาเปาน้อย ก่อนจะส่องประกายปรีดาอยู่เร้นลึก

เสี่ยวเปาประสานเสียงถวายพระพรอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะยืนสำรวมอยู่เบื้องหน้าจักรพรรดิ แต่ดวงตากลมใสกลับแอบกวาดไปหามารดา และเปิดเผยห้วงอารมณ์คิดถึงรุนแรง ทำเอาไป๋เฟินหวงกุ้ยเฟยปวดใจที่ไม่อาจขยับเขยื้อนเพื่อพวกเขาสักก้าว

เฉียงหมินหลงเลิกจดจ่อข้อราชการตั้งแต่ได้ยินเจ้าเปาจอมพูดมากส่งเสียงหาเรื่องราวแล้ว ถ้าปล่อยให้โจมตีครอบกระบวนความละก็ เขาอาจต้องปล่อยตัวเสี่ยวเหนียงจื่อคืนไป นับว่าสมควรหรือเล่า ต๋าน่าหลันซือซือเป็นถึงหวงกุ้ยเฟย นางย่อมปรนนิบัติหวงช่าง มิใช่บุตรชาย!

เดิมทีชายหนุ่มก็พื้นอารมณ์หงุดหงิดสารพันปัญหาบ้านเมือง ยามนี้ยังจะเห็นเด็กชายหน้าตาหล่อเหลาราวกับตนเองวัยเยาว์ มายืนส่งนัยน์ตาอ่อนหวานล่อลวงภรรยาคนงามอีก เลยบังเกิดกระแสโทสะร้ายกาจเพิ่มระดับกะทันหัน

“หน้าที่อนุชนเช่นพวกเจ้า คือขวนขวายศึกษาให้บรรลุศาสตร์ทุกแขนง ในเมื่อเย็นนี้ก็เลิกเล่าเรียนแล้ว เหตุไรไม่คิดกลับไปทบทวนตำราที่ไป๋ฮวากง นอกจากทำให้เจิ้นต้องประเมินความประพฤติใหม่ พวกเจ้ายังจะก่อชื่อเสียหายล่วงเกินบรรพชน ทั้งส่งผลกระทบอนาคตของชาวประชา ช่างไม่สมกับที่ถูกชื่นชมว่ามากวิสัยทัศน์และวรยุทธ์เด่นยิ่งนัก!”

อ้า...

หญิงสาวยึดมือติดกับงานฝนหมึกไว้แน่นหนา ไม่อย่างนั้นอาจฉวยใช้มันตรวจสีเลือดสวามี ว่าจะมีสีแดงเหมือนพวกนางหรือไม่ เคยได้ยินมาหนาหูว่างาช้างไม่งอกจากปากสุนัข ที่แท้ก็ไม่งอกจากปากมังกรด้วย!

ทว่าเปาจื่อหาได้สะเทือนขวัญ เพราะข้อกล่าวหาระดับแผ่นดินแต่ประการใด สีหน้าของเขาทวีบรรยากาศสุขุม ขณะเปลี่ยนทางสายตามาที่เฉียงหลงหวงตี้ ก่อนประสานกำมือกราบทูลฉะฉาน

“ฟู่หวงโปรดอภัยโทษแก่เอ๋อเฉินทั้งสองด้วยพ่ะย่ะค่ะ เอ๋อเฉิน หมินจือไม่อาจนับเป็นผู้มากวิสัยทัศน์อันดับหนึ่งของอี้เทียนกง และหมินเหมิงก็ไม่อาจนับว่ามีวรยุทธ์เด่นอันดับหนึ่งดุจเดียวกัน จึงจำเป็นต้องใฝ่รู้อย่างหนักกว่าผู้อื่นอยู่บ้าง หลังจากเอ๋อเฉินทบทวนตำราระหว่างวันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ย่อมสมควรกลับไปพักผ่อนที่ไป๋ฮวากง แต่ในตำราสั่งสอนว่ากระทั่งปฐมจักรพรรดิยังทรงยกย่อง ความกตัญญูต่อบุพการีเป็นหนึ่งในยอดคุณธรรม เอ๋อเฉินทั้งสองจึงได้มาขอเข้าเฝ้าหวงช่างและไป๋เฟินเหนียงเหนียงถึงเทียนหลงกง ล้วนก็เพื่อแสดงความกตัญญูที่ได้หายหน้าไปทุ่มเทเรียนนานวันแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

อา...เสี่ยวเปาของนางวาจาเฉียบขาดนัก ขยับปากหนเดียวก็สะเทือนถึงชั้นฟ้า เห็นได้ชัดว่าสืบสายเลือดหวงหลงสกุลเฉียงแน่แท้!

เมี่ยนเปายังรีบค้อมหลัง เผยเจตนาสนับสนุนอย่างแนบเนียนออกมา หญิงสาวย่อมยินดีที่ได้พิสูจน์ความก้าวหน้าของพวกเขากับตา อารมณ์ของนางย่อมห่างไกลจักรพรรดิหนุ่มอยู่หลายขุม เฉียงหมินหลงจวนเจียนจะใช้ลูกตาดุร้ายนึ่งเจ้าเปาก้อนขาวๆ สองลูกจนสุกเต็มที

“ดี...ดี...พวกเจ้ามาแสดงความกตัญญูต่อฟู่หวงเยี่ยงเจิ้น ย่อมต้องดีมาก ท่าทางจะเข้าใจเหตุผลที่เจิ้นต้องสะสางฎีกาหลายฉบับ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขผู้คนทั่วแคว้นโดยเร่งด่วนอยู่บ้างกระมัง”

เพียงมังกรฉกรรจ์ขยับเกล็ดสีทองโต้ตอบ น่าหลันซือซือยังตะลึงจ้องราศีจัดจ้าที่เคลื่อนไหวจากข้างกาย แล้วชิงกลัดกลุ้มเหลือประมาณ ก่อนหน้าจะได้ยินเสียงจู่โจมขั้นถัดมาเสียอีก

นี่ต้องการให้บุตรชายกระจ่างใจว่า พวกเขามีฟู่หวงเป็นหวงตี้อันธพาลหรอกหรือ!

เฉียงหมินหลงกำลังอ่านฎีกาฉบับหนึ่งอยู่ โดยสองฝั่งโต๊ะทรงงาน แยกเป็นส่วนที่ประทับตรา แล้วเตรียมนำส่งขุนนางที่เกี่ยวข้องในวันพรุ่งนี้ ส่วนอีกกองกลับปิดผนึกดี พวกมันโดนหอบเข้ามาเทียนหลงอย่างไร สภาพก็ยังเหมือนเดิมอย่างนั้น เขาขึงสองฝ่ามือทาบม้วนราชการ พร้อมกับชะโงกร่างสูงใหญ่ไปข้างหน้าเล็กน้อย ประหนึ่งส่งเสริมกระแสกดดันลงไปที่องค์ชายฝาแฝด ทำให้น่าหลันซือซืออดกลอกลูกตาหลบไปอีกทางไม่ไหว ด้วยเกรงปฏิกิริยาของตนจะเร่งให้เรื่องร้อนขึ้น

“อย่างที่ทราบกันว่าภัยพิบัติซิย่ะก่อเหตุหลายประการตามมา ฝูงแมลงสีดำเหล่านั้นไม่เพียงทำให้อากาศเป็นพิษ ยังทำลายล้างพืชพรรณรวมถึงป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ในหลายๆ เมือง ดังนั้นจะพลิกฟื้นให้กลับคืนสภาพเดิมภายในพริบตา ต่อให้เป็นเทพเซียนก็ทำได้ไม่ง่าย ฉะนั้นระยะที่ฝนตกหนักแถบซีเป่ย แม่น้ำหลายสายจึงเอ่อล้นริมตลิ่งเฉียบพลัน และจมบ้านเรือนของประชาชนในหลายๆ พื้นที่”

เฉียงหมินหลงทอดจังหวะอย่างจงใจสังเกตบุตรชาย ครั้นเห็นยังคงมุ่งมั่นดีอยู่ เขาจึงอธิบายโดยละเอียด คล้ายเตรียมสั่งสอนลูกๆ เกี่ยวกับหัวข้อราชการแคว้น ทว่าน่าหลันซือซือกลับรู้สึกยากจะชื่นชมสวามี

“สาเหตุที่ปรากฏผู้ประสบอุทกภัยจำนวนมาก ก็คือแนวเทือกเขาที่ปราศจากป่าช่วยชะลอกระแสน้ำหลาก ทั้งยังเกิดโคลนเลนถล่มลงมาตัดเส้นทางสัญจรหลายเมือง บางจุดยังปรากฏหินก้อนใหญ่หลายลูกกลิ้งจากที่สูงด้วย ตลอดรัชศกที่ผ่านมา เจิ้นได้ส่งเสบียงออกไปบรรเทาทุกข์เบื้องต้น และจัดคณะไต้ฟูจากวังหลวงกระจายกันสอดส่องโรคระบาด ทว่าปักษ์อวี๋สุ่ยที่ผ่านมานี้ ฝนยังเริ่มโปรยเม็ดบ่อยๆ อีก ที่ลำบากอยู่ยังไม่ทันคลี่คลาย อุทกภัยประจำฤดูกาลก็เตรียมมาเล่นงานพวกเขาแล้ว”

หญิงสาวยังขมวดคิ้วคิดตามเนื้อหา ท่าทางเฉียงหมินหลงจะต้องว่าราชการเรื่องนี้ต่อไปอีกหลายปีข้างหน้าแน่นอน

“ถ้าจะแก้ไขต้นเหตุ ด้วยการพลิกฟื้นป่าบนเทือกเขา พวกไม้ยืนต้นย่อมใช้เวลาเติบโตเนิ่นนานกว่าป่าจะคืนสภาพได้ ตรงข้ามกับฟ้าฝนที่วนเวียนมาตามรอบฤดู ย่อมต้องเกิดเหตุน้ำท่วมล้างผลาญชีวิตกับทรัพย์สินผู้คนแน่แล้ว ขณะเดียวกัน แม้เสบียงในท้องพระคลังวันนี้ จะสามารถกล่าวได้ว่ามีปริมาณไม่น้อย แต่ไม่อาจคำนวณถึงวันหน้าจะเพียงพออยู่อีก ไหนจะกำลังใจของหมู่ชนที่โดนธรรมชาติทารุณกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เล็งเห็นได้ว่าไม่ช้าจะต้องเกิดกลียุคจนแคว้นสับสนวุ่นวายขึ้นมา...”

หญิงสาวได้ยินเสียงหัวใจกลางอกกระหน่ำเต้นฉับพลัน กระทั่งชีรันที่ปกติหยั่งเชิงเหตุซับซ้อนได้ช้ากว่าเจ้านายน้อย ยังเผยสีหน้าแตกตื่นออกมาแล้ว เรื่องราวที่จำต้องพึ่งพาอภินิหารฟ้าดินปรานีพวกเขาดังนี้ หวงช่างย่อมตรัสแก่เสี่ยวหวังจื่อด้วยพระประสงค์มุ่งร้ายแน่ ขณะเดียวกันเจ๋อกงกงก็มองเวทนา เขาติดตามเฉียงหมินหลงกว่าครึ่งชีวิต กลับไม่เคยโดนระบายโทสะผ่านวิธียุ่งยากมาก่อน

ขันทีหรือนางกำนัลอย่างพวกเขา หากไม่เป็นที่พอพระทัย ก็โดนตำหนิ โดนตัดเบี้ยเลี้ยง โดนเฆี่ยนหลัง หรือบางครั้งต้องโทษประหาร ทว่าไม่เคยมีใครถูกใช้ให้ชำระฎีกาแทนหวงช่างสักคน

ต่างคนย่อมต่างกระแสคิด กระทั่งซาลาเปาน้อยที่รวบรวมสมาธิฟังฟู่หวงอยู่ กระบวนพิจารณาของพวกเขายังแตกสาขาไปคนละทิศ แต่ก็ประจักษ์ร่วมกันหนึ่งอย่าง นั่นคือจิตขุ่นข้องจากบิดาบังเกิดเกล้า

“พวกเจ้าเล่าเรียนที่อี้เทียนกงใกล้ครบปีแล้ว ไม่ทราบว่าความรู้ที่ทุ่มเทศึกษาจะใช้การได้กี่มากน้อย ดังนั้นคิดเห็นอย่างไร จงแสดงออกมาให้เจิ้นลองฟังสักประโยค!”

หญิงสาวห้ามถลึงตาใส่โอรสสวรรค์ไม่อยู่แล้ว วิญญาณสามพระชายาล้วนนิ่วหน้าร่วมเหตุการณ์ ท่าทางอยากมีตัวตนช่วยเหลือซาลาเปาน้อย เลยรีบร้อนกระตุ้นความจำบรรดาผี หาว่ามีใครเคยฟังขุนนางท่านใดถวายแนวทางขจัดภัยน้ำท่วมต่อเหล่าอดีตจักรพรรดิอย่างไรบ้าง

น่าหลันซือซือไม่วายกระสับกระส่ายตามพวกเขา เพียงแต่นางต้องคิดเพิ่มจะส่งสารถึงสองเปาวิธีไหน หรือต้องหาโอกาสเบนความสนใจบุตรชายมาที่ตนทุกหน ดังนั้นจึงชักวิงเวียนศีรษะแล้ว ส่วนสีหน้าเมี่ยนเปาคล้ายว่าส่งคำตอบผ่านปากที่ปิดสนิทอยู่

เขาไม่สันทัดเชิงยุทธการละเอียดอ่อน ดังนั้นเลยวู่วามคิดไปตามแนวถนัดก่อน อยากจะทูลว่าให้ส่งหูไท่เว่ยพากองทัพทลายแนวเทือกเขา แล้วเกลี่ยระดับดินจนราบเรียบ ย่อมสามารถรับรองได้ นับจากนี้หลายรอบฤดูฝน น้ำคงไม่ท่วมบ้านเรือนราษฎรอีกแน่นอน แต่ประสบการณ์ช่วยให้เมี่ยนเปาพอประเมินได้เอง หากทั้งหมดล่วงถึงพระกรรณฟู่หวง เขาอาจถูกลงโทษคัดคัมภีร์แดนเซียนฉบับเก่าแก่สักร้อยจบ กระทั่งตระหนักได้ว่าอะไรเรียกว่าเพ้อเจ้อ!

ดังนั้นเมื่อเป็นแนวทางที่มุ่งร้ายกระทั่งฟ้าดิน สวรรค์เห็นจะส่งกระแสพิโรธผ่านฟู่หวงแน่แท้ เขาจึงพยายามตอบโดยไตร่ตรองหลายชั้น เมี่ยนเปากลับสามารถแค่เจรจาว่า ครั้นปราศจากป่าไม้บนภูเขา แปลว่าพื้นที่อันตรายไม่มีทรัพยากรให้ใช้สอย ย่อมสมควรเกณฑ์ทหารไปย้ายถิ่นฐานประชาชนกลุ่มดังกล่าว แต่น่าจะธรรมดาเสียจนฟู่หวงฟังไปหาวประกอบไป เมี่ยนเปาจึงถึงคราวพึ่งพาพี่ชายฝาแฝดแล้ว

ระหว่างถูกหลายคนฝากความหวังเอาไว้โดยแน่นหนา เปาจื่อที่เชี่ยวชาญมุมมองละเอียดอ่อนกว่า ก็เริ่มแจงปัญหาแต่ละลำดับ ก่อนผูกโยงถึงบันทึกประวัติศาสตร์ ผสานแนวความรู้แปลกใหม่ที่ไป๋เฟินเหนียงเหนียงอบรมขณะอยู่ตำหนักเย็น เขาจึงคลี่ยิ้มประหนึ่งสายลมโชยอ่อน แล้วประสานมือกล่าว

“ทูลฟู่หวง เอ๋อเฉิน...หมินจือทูลขอพระเมตตาด้วยพ่ะย่ะค่ะ เขตประสบภัยทั้งหมด มีลักษณะเป็นเชิงเขาหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อเฉียงหลงหวงตี้ผงกศีรษะรับ องค์ชายน้อยค่อยใช้น้ำเสียงเคร่งขรึมรวบจุดสนใจทั้งคนทั้งผีเอาไว้ที่ตนเอง

“ผู้ประสบภัยสามารถละถิ่นฐานดั้งเดิมได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

ในม้วนฎีกาที่เจ้ากรมโยธาเรียบเรียงเขียนก่อนนำขึ้นถวายจักรพรรดิ ยังระบุข้อคิดเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจปัญหาเรื้อรังเช่นกัน พวกเขาจึงร้องขอทางการให้จัดสรรที่อาศัยและแหล่งทำมาหากินใหม่ ขอเพียงมอบสองปัจจัยสำคัญนี้ ทุกคนก็ยอมโยกย้ายไปต่างถิ่นได้

แต่เฉียงหลงหวงตี้ยังเปี่ยมเจตนาลดเลี้ยว ทำให้เลือกขยายเรื่องง่ายจนยากขึ้นอีก

“ไม่...ผู้ใดจะอยากทอดทิ้งบ้านเกิดไปง่ายดายนักเล่า”

เขาพุ่งสายตาเฉียบคมมาที่เปาจื่อ คล้ายจะย้อนถามไร้เสียงว่า หรือจะเป็นเจ้า!

ซาลาเปาน้อยย่อมปรับการทหารที่ไม่เบื่อหน่ายอุบาย แม้ใจจริงเขาก็อยากยืนยันกราบทูลฟู่หวงว่า ประชาชนอาจขาดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอุทกภัย ราชสำนักจึงสามารถส่งตัวขุนนางไปเกลี้ยกล่อมพวกเขา และเสนอที่อยู่อาศัยแหล่งใหม่ที่สภาพแวดล้อมปลอดภัย รวมถึงอุดมสมบูรณ์กว่า ถือว่าประหยัดงบประมาณกว่าอีกแนวคิด

เปาจื่อรู้สึกหน่วงอกชอบกล เมื่ออยู่ๆ ก็โดนฟู่หวงสบประมาท ทั้งพาดพิงสถานการณ์พิทักษ์แคว้นด้วย เขาจึงถูกบีบจนต้องนำเสนอโครงการใหญ่โตแทน แต่เพราะไม่ทราบสภาพภูมิทัศน์เหล่านั้น เด็กชายจำสอบถาม

“ทูลฟู่หวง ช่วงที่อากาศร้อนและแล้ง ทุกพื้นเคยมีรายงานเหตุขาดแคลนน้ำประทังชีพจากท้องถิ่นบ้างหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

มังกรหนุ่มกระดกปลายคิ้ว สำแดงท่วงท่าโอหัง

“ขาดแคลนหรือไม่ ส่งผลอย่างไรกับวิธีการของเจ้า...”

หมินจือยืดหลังไหล่ผึ่งผายขึ้นมา แม้เปรียบเทียบบิดาแล้ว เขานับว่าขนาดกระจ้อยร่อยกว่ามาก ทว่าภายในห้องทรงพระอักษร นอกจากตนเอง ข้างหน้าก็คือไป๋เฟินเหนียงเหนียง ด้านข้างคือเมี่ยนเปา ข้างหลังมีชีรัน นับแต่นี้ไป เขาตั้งใจจะยืนด้วยฝ่าเท้าตนเอง

ถ้าวันนี้นำเสนอแผนการไม่ต้องพระทัยฟู่หวง ด้วยวัยเพียงเจ็ดขวบ เขาสมควรยอมรับว่าศึกษามาไม่หนักแน่นพอ เสียดายแค่พวกเขาคงห่างไกลไป๋เฟินเหนียงเหนียงออกไปอีก แต่เกิดทำให้ประทับพระทัยสำเร็จแล้ว แน่นอนตนเองน่าจะเฉลียวฉลาดพอให้ใช้การได้ ยิ่งฟู่หวงนิยมคนมากความสามารถ ยิ่งต้องกล้าส่งเสริมหวังจื่ออย่างพวกเขา มากกว่าอ้อมค้อมไปทางไป๋เฟินเหนียงเหนียง!

“ทูลฟู่หวง เอ๋อเฉินเพิ่งเข้ารับการศึกษาจากอี้เทียนกง ทั้งอ่อนเยาว์ทั้งด้อยประสบการณ์ ย่อมจำเพาะอาศัยตำรารวบรวมแนวทาง หากได้กราบทูลหัวข้อใดผิดพลั้งไป ขอฟู่หวงโปรดอภัยโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

เฉียงหมินหลงอาจช่างสรรหาเหตุรังแกบุตรชาย ที่ทั้งสองสนิทสนมกับมารดาอย่างต๋าน่าหลันซือซือเกินขอบเขต ทว่าอย่างไรหมินจือกับหมินเหมิงก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขสกุลเฉียง วันนี้จึงเพียงกำหนดเป้าหมายกำราบที่มาท้าทายหน้าประตู ย่อมแม่นยำตำแหน่งผ่อนผันเป็นธรรมดา

เปาจื่อจึงเปลี่ยนประกายตาไป หากสังเกตให้ดีจะพบว่าปราศจากแววไร้เดียงสาหลงเหลือ ทั้งยังสามารถแยกแยะเขาออกจากเมี่ยนเปาโดยง่าย

“สาเหตุที่เอ๋อเฉินคิดว่ารายงานกรณีขาดน้ำช่วงฤดูแล้งส่งผลสำคัญด้วย ขอทูลอธิบายดังนี้พ่ะย่ะค่ะ เพราะชัยภูมิเชิงเขามีหลังอิงเทือกเขา คราวเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง น้ำฝนโดยธรรมชาติจะไหลบ่าลงเบื้องล่าง พอไม่มีรากไม้ยึดหน้าดินหรือช่วยชะลอความเร็วจากที่สูง อุทกภัยย่อมต้องทำลายชีวิตและทรัพย์สิน หากเริ่มพิจารณาว่าธรรมดาพื้นที่ก็ประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำใช้ ดังนั้นจึงมีเหตุดีที่ภูเขาปราศจากพรรณไม้ด้วยเช่นกัน ทำให้บรรดาสัตว์ป่าที่เคยอาศัยย้ายถิ่นไปเอง การเกณฑ์แรงงานเข้าไปเตรียมพื้นที่สร้างเขื่อนบนเขา จึงไม่ได้เบียดเบียนวิถีชีวิตของพวกมัน หรือส่งผลกระทบให้ลดจำนวนลงมากนัก”

เปาจื่อคราวมุ่งมั่นประกาศวิชา ก็พาผู้คนเลื่อมใสว่า ต่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงประการใด ก็สามารถพึ่งพาสติปัญญาของเขาได้

--ต่อค่ะ--(แพนด้าอาจจะปรับคำพูดเปาจื่ออีกทีหลังนะคะ ตอนนี้ไม่ใช่เมี่ยนเปากับน่าหลันซือซือรู้สึกโง่ แพนด้าก็รู้สึกด้วยค่ะ 55555)

“และถ้าปรากฏรายงานว่า พื้นที่เหล่านั้น ช่วงมรสุมมักเกิดกระแสน้ำเอ่อล้นตลิ่งบ่อยๆ การสร้างเขื่อนยิ่งควรคำนวณโดยรอบคอบ ทำให้การวัดความลึกของลำน้ำทวีความสำคัญ กรณีที่มีลักษณะตื้นเขิน ช่วงแล้งก็ให้เกณฑ์แรงงานขุดจนลึกลงไปย่อมดี ทว่ากรณีมีความลึกมากแล้ว ให้สังเกตรูปร่างที่คดเคี้ยวแทน เพื่อจะระบายน้ำออกจากภูเขาอย่างสะดวกแล้ว สามารถพิจารณาได้สองทาง หนึ่งขุดคลองที่ส่งผลให้โค้งน้ำดั้งเดิมเป็นเส้นตรงอีกสาย สองขุดคลองสาขาออกไปสู่พื้นที่อื่นๆ...”

ทั้งที่น่าหลันซือซือตระหนักว่า ความคิดอ่านเสี่ยวเปาคนนี้ล้ำลึกผิดวัยอยู่มาก ไม่คาดนางกลับเบิกตาโตจ้องเขาเหมือนกลุ่มข้าราชบริพารได้อีก

“หลังจากปรับปรุงลำน้ำด้วยเขื่อนและคลองขุดแล้ว ช่วงฤดูร้อนยังสามารถลำเลียงน้ำจากภูเขาลงมาใช้ได้ พอแผ่นดินชุ่มชื้นอยู่ตลอดปี ก็เปรียบประดุจมีสายโลหิตหล่อเลี้ยงชีวิต ไม่ช้าพรรณไม้เล็กๆ จะเติบโต มีรากไม้ยืนต้นที่ดึงดูดฝูงสัตว์กลับมาอาศัย สภาพแวดล้อมย่อมหวนคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์”

ทว่าในทางปฏิบัติยังต้องใช้เวลาดำเนินการ ดังนั้นปัญหาความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยจึงเร่งด่วนกว่า เปาจื่อมุ่นหัวคิ้ว บรรยากาศจริงจังบนดวงหน้าอ่อนเยาว์ ทำให้ดูขัดแย้งจนทุกฝ่ายเห็นพ้องว่ากำลังน่ารักยิ่ง!

“สำหรับมรสุมที่กำลังจะมาตามธรรมชาติ เอ๋อเฉินมีความเห็นว่า ระยะนี้ควรให้ขุนนางท้องที่จัดเสบียงดูแลปากท้องผู้คนก่อน พอฤดูฝนผ่านพ้นไปค่อยใช้แลกเปลี่ยนกับแรงงาน ให้พวกเขามีส่วนร่วมฟื้นฟูถิ่นฐานของบรรพบุรุษเพื่อให้บุตรหลานสืบทอดต่อไป นอกจากนี้ ยังสมควรสำรวจภูมิทัศน์ว่าในอาณาเขตนั้น ที่ใดค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ ทางการสามารถส่งเสริมให้ประชาชนทั่วแคว้นจิ้นรู้จัก หลังจากเสร็จงานก่อสร้างแล้ว ผู้คนจะได้มีอาชีพหาเลี้ยงครอบครัวต่อไป”

หากไม่ได้อยู่ต่อหน้าฟู่หวงผู้มีนิสัยปรวนแปร เมี่ยนเปาอาจยิ้มแก้มปริ ตบบ่าชื่นชมคู่แฝดไปหลายประโยคแล้ว ครั้นเห็นริมฝีปากอีกฝ่ายยังเคลื่อนไหวได้ เขาค่อยพับคอฟังอย่างครุ่นคิด เหตุใดตนเองถึงวิเคราะห์ไม่ลึกซึ้งเท่าเศษเสี้ยวของเปาจื่อ

“ทั้งขุนนางท้องที่ยังสามารถปรับปรุงผังเมืองใหม่ ให้มีความเป็นระเบียบ และง่ายต่อการปกครอง เพราะโอกาสเช่นนี้สำหรับพื้นที่ที่มีผู้อาศัยอยู่นานปีแล้ว ยังถือว่าทำไม่ได้ง่ายด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

พวกข้าราชบริพารต่างตะลึงงัน หลักการที่จิ่นติ้งหวังนำเสนอฟังราวกับว่า องค์ชายน้อยคร่ำเคร่งกับกองตำรามาแล้วหนึ่งชาติภพ ด้วยวัยเพียงเจ็ดขวบ นับว่าความสามารถเกินสามัญไปอักโข!

ผลลัพธ์ที่ได้ครอบคลุมทั้งระยะสั้นและยาว ดังนี้แล้วเจ้าถิ่นก็ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายที่อาศัย จึงไม่เพาะปัญหาแย่งชิงที่ทำกินกับผู้อื่นอีก อา...คราวภัยพิบัติซิย่ะใกล้จะมาเยือนแคว้นจิ้น มารดาหัวทึบเยี่ยงนางกลับป่วยใจอยู่นาน แต่ซาลาเปาน้อยใบนี้กลับเจอทางสว่างไม่ถึงหนึ่งเค่อ!

น่าหลันซือซือชักเข้าใจท่าทีห่อเหี่ยวของเมี่ยนเปาบ้างแล้ว เหตุไรนางจึงฉลาดไม่เท่าเศษเสี้ยวของบุตรชายนะ!

มังกรหนุ่มบนบัลลังก์อยู่ๆ ก็ตบโต๊ะดังปัง ทำเอาสะดุ้งไม่เลือกคนหรือผีพร้อมกัน ก่อนร่างสูงใหญ่จะผุดลุก สีหน้าคลับคล้ายว่าจะสนุกสนานพิกล คนคุ้นเคยต่างรู้สึกระวังเงาหัวชอบกล

“มานี่มา...มาหาเจิ้นบนนี้!”

บิดาขยับมือเรียกเสียงทรงอำนาจขนาดนั้น เปาจือย่อมยืนสำรวมข้างหน้าจักรพรรดิ เฉียงหมินหลงคว้าพู่กันในมือส่งให้เขา ก่อนเปลี่ยนทิศทางฎีกามาทางซ้ายของโต๊ะ เจ๋อกงกงอาศัยว่าถวายการรับใช้หวงช่างจนเชี่ยวชาญ ถึงกล้าเชิญเก้าอี้อีกตัวมาตั้ง

“เจ๋อจิวซิ่ง!”

เพียงขานชื่อเขา กงกงเฒ่าก็รีบฝนหมึกให้จิ่นติ้งหวังอย่างคล่องแคล่ว เฉียงหลงหวงตี้ค่อยหันมามองบุตรชายด้วยสายตาพอใจ

“เขียนคำตอบลงไป แล้วประทับตราของเจ้าด้วย จี๋อวี่สื่อต้าฝูคนนี้ไม่สู้บุตรชายอายุเจ็ดขวบของเจิ้น ย่อมสมควรทบทวนความสามารถส่วนตน ว่าคู่ควรปฏิบัติหน้าที่สำคัญของแคว้นอยู่หรือไม่ ปัญหาไร้สาระเช่นนี้ ก็ยังส่งมากวนใจเจิ้นได้!”

เปาจื่อไม่อาจปฏิเสธพระเมตตาของฟู่หวง เขาเลยถือพู่กัน รอยยิ้มออกจะลักลั่นเล็กน้อย นี่ก็คือฎีกาที่ขุนนางใช้หารือปัญหาบ้านเมืองกับจักรพรรดิ ย่อมต้องศักดิ์สิทธิ์กว่าเวทีแสดงความสามารถขององค์ชายสักคน

“เหตุใดเขียนไม่ออกแล้วเล่า!หรือจำไม่ได้ว่าพูดอะไรไปบ้าง เดี๋ยวเจิ้นจะทวนให้ฟังเอง...”

อา...ขณะนี้นางอยากเกามือตนด้วยแท่นฝนหมึกตรงหน้าแล้ว เพิ่งเห็นกับตาว่าผู้ใหญ่ที่ทำตัวไม่สมผู้ใหญ่ จักรพรรดิที่ทำตัวไม่สมจักรพรรดิเป็นอย่างไร!

หญิงสาวทราบว่าผู้ตรวจการสกุลจี๋เขียนแนวทางมาบ้างแล้ว เพราะต้องนั่งเป็นเพื่อนเขาจนง่วงนอน นางเลยแอบวิเคราะห์แนวคิดที่เฉียงหมินหลงเปิดเผยผ่านปัญหาต่างๆ ทว่าเปาจื่อเพิ่งขยายโครงการให้ปรากฏรูปร่างชัดเจนขึ้น ทั้งนำไปปฏิบัติได้ผลดีหลายด้าน

แต่อย่างไรเฉียงหวงตี้ก็ยังเลอะเลือนอยู่ดี!

ไม่ใช่ว่าเหตุผลที่ข้าราชสำนักถวายรายงาน ล้วนเป็นไปเพื่อหยั่งกระแสก่อนลงมือทำการใหญ่หรือ ใครจะจู่ๆ ผลีผลามตรงเข้าเบิกงบประมาณจากท้องพระคลังจักรพรรดิ นั่นคือขุมทรัพย์มังกรที่ลือชาว่าเข้าง่ายออกยากเชียวนะ!

คุยกับแพนด้า:(24/8/19)

สำหรับบทนี้เรียกว่ามาเอาใจช่วยภารกิจซาลาเปาน้อยกันเถอะค่ะ 5555 ในที่สุดน้องก็มาทวงคืนมารดาแล้ว ไม่รู้ใครจะอยู่หรือไป อิอิ ที่จริงแพนด้าจะลงแต่วันศุกร์ล่ะค่ะ แต่พอดีทำเสร็จเอาตอนเที่ยงคืน สมองเบลอมากๆ เลยต้องตื่นเช้ามาลงแทน วันเสาร์นี้ว่าจะพิมพ์ต่อ แต่อาจจะเป็นลงวันอาทิตย์ หลังจากแพนด้าเสร็จธุระข้างนอกบ้านนะคะ ค้างคากันหน่อยน้าาาา

ถึงคุณAiai โอยแพนด้าดีใจมากเลยค่ะ ฮือๆ ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานนะคะ

และขอบคุณทุกคนที่ยังไม่ลืมแพนด้านะคะ

สถานะเรื่อง:ยังไม่จบ ตอนนี้อยู่ในส่วนเนื้อหาเล่ม3 (มีทั้งหมด 4 เล่มจบ)

สถานะการลงเรื่อง:ยังลงต่อเนื่อง 1 ตอน/อาทิตย์ (อย่างมาก 4 หน้าเอสี่เวิร์ด/วัน จนกว่าจะครบ 100%ของตอน)

สถานะสต็อก:มีต้นฉบับเขียนมือ ดังนั้นจึงพิมพ์และตรวจลงหน้าเว็บสดๆ ร้อนๆ

วันนัดเจอตอนต่อไป:ยังระบุไม่ได้ (เป็นวันไหนก็ได้ในอาทิตย์)

จะลงกี่เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งตอน:ระบุไม่ได้ (เท่าที่มีในวันที่ลง)

สำหรับท่านที่สนใจอุดหนุน ดอกไม้มังกร เล่ม2 ของเหม่ยเหรินเจียว/แพนด้า

1.สั่งรูปเล่มกับทางสนพ.สถาพรบุ๊คส์

ราคาสมาชิกสถาพร 289 บาท

2.สั่งแบบอีบุ๊ก ราคา 275 บาท กับ Meb ได้เลยค่ะ

สำหรับท่านที่สนใจอุดหนุน ดอกไม้มังกร เล่ม1 ของเหม่ยเหรินเจียว/แพนด้า

1.สั่งรูปเล่มกับทางสนพ.สถาพรบุ๊คส์

ราคาสมาชิกสถาพร 255 บาท

2.สั่งแบบอีบุ๊ก ราคา 245 บาท กับ Meb ได้เลยค่ะ

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย blue2560
ขอบคุณ​มาก​ก​ก​ก​
เมื่อ 1 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Aiai
หวงช่างงงง รังแกซาลาเปาน้อยได้ยังไงคะ ออกจะน่ารักน่าอ็นดูขนาดนี้ สองเปาเก่งมาก555
เมื่อ 1 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว