นางโจรซ่อนใจ-เพื่อนรักเพื่อนแค้น 2

โดย  ทิพย์มนตรา

นางโจรซ่อนใจ

เพื่อนรักเพื่อนแค้น 2

4

เพื่อนรักเพื่อนแค้น 2

แม็กกี้นั่งโต๊ะเดียวกับกลุ่มเครือญาติชายหญิงที่แยกตัวห่างออกมา โชคดีที่นอกจากแม็กกี้แล้วก็ไม่มีใครรู้จักฉันอีก ฉันคิดจะเลิกสนใจ แต่ตาเจ้ากรรมกลับสบเข้ากับดวงตาวาววามคู่หนึ่ง เป็นดวงตามันขลับของผู้หญิงที่นั่งข้างแม็กกี้ เหมือนฉันจะได้ยินแม็กเรียกเธอว่า บัวไพลิน เธอจ้องมาทางฉันอย่างเปิดเผยทีเดียว ดวงตาดำลึกคู่นั้นดูคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก ฉันมองไม่ออกว่ามิตรหรือศัตรู แต่ชวน ให้ความรู้สึกอึดอัดไม่สบายใจ แต่คนอย่างฉัน เมื่อเธอจ้องมาฉันก็จ้องนิ่ง ๆ กลับ จนเหมียวเข้ามากระทุ้งศอกกับเอวฉันทีหนึ่ง

“เหม่อไรคะคุณนาย แขกโต๊ะนู้นกวักมือเรียกอยู่โน่น ตาบอดไง?”

ฉันทำหูทวนลมกับคำเรียกคุณนายที่เหมียวใช้แขวะฉันเสมอ แต่พอนึกถึงงานที่ต้องทำก็ถอนใจอีก วันนี้มันวันซวยอะไรของฉันนักหนา เจอศัตรูคู่แค้นไม่พอยังต้องมาเจอตาชีกอที่รอแต๊ะอั๋งฉันอยู่ที่โต๊ะอีกคน ฉันต้องสะกดกลั้นความไม่ชอบใจ เดินหน้าไปทำงานของตนต่อไป อย่างน้อยฉันก็ต้องขอบคุณพ่อแม่บนสวรรค์ที่สอนให้ฉันรู้จักความลำบากตั้งแต่เล็ก ฉันทำงานหนักได้ และเมื่อเจอเรื่องที่ลำบากใจ ฉันก็ต้องกัดฟันและฝืนใจทำมันให้ได้

“นั่นพริกเพื่อนยัยไฮโซเกรซไม่ใช่เหรอ”อยู่ ๆ ในหัวฉันก็ผุดคำพูดขึ้นมาเอง ฉันคิดว่าหากมีคนทักแล้วถามแบบนี้ ฉันจะตอบรับการทักทายว่าอย่างไรดี จะบอกว่าจำคนผิด หรือว่ายังไงฉันคิดกังวล หยิบจับอะไรอย่างใจลอย หนักอึ้งกังวลในอกบอกไม่ถูก

วินาทีหนึ่งบางอย่างร้อนก็บีบเนื้อส่วนสะโพก ฉันสะดุ้งหันไปก็พบใบหน้าอวบอูมยิ้มมันเยิ้มให้ นั่นล่ะฉันจึงมีสติรู้ตัวว่าถูกจับก้น

“ทำไมคนในบ้านคุณหญิงแขไขมีแต่แจ่ม ๆ งี้วะ” เสียงอ้อแอ้กลั้วหัวเราะของไอ้เจ้าของมือยังมีหน้ามาพูด …หมดเรื่องหนึ่งก็มีเรื่องหนึ่ง ฉันมีหุ่นนาฬิกาทรายจนถูกเข้าใจว่าขายตัว เคยเกือบถูกพี่เขยขืนใจ และยังมาถูกตาแก่ตัณหากลับลวนลามอีก ลืมเรื่องแม็กกี้เสียสนิทเมื่อเจอปัญหาใหม่

“เสี่ยอยากได้เหรอ”

บ้าจริง คนพวกนี้คุยกันโดยไม่เกรงใจฉันสักนิด อ้อฉันลืมไป ฉันเป็นแค่คนใช้ ไม่มีค่าพอให้ใครนึกถึงความรู้สึก

“ผมว่าถ้าเสี่ยขอซื้อไปเลี้ยงสักคน เธอน่าจะไม่ขัดข้อง”

ฉันเดาว่านี่อาจเป็นคนที่มีอิทธิพลพอควร แต่ให้ตายเถอะ มันน่ารังเกียจที่สุด สกปรกทั้งความคิดทั้งการกระทำ ฉันทนยืนรินเหล้าตรงนั่นแทบไม่ไหว จนมืออูม ๆ โอบเอวฉันเข้าไปใกล้ ฉันสะดุ้ง เบี่ยงตัวหนีแต่ไม่พ้น

“หนูชื่ออะไรล่ะจ๊ะ เสี่ยอยากรู้จักหนูจริง”

“กรุณาปล่อยค่ะ”ฉันเค้นเสียงต่ำ ๆ สะกดอารมณ์รังเกียจ แต่มือที่เอวกลับเลื้อยลูบหลังฉันจนขนลุก

“อยากทำงานสบาย ๆ กว่านี้ เงินดีกว่านี้ แล้วก็ได้แต่งตัวสวย ๆ กว่านี้ไหม”

“ไม่ค่ะ ไม่ทำอะไรทั้งนั้น ช่วยปล่อยฉันจะทำงาน” ฉันถึงกับวางถาด หยิกทึ้งมือบ้า ๆ ออกจากเอว

“ใจเย็นน่าเสี่ย เดี๋ยวเด็กมันตื่น” ไม่รู้ว่าเพราะมันเจ็บหรือคำพูดบางคนในกลุ่มนั้นที่ทำให้เสี่ยนั่นละจากการขยำสะโพกฉันอย่างเสียดาย ตอนนั้นฉันรีบหนีออกจากกลุ่มมายังจุดที่ตุ้งและน้าบวบยืนอยู่โดยเร็ว

“เป็นไร ตาแดงเชียว” ตุ้งร้องถามเพราะเห็นความผิดปกติของฉัน ฉันจึงเล่าเรื่องที่เจอให้ตุ้งฟัง พร้อมวิงวอน

“น้าบวบให้พริกเปลี่ยนกลุ่มกับน้าบวบนะคะ พริกทนไม่ไหวจริง ๆ”

“อะไรนังพริก แกจะให้ฉันไปให้ไอ้พวกนั้นมันลวนลามแทนแกหรือไง บ้าสิ” น้าบวบมองอย่างตื่น ๆ บอกฉันด้วยเสียงเหน่อของแก

“โอ๊ยน้า ถ้าส่งรุ่นน้าไปแล้วยังถูกมันลวนลามแล้วล่ะก็ ฉันจะยกมือสาธุกรวดน้ำแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลตามไปให้ด้วยเลยถือว่าทำทาน”

“นังนี่แกว่าข้าแก่เหรอเฮอะ”

“ฉันไม่ได้พูดแค่จะบอกว่าช่วยนังพริกมันสักครั้งเถอะแล้วจะได้บุญ” พูดถึงบุญน้าบวบก็ลังเล ถ้าจะไม่มีเสียงเหมียวดังมาก่อน

“ฉันว่ามันหวังทิ้ปงาม ๆ จากเพื่อนคุณหญิงที่น้าดูแลมากกว่า ลวนลามอะไร้ เขาจับนิดจับหน่อยมันกระดี๊กระด๊าละสิไม่ว่า เล่นหูเล่นตาให้คุณนนท์ออกบ่อย”

ถ้าเป็นเวลาปกติ ฉันคงเท้าเอวถามเอาจริงเอาจังกับเหมียวว่าฉันไปให้ท่านนท์ตอนไหน แต่ตอนนี้ฉันเริ่มปวดหัวกับชีวิตที่มันวุ่นวาย จนไม่มีเวลาสนใจเรื่องเล็กน้อยพวกนั้น เป็นตุ้งเสียอีกที่เดือดร้อนแทนฉัน

“อ้าวอีนี่ พูดงี้ก็สวยดิ” ตุ้งเริ่มของขึ้นมาบ้าง

“อะไร มึงมีอะไรอีตุ้ง ปกป้องมันจัง ถามจริงมันเป็นแม่มึงไง” ทางเหมียวก็ไม่ยอมแพ้ จนฉันต้องยกมือกุมขมับ มองทั้งคู่เถียงกัน

“ไม่ได้เป็นแม่ แต่เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีไม่เหยียบกันเวลาเพื่อนล้มโว๊ย”

“ดีจริงมึงก็เปลี่ยนกะมันดี้”

“เออกูเปลี่ยนได้ถ้าปัญหามันจบ มีแต่มึงอะ”

“อะไรกูอะไร”

“ตุ้ง พอเถอะ” ฉันเห็นว่าเรื่องมันชักไปกันใหญ่ งานก็ยังไม่จบ ถ้ามีเรื่องอีกคงได้ถูกไล่ออกกันยกครัวแน่ สำหรับฉันการถูกไล่ออกถือเป็นเรื่องดีแน่ แต่ตุ้งไม่ใช่ ฉันไม่อยากให้คนที่หวังดีกับฉันต้องมาเดือดร้อนเพราะฉันอีกแล้ว

“เอะอะอะไรกัน” เสียงของนนท์เหมือนระฆังหมดยก ขัดขึ้นก่อนที่ทั้งคู่จะวางมวยใส่กัน

“ทำไมไม่ไปทำงาน มีอะไร” เขาชอบมาในเวลาแบบนี้ สายตาเรด้าของนนท์กวาดมองทุกคนก่อนจะมาหยุดที่ฉัน แน่นอนสำหรับเขาฉันอยู่ที่ไหนปัญหาอยู่ที่นั่น

“คืองี้ค่ะคุณนนท์”ตุ้งรีบออกหน้าทันทีกลัวเหมียวพูดก่อน

“พริกมันมาขอเปลี่ยนกลุ่มกับน้าบวบ แต่เหมียวมาขวาง”

“เอ๊ะ !”

“เหมียว” เสียงหนักปรามเหมียวจนฝ่ายนั้นเงิบ

“เล่ามาฉันจะฟัง”

“พริกมันถูกไอ้เสี่ยบ้านั่นจับก้นค่ะ แล้วก็จะซื้อเอาไปเป็นเมียน้อย มันเลยจะให้น้าบวบไปแทน” ฉันไม่ได้มองหน้าเขา ตอนที่ตุ้งพูด ได้ยินแต่เสียงหนัก ๆ ตอบมา

“ไม่ต้องเปลี่ยน น้าบวบทำตรงไหนก็ตรงนั้น ตอนนี้รู้สึกว่าคุณแม่จะเรียกหาอยู่นะครับ” ฉันเห็นเหมียวยิ้มสาแก่ใจ เมื่อเขายืนยันจะให้น้าบวบกลับไปที่เดิม ส่วนฉันใจฝ่อ ถามตัวเองว่าจะอดใจไม่เอาเหล้าฟาดหัวมันได้ไหมถ้าถูกลวนลามอีก

“ยิ้มอะไรเหมียว ไปทำงาน ตุ้งด้วย”

“แต่...”

ตุ้งลังเล หากพอเจอสายตาตำหนิของคุณนนท์ เธอก็หันมาตบบ่าฉันหน้าหงอยถอยไปทำงานของตน ใคร ๆ ก็รู้ในบ้านนี้แท้จริงแล้วนนท์เป็นคนดุและมีอำนาจสุด ฉันได้ยินเสียงเขาบอกน้าโชคเบา ๆ

“น้าโชคครับผมวานช่วยดูแลโต๊ะนั้นแทนพริกด้วย ขาดเหลืออะไรก็จัดให้เขา ผู้ชายด้วยกันดูแลกันน่าจะสะดวกกว่า”

“ครับ”

“เดี๋ยวครับ อีกอย่าง ผมวานช่วยดูคนคนนั้นให้ผมทีถ้ามีอะไรผิดสังเกตหรือเขาทำอะไรที่ไม่ชอบมาพากลน้าโชครีบมาบอกผมได้เลย เท่านี้ล่ะครับที่ผมขอ”

“ได้ครับคุณนนท์”

“เสียดายเหรอ หรือฉันเข้าใจอะไรผิดไป ให้เรียกน้าโชคกลับมาใหม่ก็ได้นะเธอจะได้มีโอกาสทำงานสบาย ๆ เป็นอีหนูให้เสี่ยเลี้ยง งานถนัดเธอเลยนี่” เขาทำให้ฉันดีใจไม่ถึงนาทีก็กลับมาแขวะกัดอีกจนได้ คืนนี้ฉันต้องรับมือกับอัตตาของมนุษย์ชายกี่ผู้กันนะ ฉันคิดว่าตัวเองตั้งใจทำงานดีแล้ว แต่นนท์ก็ยังยืนค้ำหัวคอยถากถางฉันอยู่นั่นแหละ วันนี้ฉันอารมณ์ไม่นิ่งพอเสียด้วย

“ฉันไม่ได้เสียดาย” ฉันพยามพูดให้ดูไม่หงุดหงิดที่สุด บางทีพอโมโหมาก ๆ ฉันก็ชักลืมไปเหมือนกันว่าเป็นลูกจ้างเขา

“อ้อ...เหรอ เห็นมองตามหงอย นึกว่าฉันทำให้ผิดแผน”

“นี่คุณนนท์” ฉันเริ่มรู้สึกว่านิ่งเงียบให้เขาถากมากเกินไป ความจริงถึงเป็นแค่ลูกจ้างฉันก็มีสิทธิ์อธิบายนี่ถ้าไม่ผิด อธิบายนะ ไม่ใช่เถียง

“ฉันเป็นคนพอที่จะแยกแยะว่างานไหนสะอาดงานแบบไหนสกปรก ไม่ได้สิ้นคิด”

“ไม่สิ้นคิดแต่ใจอาจจะสกปรก มารยาร้อยแปด ใครจะไว้ใจได้” ฉันงันไปอีกครั้ง รู้สึกเหมือนเขาตบหน้าฉันด้วยคำว่าสกปรก หลังจากที่ว่าฉันเป็นขยะ

ฉันควรจะรู้ตัวตั้งนานแล้ว...พูดกับเขาก็มีแต่ฉันที่เจ็บ

“ฉันก็แค่กลัวว่าเธอจะกลับไปเกลือกกลั้วโคลนตมที่เธอเคยทิ้งมันมา จะเป็นไรไปถ้าไปทำที่อื่นไม่ใช่ในบ้านฉัน”

“คุณ !” เอาละ..ความอดกลั้นของฉันควรถึงคราวสิ้นสุด

“ฉันเพิ่งรู้ว่านอกจากปากคุณจะสกปรกแล้วจิตใจก็ยังคับแคบ”

“นนท์คะ” เสียงหวาน ๆ ของบุษราคัมเรียกเขาก่อนที่ฉันจะมีโอกาสสาดคำพูดเจ็บแสบคืนมีแต่เขาที่ซ้ำเติมชีวิตฉัน

“ใกล้ถึงเวลาตัดเค้กแล้วนะคะ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วรอคุณไปจัดการ”

“อ้อ ครับไปเถอะ”

“มีปัญหาอะไรเหรอคะ”

บุษราคัมยังเป็นผู้หญิงที่ดี และใส่ใจในทุกรายละเอียดเสมอ สำหรับเธอ เธอทำให้ฉันเริ่มเข้าใจว่าผู้หญิงสะอาดสำหรับนนท์เป็นแบบไหน

“เปล่าครับ ไม่มีอะไร พริก เธอดูแลส่วนกลางรับประสานงานตรงนี้ไม่ต้องไปไหน” เขาหันมาสั่งฉัน ก่อนจะแตะเอวบุษราคัมเดินออกไปราวไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ ทิ้งฉันไว้กับรอยถลอกในใจ ฉันมองตามหลังพวกเขาจนเห็นแม็กกี้มองมาทางนี้ แม็กกี้ส่งยิ้มมาครั้งหนึ่ง เป็นยิ้มร้ายกาจชวนขนลุกที่ฉันไม่เข้าใจความหมาย แต่คิดว่าไม่ใช่ยิ้มที่ดีเลย

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว