นางโจรซ่อนใจ-เหตุผลที่ทนเจ็บ

โดย  ทิพย์มนตรา

นางโจรซ่อนใจ

เหตุผลที่ทนเจ็บ

บุษราคัมอยู่กินข้าวเย็นกับครอบครัวนี้เช่นเคย ก่อนที่ทั้งคู่จะออกไปเดินเล่นย่อยอาหารด้วยกัน

ราวกับแกล้ง เหมียวให้ฉันเป็นคนยกชาร้อนกับนมอุ่นออกไปให้ทั้งคู่ในสวน สายตาเหมียวที่มองฉันแปลก ๆ และฉันไม่มีเวลาใส่ใจ

ฉันอยู่ตรงนั้น ในตอนที่ลมเย็น ๆ พัดมาจนร่างบางในชุดแขนกุดของบุษราคัมห่อไหล่

“หนาวเหรอ ผมจะไปเอาผ้าคลุมที่รถให้”

ฉันยังไม่ได้แยกตัวออกมา แต่แค่วางแก้วชากับนมไว้ที่โต๊ะเล็กใกล้ ๆ จนทันได้เห็นว่าบุษราคัมคว้ามือเขาไว้ ทำให้นนท์ชะงัก เธอทำหน้างอน ๆ

เงามืดอาจทำให้เห็นหน้าไม่ชัด แต่คิดว่าเดาได้จากน้ำเสียง

“ไม่เอา บุษไม่อยากอยู่คนเดียว อีกอย่างอยู่กับคุณ บุษก็อุ่นแล้วนี่คะ ไม่อยากได้อะไรอีก” คำตอบของบุษราคัม ทำให้หยันลึกในอก นึกถึงตัวเองเมื่อนานมาแล้ว ฉันเคยพูดประมาณนี้...ไม่สิพูดตรงข้ามมากกว่า ตอนนั้นฉันหนาวจริง ๆ จนต้องร้องขอผ้าคลุมหนา ๆ หากสิ่งที่ได้กลับมาคืออ้อมกอดอุ่น ๆ จากด้านหลัง

‘ผมกอดไว้อย่างนี้พริกยังจะหนาวอีกไหม’

ฉันจำได้ถึงแรงรัดรึง แนบแน่น อ่อนโยน และมันอุ่นจนความหนาวใดใดก็ทำอะไรฉันไม่ได้อีก ฉันรักสัมผัสนั้นจนลืมไม่ได้ แต่ตอนนี้ฉันขอ...อย่าให้เขาพูดแบบนั้นอีกเลย

หากเสียงนนท์กลับดึงสติฉันกลับมา

“พริก”เขาเรียกฉันเพราะรู้ว่าฉันอยู่ตรงนั้นด้วย ก่อนจะมีคำสั่งเร็วๆตามมาว่า

“เธอไปหยิบผ้าคลุมไหล่ในรถคุณบุษมาที”

ได้ยินคำพูดเขาฉันก็เจ็บ เพราะตอนนี้คงมีแค่ฉันกับเธอสินะ ไม่มีเสียงแทนตัวว่านนท์อย่างอ่อนหวานเอาใจอีกแล้วฉันรีบทำอย่างที่เขาขอ โดยการรับกุญแจรถจากมือเขา ครั้งเดียวที่ปลายมือเราแตะกันโดยไม่ตั้งใจ ฉันเงยหน้ามองเขาเพื่อจะพบว่าเขาหันไปคุยกับบุษราคัม

ฉันใช้เวลาให้น้อยที่สุดในการเดินไปหยิบผ้าคลุมไหล่สีม่วงที่รถมายื่นให้เธอ จากนั้นรีบออกมาจากตรงนั้นอย่างใจลอย ๆ เหมียวคงสังเกตความผิดปกติบางอย่างหรือได้ยินอะไรจากใคร เธอจึงเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นฉัน

“เห็นไหมคุณบุษกับคุณนนท์เหมาะสมกันแค่ไหน เธอมาจากตระกูลร่ำรวยประวัติสะอาดงดงาม ไม่ได้มีเบื้องหลังด่างพร้อยขุดจากซ่องเหมือนใครบางคน”

ฉันรู้ว่าเหมียวแขวะฉัน เราไม่สนิทกันเพราะรู้สึกถึงบางอย่างที่เข้ากันไม่ได้ อย่างที่เขาเรียกศรศิลป์ไม่กินกันแต่ก็ไม่เคยมีเรื่องราว แต่พักนี้ฉันว่าเธอแสดงออกชัดเจนว่าพร้อมจะมีเรื่องกับฉัน คงเริ่มจากนับแต่ฉันทะเลาะกับแม็กกี้คราวก่อน กระมัง แต่ฉันกัดปากพยายามไม่เถียงด้วย

“ฉันปวดหัว พริกขอตัวนะคะน้าบวบ” แต่พอตุ้งถามฉันว่าเป็นอะไรมากไหม เหมียวก็ชิงตอบแทนเสียนี่

“จะเป็นไร ก็เป็นโรคอิจฉาตาร้อนตามประสาคางคกขึ้นวอไม่เจียมกะลาหัว นี่ละน้าที่เขาบอกก้อนกรวดมันก็เป็นก้อนกรวดวันยังค่ำ”

ฉันกำลังนับหนึ่งถึงสิบ ได้แค่ห้าก็รู้มีเงาวูบผ่านหน้า เป็นตุ้งที่ทนไม่ได้ต้องสาวเท้าเอวประจันหน้า ฉันพยายามดึงตุ้งไว้แต่เธอสะบัดแขนฉันออกใบหน้าโกรธจัดทีเดียว

“มึงว่าใคร”

“ก็ใครที่มันมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง กูก็สงสัยตั้งนานว่าอยู่ ๆ ทำไมถึงมาเป็นคนใช้ ถุย...ที่แท้ก็อีโจรห้าร้อยหาจับผู้ชายรวย”

“อีเหมียว”

“อะไรอีตุ้ง ขึ้นไอ้ขึ้นอีมานี่เกินไปแระ ไม่ได้ว่าเมิง ทำไมเมิงต้องเผือก”

“ไม่เผือกไม่ได้ ปากไม่ออกชื่อ แต่มึงว่าพริก กูรู้”

“ฉลาดไม่ได้กินหญ้า แล้วไง...มันเป็นแม่มึงไง ออกรับแทนกันทุกเรื่องคราวที่แล้วก็ที”

“ก็มึงปากงี้ไง ไปจัดฟันมาทำไมไม่ให้หมอจัดระเบียบสัตว์เลี้ยงในปากมึงด้วย”

“อ้าว ! อีนี่กูตบ”

“มาจะจัดให้”

“โว๊ย ตบกันเล๊ย ตบกันคงได้ออกยกครัวก็งานนี้ล่ะ” คำตวาดของน้าบวบทำให้ทั้งคู่ที่เงื้อมือใส่กันชะงัก คิดถึงคำคาดโทษของนนท์ ฉันจึงออกแรงดึงตุ้งไปด้านหลังครัวก่อนที่ตุ้งจะเดือดร้อนเพราะฉันไปอีกคน

เหมียวพูดถูกว่าบุษราคัมเหมาะสมกับนนท์ทุกประการ และแม่นนท์ก็ชอบเธอมาก คิดมาถึงตรงนี้ฉันก็ปวดแปลบในใจ

เข้าใจถึงเหตุผลส่วนลึกว่าทำไมบุษราคัมถึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังนี้ในเวลาอันรวดเร็ว ความน่ารักสดใสของเธอ คงทดแทน...และสร้างรอยยิ้มให้กับคนในบ้านหลังนี้นับแต่เกิดเรื่องคราวนั้น ถ้าฉันเป็นดั่งคนที่พรากมันไป...บุษราคัมก็อาจเป็นใครสักคนที่เข้ามาเติมเต็ม

ฉันเคยบอกไปว่ามีหลายเหตุผลที่ทำให้ฉันอยู่บ้านหลังนี้ต่อไป ความจริงแล้วหนึ่งในเหตุผลเหล่านั้นคือ...แม่ของนนท์

ท่านดีกับฉัน...มากจนฉันไม่อยากให้ท่านเกลียดฉันเลย

รีวิวจากผู้อ่าน

ขณะนี้ยังไม่มีคนรีวิวตอนนี้

รีวิว