บ่วงอสูรพยศรัก (จัดโปรลดราคา)-Ep9/3 : ช่วงเฝ้าระวังหัวใจ

โดย  กนกรส มาศอุไร

บ่วงอสูรพยศรัก (จัดโปรลดราคา)

Ep9/3 : ช่วงเฝ้าระวังหัวใจ

วางจำหน่ายในรูปแบบ ebook สามารถโหลดซื้อได้ที่ meb ookbee Hytexts...

“ก็แค่นี้ ชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากทุกทีเลยเธอเนี่ย...”

คนเอาแต่ใจยังมิวายบ่น มารตรีอยากจะหยิกเนื้อเขาสักที ชอบนักไอ้เรื่องเอาเปรียบเธอ เล็กๆ น้อยๆ เขานั้นไม่เคยพลาด

“ถ้าง่วงก็หลับได้เลยนะ ซบตรงไหล่ฉันนี่แหละ ฝนตกหนักแบบนี้ คงอีกนานหลายชั่วโมงกว่าจะถึงกรุงเทพฯ ฉันไม่กล้าเหยียบเต็มที่ ถนนสายนี้มันมืดแล้วก็ลื่นเหลือเกิน กลัวจะเกิดอุบัติเหตุ” เขาว่าจบลำแขนแข็งแรงก็กอดกระชับร่างบางเข้าหากายแกร่ง ถ่ายทอดความอบอุ่นให้แก่กัน ฝ่ามือหนากดศีรษะทุยให้เอนพิงมาบนหัวไหล่ให้เธอซุกนอน ความห่วงใยเล็กๆ น้อยๆ ของขคราชทำเอาหัวใจดวงน้อยของมารตรีสั่นสะท้าน รู้สึกอุ่นซ่านขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด

“รตรีไม่ง่วงหรอกค่ะ นั่งเป็นเพื่อนคุณราชดีกว่า” เธอผงกหัวขึ้นจากไหล่พูดพร้อมกับยิ้มมุมปาก

“นั้นก็ตามใจ...”

ขคราชเริ่มให้สมาธิกับการขับรถมากยิ่งขึ้น เมื่อถนนตรงหน้าไม่ได้เรียบเหมือนที่เขาขับผ่านมา มันเริ่มจะขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อโคลน การบังคับพวงมาลัยนั้นยากลำบากตามไปด้วย อาจด้วยความไม่ชินทาง ชายหนุ่มจึงเพิ่มความระมัดระวัง ลดความเร็วของรถลง ไม่อยากทำให้คนด้านข้างตกใจหรือเจ็บตัว หากเกิดอุบัติอะไรขึ้นมาก็ตามแต่...

มารตรีเฝ้ามองเม็ดฝนเล็กๆ เหล่านั้นผ่านทางด้านกระจกใส ภายในใจก็เอาแต่นึกภาวนา ขออย่าให้เม็ดฝนลงหนาตาหนักอย่างที่ชายหนุ่มบอกเลย จนแล้วจนรอดคำภาวนาของเธอต้องกลายเป็นหมันไปโดยปริยาย เพราะเมื่อเวลาผ่านไปได้ไม่นานจากแค่ที่เป็นละอองฝนเม็ดเล็กๆ ตอนนี้มันดูหนาตาขึ้นเรื่อยๆ จนไม้ปัดน้ำฝนด้านหน้ารถเริ่มทำงานหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน...

สายฟ้าสว่างวาบเข้ามาในตัวรถ จนมารตรีรีบหลับตาปี๋ ก่อนจะมีเสียงดังกัมปนาทตามฟาดลงมาติดๆ

เปรี้ยง!!!

“ว้าย! ...” ร่างงามถึงกับผวาเฮือกกระทดร่างเข้าชิดกับร่างหนาพร้อมกับซบดวงหน้างามลงกับอกแกร่งของชายหนุ่มมากยิ่งขึ้น ขคราชเหมือนจะทันเห็นอาการสะดุ้งนั้นของหญิงสาว เพราะเขาเองก็ตกใจกับเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นไม่ใช่น้อย เขาจึงกอดกระชับร่างสั่นของแม่กระต่ายน้อยพร้อมกับพูดปลอบเบาๆ

“ชูว์...ไม่มีอะไรแล้วรตรี มันก็แค่เสียงฟ้าน่ะ...”

เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยปลุกปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ยามเมื่อร่างน้อยในอ้อมแขนของเขามีอาการสั่นเทาไปทั้งกายสาว นี่มารตรีคงจะกลัวเสียงฟ้าผ่าสินะ ถึงได้ตัวสั่นงันงกเป็นลูกนกตกน้ำอยู่แบบนี้...

ฝ่ามือหนาใหญ่จึงทำการลูบไล้ไปมาบนแผ่นหลังสาวเนิบนาบเป็นการเรียกขวัญ แต่พอนานเข้ากลิ่นหอมเฉพาะตัวของมารตรีก็เล่นงานเขาอีกจนได้ กลิ่นกายของแม่ร้อยเล่ห์ของเขา ทำไมมันช่างยั่วน้ำลายของเขาดีแท้นักก็ไม่รู้ ดูสิดูหัวใจของเขามันก็ช่างกระไรนัก ดันเต้นเสียโครมครามจนกลัวว่ามารตรีจะได้ยินเอาเสียก่อน

ทำเป็นไก่อ่อนหัดไม่เคยได้แนบชิดกับผู้หญิงมาก่อนไปได้ แต่ให้ตายเหอะมันจะอะไรกันนักหนาวะ กะอีแค่กลิ่นหอมของแม่นี่ ทำไมเขาจะต้องรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาตอนนี้ด้วยก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่มารตรีก็ไม่ได้แสดงอาการยั่วยวนอะไรเขาสักหน่อย จะบ้ากันไปใหญ่โตแล้วไอ้ราชเอ่ย...

ขคราชก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ จนสุดท้ายเขาก็อดใจเอาไว้ไม่ได้กับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของกายสาวในวงแขนของเขานี้ จมูกโด่งเป็นสันจึงกดลงตรงกลางกระหม่อมบาง สูดดมเอากลิ่นหอมยั่วน้ำลายเข้าไปเสียจนเต็มปอด...

ทว่าคนกลัวเสียงฟ้าร้องหลับตาปี๋ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความตกใจ จึงไม่คิดระวังตัวอะไร ปล่อยให้คนหน้ามึนฉกฉวยเอาความหอมจากผมนุ่มไปตามแต่ใจเขาโดยไร้อาการขัดขืนใดๆ ทั้งสิ้น...

“ฮึก...รตรีกลัวเสียงฟ้า เสียงมันดังน่ากลัวจังเลยค่ะ...”

เสียงพูดปนเสียงสะอื้น ยิ่งทำให้กายแกร่งโอบรัดร่างน้อยเข้ามาหาลำตัวเขามากยิ่งขึ้น ดวงตาสีดำนิลทอดมองร่างน้อยในวงแขนของตัวเองด้วยความรู้สึกพิเศษ มันเป็นความรู้สึกที่เขามักจะหากำแพงหนาใหญ่มากั้นเอาไว้ไม่ให้ตัวเองเผลอไผลจนกลายเป็นผู้ชายหน้าโง่เหมือนกับผู้ชายคนอื่นๆ จนสุดท้ายต้องถูกมารตรีมานั่งหัวเราะเยาะใส่หน้า สุดท้ายเขาก็ตกหลุมกับดักของเธอเข้าจนได้

แต่วันนี้ วินาทีนี้ ไอ้ความรู้สึกหลังกำแพงหนาสูงใหญ่นั้น มันกำลังจะปีนพ้นออกมาประจานความโง่บรมของตัวเองให้มารตรีได้สัมผัสเห็น เขามันก็ไม่ต่างจากไอ้ผู้ชายพวกนั้นที่โดนเสน่ห์ร้อยเล่ห์ของมารตรีเข้าไปอย่างเต็มเปาเท่าไหร่ ยิ่งได้แนบได้ชิดผิวกายนุ่มนิ่มนี้คราใด กายเขามันก็สั่นระริกวิ่งเข้าใส่ไม่เคยห้ามได้สักที...

ขคราชจอดรถลงริมทางอีกครั้ง เมื่อสายฝนเล่นเทลงมาหนักจนไม่ลืมหูลืมตา เขาคงขับรถต่อไปไม่ได้ คงต้องรอให้ฝนซาเม็ดลงกว่านี้อีกสักหน่อยแล้วค่อยๆ ขับไปต่อก็แล้วกัน...

“ฟ้ามันผ่าลงตรงข้างหน้าเราพอดี หยุดร้องไห้เถอะ มันไม่ดังอีกแล้ว อยู่กับฉันเธอยังจะต้องกลัวอะไรกับเสียงฟ้าอีกหึ...ชูว์ ไม่ร้องไห้นะคนดี...” เสียงปลอบใจอ่อนหวาน แต่ยิ่งปลอบคนขวัญผวากับยิ่งปล่อยโฮหนักขึ้นกว่าเดิม ความทรงจำเลวร้ายอันเก่าย้อนกลับเข้ามาในสมองของคนขี้กลัว ในวัยเยาว์เธอยังคงจำฝังใจ เพราะเสียงฟ้านี้ทำให้บิดาเธอเสียชีวิตลง...

“แต่รตรีกลัว...ฮือ”

“ฝนมันตกหนัก เราคงต้องหยุดพักแถวๆ นี้ก่อน คงต้องรอให้ฝนมันซาถึงจะขับรถต่อไปได้ ถ้าเธอกลัวก็กอดฉันไว้แน่นๆ ก็แล้วกัน ฉันจะอยู่ตรงนี้ให้เธอกอดจะไม่ทิ้งเธอไปไหน ฉันสัญญา...”

และจะไม่ทิ้งตลอดไปด้วย ไม่ว่าเธอจะเคยผ่านมือใครมาสักกี่คนแล้วก็ตาม เขาจะไม่ถือสา แต่ขอให้เธอหยุดอยู่ที่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นพอ นั่นคือความในใจที่ชายหนุ่มอยากบอกออกไป...

คำอนุญาตนุ่มหูดังอยู่ชิดแก้มเนียนใส คนขี้กลัวได้แต่พยักหน้างึกงักกับอกแกร่ง ดวงตาดำขลับยังคงหลับปี๋ เมื่อเสียงฟ้ายังคงฟาดฟันกับอากาศดังระงมอยู่รอบกาย

เปรี้ยง!!!

“ว้าย! ...โอ๊ะ! ...” สองเสียงร้องประสานขึ้นพร้อมกัน เมื่อสายฟ้าแปลบปลาบส่งเสียงกระหึ่มไม่ห่างจากบริเวณรถที่จอดรถอยู่ และผลของมันก็ทำให้ต้นไม้สูงใหญ่ข้างหน้า ล้มลงมาขวางถนนเอาไว้ทั้งลำต้น

“ตายห่า...” เสียงใหญ่สบถหยาบขึ้น หากต้นไม้เล่นล้มลงมาขวางทางเอาไว้แบบนี้ แล้วเขาจะขับรถต่อเข้าไปถึงกรุงเทพฯ ได้ยังไง

ขคราชเริ่มคิดหนัก เมื่อบริเวณรอบด้านของตัวรถถูกความมืดเข้าครอบคลุมจนมองอะไรได้แบบเลือนรางเต็มที

หากทว่าลำแขนมีมัดกร้ามยังคงกอดกระชับร่างนิ่มเอาไว้อย่างห่วงแหน ยิ่งเสียงฟ้าร้องดังใกล้แบบนี้ มารตรีก็ยิ่งปล่อยโฮออกมาอย่างลืมอายไม่หยุดเสียง

“ชูว์...คนดีไม่ร้องไห้นะครับ ตั้งสติดีๆ สิรตรี ลืมตาขึ้นมาดูสิ มันไม่เห็นมีอะไรเลย...”

“ไม่ดูคะ...รตรีกลัว...ฮือ...พ่อของรตรีเคยโดนมันทำร้ายจนตาย...ฮือ...รตรีกลัว” คนกลัวยิ่งเบียดกายสาวเข้าแนบชิด ใบหน้ามอมแมมเพราะคราบน้ำตาไถลไปมากับหน้าอกชายหนุ่มจนเสื้อเชิ้ตแบรนดังเปรอะเปื้อนเป็นดวงอีกรอบ

“ไม่ดูก็ไม่ดูครับ...แต่รตรีต้องตั้งสติดีๆ ก่อน เพราะตอนนี้เราคงขับรถต่อไปไม่ได้ ถนนข้างหน้ามันโดนต้นไม้ล้มมาขวางเอา เราคงต้องหาทางกลับไปทางเก่า แล้วค่อยหาโรงแรมนอนพักกันก่อนสักคืน แต่ไม่รู้จะพอมีโรงแรมแถวๆ บริเวณใกล้นี้ด้วยหรือเปล่าน่ะสิ เพราะนี้มันก็ทั้งไกลแล้วก็เปลี่ยวเสียด้วย...”

สายตาคมกวาดมองไปทั่วบริเวณโดยรอบ ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงดูไม่ค่อยน่าไว้วางใจสักเท่าไหร่นัก เมื่อลมพายุกระหน่ำพัดโยกต้นไม้ให้ไหวเอน อีกทั้งสายฝนก็เทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา

ชายหนุ่มถึงกับต้องถอนหายใจออกมาเสียงดัง ถ้าหากเขารู้ก่อนล่วงหน้าว่าจะมีพายุฝนกระหน่ำขนาดนี้ เขาจะเลือกขับรถกลับไปยังเส้นทางเก่า จะไม่พามารตรีมาเสี่ยงกับความน่ากลัวอย่างนี้เลยให้ตายสิ...

ยิ่งเมื่อร่างเหน่งน้อยซุกซบเข้าหาร่างกายของเขามากขึ้นเท่าใด ใจเขาก็อ่อนยวบยาบ รู้สึกสงสารหญิงสาวมากขึ้นเท่านั้น ความเกลียดชังถูกห่อเก็บไว้ส่วนลึกก้นบึ้งหัวใจ ตอนนี้เขานึกแต่สงสารแม่กระต่ายน้อยเพียงอย่างเดียว...

“เดี๋ยวฉันจะโทรบอกคุณตาของเธอก่อนก็แล้วกัน ท่านจะได้ไม่เป็นห่วงอะไร...”

เมื่อนึกถึงคำมั่นที่ตัวเองได้ให้ไว้ก่อนจะพาตัวหลานสาวคนเดียวของคุณตาพิธานออกมาด้วยกัน ขคราชจึงต้องรีบจัดการโทรไปรายงานให้ท่านได้สบายใจ คืนนี้เขาคงพาตัวหลานสาวคนงามของคุณตาไปส่งคืนให้อย่างที่ให้คำมั่นไว้ไม่ได้แล้ว แต่เขาจะเปลี่ยนคำมั่นนั้นให้เป็นคำสัญญา เขาจะดูแลและปกป้องหลานสาวของท่านเป็นอย่างดีและอย่างปลอกภัยด้วย...

แต่ลูกนกตัวสั่นเทาไม่อาจรับรู้อะไรได้มาก สมองยังเต็มไปด้วยภาพความหวาดกลัว จึงได้แต่พยักหน้าไปตามเรื่องตามราว ตอนนี้เขาจะพาไปขึ้นสวรรค์หรือลงหุบเหวที่ไหนเธอก็จะไปตามเขาทั้งหมดนั่นแหละ ขอเพียงอย่างเดียว ขอให้เธอไปให้พ้นจากเสียงฟ้าผ่านี้เสียที ทั้งเสียงทั้งแสงมันช่างน่ากลัวเหลือเกิน...

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย oranee
ขอบคุณมากมาย
เมื่อ 1 ปี 5 เดือนที่แล้ว

ความเห็นโดย silverprincess
ทุบให้สลบก็ไม่ต้องมานั่งปลอบขวัญให้เสียเวลา ฮ่าๆ
เมื่อ 1 ปี 7 เดือนที่แล้ว

รีวิว