ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律-3. ใครกันนะ ต้องการให้ตระกูลเราตกที่นั่งลำบาก

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律

3. ใครกันนะ ต้องการให้ตระกูลเราตกที่นั่งลำบาก

ในโลกที่เคยอยู่นางมีอาชีพเป็นทนาย เคยช่วยว่าความให้ลูกความ พลิกคดีจากดำเป็นขาวจนประสบความสำเร็จในอาชีพการงานอย่างกว้างขวาง เคยทำเรื่องที่ผิดต่อคุณธรรมและมโนธรรม โชคร้ายที่วันหนึ่งหลังจากนางว่าความคดีที่มีความลำบากยากเข็ญคดีหนึ่งจนสำเร็จ ค่าตอบแทนที่น่าพึงพอใจถูกโอนเข้าบัญชีของตัวเองเรียบร้อย แต่แล้วก็ถูกครอบครัวของเหยื่อวิ่งไล่หลังสาปแช่งให้นางไม่ตายดี

ปรากฏว่า นางไม่ตายดีจริง ๆ

ขับรถอยู่ดี ๆ ก็ประสบอุบัติเหตุตกจากสะพานแขวน รถพังยับเยิน คนก็ไม่รอด

วินาทีนั้นเองที่นางรู้แล้วว่าโลกนี้มีคำว่า ‘เวรกรรมตามสนอง’ ถึงกับสาบานว่าถ้าได้เกิดชาติหน้าฉันใด แม้จะรักเงินรักทองมากแค่ไหนก็ต้องหามาอย่างสุจริต ทว่าตอนที่นางลืมตาขึ้น คิดว่าตัวเองคงต้องลงกระทะทองแดง หรือต้องปีนขึ้นต้นไม้ดาบได้รับความทุกข์ทรมานอยู่ในนรก กลายเป็นว่าตัวเองฟื้นขึ้นมาอยู่ในร่างของเด็กสาววัยสิบสามปี

สิ่งที่ทำให้นางทั้งเจ็บปวดและดีใจในคราเดียวกันก็คือ ท่านปู่และท่านพ่อที่ได้มาง่าย ๆ ในโลกนี้ มีหน้าตาละม้ายกับคุณปู่และคุณพ่อแท้ ๆ ของนางไม่ผิดเพี้ยน ในยุคปัจจุบันตอนที่นางเป็นนักศึกษาอยู่ชั้นปีสาม คุณปู่และคุณพ่อคิดจะมาสร้างเซอร์ไพรส์ให้ในวันเกิดอายุครบยี่สิบปีของนาง แต่โชคร้ายที่เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตก ทำให้นางต้องเสียครอบครัวที่มีอยู่เพียงสองคนไปพร้อมกัน

ตอนแรก นางคิดว่าท่านปู่กับท่านพ่อก็ย้อนเวลากลับมาเหมือนกัน เรียกได้ว่าเป็นการย้อนเวลากันมาทั้งครอบครัว แต่หลังจากทดสอบสมมุติฐานอยู่หลายครั้ง นางจึงเลิกล้มความคิดนี้ เพราะทั้งท่านปู่และท่านพ่อในยุคนี้เป็นคนโบราณอย่างแท้จริง

นางเชื่อเหลือเกินว่าหลังจากสวรรค์ลงโทษนางแล้วก็ชดเชยให้กับนางในบางส่วน เมื่อใบหน้าของคุณปู่ในยุคปัจจุบันที่มองนางด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ทับซ้อนกับสีหน้าที่แสดงความเป็นห่วงเป็นใยและคอยให้การปกป้องคุ้มครองนางของชุนชิงหยางเป็นหน้าเดียวกัน ทำให้นางเกิดความรู้สึกผูกพันกับสองพ่อลูกสกุลชุนเหมือนคนที่มีสายเลือดเดียวกันจริง ๆ หรือที่พูดกันว่าเลือดย่อมข้นกว่าน้ำอย่างไรอย่างนั้น

ดังนั้นนางตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตในชาตินี้ให้ดี ๆ ทะนุถนอมสิ่งที่มีอยู่ข้างกายเอาไว้ให้ดีที่สุด

ผ่านช่วงสามเดือนที่ต้องปรับตัวทำให้ชุนถูหมีรู้ว่ายุคสมัยที่นางอยู่นั้นเรียกว่าต้าถัง แต่ไม่ใช่แผ่นดินต้าถังอย่างที่รู้มาในประวัติศาสตร์ คิดว่าคงเป็นมิติคู่ขนานกันมากกว่า ทว่าขนบประเพณีและวัฒนธรรมความเคยชินของที่แห่งนี้มีความคล้ายคลึงกับแผ่นดินต้าถังในประวัติศาสตร์อย่างมาก ผู้ครองแผ่นดินคนปัจจุบันแซ่หัน เป็นกษัตริย์รุ่นที่สองของรัชศกชิ่งผิง เมืองหลวงคือเมืองฉางอัน

ในมิติคู่ขนาน ก่อนจะมีราชวงศ์ต้าถัง แผ่นดินภาคกลางที่กว้างใหญ่ไพศาลเคยถูกครอบครองด้วยชาวเผ่าทูเจี๋ยเป็นเวลานานกว่าหนึ่งร้อยปี ต่อมาก็ถูกคนตระกูลหันเข้ามาปกครองแทน เวลานี้จึงกลายเป็นช่วงของรัชศกชิ่งผิงที่สิบห้า ดินแดนทางใต้ยังถือว่าสงบสุข แต่ทางเหนือมีชาวเผ่านอกด่านและชาวฮั่นอาศัยปะปนกัน

หลังจากตระกูลหันขึ้นปกครองแผ่นดินแล้วไม่ได้มีการฆ่าล้างชนชาติของคนต่างเผ่าแต่อย่างใด มีการเปิดกว้างทางวัฒนธรรมค่อนข้างมาก เพียงต่ชาวเผ่าอื่นจะมีฐานะต่ำต้อยกว่าชาวฮั่นเล็กน้อย ชาวทูเจี๋ยที่น่ารังเกียจไม่ยอมยุติการก่อกวนแม้จะร่นถอยออกไปตั้งหลักอยู่ไกลถึงเทือกเขาอัลไตแล้วก็ตาม ทว่าการเมืองภายในของชาวทูเจี๋ยมีความแตกแยกขัดแย้งกันเองจนเกิดความวุ่นวาย เผ่าอาสื่อน่าอ้างว่าตนเองเป็นผู้ปกครองทูเจี๋ย มักส่งทหารมารุกรานชายแดนต้าถังอยู่เป็นประจำ ด้วยความตั้งใจที่จะกลับมาครอบครองแผ่นดินภาคกลางใหม่ให้จงได้ ดังนั้นเมืองโยวโจวจึงกลายเป็นเมืองสำคัญทางการทหารของชายแดนทางเหนือ

ในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ แม้สกุลชุนจะเทียบกับตระกูลใหญ่หลาย ๆ ตระกูลไม่ได้ แต่ก็ดีกว่าตระกูลเล็ก ๆ ที่มีอยู่ประปราย แม้ไม่มีชื่อเสียงโด่งดังหรือเป็นตระกูลผู้ดีเก่าแต่ก็มีความเป็นอยู่ที่ไม่ลำบากยากเข็ญ ในสังคมนี้ ครอบครัวที่มีชาติกำเนิดเป็นทหารจะเทียบกับคนที่มีชาติกำเนิดเป็นชาวบ้านทั่วไปไม่ได้ ดังนั้นชาวบ้านทั่วไปมักไม่มีใครยินดีเกี่ยวดองกับครอบครัวทหาร

ชุนต้าซันบิดาของนางมียศเป็นถึงรองหัวหน้าหมวด นับว่าเป็นตำแหน่งต่ำสุดของเหล่าทัพ เป็นขุนนางฝ่ายบู๊ขั้นเก้าชั้นโทระดับล่าง

ชุนชิงหยางผู้เป็นปู่ เป็นเจ้าพนักงานที่ทำงานดูแลผู้ต้องขังในคุกหลวงของที่ว่าการอำเภอ แม้จะมีตำแหน่งที่ไม่สูงส่งแต่ก็ถือได้ว่าสองพ่อลูกรับราชการด้วยกันทั้งคู่

สิ่งที่เป็นความสุขที่สุดของชุนถูหมีหลังจากเกิดใหม่ในบ้านสกุลชุนก็คือ ทั้งปู่ทั้งพ่อให้ความรักกับนางราวกับเป็นแก้วตาดวงใจ แม้ว่านาง ‘ไป๋ซื่อ’ มารดาแท้ ๆ จะตายไปตั้งแต่นางยังเล็กก็ตาม

ชุนต้าซันเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มีโชคเรื่องผู้หญิงอยู่ไม่น้อย แต่กลับครองตัวเป็นโสดมานานจนลูกสาวอายุสิบสามปีจึงค่อยแต่งงานใหม่ เขาไม่เคยมีอนุภรรยามาก่อนเนื่องจากกลัวว่าลูกสาวที่อายุยังน้อยจะน้อยเนื้อต่ำใจ ต่อมาแม้เขาจะรับสวีซื่อเป็นภรรยา แต่นั่นก็เพราะมีเหตุจำเป็นให้ต้องรับนางเข้ามา

ความไม่สมหวังเพียงสิ่งเดียวของสกุลชุนก็คือมีลูกหลานน้อย ชุนชิงหยางมีพี่น้องผู้ชายทั้งหมดสามคน แต่กลับมีแค่ชุนต้าซันคนเดียวที่เป็นทายาทชาย จนมาถึงรุ่นของชุนต้าซัน บัดนี้ย่างเข้าวัยสามสิบก็ยังมีแค่ลูกสาวที่เกิดจากนางไป๋ซื่อภรรยาคนแรกเพียงคนเดียว เรียกได้ว่าสกุลชุนกำลังเข้าสู่สภาวะไร้ทายาทสืบสกุล

เรื่องน่าประหลาดที่สุดในสกุลชุนก็คือ ไม่มีใครเอ่ยถึงนางไป๋ซื่อ ดูเหมือนชื่อนี้จะเป็นคำต้องห้าม

“คุณหนู ครั้งนี้นายท่านจะเป็นอะไรไหมเจ้าคะ” กั้วเอ๋อถามขึ้นขณะช่วยผูกเชือกเสื้อคลุมและห้อยถุงหอมข้างเอวให้ชุนถูหมี

“ยังไม่รู้เหมือนกัน” ชุนถูหมีส่ายหน้า “แต่ว่าพ่อข้าไม่มีทางทำเรื่องประเภทนั้นแน่ หรือว่าเจ้าก็ไม่เชื่อ”

“ข้าย่อมเชื่อนายท่านอยู่แล้ว” กั้วเอ๋อพูดอย่างหนักแน่น ใบหน้าเล็ก ๆ ยู่ยี่ด้วยความไม่มั่นใจ “แต่ว่าโลกนี้มีคนที่ต้องยอมรับผิดเพราะทนการลงทัณฑ์ไม่ไหวก็มากมาย อีกอย่างนายอำเภอฟ่านเหยางของเราก็ได้ชื่อว่า ‘จางหูถู่’[1] อย่าได้หวังว่าเขาจะออกตัวช่วยชาวบ้าน”

ชุนถูหมีอดหัวเราะไม่ได้

นางเกิดใหม่มาได้สามเดือนกว่า แต่วันละท่านปู่และท่านพ่อทำราวกับนางเป็นลูกหมูน้อยที่ต้องขุนให้อ้วน นางนอนอยู่เฉย ๆ บนเตียงก็น่าเบื่อ จึงได้ออดอ้อนให้ท่านปู่เล่าเรื่องภายในที่ว่าการอำเภอให้ฟัง อีกทั้งยังยืมตำรา ‘กฎหมายต้าถัง’ ที่ไม่สมบูรณ์นักจากจู๋เตี่ยน[2]มาอ่าน คงเป็นเพราะนางยังยึดติดอยู่อาชีพที่เคยทำมาในชาติที่แล้ว สิ่งที่คนอื่นเห็นว่าน่าเบื่อ นางกลับอ่านอย่างสนุกสนาน

แม้คนที่บ้านจะสงสัยในความเปลี่ยนแปลงแต่ก็คิดหาต้นสายปลายเหตุไม่ได้

นางเปลี่ยนจากเด็กสาวที่เงียบขรึมกลายมาเป็นคนช่างคุย เปลี่ยนความชอบในเรื่องกาพย์กลอนกลายมาเป็นกฎหมายของประเทศ

แต่ว่านางเป็นใคร? นางเคยเป็นถึงยอดทนายที่อาศัยปากพูดจากดำให้เป็นขาว พูดจนคนตายสามารถฟื้นขึ้นมาใหม่ แล้วนางจะพูดให้คนรอบข้างยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นและเชื่อเหตุผลที่นางอ้างถึงอย่างสนิทใจไม่ได้เลยน่ะรึ? แน่นอนว่าทุกคนเชื่ออย่างสนิทใจ อีกทั้งยังชื่นชอบนิสัยในตอนนี้ของนางมากกว่า

ในขณะเดียวกันนางก็พยายามจดจำเรื่องเกี่ยวกับการปกครองภายในบางอย่าง อาทิเช่น ชื่อจริงของนายอำเภอก็คือ จางหงถู และเพราะมีหน่วยงานของกองทัพเข้ามาประจำการอยู่ที่นี่ จางหงถูจึงก็ค่อยไม่กล้าแสดงพฤติกรรมที่เลวร้ายอันเป็นสันดานเดิมออกมาสักเท่าไร และด้วยนิสัยชอบสร้างผลงานแต่โง่ ดังนั้นหากเกิดมีหลักฐานแน่นหนามาแสดงให้เห็น จางหูถูก็มักจะถูกหลอกให้ตัดสินคดีแบบคนโง่เขลาได้ในทันที

ขุนนางที่ไร้ปัญญากดดันและทำร้ายชาวบ้านได้ไม่น้อยกว่าขุนนางละโมบ

ถ้าเช่นนั้น แล้วคดีของชุนต้าซันเล่า?

มีหลักฐานแน่นหนาอะไรที่ทำให้จางหงถูสั่งให้มือปราบจับตัวเข้าคุกอย่างไม่ลังเล?

ถ้าหากหลักฐานชัดเจน ก็มีความเป็นไปได้มากว่าเป็นการจัดฉากให้ร้าย เพราะว่าถ้าไม่มีการวางแผนการล่วงหน้าอีกทั้งเตรียมตัวมาอย่างดีแล้วจะไม่สามารถหาหลักฐานได้ครบถ้วนกระบวนความ

ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วใครกันที่ให้ร้ายชุนต้าซัน ให้ร้ายเพราะสาเหตุใดและมีเป้าหมายอะไร?

ทหารที่ประจำอยู่ในอำเภอนี้มักอาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกันที่เรียกว่า ‘พื้นที่ของเหล่าทัพ’ เพื่อนบ้านของสกุลชุนล้วนแต่เป็นครอบครัวทหาร ต่างฝ่ายต่างก็คอยช่วยเหลือกัน ถึงแม้จะมีบางครอบครัวที่มีความขัดแย้งกันบ้างแต่ก็ยังมีความสัมพันธ์ที่พอไปได้อยู่ อีกทั้งชุนชิงหยางและชุนต้าซันสองคนพ่อลูกเป็นคนดีมีคุณธรรม ชอบช่วยเหลือผู้อื่นและไม่เคยบาดหมางกับขุนนางผู้มีอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นในกองทัพหรือที่ว่าการอำเภอ เรียกได้ว่าเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีกับทุกคน

อย่างมากก็เพราะสองพ่อลูกเป็นคนเถรตรง ไม่รู้จักประจบเอาใจผู้บังคับบัญชาจึงทำให้เลื่อนตำแหน่งช้า ถึงตอนนี้ชุนชิงหยางก็อายุสี่สิบแปดปีแล้ว เขาทำงานในคุกประจำอำเภอมานานถึงสามสิบปียังไม่ได้เลื่อนขั้นเป็นพัศดีด้วยซ้ำ งานคุมตัวนักโทษที่ลำบากยากเข็ญอย่างนี้ก็ยังต้องเป็นคนลงมือทำเอง ถึงพวกเขาจะไม่ได้เลื่อนตำแหน่งแต่ก็ไม่น่าจะต้องพบกับการให้ร้ายอย่างน่ารังเกียจนี่นา

ใครกันนะที่ต้องการให้ชุนต้าซันตกที่นั่งลำบาก?

-------------------------------------------------------------

[1] หูถู่ แปลว่า เลอะเลือน ในนิยาย ตั้งฉายานายอำเภอว่า จางหูถู่ เพราะว่านายอำเภอแซ่จาง จะแปลว่านายจางผู้เลอะเลือนก็เป็นได้

[2] เจ้าพนักงานฝ่ายดูแลเอกสารและตำรา

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Iam Khunpoo
‘เวรกรรมตามสนอง’ จริงๆ ทนายจะเก่งแค่ไหนก็ต้องมีมโนธรรม
เมื่อ 4 เดือน 3 สัปดาห์ที่แล้ว

ความเห็นโดย Walai Saelee
สนุกมากค่ะ ติดตามค่ะ
เมื่อ 5 เดือน 2 สัปดาห์ที่แล้ว

รีวิว