ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律-32 หลบหนีไปแล้ว

โดย  โปรเจคพิเศษ by Hongsamut

ทนายสาว ถึงคราวสู้ 美人谋律

32 หลบหนีไปแล้ว

ชุนถูหมีมีความรู้สึกหลายหลาย หนึ่งในนั้นคือเริ่มรู้สึกเหงื่อตก

สำหรับหมอความคนหนึ่ง ถ้ามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักก็นับเป็นเรื่องดี แสดงให้เห็นว่าแค่นางออกโรงครั้งแรกก็ประสบความสำเร็จล้นหลาม ทว่า... ท่านปู่และท่านพ่อของนางไม่มีทางอนุญาตให้นางทำอาชีพหมอความเป็นแน่ ดังนั้นการมีชื่อเสียงครั้งนี้อาจกลายเป็นเรื่องไม่ดีเสียแล้ว

“บ่าวได้ยินลุงโจวพูดอย่างนี้ปุ๊บก็เข้าใจแล้วว่าทำไมตอนที่บ่าวไปขอเงินมัดจำคืนจากซุนซิ่วไฉ เขาถึงพูดจาประชดประชันอย่างนั้นได้” กั้วเอ๋อเล่าต่อไปด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ จนชุนถูหมีไม่อาจขัดจังหวะ

“คุณหนูยังไม่รู้ ซุนซิ่วไฉคืนเงินให้อย่างไม่อิดออดก็จริงแต่ก็ยังหลอกถามบ่าวเรื่องนั้นเรื่องนี้ตลอด ถามบ่าวว่า เป็นเพราะโอวหยางจู๋เตี่ยนได้แนะนำเรื่องคดีความกับคุณหนูใช่หรือไม่ เขาไม่เชื่อว่าคุณหนูจะช่วยโต้แย้งจนนายท่านพ้นมลทิน บอกว่าคุณหนูจะต้องมียอดฝีมือชี้นำ หน็อยแน่ เขาคิดว่าพอไม่มีเขาพวกเราก็จะทำอะไรกันไม่ได้หรือ เก่งกาจอะไรนักเชียว คุณหนูของข้าเก่งกว่าเขาตั้งเยอะ เยอะตั้ง... เยอะตั้งขนาดนี้” กั้วเอ๋อกางแขนเล็กๆ สองข้างให้กว้างที่สุดเพื่อบอกให้รู้ว่าคุณหนูของนางมีความเก่งกาจมากเพียงใด ท่าทางที่น่าเอ็นดูนั้นทำให้ชุนถูหมีอยากหัวเราะ รู้สึกถึงความอิ่มเอมใจ

“ในศาลมีเหตุการณ์อะไรบ้าง” นางถาม

“จางอู่เหนียงยอมรับผิด” กั้วเอ๋อกัดฟันกรอดๆ “แต่พอจางเลอะเลือนถามนางว่าทำไมถึงต้องใส่ร้ายนายท่าน นางก็ไม่ยอมตอบ จางเลอะเลือนคิดจะใช้การลงทัณฑ์ ปรากฏว่านางหมดสติไปกลางศาลซะก่อน หลังจากให้หวู่โจ้[1]มาตรวจดู ปรากฏว่านาง... ตั้งครรภ์” พูดถึงตรงนี้ ถึงกั้วเอ๋อจะเป็นเด็กสาวปากร้ายก๋ากั่นเพียงใดก็อดหน้าแดงไม่ได้ เสียงพูดก็ยังเบาลง

ก็จางอู่เหนียงเป็นหญิงม่ายแล้วจะท้องได้อย่างไร

ชุนถูหมีนิ่วหน้า ความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาทันที หรือว่าการที่จางอู่เหนียงตั้งครรภ์จะเกี่ยวข้องกับการให้ร้ายชุนต้าซัน นางไม่สงสัยในตัวชุนต้าซันว่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับเด็กคนนี้ ทว่ามีอะไรในเหตุการณ์ครั้งนี้ที่นางเผลอปล่อยผ่านให้คลาดสายตาไปหรือไม่?

“พรุ่งนี้ไปที่ว่าการอำเภอ ถามดูว่าตอนนี้จางอู่เหนียงเป็นอย่างไรแล้ว” การที่จางอู่เหนียงตั้งครรภ์ ทำให้ยกเว้นการลงโทษนางเอาไว้ชั่วคราว หลังจากคลอดลูกแล้วระยะหนึ่ง ค่อยเอาผิด ลงโทษนางต่อไป แต่ถ้าเกิดนางจ่ายเงินค่าปรับได้ โทษการโบยก็สามารถละเว้น

ทว่า แม่ม่ายสามีตายตั้งครรภ์ คนอื่นๆ จะมีปฏิกิริยาอย่างไรกันบ้าง?

ถ้าเป็นสมัยราชวงศ์ซ่งที่เคร่งครัดขนบประเพณีและจริยธรรม จางอู่เหนียงจะต้องถูกจับใส่กรงหมูถ่วงน้ำตายไปแล้ว แต่นี่เป็นแผ่นดินต้าถังในมิติคู่ขนานที่ประเพณีในเรื่องนี้เปิดกว้าง คงไม่ถึงขนาดต้องเอาชีวิตไปทิ้งก็จริง แต่การใช้ชีวิตต่อไปคงจะลำบากไม่น้อย

ไหนจะต้องเผชิญกับกฎของตระกูล เผชิญกับการดูถูกดูแคลนของเพื่อนบ้านและคนในละแวกเดียวกัน และยังเผชิญกับการถูกหมางเมินจากญาติสนิทมิตรสหาย

ในสถานการณ์เช่นนี้ ชายชู้ของนางจะโผล่หัวโผล่หางให้เห็นหรือไม่ คนผู้นั้นเป็นคนอย่างไร ทำไมถึงได้ทำให้จางอู่เหนียงไม่ยอมบอกว่าเป็นใครถึงจะต้องตายก็ตาม

คืนนี้ ชุนถูหมีนอนพลิกไปพลิกมา ไม่หลับเสียที นางคาดเดาไปว่าจางอู่เหนียงจะพบเจออะไรบ้าง แต่ชาวบ้านต้าถังมีปฏิกิริยาในเรื่องนี้รวดเร็วและเด็ดขาดเกินกว่าที่นางจินตนาการได้ เรื่องที่จางอู่เหนียงร้องทุกข์กล่าวโทษชุนต้าซันย่อมมีคนจากตระกูลสามีไปฟังการพิจารณาคดี พวกเขานำผลลัพธ์ที่เหลือเชื่อในวันขึ้นศาลวันสุดท้ายไปบอกกับผู้นำตระกูล

เมื่อผู้นำตระกูลได้ยินว่านางจางมิได้รักนวลสงวนตัวก็เกรี้ยวกราดยิ่งนัก ร้องดังๆ ขึ้นว่า “ใช้ได้ที่ไหน” พวกเขาโมโหตัวสั่นราวกับคนเป็นโรคสันนิบาตลูกนก สั่นเทิ้มอยู่เป็นนาน เขายังคิดว่าแม้ตระกูลจางจะไม่ได้เป็นตระกูลใหญ่โตมีหน้ามีตา แต่อย่างน้อยก็ยังเป็นที่รู้จักกันในอำเภอ มีกฎประจำตระกูล ดังนั้นจึงเรียกประชุมคนที่มีความสำคัญในตระกูลอย่างเร่งด่วนเพื่อตัดสินใจเรื่องนี้

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ก็ขีดชื่อของจางอู่เหนียงออกจากสมุดรายชื่อตระกูล ถึงนางจะตายก็ห้ามทำให้วงศ์ตระกูลแปดเปื้อน

เมื่อจางอู่เหนียงไม่มีชื่ออยู่ในตระกูลเท่ากับถูกหย่าร้าง ไม่ใช่คนในตระกูลสามีอีกต่อไป ถ้าอย่างนั้น บ้านที่นางอยู่และที่ปล่อยให้เช่าก็ต้องถูกริบกลับคืน ตระกูลเดิมของนางยิ่งเกิดความอับอายขายหน้า ไม่ยอมรับตัวกลับบ้าน ยังดีที่พี่ชายแท้ๆ นำเงินค่าปรับมาจ่ายเพียงพอตามจำนวนและพาตัวนางออกจากคุก จากนั้นก็ให้เงินอีกจำนวนหนึ่ง แล้วให้นางเก็บข้าวของที่จำเป็น หลบออกจากอำเภอฟ่านหยางไปอยู่ที่อื่น ขณะเดียวกันเพื่อนบ้านก็กำลังรอดูหน้าหญิงสำส่อน

ชุนต้าซันถูกใส่ร้ายวันที่สิบแปดเดือนเก้า วันที่ยี่สิบสองถูกปล่อยตัวเป็นอิสระ และวันที่ยี่สิบสามก็ไปรายงานตัวที่กรมตั้งแต่เช้าตรู่ ทว่าเมื่อเขากลับมาถึงบ้านตอนเย็น ชุนถูหมีก็ได้รับข่าวว่าจางอู่เหนียงหายตัวไปแล้ว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ เรื่องนี้ทำให้ชุนถูหมีประหลาดใจอย่างยิ่ง อีกทั้งยังทำให้นางรู้สึกถึงอันตรายที่แฝงตัวอยู่ในความสงบนิ่งแต่นางไม่อาจจัดการใดๆ กับเรื่องนี้ได้

นางเป็นแค่เด็กสาวอายุสิบสี่ ที่บ้านไม่มีอำนาจและอิทธิพล ไม่มีคนที่จะไหว้วานอะไรได้

วันนี้ลุงโจววิ่งรอกทั้งวัน กว่าจะได้ข่าวนี้มาได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว ดังนั้นลุงโจวจึงไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะไปทำเรื่องอื่นได้อีก ที่จริงแล้วในระยะเวลาสั้นๆ แค่นี้ถึงจางอู่เหนียงจะออกจากอำเภอฟ่านหยาง แต่ก็ยังคงไปไหนได้ไม่ไกล ขอเพียงตามให้ทัน จับตาดูให้ดีๆ นางเชื่อว่าจะต้องหาเงื่อนงำของเรื่องนี้จนเจอแน่

แต่ตอนนี้ นางได้แต่ถอนใจยาวๆ เอาแต่เตือนตัวเองว่าจะต้องระมัดระวังตัว หาทางป้องกันเหตุไม่คาดฝันเอาไว้เสียก่อน

“ทำไมวันนี้ท่านพ่อถึงกลับมาเย็นจังเลยเจ้าคะ” หลังอาหารเย็น ชุนถูหมีถามขึ้นขณะที่ชุนต้าซันเรียกให้ลูกสาวนั่งคุยอยู่ในห้องโถงหลัก

“พ่อก็คิดว่าไปแค่ครึ่งวันก็คงจะกลับมาได้แล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าเรื่องนี้จะไปถึงหูผู้บัญชาการสูงสุดของเหล่าทัพ พ่อเป็นทหารมาเก้าปี ท่านแม่ทัพย้ายมาประจำการอยู่ที่อำเภอฟ่านหยางของเราก็ปีกว่า พ่อไม่เคยมีโอกาสพูดกับเขาสักคำ แต่วันนี้กลับถูกเขาเรียกมาถามไถ่เรื่องทั้งหมดอย่างละเอียด” ชุนต้าซันตีเข่าดังฉาด

“เขาตำหนิท่านพ่อหรือเจ้าคะ” ชุนถูหมีถามอย่างเป็นห่วง

“ไม่ได้ตำหนิ” ชุนต้าซันส่ายหน้า “เดิมทีพ่อยังห่วงว่าเรื่องนี้จะส่งผลต่อหน้าที่การงานของพ่อเสียอีก ถึงท่านแม่ทัพจะอายุน้อย แต่ก็เป็นคนที่เฉียบขาดและมีเหตุมีผล เขารู้ว่าพ่อถูกใส่ร้ายและกล่าวปลอบใจพ่ออยู่หลายคำ ยังบอกว่าพ่อฝึกทหารได้ไม่เลว วรยุทธก็ดี แต่ต่อไปต้องระวังในการเลือกคบคน”

“งั้นเขาก็นับว่าเป็นหัวหน้าที่ดี”

“แน่นอนสิลูก ท่านแม่ทัพมีชาติตระกูลสูงส่ง อีกทั้งยังพบเจออะไรมาตั้งมาก เรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ตบตาเขาไม่ได้ง่ายๆ เขาคงจะเห็นว่าพ่อเป็นคนซื่อตรง มีความสามารถ ทำงานดี” นานๆ ชุนต้าซันจะพูดถึงตัวเองอย่างภาคภูมิใจแบบนี้ “เจ้าอย่าเห็นว่าเขาเป็นแค่ผู้บัญชาการเหล่าทัพที่ยังอายุน้อยนะ คนทั้งเมืองหลวงล้วนกล่าวว่าท่านแม่ทัพน้อยผู้นี้อนาคตไกลทีเดียว แม่ทัพหลัว-แม่ทัพใหญ่ประจำมณฑลของเราอายุมากแล้ว แต่แม่ทัพหันอายุเพียงแค่ยี่สิบเอ็ด ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่อย่างไรก็ต้องตกเป็นของเขาเข้าสักวัน ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น เมื่อพ่อได้รับคำชื่นชมจากเขา คิดว่าความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของพ่อคงจะมีหวัง ถ้าต่อไปมีความดีความชอบ ก็คงจะทำให้สกุลชุนเราหลุดพ้นจากการเป็นครอบครัวทหารได้ ถึงตอนนั้นเจ้าออกเรือนไป ก็สามารถเชิดหน้าอยู่ในบ้านสามีได้อย่างไม่อายใคร” พูดแล้วชุนต้าซันก็ลูบศีรษะลูกสาว สีหน้าของเขามีทั้งความรักใคร่และความรู้สึกผิด

เขาเหมือนจะเห็นเงาของอดีตภรรยาในตัวลูกสาว ใบหน้าที่อ่อนหวานน่ารักของหญิงสาวสองคนทับซ้อนกัน เขาให้สัญญากับนางไป๋ซื่ออย่างหนักแน่นว่าจะต้องเลี้ยงดูลูกสาวคนนี้อย่างดีที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถทำได้

เมื่อคิดถึงตรงนี้ทำให้ชุนต้าซันพลันรู้สึกถึงน้ำตาที่เอ่อขึ้นมา รีบยกมือกดหน้าผากแล้วถือโอกาสเช็ดน้ำตาไปด้วย ชุนถูหมีไม่ได้สังเกตเห็นท่าทางของบิดา นางมัวแต่คิดว่าฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็แซ่หัน จึงถามขึ้น “หรือว่าแม่ทัพน้อยคนนี้จะเป็นเชื้อพระวงศ์เจ้าคะ”

สำหรับชุนถูหมีแล้ว แม้ฐานะทางสังคมของชนชั้นทหารจะสู้ชาวบ้านทั่วไปไม่ได้ก็จริง แต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่ชนชั้นต่ำ คิดอยากทำนาทำไร่ก็ไม่ต้องเสียค่าส่วยให้ทางการ จะว่าไม่มีข้อดีเลยก็คงไม่ใช่ ทำให้นางยังไม่มีความคิดรีบร้อนเปลี่ยนชนชั้นแต่อย่างใด ถ้าเกิดความเป็นอยู่ตอนนี้ยังว่าลำบาก แล้วทหารที่ยากจนคนอื่นไม่ยิ่งแย่กว่าหรือ แล้วไหนจะคนชนชั้นต่ำกว่าที่ไม่มีแม้แต่ชาติกำเนิดให้ระบุเล่า จะไม่มีความเป็นอยู่ราวกับสัตว์เลี้ยงในบ้านหรือไร?

--------------------

[1] ในสมัยโบราณ หวู่โจ้หรือเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพไม่เพียงจะชันสูตรศพคนตาย แต่ยังมีความรู้ด้านการตรวจดูบาดแผลและตรวจร่างกาย บางครั้งถ้าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง ก็จะมีหมอตำแยมาคอยรับผิดชอบ แต่เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพในสมัยโบราณยังต้องมีความรู้ด้านการแพทย์อื่นๆ ด้วย

รีวิวจากผู้อ่าน

ความเห็นโดย Walai Saelee
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 5 เดือน 4 วันที่แล้ว

ความเห็นโดย Walai Saelee-chaisongkram
ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ 5 เดือน 5 วันที่แล้ว

รีวิว